ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.12 (2/2) [ เจ้าวาฬ in a relationship ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.12 (2/2) [ เจ้าวาฬ in a relationship ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 19:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.12 (2/2) [ เจ้าวาฬ in a relationship ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

12

เจ้าวาฬ in a relationship

​(ต่อจากตอนที่แล้ว)




กลิ่นกายหอมสะอาดจากแผ่นหลังกว้างทำให้นึกปรารถนาคืนนั้นที่เคยหลับอยู่ในอ้อมกอดอุ่นอย่างแสนสบาย


เจ้าวาฬยิ้มแห้งๆ ให้พี่ที่เข้ามาเห็นสภาพห้องที่รกเหมือนสนามรบ กระดาษโน้ต หนังสือที่อ่านค้างไว้ ปากกา ดินสอสี ไม้บรรทัดวางเรียงราย


กระนั้นพี่ยังยิ้ม หัวเราะเบาๆ ตอนเห็นลายมือยึกยือไม่มีระเบียบ รวบกระดาษทั้งหมดมาเคาะรวมกันแล้ววางมันลงบนโต๊ะหนังสือ ปรับอุณหภูมิแอร์ให้กลายเป็น 25 องศาก่อนจะนั่งลงบนโซฟา ไขว่ห้าง ฮัมเพลงตามจังหวะดนตรีที่เปิดค้างไว้ นึกถึงคำที่พี่เคยบอกว่าร้องเพลงเพี้ยนเหมือนกันแล้วต้องกลั้นหายใจ วูบวาบไปทั้งท้องน้อยเพราะที่ได้ยินมันไม่ใช่


เพลงสากลกับเสียงแหบต่ำของเขา เซ็กซี่จนไม่อาจห้ามไม่ให้คิดไกล


เจ้าวาฬยืนหมุนอยู่กลางห้องของตัวเอง หันซ้ายหันขวาแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเขาควรนั่งลงแล้วหยิบรีโมทเปิดทีวีอันพอจะช่วยให้ความ ‘เอาไงดีวะ’ ทุเลาลงได้บ้าง


ปีสี่เงียบ ขณะที่ปีหนึ่งเงียบยิ่งกว่า


หลายนาทีกว่าร่างสูงจะลุกขึ้น ทำให้ร่างบางต้องลุกตามด้วยความงุนงง พี่เดินไปปิดทีวี มือหนามีเส้นเลือดสีเขียวรางๆ แบมือออกมา เหมือนขอให้คนตัวเล็กวางมือลงไป แม้จะอยู่ในช่วงของความพิศวงสงสัย เจ้าวาฬก็ยังเลือกที่จะเชื่อใจแล้ววางมือของตัวเองลงไปบนนั้น ขนาดที่ต่างกันทำให้ฝ่ามือที่เล็กกว่าถูกจับเอาไว้และจมหายราวกับถูกกลืน


เคยบอกแล้วหรือยังว่าพระจันทร์มีด้านร้ายกาจ


หลังจากที่กระชับมือบางแน่นแล้ว ออกแรงกระตุกนิดเดียวร่างเล็กก็เซถลาเข้าสู่อ้อมอก แน่นอนว่าเขารับไว้ หยักยิ้มมุมปากสะกดลมหายใจ ไม่กล้าขยับเนื่องจากแขนหนักพาดโอบรอบเอว ใต้ดวงตาคมกริบมีแววความซุกซนซ่อนอยู่ภายใน ตามด้วยความร้อนรุ่มเร้า สบตาเพียงไม่นานกลับเหมือนถูกแผดเผา ร่างกายมอดไหม้ เหลือเพียงเถ้าธุลี


ลองสู้ดูแล้วด้วยการสบตากันอย่างจริงจัง แต่เชื่อเถอะ อย่าสู้เลย มีแค่คนสายตาสั้นไม่ได้ใส่แว่นเท่านั้นที่สบตากับเขาแล้วจะไม่รู้สึกอะไร


พ่ายแพ้และยอมเดินตามแต่โดยดี รถคันหรูนำพาสองคนออกมาอีกครั้งในช่วงเวลาใกล้เช้า


จุดหมายอยู่ไม่ไกล แต่เพราะเป็นความลับ จึงแสนไกลในใจคนรอ

















หัวใจมักล่องลอยไปตามสายลม แต่สายลมไม่เคยล่องลอยไปตามหัวใจ


ก้อนหิน เปลือกหอย ดินทราย ทะเลกว้างไกล และพระจันทร์ เฝ้าถามในความแตกต่างกันเหลือเกิน แต่ทำไมถึงมาอยู่ด้วยกัน


ไม่มีคำตอบที่อยากฟัง มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าชายฝั่ง และสัมผัสอบอุ่นจากผ้าคลุมที่พี่มอบให้ มองออกไปไกลสุดสายตา หาดกว้างเวลานี้ยังไม่มีใคร มีแค่คนสองคนที่ยืนอยู่ข้างกันและมองตรงไปยังเส้นขอบฟ้า


“ตอนเด็กๆ พี่เคยคิดว่าถ้าเรานั่งเรือออกไปไกลๆ เราจะตกขอบโลกหรือเปล่านะ” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยขึ้นมา


ใบหน้าขาวผินมามอง อมยิ้มบางๆ และเงียบฟัง


“แต่เปล่าหรอก โลกมีแรงดึงดูดมากพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้เราไปไหน...”


ยังไม่ทันได้ฟังพี่พูดอะไรต่อ เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทำหน้าปูเลี่ยนๆ ตอนโชว์ให้เจ้าวาฬเห็นหน้าจอ เป็นชื่อผู้หญิงที่โทรเมสเซนเจอร์มาหา ร่างบางขมวดคิ้ว พอรู้ตัวว่าเผลอทำหน้าเสียมารยาทแล้วจึงรีบปรับให้เป็นปรกติ แต่ไม่ทันหรอก เห็นแล้ว


“รับให้พี่หน่อยได้ไหมครับ”


“ค...ครับ?” ถามออกไปอย่างไม่เชื่อหู


ก็สายของพี่ ทำไมโยนมาให้ผมรับเล่า


น้องปีหนึ่งไม่เข้าใจเป็นนักหนา แต่ก็รับสมาร์ตโฟนราคาหลายหมื่นมาถือไว้ ก่อนจะรูดนิ้วโป้งไปอีกด้าน คนตัวสูงก้มลงมากระซิบข้างใบหู คำพูดที่ได้ยินก็ยิ่งฟังไม่เข้าใจ


“บอกเธอว่าพี่กำลังยุ่งอยู่ ไม่สะดวกรับสาย”


เจ้าวาฬพยักหน้า กระแอมก่อนรับ กรอกน้ำเสียงที่คิดว่าปกติที่สุดในชีวิตลงไป ทั้งที่ยังไม่เข้าใจนักว่าทำไมพี่ไม่รับเอง แล้วทำไมพี่ต้องยิ้มแปลกๆ แบบนั้น


“สวัสดีครับ”


แล้วเงียบฟังปลายสายตอบกลับมา เป็นน้ำเสียงผู้หญิงที่ฟังดูสดใสเจือกระแสประหลาดใจ เธอถามว่าเขาเป็นใคร ซึ่งเจ้าตัวเล็กก็สวนตอบไปทันควัน


“เป็นคนที่ได้รับอนุญาตให้รับสายครับ”


ก็มันคือความจริงนี่นา


ตอบหน้าซื่อตาใสจนคนข้างๆ ลอบยิ้ม ครั้นพอจะเอ่ยประโยคต่อไป มือบางที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวก็ถูกกอบกุมด้วยไออุ่น เงยหน้ามองแต่กลับไม่ได้มีเวลาให้มากแม้แต่จะตั้งคำถาม เพราะพี่พระจันทร์ยิ้มก้าวขายาวๆ แล้วพาเขา...


วิ่ง!


ใช่ วิ่งเร็วแบบไม่คิดชีวิต เจ้าวาฬที่ขาไม่ยาวเท่าจึงแทบล้ม ทั้งตกใจทั้งงุนงงว่าจู่ๆ พี่ลากแขนวิ่ง มึนไปหมด นี่มันอีหยังวะ (ที่เป็นคำสุภาพของว้อทเดอะกั๊ก)


“หะ คือพี่เค้า ย...ยุ่งอยู่ แฮ่ก”

เสียงหวานเอ่ยหอบตอบกลับไป ลมหายใจพ่นพรูหนักขณะที่ขายังก้าวตามพระจันทร์ตัวร้ายไปเบื้องหน้า


“ย...ยังไม่สะดวก อ๊ะ ไม่สะดวก ร...รับสายครับ แฮ่ก เบาหน่อยได้ไหมครับ ร...เร็วไปแล้ว”

เนื้อความธรรมดาแต่ความรู้สึกหญิงสาวปลายสายหลังฟังกลับร้อนผ่าว ภาพในหัวเคลื่อนไหวตามจินตนาการไปแสนไกล ร่างสูงตัวต้นเรื่องคลี่ยิ้มตามด้วยเสียงหัวเราะอันเบาเมื่อได้ยินประโยคหลัง มันเขี้ยวจนต้องเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น ชะลอฝีเท้าลงก่อนจะทำหน้าที่อันโอบอุ่นปลอบขวัญ กระชับผ้าคลุมไหล่บางให้แน่นขึ้น เสียงหัวเราะยังคงอยู่จนน้องปีหนึ่งต้องเงยขึ้นมองหน้าทั้งที่ยังหอบเหนื่อย


มีคำถามมากมาย แต่มันหายไปตอนที่มองพี่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ หัวใจผมมันไม่เคยเป็นของผมทุกครั้งที่คุณเข้ามา


สักพัก เจ้าวาฬก็หัวเราะตาม


ไม่อยากรู้แล้วว่าวิ่งทำไม ถ้าพี่มีความสุข ก็จะยอมให้ทำตามใจ


ปลายสายวางไปตั้งนานแล้วแต่พี่ยังไม่ยอมปล่อยมือ กุมมือบางอย่างทะนุถนอมขณะที่เลือกที่นั่งเป็นม้านั่งสีขาว ขอบฟ้าเริ่มสว่าง นาฬิกาที่ข้อมือบอกว่าใกล้จะหกโมงเช้า ชีวิตวันใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว เหมือนกับทะเลครามขุ่นมัวเปลี่ยนกระแสน้ำเป็นสีฟ้าใส ดวงตาคมมองร่างบางที่กำลังซึมซับกับธรรมชาติก่อนจะเบี่ยงตัวมาอยู่ฝั่งที่ต้านลมเพื่อบังให้ คาดหมายให้วันใหม่ของเจ้าวาฬน้อยปราศจากฝันร้าย...Because I wish you'll be over the moon[1]


…and I love you to the moon and back[2]... :)


ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีทอง หันมามองหน้าคนข้างๆ ที่ยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม ใกล้จนหัวไหล่ชิดกัน ไม่ยอมปล่อยมือ แสงแรกของรุ่งอรุณส่องฉาย ส่องประกายล้อกับดวงตาสีดำ ทั้งสองสบตากัน สะท้อนภาพอ่อนโยนเปี่ยมล้นด้วยภาพฝันของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ เหมือนถูกดึงดูดลงไปในห้วงอวกาศที่พรากลมหายใจ ละทิ้งความมีตัวตนของคนอื่นๆ รอบกาย ใกล้กัน...จนได้ยินเสียงลมหายใจ สายตาประสานสายตาเล่าเรื่องราวมากมายผ่านหน้าต่างบานเล็ก


วันนี้ทุกอย่างงดงามจนเหมือนมีใครเอาสีชมพูไประบายไว้ทั่วอวกาศ มวลความสุขอัดแน่นจนเหมือนจะระเบิดออกมา กลั้นใจรอฟังเพราะเสี้ยวลึกแอบหวังว่าคำพูดจะหวานหูดั่งใจ แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด


“ทะเลสวย”


เฉไฉไปเรื่องอื่นแม้ดวงตาจะมีประกายรุ่มร้อนดุจเปลวไฟ


ร่างเล็กพยักหน้าเห็นด้วย สงสัยว่ามันสวยด้วยตัวของมันเองหรือเพราะอิทธิพลของใครมาเปลี่ยนมันให้ดูงดงามจับตา


“คอยอยู่ตั้งนาน”


“อะไรนะครับ” พูดเรื่องเดิมอยู่หรือเปล่า


คิ้วชนกันอีกครั้ง แต่พี่ก็ยังคงพูดประโยคต่อไปด้วยสีหน้าเจือรอยยิ้มอยู่นั่นเอง


“เอาใจช่วยอยู่ทุกวัน ว่าเมื่อไหร่...”


มีความโชคดีปะปนอยู่กับความโชคร้าย โชคดีเหลือเกินที่มีโอกาสได้มองหน้าหล่อๆ ของพี่กระทบแสงในตอนเช้า ในขณะที่โชคร้ายเพราะใช้ความคิดหนักกับความงุนงงที่พี่มอบให้นาทีต่อนาที


ความสงสัยถูกแทนที่ด้วยความประหม่า พอมานั่งอยู่ใกล้กันตรงหน้า แม้พลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็เป็นผู้แพ้ได้โดยง่าย


ชื่อเสียงของนายกองค์การนิสิตปีนี้ไม่ใช่น้อยๆ ใบหน้าสมบูรณ์แบบหาตัวจับได้ยาก เก่ง มีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ สุภาพอ่อนโยน และในขณะเดียวกัน บางครั้งก็มีความยั่วเย้าในแววตา


ธรรมชาติของพระจันทร์ลึกลับคล้ายมีกับดัก แต่กลับพิชิตใจผู้มองเห็นให้ตกหลุมรักโดยไม่มีสิทธิ์จะต่อต้าน โคจรด้านสวยงามให้เห็นเท่านั้น แม้อีกด้านจะเยือกเย็นแสนร้าย มีแค่เขาคนเดียวที่รู้วิธีใช้มันอย่างถูกคนและถูกเวลา


“เจ้าวาฬครับ”


หัวใจกระตุกและใบหน้าร้อนจัด ครั้งที่สองที่พี่เรียกชื่อเขา น้ำเสียงในตอนนั้นมันฟังดู...ชวนให้จะบ้าตาย


“พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว”

“...”


“มีอะไรในใจอยากจะพูดกับพี่ไหม”


ร่างบางตัวแข็งทื่อตอนที่พี่วนนิ้วโป้งเบาๆ หลังมือ สัมผัสอ่อนเบาจนแทบไม่รู้สึกแต่กลับทำให้ขนลุกได้อย่างน่าประหลาด หลบสายตาก็ไม่ได้เพราะพี่จ้องลึกเข้ามาจนแทบทะลุเข้ากลางใจ ไม่ว่าพี่จะหมายถึงอะไรก็ตาม เจ้าวาฬไม่รู้ ตอนนี้ในหัวมีแต่ความว่างเปล่าขาวโพลน ใจเต้นตึกตักคร่อมจังหวะไปหมด


ร่างสูงจ้องตาคู่หวานเนิ่นนานก่อนคลี่ยิ้ม เจ้าตัวเล็กเลยก้มหน้างุด เพราะพี่คงได้คำตอบแล้วหลังจากประสานสายตา


คำตอบที่ได้จากดวงตาอันเป็นประตูบานใหญ่นำไปสู่ความลับที่วางเอาไว้ตรงใจกลาง


เนิ่นนานที่มองแสงสีทองเรืองริมขอบฟ้าอยู่ด้วยกัน กระทั่งร่างสูงดึงข้อมือเล็กให้ลุกขึ้นจากม้านั่งเมื่อแสงสว่างฉายจ้าทั่วผืนฟ้า พากลับมาที่รถที่จอดอยู่ไกลๆ เพราะวิ่งจากมาไกลเหลือเกินจึงต้องชดใช้กรรมด้วยความเหนื่อยตอนเดินกลับ หายใจไม่ทั่วท้องตอนพี่สั่งให้นั่งลงที่เบาะแล้วก้มลงปัดทรายออกจากขาให้ หวงความใจดีของพี่แบบนี้ อยากได้ไว้คนเดียวไม่แบ่งใคร ไม่รู้จะเป็นไปได้หรือเปล่า


พี่ดูเท่ห์ชะมัดตอนขับรถ และดูเท่ห์ยิ่งกว่าตอนที่นั่งอยู่เฉยๆ หลังพวงมาลัย เคาะปลายนิ้วเรียวทีละนิ้วลงไปอย่างชั่งใจ ราวกับคิดไม่ตกในความลังเลนับร้อยพัน เขาหันมาหา เอ่ยคำถามที่ทำให้ต้องกลั้นใจและเม้มปากแน่นตอนที่ฟัง


“ตกหลุมรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”


บ้าบอ ใครเค้ามาถามแบบนี้กัน


ลอบกลืนน้ำลายลงคอ นั่งนับเดือนเอาแบบที่เจอพี่วันแรกเลย ตอนนี้จะจบปีหนึ่ง ก็คงผ่านมา...


“เกือบปีแล้วมั้งครับ”


ตอบไปอย่างไม่มั่นใจ พี่ดูตั้งใจฟัง สักพักจึงหลุดยิ้ม ทำเอาเจ้าวาฬพลอยยิ้มตามไปด้วย


“...แล้วพี่ล่ะครับ” อาจหาญถามออกไป ทั้งที่ไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะรับคำตอบไหวหรือเปล่า


เสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา จนหัวใจสั่นไหว


“เมื่อกี้”


“...ครับ?”


พี่โน้มตัวลงมาใกล้ สัมผัสกับผิวแก้มเนียน ไล้ปลายนิ้วเบาๆ อย่างหวงแหน


“รู้อะไรไหม ทุกครั้งที่เรายิ้ม คือพี่ต่างหาก...”


“...”


“พี่เอง ที่เป็นฝ่ายตกหลุมรัก”

ตู้ม!


พี่พระจันทร์ไม่ใช่เมดูซ่า แต่คนมองตัวแข็งทื่อทันทีที่สบตา


เจ้าวาฬไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของชีวิตและหัวใจ ราวกับวิญญาณแหลกสลาย ตายตกลงไปหลังได้ยินประโยคอ่อนหวานที่มีพลังมหาศาล ไม่ว่าพี่จะกำลังเล่นอะไรอยู่ก็ตาม บอกไว้ตรงนี้ว่ามันได้ผล มองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนหน้าตัก มันร้อนวูบไปทั้งตัวจนมือแดง ไม่ต้องถาม...แล้วหน้าจะเหลืออะไร


ปริศนาฟ้าแลบ ระหว่างหน้าเจ้าวาฬตอนนี้ กับไฟแดงที่แยกด้านหน้า อะไรแดงมากกว่ากัน


ร้องฮือก่อนก้มหน้าลงกับฝ่ามือจนคนข้างๆ หัวเราะ ยิ่งพี่วางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มก็ยิ่งตัวแข็งเหมือนคนตาย ออกแรงโยกศีรษะเพียงนิดเดียว ร่างเล็กก็เอนตัวเข้าหากระจกรถจนหัวโขกดังปุ้ก ไม่กล้าสบตาอีกแล้วเพราะไม่ได้เตรียมใจมาเจอเรื่องแบบนี้


“คนดี...สบตากันหน่อยได้ไหม”


“งือ” งึมงำออกมาอย่างผู้แพ้ราบคาบ


ทั้งชีวิตนี้จะกลับมาชนะคุณเขาได้อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้


“พี่ยังพูดไม่จบเลยนี่ครับ มีอีกตั้งเยอะแยะในใจ”


“พอแล้วคุณจ้าวฟ้า นะครับ ผมขอ”


มองผ่านม่านมือที่แหวกนิ้วออก เอ่ยขอร้องร่างสูงที่ยังคงเย้าแหย่ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขินมากตอนถูกกอดในห้องหลังรับตำแหน่งแค่ไหน วันนี้มีร้อยให้ร้อย มีล้านให้ล้าน คูณหมื่นคูณแสนไปเลย คนนิสัยไม่ดี ปล่อยให้กลัวอยู่ตั้งนาน ชอบกันแล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า!


ปล่อยให้ผมชอบพี่จนจะเป็นบ้ามาตั้งนานแบบนี้ได้ไง


ร่างสูงอมยิ้ม จับมือเรียวที่สั่นน้อยๆ มากุมไว้ทั้งสองมือ ขยับตัวเข้าใกล้อีกนิดเพราะคิดว่าเขาจะไม่รออีกต่อไป


เวลาได้ยินเจ้าวาฬเรียกชื่อของตัวเองชัดๆ แบบนี้ รู้สึกชนะในความเป็นเจ้าของเสียเหลือเกิน


อฆาธิปก กิตติธรรมวงษ์ ชื่อนี้แม่ตั้งให้ มีความหมายว่าผู้เป็นใหญ่บนท้องฟ้า แน่นอนว่ามีดาวสองดวงช่วงชิงความเป็นหนึ่งคนละช่วงเวลา หนึ่งคือพระอาทิตย์ที่เฉิดฉายร้อนแรงในเวลากลางวัน และสอง คือพระจันทร์ที่อบอุ่นอ่อนโยนในเวลากลางคืน


‘เขาไม่ให้ใช้ชื่อจริง ให้เขียนแค่ฉายา มึงจะเอาอะไร’

เหยียดยิ้มก่อนเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ เลือกพระจันทร์ยิ้ม พระจันทร์ที่มองเห็นสีเหลืองอร่ามเพียงครึ่งเสี้ยว อีกครึ่งถูกบดบังด้วยเงาดำ แทนที่ดวงตาด้วยดวงดาวทั้งสอง แต่สุดท้าย ผู้คนก็ยังคงเทเครดิตลงไปที่พระจันทร์เต็มที่


พระอาทิตย์ถูกตัดออกจากชอยส์ หาใช่เพราะมันไร้ประโยชน์ แต่เพราะมันมีประโยชน์เกินไป โดดเด่นสว่างจ้าจนอันตรายต่อดวงตา ไม่มีใครจ้องมองดวงอาทิตย์ได้นาน และไม่มีอะไรเข้าใกล้ดาวดวงนั้นได้ แม้จะรุ่งโรจน์สว่างไสวแต่ก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนจักรวาลอันกว้างใหญ่ ดังนั้นเขาเลือกเป็นใหญ่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน อ่อนโยนแต่ซ่อนด้านเฉียบเย็นไว้ภายในอย่างชาญฉลาด ทั้งที่จริงก็น่ากลัวและลึกลับอันตรายไม่ต่างกัน


เคลือบมันไว้ด้วยรอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องหวามไหว ทั้งที่อีกด้านพิษสงฉกาจอย่างร้ายอย่างที่ท้องทะเลผู้เฝ้าชื่นชมไม่เคยพบเจอ


“จะพอได้ยังไง พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนี่ครับ” ลูบวนฝ่ามือเนียนจนเจ้าของมือหน้าแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง เชยปลายคางมนสวยขึ้นเพื่อน็อกเอาต์เจ้าวาฬไร้เดียงสา


“พี่ฟ้า...”


น้องปีหนึ่งเรียกเสียงแผ่วอย่างวิงวอน


“ขอร้องล่ะครับ ผมจะตายเอา...อื้อ!


ฟ้าคิดว่าเขาคงหยุดตัวเองไม่ให้หลงรักมากไปกว่านี้ไม่ไหว


ริมฝีปากร้อนประกบลงบนกลีบปากสีชมพูอิ่มสวย กัดริมฝีปากบางเบาๆ จนน้องลืมหายใจ หมดเรี่ยวแรงจนคอพับคออ่อน รุ่นพี่ที่ฉกฉวยลมหายใจไปเป็นของตนเองประคองใบหน้าสวยหวานเอาไว้ด้วยมือทั้งสอง เอียงคอขณะไล้แก้มนุ่มนิ่มเพื่อปรับองศาให้แนบชิดกว่าเดิม ปีหนึ่งผู้อ่อนประสบการณ์เรียกร้องขอจังหวะหายใจจนร่างสูงต้องผละริมฝีปากฉ่ำน้ำออกอย่างเสียดาย ครู่เดียวที่สูดลมหายใจมาเป็นของตัวเองได้ไม่นาน มันก็ถูกพรากไปอีกครั้งด้วยพระจันทร์ดวงเก่า แต่ครั้งนี้กลับบดเบียดร้อนแรงเหมือนจะบดขยี้ให้มอดไหม้ ตัดสินประหารอย่างร้ายด้วยจุมพิตเร่งเร้าให้แหลกลาญ


แผ่นหลังบางถูกดันให้แนบชิดกับกระจกและร่างสูงข้ามกระปุกเกียร์มาโน้มใบหน้าไร้ที่ติกดริมฝีปากแนบแน่นไร้ช่องว่าง สอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบางไล้ฝ่ามือร้อนสัมผัสกับผิวเนื้อขาวเนียน หน้าท้องของน้องหดเกร็งจนต้องร้องฮือในลำคอ คนตัวโตยกยิ้มอย่างพึงใจ ไล้ปลายลิ้นที่กลีบปากอ่อนละมุนก่อนถอนออกอย่างแสนเสียดาย ประพรมจูบบางเบาลงที่เปลือกตาสีไข่มุก ข้างแก้ม และขบเม้มติ่งหูสีชมพูเรื่อ


เจ้าวาฬหอบหายใจหลังจากพบว่าตัวเองยังไม่ตายตอนที่ผ่านพ้นจูบแรกอันแสนเร่าร้อน พี่คงไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเขา ถ้าให้ลุกยืนตอนนี้ก็คงขาอ่อนจนทรุด ริมฝีปากแดงช้ำ แต่คนที่ทำมันดูคล้ายว่าจะพึงพอใจเป็นล้นพ้น


การที่พี่ยกยิ้มมุมปากแล้วก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ ฝังคมเขี้ยวลงที่ซอกคอจนน้องต้องหดหนีนั้น สาบานได้ว่านี่พี่กะจะเอาถึงตาย ข้อมือเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงถูกรวบขึ้นเหนือหัว วาบหวิวเป็นบ้า แต่ทำไงล่ะ ไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมามองหน้าพี่แล้ว


“คราวหน้า” เสียงทุ้มแหบต่ำเอ่ยอยู่ใกล้ๆ


“จะตรึงมือเอาไว้แบบนี้”


พร้อมกับจุมพิตแบบเด็กๆ ที่ข้างแก้มซ้ายจนเกิดเสียงดังน่าอาย


“จองแล้วนะครับ” เอ่ยพร้อมกับเสียงหัวเราะ และปล่อยมือที่ถูกรวบไว้ให้เป็นอิสระ ดึงเข็มขัดนิรภัยคาดให้เด็กตัวน้อยที่นั่งตัวเอียงกะเท่เร่


“เวลาใครเข้ามา ก็บอกเขาซะว่ามีตัวจริงแล้ว”


“อะไรกัน” ก้มหน้าพูดอุบอิบไม่ยอมสบตา


“มีตั้งแต่เมื่อไหร่”


“ตั้งแต่ที่ความรู้สึกมันบอกว่าใช่นั่นแหละ”


โดนน็อกเอาต์กี่ครั้งก็ไม่เข็ดเสียที


พี่อมยิ้มตอนที่ไล้ปลายนิ้วเช็ดน้ำที่มุมปากออกให้ หน้าร้อนตอนที่พี่จูบนิ้วที่เพิ่งผละออกจากปากของเจ้าวาฬไป ตายแล้วตายอีก ยังไม่ทันไปผุดไปเกิดก็ตายซ้ำอีกรอบ


เคลื่อนรถกลับมายังคอนโดฯ เพราะรู้ว่าคนข้างๆ ยังไม่พร้อมออกไปค้างคืนที่ไหน กองหนังสือยังกวักมือเรียกไปหา แถมยังอดนอนมาทั้งคืนแล้วมาถูกก่อกวนตอนใกล้เช้าอีก จ้าวฟ้าเลยจูงมือเด็กที่เริ่มงัวเงียตาปรือตอนสิบโมงกว่าขึ้นห้องแล้วไล่ไปอาบน้ำก่อนออกมานอนดีๆ พอตื่นขึ้นมาสดชื่นแล้วจะได้มาอ่านหนังสือต่อ


และอย่ากังวล ผมจะไม่ไปไหน


พอเจ้าตัวเล็กออกจากห้องน้ำมาได้ ล้มตัวลงหัวถึงหมอนก็หลับปุ๋ย ดึงผ้าห่มคลุมให้แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือ หยิบดินสอกับปากกาสีมาเขียนลงในสมุดบันทึกที่ค้างเอาไว้ จดสรุปให้ เรื่องเลกเชอร์เขาถนัด เรื่องอ่านหนังสือจนไม่ได้นอนก็ถนัดอีกเหมือนกัน ฝึกวิทยายุทธมาตั้งสี่ปีแล้วนี่


ช่วยคุณเขาหน่อยจะเป็นไร


ร่างบางพลิกตัวนอนคว่ำ พอดีกับที่หน้าจอของน้องโชว์ไฟสว่างแสดงข้อความจากเพื่อนชาย ต้นข้าวทักมาชวนเจ้าวาฬไปติวหนังสือเย็นนี้ที่หอสมุดกลาง มีเพื่อนในคณะหลายคนที่อ่านชื่อแล้วคุ้นหู และก้อนเมฆจะมาติวคณิตให้


ก้อนเมฆ


ขมวดคิ้วและเรียงลำดับเหตุการณ์ ก่อนจะอ้อ...ออกมาเบาๆ


ไอ้เด็กเดือนวิศวะที่เอาพวงมาลัยเลือกคู่มาให้


ละสายตาออกจากหน้าจอแล้วเดินตรงไปนั่งลงขอบเตียง วางปากกาเอาไว้และโน้มตัวลงไปจุมพิตเบาๆ ให้กับคนที่นอนหลับพร้อมรอยยิ้มอันคาดว่าจะมาจากฝันดี เหยียดยิ้มมุมปากตอนที่ด้านชั่วร้ายของพระจันทร์แวบเข้ามาในหัว มันถึงเวลาของเขาแล้วนี่ ปลาย่างแสนหอม ถ้าไม่ฝากรอยความเป็นเจ้าของแมวตัวอื่นที่คอยจ้องต้องหาจังหวะมาแย่งไปอยู่แล้ว


ร่างสูงหัวเราะตอนที่ริมฝีปากไวเท่าความคิด กลีบกุหลาบแดงประทับเด่นชัดที่หลังคอ เบ่งบานบนผิวกายสีขาวเนียน ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขบขันตอนที่ขบกัดขึ้นรอยฟันจนต้องไล้ปลายลิ้นตามไปเบาๆ อย่างปลอบประโลม น้องส่งเสียงฮึในลำคออย่างหงุดหงิดที่ถูกปีศาจขี้ขโมยรบกวนยามนิทรา แค่พักเดียวก็นิ่งนานผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอเหมือนเดิมอีกครั้ง


พระจันทร์อมยิ้มรีบโคจรออกจากระยะประชิดแสนอันตราย เขากลัวตัวเองจะซุกซนยามมองเห็นไหล่เนียนโผล่พ้นคอเสื้อ บอกตัวเองให้ใจเย็นกว่านี้ ขืนรุ่มร่ามรีบร้อนเกินไปเจ้าวาฬน้อยจะช้ำตายเอาก็เท่านั้น


ให้ช้ำได้ที่เดียวคือจุดที่คนอื่นเห็นแต่เจ้าตัวมองไม่เห็น สำทับด้วยการที่เย็นนี้เขาจะขับรถไปส่งและรอรับกลับ ทำเหมือนไม่มีอะไร ทั้งที่ในความเป็นจริงมันมีอะไรเป็นนัยซ่อนอยู่มากมาย


ก็คุณขวัญใจน่ะ เขาฮอตจะตาย ดอกไม้เราหอมจะไม่ป้องกันแมลงตัวอื่นได้เหรอ


ยั่วเย้าอีกนิดด้วยการขึ้นสถานะ in a relationship with ….. แล้วเว้นว่างในช่องบุคคลเอาไว้ในหน้าแล็ปท็อปที่เจ้าตัวเปิดทิ้งแต่ลืมปิดก่อนออกไป เพื่อนสี่พันกว่าคนและผู้ติดตามอีกหมื่นกว่าคงเห็นกันไม่น้อย เขาขึ้นสเตตัสนั้นไว้แค่หนึ่งนาทีก่อนจะปรับให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม แค่หนึ่งนาทีก็เพียงพอที่จะทำให้คำบอกเล่าผ่านปากต่อปากกระจายไปทั่วทุกแฟนเพจของมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง


ภายในหนึ่งนาที มีคนแสดงความรู้สึกต่อโพสของแฟนเพจที่แคปไปลงห้าร้อยสามครั้ง กับอีกหนึ่งร้อยคอมเมนต์ที่ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย


Puman Turk น้องเจ้าวาฬคบกับใคร ทำไมคนสวยทำร้ายหัวใจพี่ ฮืออ

สมชาติ สิระประไพพร ไอ้เ*ย กูอกหักตั้งแต่ยังไม่ไปจีบน้องเลย

Mhek Payotorn อีโมติคอนสงสัย

Praawfha eiei เราอยู่คอนโดฯ เดียวกันกับเจ้าวาฬ เมื่อสายๆ ตอนกลับจากวิ่งเจอพี่ฟ้านายกฯ เปิดประตูรถให้เจ้าวาฬลงแล้วก็จูงมือกันเข้าไปในตึกด้วย


ไล่กดไลก์คอมเมนต์พวกนั้นทั้งหมดอย่างจงใจให้มีเลศนัย


ถ้าไม่ติดว่าต้องให้เกียรติน้องตัวเล็กที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ล่ะก็ จะอัปรูปรอยแดงกลีบกุหลาบบนหลังคอแท็กลงไอจีไปเลย


แต่ก็นะ


เท่านี้ก็เพียงพอจนเกินพอแล้วล่ะ


ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งของสเตตัส in a relationship ตอนนี้มีแต่หน้าเขาโชว์หราอยู่เต็มฟีดไปหมด


แสยะยิ้มให้สเตตัสแชร์เพลงอกหักล่าสุดของ Mhek Payotorn ขอโทษในใจ แต่จำเป็นต้องทำให้เด็กมันรู้ว่าใคร คือคนที่ชนะหัวใจดวงนั้นมาตั้งแต่แรก


Mumi chikidown ไม่มีใครช็อกเท่าเราหรอกค่ะ ตอนนี้เราอยู่บางแสน เมื่อเช้าตอนออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งเจอพี่ฟ้าจูบเจ้าวาฬบนรถด้วย แข้งขาอ่อนแทบจะเปงรม เลิฟซีนร้อนยังกะไฟเย่อร์


พออ่านจบแล้วก็ได้แต่ยิ้มกับเกาท้ายทอย


ก็มันลืมคิดนี่นาว่ารถไม่ได้ใช้ฟิล์มดำสนิท


เกมเฉยเลย






--------------------

ps.1 Be over the moon (สำนวน) แปลว่ามีความสุขมากๆ

[2]ps.2 to the moon and back (สำนวน) แปลว่ามากที่สุด หรือ ไม่มีขอบเขต





TBC.

น้องออกเล่มในงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิตติ์ 28มี.ค.-7เม.ย. บูทอุ๊คบี X02 นะคะ

ใครไม่ได้ไปงานก็รอสั่งทางเว็บหรือรอซื้อE-Bookก็ได้จ้ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น