miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 61....💯%....

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.3k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 22:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61....💯%....
แบบอักษร



“ สวัสดีค่ะ ฉันเป็นแม่ของฟานฟาน ชื่อนิฤมล จะเรียกมลก็ได้นะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก ” หลังจากเดินออกมาแล้วปลาเก๋ากับคุณแม่ของน้องฟานฟานก็ได้ทำความรู้จักกันอย่างจริงจัง นิฤมลเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยดูโฉบเฉี่ยวแบบคุณแม่ยุคใหม่ อายุราวๆยี่สิบปลายๆ ตอนนี้ทั้งคุณแม่ของน้องฟานฟานรวมทั้งปลาเก๋าและน้องชินนั่งอยู่ด้วยกันตรงที่ที่จัดไว้ต้อนรับผู้ปกครอง ฟานฟานนั้นหลับไปแล้วเพราะเล่นซนจนเหนื่อย ส่วนน้องชินตาปรือกำลังจะหลับเต็มที่ แต่ติดที่มี้ของเขากำลังทายาให้อยู่

“ สวัสดีครับ ผมชื่อปลาเก๋า ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่มล ” ปลาเก๋าตอบกลับอย่างสุภาพและยิ้มให้ด้วยความเป็นมิตร ส่วนตัวของนิฤมลเองก็ไม่ได้ทำท่าทางว่าไม่ชอบปลาเก๋าเลย มีบ้างที่มองสำรวจคนตรงหน้า เพราปลาเก๋านั้นดูดีจริงๆ ทั้งการวางตัวและคำพูดเลยล่ะ พอปลาเก๋าทายาให้น้องชินเสร็จก็ปล่อยให้ลูกชายได้นอน

“ ฟานฟานเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนใหม่แล้วชื่อว่าชิน พี่ดีใจมากเลยค่ะ พี่กลัวว่าลูกจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แต่ลูกพี่เล่าเรื่องน้องชินให้ฟังทุกวันหลังจากได้มาเข้าเรียนที่นี่ ” นิฤมลเริ่มเล่าเรื่องให้ปลาเก๋าฟัง เธอดีใจที่ลูกมีเพื่อนเล่นและเข้าได้กับเพื่อนที่โรงเรียนแห่งนี้ ที่จริงเธอเป็นคุณแม่หมาดๆมาได้สามปีเอง สามีเธอเป็นคนฮ่องกงทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าที่จีนแต่บ้านเกิดอยู่ที่ฮ่องกง และมีธุรกิจโรงแรมที่ฮ่องกงอีกด้วย

“ น้องชินเองก็พูดถึงน้องฟานฟานด้วยครับ บอกกับผมว่าไปขอน้องฟานฟานเป็นเพื่อน แถมยังบอกอีกว่าน้องฟานฟานน่ารักแล้วก็แข็งแรงมากๆ ” ปลาเก๋าเองก็เริ่มเล่าถึงลูกชายตัวเองเหมือนกัน ชินมักจะเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังบ่อยๆ เด็กบางทีก็เล่นกันแรงแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือน้องชินบอกว่าฟานฟานแข็งแรงมากๆนี่แหละ

“ พอดีเมื่อก่อนอยู่ที่ฮ่องกงฟานฟานมีลูกพี่ลูกน้องเป็นเด็กผู้ชายเยอะค่ะ ฟานฟานเลยชอบเล่นแรงแบบเด็กผู้ชายแถมบางทียังชอบพูดครับกับพี่อีกด้วย ซนจริงๆเลยนะคะเจ้าเด็กคนนี้ ” นิฤมลพูดพลางลูบหัวลูกสาวที่กลับไปแล้ว เธอยิ้มขำกับวีรกรรมของลูกตัวเอง และฟานฟานก็ชอบพูดไทยกับเธอมาก แถมยังไปเรียนรู้คำว่าครับมาจากคุณตาอีกต่างหาก คิดถึงและก็อดยิ้มขำไม่ได้ หญิงสาวลูกหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดูรักใคร่

“ ผมว่าน้องฟานฟานเป็นเด็กร่าเริงและไม่กลัวใครเลยครับ ดูท่าว่าโตเป็นสาวมาคุณแม่ไม่ต้องห่วงว่าน้องจะโดนลวนลามเลย ขนาดเด็กผู้หญิงคนนั้นที่กัดแก้มน้องชินยังโดนน้องฟานฟานจัดการจนร้อยไห้ขนาดนั้น ” ปลาเก๋าพูดด้วยความเอ็นดูและชื่นชม จะมีสักกี่คนกันที่กระโดดเข้าไปตีกับคนอื่นแทนเพื่อน เอาจริงๆน้องชินก็ไม่เคยทะเลาะกับเพื่อนในห้องเลย อาจจะมีเล่นเล่นจนแขนขาช้ำบ้างตามประสาเด็ก แต่ก็ยังไม่เคยถูกเรียกผู้ปกครองเพราะทะเลาะหรือกัดเพื่อนในห้องเลย

“ พี่ว่าเป็นเด็กซนมากกว่า แต่พี่ไม่ห่วงเรื่องโตขึ้นมาจะโดนลวนลามหรือโดนรังแกหรอกค่ะ สามีพี่หาโรงเรียนฝึกการป้องกันตัวให้แล้วเรียบร้อย ทุกวันนี้ยังยืดหยุ่นร่างกายเพื่อเตียมพร้อมเลยล่ะ แถมเจ้าเด็กซนคนนี้ดูท่าว่าจะชอบมากเสียด้วย คิดว่ากำลังเล่นสนุกกับพ่อตัวเอง หึหึ ” นิฤมลพูดขำๆ ตั้งแต่กลับมาอยู่ที่ไทย สามีของเธอก็หาที่เรียนศิลปะป้องกันตัวไว้ให้ลูกสาว สามีเธอมาดูงานที่ไทยและมาเจรจากับคนที่จะลงทุนด้วย ระยะเวลาก็เกือบหกเดือนที่ต้องอยู่ที่นี่ แต่ก็มีบินกลับไปที่ฮ่องกงบ้างเมื่อเวลามีประชุมสำคัญ ทั้งสองคุยกันสัพเพเหระและได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ส่วนนิฤมลก็มีถามอยู่บ้างว่าคนรักหรือสามีของปลาเก๋าเป็นใครเผื่อเธอจะรู้จัก แต่ก็ไม่ได้ถามละลาบละล้วงซอกแซกเกินขอบเขตจำเป็น







...ทางด้านของขิง...


วันนี้เป็นวันที่ต้องพาลูกชายทั้งสองไปตรวจร่างกายตามที่หมอนัด กรได้โหมงานกว่าสามวันเพื่อจะเคลียร์ทุกอย่างให้ว่างพอที่จะได้พาลูกและเมียไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

“ ถ้าพี่กรเหนื่อยผมว่าพี่นอนพักที่บ้านก็ได้นะครับ ให้พี่ๆพาผมไปก็ได้ ผมเป็นห่วงกลัวว่าพี่จะไม่สบายเอา ” ขิงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้กรสภาพอย่างกับผักเปื่อย! เพราะต้องทำงานหนักเพื่อให้มีเวลาว่างเพียงสักวันเขาเลยอดเป็นห่วงไม่ได้

“ ไม่ครับพี่จะไปด้วย พอดีช่วงนี้นั่งทำงานนานมากๆก็ปวดหลัง พี่กะว่าจะให้ไอ้หมอพลตรวจร่างกายให้ด้วยเลย ” กรพูดแล้วคลึงสันจมูกที่อยู่ระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของตัวเอง ความเหนื่อยล้าที่มีอยู่ยังไม่ห่างหายไปไหน แต่ก็พอไหวอย่างน้อยก็ไม่ได้ขับรถเองมีคนขับให้ งานที่มีอยู่ก็เคลียร์ที่สำคัญๆหมดแล้ว แต่เพราะช่วงนี้โหมงานหนักไปหน่อยทำให้ปวดหลังเลยว่าจะไปหาหมอสักหน่อย แถมเพื่อนเก่าของเขาที่เคยเรียนด้วยกันมาก่อน ก็ได้ฝากหลานชายให้มาฝึกงานด้วยที่บริษัท แต่มันไม่ได้ขอแค่นั้น หลานชายของเพื่อนพึ่งจบใหม่บอกว่าการเดินทางมาทำงานด้วยตัวเองที่บริษัทมันลำบาก เลยอยากจะขอเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยได้หรือเปล่า กรยังไม่ได้ตอบตกลงเขารอถามภรรยาดูก่อน แต่มันก็ยุ่งๆจนไม่ได้ถามไป พอดีช่วงนี้ว่างแล้วด้วยจะได้ถามเรื่องนี่ด้วยเลย

“ เอางั้นก็ได้ครับ แต่ถ้าพี่ง่วงมากๆก็บอกผมเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะโทรไปเลื่อนนัดพี่หมอพลให้ก่อนก็ได้ ถ้าได้นอนสักสองชั่วโมงผมว่าพี่คงจะสดชื่นขึ้นมากกว่าตอนนี้ ”





..............50%............

มีคนทักเรามาว่าเรากำลังพาทุกคนออกทะเล~ เราอยากจะบอกว่ามันไม่ออกทะเลหรอกค่ะ แต่มันออกไปนอกโลกแล้ววววว ฮ่าๆๆ ที่จริงเราว่าจะบีบมันเข้าเรื่องของลูกๆของขิงและปลาเก๋าเลย แต่ว่าเรายังไม่ปล่อยให้รุ่นของขิงจบไปก่อน ถ้าขึ้นมาว่า15ปีผ่านไปเราว่ามันไม่มีโมเม้น!! อีกอย่างผัวเมียขิงกรยังไม่ทันได้แต่งงานกันเลย! ลูกๆที่น่ารักของพวกเขายังไม่ทันได้ออกมามัดใจคนอ่านเลยด้วย อยากแต่งมากมายเยอะแยะแต่ยอมรับว่าตัวเองมาช้ามากกกกก แต่ขอบคุณที่ยังมีคนบอกว่านิยายเราสนุกและยังรอเราได้ เพราะงั้นอีกครึ่งเราจะรีบมาต่อให้นะ!!







.............ต่อ............







ขิงกับกรมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดยี่สิบนาที ตอนนี้ที่โรงพยาบาลมีคนรอคิวเข้าตรวจกับคุณหมออย่าเนืองแน่นเนื่องด้วยว่าทางโรงพยาบาลพึ่งจะร่วมจับมือกับประกันสังคมให้ผู้ป่วยมีสิทธิ์เข้ารักษากับโรงพยาบาลนี้ได้ เพราะถ้าให้ควักเนื้อตัวเองคนธรรมดาคงไม่มีปัญญาจ่าย เพราะด้วยเครื่องมือที่ครบครันและเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่อีกด้วย

“ ถึงแล้วครับพี่กร ไหวไหมครับเนี่ย? ” ขิงสะกิดคนที่นั่งกอดอกหลับตาตั้งแต่ขึ้นรถมา เห็นท่าทางเหนื่อยๆก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ ไหวครับ พี่แค่พักสายตาเฉย ส่งลูกมาเดี๋ยวพี่ช่วยอุ้ม ” กรลืมตาขึ้นและกระพริบตาปรับการมองเห็นสองสามทีก่อนจะหันไปขออุ้มลูกพูดกับขิง

“ ครับๆ เดี๋ยวให้พี่ๆเขาเอารถเข็นเด็กมารับ เข็นเข้าไปดีกว่า ” คนของกรลงจากรถและไปเปิดหลังรถเอารถเข็นเด็กที่พับไว้ลงจากรถมารอรับนายน้อยของบ้าน กรเองก็รอขิงส่งลูกให้ ที่จริงมันมีคาร์ซีทเด็กอ่อนที่สั่งทำพิเศษอยู่ในรถด้วย แต่เพราะต้องทำเบาะขนาดใหญ่ รถคันหรูที่ข้างในกว้างขวางเลยแคบลงขนัดตา แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อคนเป็นพ่อและแม่ที่จะนั่งด้วยกัน อีกทั้งกรยังปรับแต่งให้รถรับกับคาร์ซีทอย่างเหมาะเจาะอีกด้วย

“ เอาอย่างนั้นก็ได้ ” กรตอบรับและยื่นมือรับตัวลูกชายคนเล็กมาอุ้มเอาไว้ คนของเขารีบเปิดประตูให้อย่างรู้งาน ตอนนี้กรต้องมีลูกน้องคอยประกบเพิ่มขึ้นอีกเพราะความปลอดภัยของลูกน้อยและคนรักอีกด้วย


รถเข็นเด็กที่สั่งทำพิเศษด้วยเบาะหนานุ่ม ตัวล็อกไม่แน่นจนสร้างความอึดอัด เป็นรถเข็นแฝดที่พับเก็บได้และสะดวกสบายต่อการใช้งาน คนเข็นเป็นพ่อของเด็กทั้งสอง ถึงจะดูดุดันและมีอายุเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่สามารถลดทอนความหล่อเหลาของเขาลงได้เลย และความหล่อของเขานั้นยิ่งดูหล่อมีเสน่ห์มากขึ้นเสียอีก เรียกว่าหล่อสุขุมแบบวัยผู้ใหญ่เลยก็ว่าได้ แต่คนที่เดินเคียงข้างกันมานั้นก็ไม่ได้น้อยหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มที่อยู่ในช่วงแตกวัยหนุ่มเต็มที่ ดูน่ารักและสวยในเวลาเดียวกัน ทั้งสองถูกจับจ้องจากคนในโรงพยาบาลเพียงแค่ก้าวขาเข้ามา

“ นายครับพยาบาลบอกว่าให้นายเข้าไปห้องคุณหมอพลได้ทันทีเลยครับ ” ลูกน้องของกรเดินกลับมารายงานหลังจากเดินไปยื่นใบนัดให้กับนายน้อยทั้งสอง ที่จริงนายของเขาเป็นถึงหุ้นส่วนของโรงพยาบาลด้วยซ้ำจะเดินเข้าออกหรือสั่งให้หมอรักษาก่อนใครๆก็ได้ แต่นายหญิงไม่ใช่คนแบบนั้น นัดกับหมอก็มาตามนัด มาทีหลังก็ต้องรอคิว ในเมื่อไม่เจ็บป่วยฉุกเฉินจริงๆ นายหญิงก็ไม่มีทางแย่งหมอมาจากคนไข้คนอื่นแน่นอน


.

.


“ ลูกฉันสุขภาพดีไหมไอ้หมอ ” กรถามขึ้นหลังจากที่หมอพลตรวจร่างกายโดยทั่วไปขอลลูกชายทั้งสอง หมอตรวจและแนะนำนมสูตรที่ควรกินสำหรับเด็กวัยห้าเดือนให้กับคุณแม่

“ หลานฉันแข็งแรงดี พัฒนาการของเรื่องการตอบสนองต่างๆเองก็ดี เห็นอย่างนี้ฉันชักอยากจะมีลูกบ้างแล้วสิ ส่วนแกขากลับก็ไปรับยาตามใบสั่งที่ฉันเขียนให้แล้วกัน ถ้าขิงมีเวลาก็นวดหลังให้เพื่อนพี่ด้วยนะครับ มียานวดคลายกล้ามเนื้อด้วย จะได้ไม่ปวดหลังเพราะนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ” พลพูดกับกรก่อนจะหันไปพูดกับขิงด้วย ตอนนี้พวกเขาพูดกันอยู่ในห้องตรวจของพล ซึ่งพลเป็นหมอผ่าตัดที่ทำงานมาแล้วหลายปี รักษามาแล้วเกือบทุกรูปแบบ และเป็นคุณหมอที่อัธยาศัยดีพูดเพราะและใจเย็น

“ พูดแบบนี้เดี๋ยวหมอภีมมาได้ยินแล้วโดนจะงอนเอาหรอก แอบมีอีหนูหรือไงถึงอยากมีลูก ” กรพูดหยอกเพื่อน ตั้งแต่กลับมาจากเหนือโดยที่พลพาคุณหมอที่นั่นมาด้วยเหตุผลว่า จะได้ช่วยกันทำคลอดขิงที่หมอภีมดูแลอยู่ จนถึงตอนนี้ลูกเขาก็ห้าเดือนแล้วยังไม่ยอมให้หมอภีมกลับไปอีก ดูท่าจะชอบหมอภีมมากจริงๆ เพียงแค่จีบไม่เป็นเท่านั้นเอง อารมณ์ประมาณว่า กับคนที่ชอบมักทำตัวไม่ถูก หรือไม่ก็ทำตัวเป็นผู้ชายเย็นชาเอาไว้ก่อน

“ อีหนูที่ไหนล่ะ! เป็นฉันมากกว่าที่งอนเขาอยู่ทุกวัน ทั้งหมอทั้งผู้ป่วยขยันมาขายขนมจีบหมอภีมของฉัน ฉันแทบจะกินหัวคนป่วยที่ไม่ยอมหายสักที กับคุณหมอทั้งหลายแม้แต่นักศึกษาแพทย์ ก็ด้วย ฉันจะจับหมอทำเมียเลยก็ไม่ได้ เฮ้ออออ ” ขิงไม่เคยเห็นพี่หมอเกรี้ยวกราดขนาดนี้มาก่อน คุณหมอที่ใจเย็นพูดจาน่าฟังกลายร่างไปซะแล้ว แต่ก็ไม่ได้กระโชกโฮกฮากจนลูกๆของเขาร้องไห้เพราะทำเสียงดัง แต่เวลาหมอทำตัวแบดๆก็เท่ห์ไปอีกแบบ!

“ ไม่เคยเห็นพี่หมอพลแสดงอาการขนาดนี่เลยนะครับ ” ขิงหัวเราะน้อยๆกับท่าทางเสียอาการของหมอที่อยู่ในมาดผู้ชายใจดีมาตลอด

“ พี่เสียอาการเพราะคนคนเดียวเลยครับน้องขิง แอบคิดแผนจับทำเมียอยู่ทุกวันไม่ซ้ำกันเลย ” หมอพลพูดติดตลก แต่ใครจะรู้ว่าหมอนั้นคิดจะทำจริงๆ ถึงเมื่อก่อนตอนสมัยเรียนจะเคยมีแฟน อายุอานามอย่างเขาใช่ว่าจะใส่บริสุทธิ์ แต่นั่นเขาไม่ได้จีบมา เอาง่ายๆมีแต่คนมาจีบเขา เพียงแต่เวลาโตขึ้นหมอเลยไม่ค่อยมีเวลา อย่างมากก็แต่แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนไม่ได้ควงเล่นเหมือนเพื่อนๆเท่านั้นเอง เขาไม่ได้บ้าเซ็กส์ขนาดนั้น!

“ รักษาอาการตัวเองก่อนที่จะไปรักษาคนไข้เถอะนะไอ้พล ” กรพูดขึ้นแล้วส่ายหัวให้พลอย่างหน่ายๆ ที่จริงแล้วตอนนี้พลรับผ่าตัดใหญ่ๆเท่านั้น งานตรวจโรคคนป่วยก็ให้เป็นหน้าที่ของนักศึกษาแพทย์หรือไม่ก็หมอจบใหม่ทำไป ส่วนเขาไปเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาภาคปฎิบัติบ้าง สอนทฤษฎีบ้างแล้วแต่ว่าอยากไปหรือลงสอนไว้ที่มหาลัยไหนเท่านั้นเอง




ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ เคลสผ่าคลอดด่วนค่ะคุณหมอ! คนไข้ถูกรถชนเป็นตาย 60-40ค่ะ! ตอนนี้หมอภีมกำลังช่วยคนไข้อยู่ค่ะ! ” พยาบาลสาววิ่งหน้าตื่นมาที่ห้องของคุณหมอผู้มากความสามารถ คนไข้ถูกพาตัวมาโดยรถร่วมมูลนิธิซึ่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือที่นี่ เนื่องจากเป็นหญิงท้องแก่ถูกรถชนอาการหนักจึงต้องมาเรียกหมอพลไปช่วยผ่าตัดนั่นเอง

“ เตรียมผ่าคลอดด่วน! ฉันไปก่อนนะต้องรีบแล้วไม่งั้นตายทั้งแม่ทั้งลูก! ” หมอพลบอกก่อนจะรีบร้อนตามพยาบาลไปที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน

“ รีบไปเร็วๆเถอะ ฉันลาเลยล่ะกัน ” กรบอกลาก่อนที่เพื่อนจะรีบร้อนออกไปจากห้อง เขาเองก็ต้องกลับแล้วเหมือนกัน

“ ขอให้การผ่าตัดราบรื่นนะครับพี่หมอพล! ” ขิงอวยพรให้กับคุณหมอที่รีบร้อนจนแทบจะพุ่งเข้าห้องผ่ามันเดี๋ยวนั้น สุดท้ายหมอพลที่วิ่งเร็วอย่างกับนักแข่งวิ่งโอลิมปิกก็ไปที่ห้องเตรียมการช่วยเหลือคนไข้ทันที


.

.

.

ตกเย็น

Trrrrrr Trrrrrr Trrrrrr

“ ว่าไง? ” กรรับสายที่ติดต่อมา เบอร์ที่โทรเข้ามือถือส่วนตัวของเขาได้ มีแต่เพื่อนสนิท คนสนิท หรือคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครที่ไหนโทรมาสร้างความวุ่นวาย

“ มีหุ้นอยู่ที่บริษัทxxxหรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเทขายหมดแล้ว ถ้ามีขายทิ้งไปเลย ” เสียงราบเรียบตามแบบฉบับของปิงกรอกผ่านสายสนทนามา โทรมาถามแค่นี้แต่ไม่เข้าใจว่าจะให้กรถอนหุ้นหรือขายไปทำไม

“ ทำไม? ” ในเมื่อมีความสงสัยก็ต้องถาม เขาไม่แคร์หรอก เพราะเงินแค่นั้นไม่ทำให้เข้าจนไปได้ แค่ลงทุนไว้เล่นๆเท่านั้นเอง

“ ลูกชายของฉันโดนกัดแก้ม ” ปิงพูดเท่านั้นเป็นอันรู้กัน ไม่ต้องขยายความให้มากไปกว่านั้น

“ อืม... ฉันขายไปหมดแล้ว ..แล้วชินเป็นไงบ้าง? ” กรเองก็เทหุ้นขายทันทีที่ปิงให้คำตอบ และก็ถามถึงหลานตัวน้อยด้วย

“ งอแงเพราะปวดแก้ม.. แค่นี้นะ ชินไม่ยอมกินยา เดี๋ยวฉันไปเอายาให้ชินกินก่อน ติ๊ด! ” ปิงพูดจบก็ตัดสายทิ้งไปเลย กรก็ได้แต่มองโทรศัพท์เหมือนมันเป็นตัวอะไรสักอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน





เวลา 20:00

เกาะกระแสข่าวภาคค่ำ

ข่าวด่วนค่ะ ตอนนี้บริษัทxxxตกอยู่ในวิกฤติหลังจากสองหุ้นส่วนใหญ่เทขายหุ้นทอดตลาดโดยไม่หวังผลกำไล ตอนนี้หุ้นของบริษัทตกฮวบ! หวั่นบริษัทเปลี่ยนมือผู้บริหารที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ....ข่าวต่อไป.....



ร่างสูงนั่งดูทีวีหลังจากที่รอว่าผลมันจะออกมายังไง เขาได้รับรายงานจากลูกน้องว่าลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย ถ้าเพียงแค่เด็กตีกันเขาจะไม่ยุ่งอะไร แต่นี่ผู้ปกครองกลับประพฤติตัวไม่ดีต่อคนรักและลูกของเขา เขาจึงไม่จำเป็นต้องร่วมหุ้นลงทุนต่อกันอีก ให้ใช้ชีวิตลำบากกันสักหน่อยจะได้ไม่มีเวลาว่างมากจนเกินไป เขารู้ว่าเรื่องแค่ไม่ทำให้ทางนั้นหมดตัว แต่ก็ทำให้ปวดหัวได้ไม่ใช่น้อย

“ ชินหลับไปแล้วหรอ? ” ร่างสูงถามคนรักหลังจากที่พาลูกชายเข้านอน

“ หลับแล้วครับ งอแงนิดหน่อยตอนที่นอนทับแก้มข้างที่เป็นแผลแล้วเจ็บ ” ร่างบางตอบกลับไป วันนี้เหนื่อยทั้งวันแล้ว เขาอยากแช่น้ำสบายๆก่อนเข้านอน









....

“ ขิงครับ พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย ”






...................

กลับมาจากป่าแล้ววววววว หลังจากวิ่งหนีทุกคนเข้าป่ามาเมื่อวาน // คือเราอยากจะบ้าตายจริงๆนะ แบบว่าพ่อกับแม่พึ่งเลิกกันไปใช่ปะ ไม่นานเจ้าของบ้านเช่าบอกว่าจะพาคนมาดูบ้าน เขาจะขายบ้านนนนน บ้าบอ! เน็ตบ้านก็พึ่งจะเปลี่ยนใหม่ใช้ยังไม่ถึงปีเลย! ขออนุญาตบ่นนะคะ!! เอาเป็นว่าขอบคุณที่รอ เอาจริงๆนะหาที่ลงนิยายเรื่องนี้ยังไม่ได้เลย ตัดจบไม่ได้! แล้วไหนจะเรื่องอื่นๆอีก ฉันอยากจะแยกร่างงงงง หวยก็ไม่ถูกกกกก!!(อันนี้ไม่เกี่ยวกันโว้ย!!) เอาเป็นว่าแล้วเจอกัน!

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น