Lazysheep

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ซับซ้อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ซับซ้อน

คำค้น : เชือกป่าน วินทีม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 130.4k

ความคิดเห็น : 104

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ซับซ้อน
แบบอักษร

               11:30 นาฬิกา

              เจ้าของห้อง 1019 งัวเงียลุกจากเตียงนอนอบอุ่น มือข้างหนึ่งกดปิดเครื่องปรับอากาศแล้วเดินไปเปิดพัดลม อีกมือเกาพุงแกรกๆ ภวินท์ไม่ชอบใส่เสื้อนอนเพราะเป็นคนขี้ร้อนอีกทั้งเขาชอบสัมผัสของผ้าปูเตียงที่โดนผิวโดยตรง ถ้าถามว่าของแพงในห้องมีอะไรบ้าง เขาบอกได้อย่างมั่นใจว่าผ้าปูเตียงคือหนึ่งในนั้น

              “มีอะไรเหลือไหมวะเนี่ย”

              เขาบ่นพึมพำพร้อมเปิดตู้เย็นส่องความว่างเปล่า โชคดีที่มีไข่กับแฮมเหลือติดอยู่บ้างเลยได้ไข่ดาวยาไส้

              “ตื่น!” ชายหนุ่มใช้เท้า “สะกิด” คนบนเตียง เป็นการปลุกอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทำได้

              ตั้งแต่ปล่อยให้เจ้าแมวจรจัดบุกห้องในวันนั้น มันก็ตั้งตัวเป็นเจ้าของห้องอย่างที่เห็น ถ้าวันไหนมีว่ายน้ำเก็บคะแนนในชมรม วินจะไม่ล็อกห้องแต่นั่งรอไอ้แสบอุ้มหมอนมาเคาะประตูขอนอนด้วย ที่สำคัญเวลานอนเจ้าทีมไม่เคยเกรงใจ เดินดุ่มๆ ทิ้งตัวลงกลางเตียงขดตัวเล็กน้อยแล้วหลับไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้เจ้าของห้องเล็งซ้ายเล็งขวาแล้วค่อยๆ แทรกตัวลงนอนข้างๆ อย่างเกรงใจ................

              ได้ยังไงเล่า!!

              รองประธานชมรมว่ายน้ำฮึดฮัดกับตัวเอง เขาพยายามจะปฏิวัติทั้งถีบทั้งยันให้มันขยับพื้นที่แต่พอเห็นน้องมันหน้านิ่วคิ้วขมวดนอนไม่สบายปุ๊บไอ้ที่ทำมาก็ไร้ประโยชน์ทันที

เอาเลย นอนตามสบาย ไม่รบกวนแล้วครับ!

              วินเคยยื่นกุญแจสำรองให้เพื่อที่ทีมจะได้เปิดประตูเข้ามาตอนไหนก็ได้แต่ก็โดนปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าไม่อยากเข้าห้องตอนเฮียไม่อยู่ และนี่คือสาเหตุทำให้เขาต้องถ่างตารอมันยันตีสอง

              “เมื่อคืนมาดึกฉิบหาย”

              “มีติวหนังสือกับไอ้ภาม หาววว” ทีมอ้าปากหาวหวอด ยังแอบพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนนุ่มนิ่ม จนโดนเฮียยกเท้าถีบอีกรอบถึงได้ยอมลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา


              วันนี้ตอนเย็นชมรมว่ายน้ำมีการแข่งภายในเพื่อคัดตัวคนไปแข่งว่ายน้ำที่มหาวิทยาลัย K ซึ่งการคัดตัวครั้งนี้จะมีผลให้โค้ชตัดสินใจเลือกคนไปคัดตัวนักกีฬาทีมชาติด้วย ทำให้ภายในชมรมกระตือรือร้นกันเป็นพิเศษ แน่นอนว่าความกดดันก็ตามมา ทีมรู้ตัวดีว่าเมื่อวานกระสับกระส่ายตลอดทั้งวัน ไม่มีสมาธิจนต้องลากภามให้ช่วยติวภาษาอังกฤษเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น ตอนติวก็ดีอยู่หรอกเพราะเขาลืมเรื่องแข่งไปเลย อยู่คอนโดไอ้ภามจนเกือบเที่ยงคืนถึงได้กลับห้อง กลับมาถึงก็กลิ้งบนเตียง พยายามหลับด้วยตัวเองแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวหิ้วหมอนมาเคาะประตูห้องเฮียอย่างที่เห็น

              แต่ที่แปลกใจคือเฮียยังไม่นอน ในห้องเปิดไฟสว่างมีเสียงทีวีเบาๆ เหมือนเปิดไว้เป็นเพื่อนเฉยๆ ทีมไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเฮียรอเขาอยู่

              ...เออ สารภาพว่าคิดเข้าข้างตัวเองนิดนึงก็ได้

              หลังจากได้นอนเต็มอิ่ม อาการฝันร้ายกระสับกระส่ายหรืออาการวิตกกังวลก็หายสนิท เด็กหนุ่มอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าง่ายๆ อย่างไข่ดาว แฮม ขนมปังแถวและนมสด

              “วันนี้มีเรียนกี่โมง” ภวินท์ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนเอ่ยถาม ตัวเขาไม่มีเรียนแต่ต้องไปประชุมกับโค้ชและเตรียมงานตั้งแต่บ่าย

              “บ่ายโมง” ตอบพลางติดกระดุมเสื้อนักศึกษา เดี๋ยวนี้เขาพัฒนามีเสื้อผ้าตัวเองแขวนตู้เฮียแล้ว

              “งั้นไปพร้อมกู” วินหยิบกุญแจลูกรักพร้อมกระเป๋าสตางค์ยัดใส่กางเกง พลางส่งสายตาเร่งรุ่นน้องให้เร่งมือ

               “ไม่เอา เฮียซิ่งเกิน” คนไม่ถูกกับความเร็วส่ายหัวรัวๆ

              “เดี๋ยวเย็นนี้มีแข่งภายในไม่ใช่หรือไง ยังไงมึงกับกูก็ต้องกลับพร้อมกัน”

              “ไม่เอามอเตอร์ไซค์ ผมไม่ชอบเนื้อหุ้มเหล็ก” ทีมยืนยันคำขาด

              ภวินท์ถอนใจ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาหยิบกุญแจลูกรักออกจากกระเป๋ากางเกงวางกลับไว้บนโต๊ะ แล้วยืนมือมาตรงหน้ารุ่นน้องที่ทำหน้างุนงงใส่

              “กุญแจรถมึง” ชายหนุ่มกระดิกนิ้วรัวๆ

              “....” เจ้าของรถขมวดคิ้ว

“เอามา” เร่งอีกทบ

“รถผม ผมขับเอง”

“ถ้ากูเป็นคนนั่ง กูจะเมารถอ้วกแตก”

ทีมกลอกตาด่าฟ้าด่าฝนก่อนจะยอมควักกุญแจรถยัดใส่มืออีกฝ่าย หงุดหงิดใจที่ต้องกลายเป็นตุ๊กตาหน้ารถทั้งๆ ที่ไอ้รถคันนี้ก็ของตัวเอง แต่พอได้นั่งสบายๆ ไม่ต้องผจญรถติด เขาก็ควักมือถือขึ้นมาเล่นเกม ฮัมเพลงสบายๆ ปล่อยให้สารถีขับราชรถมาส่งถึงหน้าคณะเศรษฐศาสตร์โดยไม่ตะขิดตะขวงใจอีกต่อไป

“เดี๋ยวนี้มีคนขับรถมาส่งด้วย” หญิงสาวม้วนปอยผมตัวเองยิ้มๆ ดวงตาสดใสเป็นประกายหยอกล้อ เมื่อกี้มะนาวแทบกรี้ดเมื่อเห็นเพื่อนลงจากรถ เธอไม่ได้สังเกตหรอกว่าคนขับเป็นใคร แต่เห็นแว้บๆ เดาได้ว่าผู้ชายแน่นอน

“นั่นรถเรา” ทีมนั่งข้างๆ เพื่อนทั้งสองคน วันนี้พวกเขาเรียนห้องใหญ่เป็นสโลปสูงโต๊ะยาวคนเลยกระจัดกระจาย ไหนๆ อาจารย์ก็ยังไม่มาเขาเลยหยิบมือถือขึ้นส่องโซเชียลสักนิด ติดแฮชแทกทวิตสักหน่อย

มะนาวเลิกคิ้ว “อ้าว งั้นใครขับ”

“เฮียวิน”

มะนาวครุ่นคิดสักพักก็พยักหน้าหงึกหงัก โธ่เอ้ย รุ่นพี่ที่ชมรมนี่เอง อุตส่าห์มั่นใจในสัญชาตญาณไม่อยากจะเชื่อว่าเธอพลาดจนได้

“แล้วทำไมถึงมาด้วยกันได้ละ” ภามที่นั่งฟังอยู่นึกแปลกใจ

“ก็อยู่หอเดียวกัน เฮียอยู่ชั้นสิบกูอยู่ชั้นเก้า” พอหันมาพูดกับภามสรรพนามก็เปลี่ยนเป็นกูมึงตามปกติ “ตอนแรกเฮียจะให้นั่งบิ๊กไบค์ โอ้ย เถียงกันจนชนะเฮียถึงได้ยอมขับรถแทน” คนบ่นก็บ่นไม่เลิก ลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้ตัวเองแสนสบายแค่ไหน

มะนาวลอบสบตากับภาม เธออยากถามเหลือเกินว่าถ้าคนหนึ่งอยากขี่บิ๊กไบค์ส่วนอีกคนอยากขับรถทำไมไม่แยกกันมา จำเป็นอะไรต้องนั่งคันเดียวกัน

“มัวแต่ถามนะไอ้ภาม เรื่องตัวเองไปถึงไหนแล้ว” ทีมหันหน้าจอมือถือให้อีกฝ่ายดู ภาพเจ้าเพื่อนซี้กำลังยืนคุยกับพี่ดีนประธานชมรมว่ายน้ำอยู่ข้างรถ พอเห็นภามหน้าแดงอ้าปากพะงาบๆ ความอยากแกล้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น “เดี๋ยวนี้พัฒนาเนอะ เมื่อก่อนแค่เข้าคุยด้วยยังไม่กล้าเลย” ถองศอกใส่กระเซ้าแหย่

“พัฒนาอะไรเล่า เฮ้ย!” ภามฟาดศอกเพื่อนรัวๆ ก่อนจะร้องอุทานเมื่อเจ้าทีมเอนตัวเอาหัวหนุนตัก

“ยังง่วงอยู่เลย”

ภามกลอกตา ไล่ให้ตายก็ไม่ขยับสุดท้ายก็ปล่อยให้อีกฝ่ายหนุนตักเล่นมือถือ ทำหูทวนลมกับเสียงหัวเราะคิกคักของสาวๆ รอบตัว ในขณะที่มะนาวแสยะยิ้ม หึหึ

ทำเป็นเปลี่ยนเรื่องไป สงสัยเธอต้องแวบไปชมรมว่ายน้ำบ่อยๆ เพื่อส่อง “เฮีย” ของเจ้าทีมดูสิว่าจะขนาดไหน

อ้า สัญชาตญาณเธอยังไม่พังจริงๆ ด้วย


***


ตอนนี้ชมรมว่ายน้ำวันนี้ค่อนข้างวุ่นวาย สมาชิกที่ไม่มีเรียนช่วยกันเตรียมสระจัดลู่สำหรับแข่ง บางคนก็เตรียมบอร์ดตรวจสอบรายละเอียด ไม่ว่าใครก็อยากเป็นตัวแทนไปแข่งที่มหาวิทยาลัย K ทั้งนั้นเพราะเป็นการแข่งที่สมาคมว่ายน้ำรับรอง

หน้าห้องชมรมส่วนที่ไม่ใช่ล็อกเกอร์เปลี่ยนเสื้อผ้ามีป้ายแปะห้ามเข้า ประธานชมรม รองประธาน โค้ช และพี่ปีสี่กำลังนั่งสรุปงานกันอย่างจริงจัง

“... ปลายเดือนมีโอเพนเฮ้าส์ใช่ไหม” โค้ชพลิกเอกสารจากทางมหาวิทยาลัยประกอบการตัดสินใจ

“หลังโอเพนเฮ้าส์มีสอบด้วยครับ” ภวินท์วงวันที่ให้ดู “มีเวลาซ้อมประมาณสามเดือนก่อนวันแข่งที่มหาวิทยาลัย K”

“งั้นเดี๋ยวผลคัดตัวออก พวกคุณค่อยคุยกับผมอีกรอบเรื่องจัดตารางซ้อมแข่งแล้วกัน” โค้ชปิดสมุดแล้วตบไหล่สามหนุ่มที่ยิ้มแห้งๆ “แล้วนี่พวกเด็กๆ เตรียมสระกันเรียบร้อยหรือยัง”

“เดี๋ยวผมไปดู..” ดีน ประธานชมรมว่ายน้ำเสนอตัวแต่ก็โดนโค้ชโบกมือปฏิเสธเสียก่อน

“ผมไปเอง พวกคุณยังมีเอกสารต้องส่งทางมหาวิทยาลัยอีกนี่ จัดการกันไปก่อนเถอะ” คนพูดชี้กองเอกสารกองโต พอเห็นสามหนุ่มถอนใจพร้อมกันก็ส่ายหัวเอ็นดู ก่อนจะเดินออกจากห้องชมรมไป

ดีน ประธานชมรมว่ายน้ำขมวดคิ้วมุ่น พลางเสยผมไปด้านหลังลวกๆ อีกมือก็ส่งงบชมรมให้เจ้ารองประธานเพื่อนสนิทช่วยตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดการแข่งขันอื่นๆ เขาส่งให้พี่พฤกษ์ ปีสี่ช่วยจัดการ

“ถ้าผลงานครั้งนี้ดี งบชมรมก็มีแววเพิ่มละ” ภวินท์พลิกเอกสารกวาดตามองตัวเลข มืออีกข้างกดเครื่องคิดเลขรวดเร็วจนสองคนที่เหลือได้แต่มองด้วยความทึ่ง

เรื่องเรียนเรื่องเลขต้องยกให้หมอนี่

“อ้อ ที่บอกว่าถ้าทำผลงานครั้งนี้ได้ดี จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวเป็นรางวัล กูบอกที่บ้านแล้วนะ แพรีสอร์ตที่กาญจนบุรียังว่าง เอาที่นี่แล้วกันจะได้เดินทางไม่เหนื่อยมาก ราคากันเอง”

เรื่องเที่ยวก็ต้องยอมมันเช่นกัน

ดีนเดาะลิ้นเหมือนคิดอะไรอยู่สักพัก ก่อนจะเตะขาเพื่อนพร้อมเอ่ยถาม “ไปเที่ยวกาญฯ ขอเอาคนนอกไปได้ไหม” ถึงจะยังไม่รู้ผลการแข่งขัน ยังไงพวกเขาก็ตั้งใจให้รางวัลเด็กๆ อยู่แล้ว

“คนนอกนี่ใครครับท่านประธาน” เรื่องเสือกขอให้บอก ภวินท์รีบหยุดมือหยิบปากกาจอปากเพื่อนแทนไมค์ แต่ก็โดนคนใจร้ายปัดทิ้งไม่ไยดี

“กวนตีนละ”

“น้องภามใช่ไหม” คนเงียบๆ แสนใจดีอย่างพี่พฤกษ์ปีสี่แทรกขึ้นด้วยรอยยิ้ม เล่นเอาคนฟังหน้าเหวอ ส่วนรองประธานหัวทองก็กลั้นหัวเราะยกนิ้วให้รุ่นพี่อยู่ในใจ

“จำนวนห้องตอนนี้เป็นเลขคี่อยู่ พาไปสิจะได้ลงตัว”

“เดี๋ยวผมจ่ายส่วนของน้องเองครับ” ถึงจะเป็นประธานชมรมดีนก็ไม่คิดเอาเปรียบ

พฤกษ์พยักหน้า มือก็เก็บเอกสารเข้าชุด “สรุปเป็นแฟนกันหรือยัง”

“พี่พฤกษ์แม่งได้” วินหัวเราะก๊าก ยิ่งเห็นไอ้ดีนทำหน้าเหมือนอมบอระเพ็ดยิ่งขำ

“ยังครับ” กระทืบเท้าเพื่อนเวรให้หยุดหัวเราะ

“โอ้โห ขนาดยังไม่เป็นแฟน กูเห็นรูปคู่มึงกับน้องปลิวว่อนเฟส เกลื่อนทวิต” หยิบมือถือเปิดทวิตเตอร์ให้รุ่นพี่ได้ดู “ดูดิพี่ ไปเดทกันหนุงหนิง รับส่งน้องถึงคณะ”

พฤกษ์ยิ้มจางๆ “แล้วคุณล่ะ เมื่อเช้าผมเห็นขับรถส่งเด็กในชมรมเราอยู่นะ”

“...”

“...”

“มึงเอาจริงหรือเปล่า” ดีนหยุดมือที่กำลังทำงานหันมาถามเพื่อนจริงจัง “ใจจริงไม่ค่อยอยากให้ยุ่งกับเด็กในชมรมสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะไอ้ทีม”

ทีมเป็นเด็กปีหนึ่งที่เป็นตัวเก็งในการคัดตัวทีมชาติ ซึ่งเจ้าตัวก็มีความฝันอยากไปแข่งให้ทีมชาติจริงๆ ดีนไม่อยากให้เรื่องชู้สาวกลายเป็นสาเหตุให้อนาคตดีๆ ต้องเสียไป

ภวินท์มองสบตาเพื่อนสนิทก่อนจะเคลื่อนไปที่พี่พฤกษ์ ทั้งคู่จ้องอย่างจริงจังจนเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“มึงก็รู้ใช่ไหมดีนว่ากูคบใครคบคนเดียว ไม่คบซ้อน ถ้าคบคือจริงจัง”

“แต่มึงเป็นพวกใจดีพร่ำเพรื่อกลายเป็นให้ความหวัง ตอนนี้มึงกำลังเอ็นดูทีมมากกว่าคนอื่นๆ ถ้ามึงไม่ได้อยากคบจริงจังอย่าให้น้องต้องเข้าใจความเอ็นดูของมึงผิดไปทางอื่น”

ภวินท์เลียริมฝีปากที่ชักแห้งผาก เขาหลุบตามองเอกสารตรงหน้าเอ่ยเชื่องช้า

“กูกับทีมมีอะไรกันแล้ว”

“หืม”

“ฮะ?”

ครั้งนี้แม้แต่พฤกษ์ยังส่งเสียงแปลกใจ เขาคิดว่าภวินท์ยังแค่หยอกจีบแต่ไม่คิดว่าจะเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

“เอาเป็นว่ามีอะไรกันแล้ว สมยอมไม่ได้บังคับ” ยกมือขึ้นเบรกไม่ให้เพื่อนด่า“กูไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้คืออะไร แต่มั่นใจว่าที่เอ็นดูไอ้ทีมอยู่ไม่ใช่เพราะเซ็กส์แน่นอน...” สองมือใหญ่เสยผมที่เริ่มรุงรังจับรวบจุกซามูไรที่ท้ายทอยใหม่อีกครั้ง “ตอนนี้มันเป็นความรู้สึกดีๆ กูอยากรู้จักน้องมันมากกว่านี้ อยากซัพพอร์ตในสิ่งที่น้องมันรัก แล้วก็....”

คนไม่ค่อยพูดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของตัวเองให้คนอื่นฟังถึงกับร้อนหน้าขึ้นมากะทันหัน เขาแสร้งกระแอมเหมือนคันคอจนแทบทนไม่ไหว

“เป็นห่วง....ห่วงว่านอนหรือยัง กินได้ไหม ยังแดกแต่มันฝรั่งทอดหรือเปล่า ห่วงบ้าห่วงบอ โอ้ย ไม่พูดแล้ว ทำตาแบบนี้หมายความว่ายังไงกันพี่พฤกษ์” เริ่มโวยวายใส่รุ่นพี่ที่มองเขาด้วยรอยยิ้ม

พฤกษ์หัวเราะอีกครั้ง ทำเป็นลุกขึ้นรวบเอกสารที่จัดเสร็จแล้วใส่แฟ้มเก็บเข้าชั้น ในขณะที่ดีนก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อ ไม่สนใจคนที่กำลังโวยวายแก้เขิน

“แล้วทำไมพี่พฤกษ์รู้เรื่องของผมกับไอ้ดีนเยอะจัง” แน่นอนว่าคนอย่างวินย่อมไม่ให้ใครแกล้งตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว พอเห็นรุ่นพี่ชะงักมือที่เก็บแฟ้มก็ยิ่งแสยะยิ้มกว้าง

“ผมก็แค่เห็นผ่านตา” พฤกษ์ดันแว่นที่สันจมูก เอ่ยตอบเฉไฉ

“เฮ้ย ดีน เพื่อนน้องภามน่ารักๆ คนนั้นชื่ออะไรนะ”

“น้องมะนาว”

ตุบ

แฟ้มหลุดมือทำให้คนตัวโตรีบก้มลงเก็บเลิกลัก

“หืมมมม” ทั้งดีนทั้งวินแกล้งทำเสียงแซว ยิ่งเห็นรุ่นพี่รีบขยับแว่นท่าทางเก้กังเสียบแฟ้มไม่ถูกช่องยิ่งชอบใจ

โธ่เอ้ย สุดท้ายพวกเขาก็เล็งสมาชิกเดียวกันทั้งกลุ่มนี่เอง


***


ผลการคัดเลือกเป็นไปตามที่คาดคิด ทีมทำคะแนนได้อันดับหนึ่งสมกับที่นอนเต็มอิ่มมาทั้งคืน อาการเซื่องซึมปลิวหายเหลือแต่ท่าทางระริกระรี้อารมณ์ดี

“เมื่อวานละหงอยคอตก วันนี้ยิ้มไม่หยุดเชียวนะมึง” ภวินท์จอดรถแอบข้างทาง แซะรุ่นน้องเจ้าของรถเสร็จก็เปิดกระจกสั่งข้าวมันไก่ร้านเด็ดหน้าปากซอย

“ไม่เอาหนังนะเฮีย เนื้ออกด้วย”

“เรื่องเยอะ!” บ่นแต่ก็ตะโกนสำทับอาแปะคนขาย

“โธ่วันนี้อุตส่าห์ทำสถิติได้ดี ขอกินของชอบเยอะๆ หน่อยดิ” แน่นอนว่าคนละสองห่อพิเศษ เพียงครู่เดียวแปะก็เอาถุงข้าวมันไก่มาส่งพร้อมน้ำซุปติดเศษซี่โครงไก่น่ากิน

ทีมเหลือบมองรุ่นพี่ที่กำลังเม้าท์กับอาแปะ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเฮียมันเจาะหูสามรู ผมด้านข้างที่ไถเอาไว้มีร่องรอยของลวดลายแต่ตอนนี้ผมเริ่มยาวทำให้ลายจางลงไป

เด็กหนุ่มขยับตัวเอื้อมมือเพื่อจะสัมผัสรอยเหล่านั้นแต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่วินคุยเสร็จและหันกลับมาพอดี ทำให้ใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันเพียงลมหายใจ

“...ผมว่าจะดูรอยไถที่ผมเฮีย..” ทีมอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูก

ภวินท์กระตุกยิ้ม เขาโขกหน้าผากกับเหม่งอีกฝ่ายดังป๊อกจบบรรยากาศกระอักกระอ่วนอย่างง่ายดาย

“เจ็บ!”

“ซนว่ะ ไว้ค่อยไปดูที่ห้อง”

ทีมเบะปากไม่กวนอะไรต่อ พอถึงหอก็วิ่งปรู๊ดขึ้นชั้นสิบ ยืนย้ำเท้ารอหน้าห้อง 1019 ให้เจ้าของห้องเปิดประตูเร็วๆ เพื่อที่จะได้กินสักที

“หิว หิว หิว”

“โว้ย ไปนั่งรอดีๆ!!” พอเป็นเรื่องของกินไอ้เด็กเปรตก็กลายร่างป้วนเปี้ยน เกะกะเขาจะเทกับข้าวลงจานก็ลำบาก จะเทซุปใส่ถ้วยก็กลัวหก เลยต้องไล่ให้มันไปนั่งจ๋องอยู่หน้าโต๊ะตั้งพื้น

โอ้โห กว่าจะเงียบ

พอภวินท์หันกลับมาพร้อมถือถ้วยชามวางที่โต๊ะ ก็พบว่าเจ้าทีมกลับกำลังทำอะไรงุบงิบอยู่มุมห้อง

“รื้ออะไรอีก” ความบ้าพลังของนายทีรายุไม่มีที่สิ้นสุดหรือไงวะ

“นี่ไง...” ทีมโชว์กีตาร์ให้ดู “ฝุ่นเกาะ เสียงไม่ไหวแล้วเนี่ย” เจ้าตัวเอาเสื้อเช็ดฝุ่นออกลวกๆ พลางตั้งเสียงใหม่ ท่าทางคล่องแคล่วทำให้ภวินท์แปลกใจ

“เล่นเป็นเหรอ”

ทีมพยักหน้า พอตั้งเสียงเสร็จก็เริ่มไล่นิ้วไปตามสาย “ของเฮียไม่ใช่เหรอ”

“เปล่า ของพี่ชายกู”

กีตาร์สมัยพี่ชายเรียนมหาวิทยาลัย มันเชื่อว่าการเล่นกีตาร์จีบสาวเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่สุดท้ายผ่านไปสี่ปีมันไม่ได้เมียสักคนเลยส่งต่อกีตาร์มาให้เขาที่เล่นดนตรีอะไรไม่เป็นสักอย่าง เอาจริงๆ คือลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีอยู่ในห้อง

“เฮียไม่เล่น?”

“กูเล่นไม่เป็น”

“โห่ เสียดายของฉิบหาย นี่ๆ ผมชอบเพลงโทนแบบนี้” ทีมส่ายหัวก่อนจะเริ่มไล่ตัวโน้ตเป็นจังหวะเพลงป๊อบเพลินๆ เขาไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมา แต่แค่ฮึมฮัมกับตัวเองเบาๆ

คืนนั้นทีมไม่ได้ค้างเหมือนเมื่อวาน ซึ่งวินเองก็ไม่รั้งเอาไว้ แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปชายหนุ่มแค่เอ่ยถามถึงชื่อเพลงที่ได้ยินเมื่อกี้

“เพลงของนักร้องที่ชื่อซิน เฮียไปไล่หาดูเอาแล้วกัน”

ภวินท์แทบไล่เตะไอ้เด็กเวร แต่คืนนั้นเขาก็บ้าจี้ไล่เปิดหาเพลงในยูทูปจริงจัง โดยพยายามไม่ลืมจังหวะเพลงที่ค้างอยู่ในหัว แล้วเขาก็ได้พบกับเพลงนั้น  เสียงนักร้องแว่วหวานปะปนกับความเหงา

ทีมอาจจะแค่เลือกเพลงนี้ขึ้นมาโดยไม่คิดอะไร แต่มันกลับฝังลงใจจนภวินท์นอนไม่หลับทั้งคืน

...

...

ฉันเป็นใครสำหรับเธอ – Sin 

ความคิดเห็น