ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม EP.11 (2/2) [ เจ้าวาฬยิ้ม ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม EP.11 (2/2) [ เจ้าวาฬยิ้ม ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม EP.11 (2/2) [ เจ้าวาฬยิ้ม ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

11

เจ้าวาฬยิ้ม

​(ต่อจากตอนที่แล้ว)




“ริมน้ำนั่นต้นอะไรเหรอครับ”


พี่หันหน้าไปมองตามที่ถาม แค่เห็นมันก็ยอมปล่อยมือแล้วเดินตรงไปริมน้ำ หยิบดอกสีขาวที่ร่วงโรยแต่ยังไม่กรอบแห้งตามแสงของอาทิตย์ที่ระเหยน้ำในกลีบให้เหือดหาย คลี่ยิ้มให้กับมันก่อนจะมอบให้ผม


“จันทน์กะพ้อ”


เอื้อมมือไปขอรับ แต่พี่กลับเปลี่ยนใจยื่นมันมาตรงจมูกเหมือนท้าให้ลองดมมันดู มันหอมมากเหมือนน้ำอบไทยสมัยก่อน คงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ราคาแพงน่าดู แปลกใจที่มหาวิทยาลัยเอามาปลูกไว้ริมน้ำนี่


เขาจ้องมองดอกไม้อยู่สักพัก ถึงจะขยับเข้ามาใกล้แล้วเหน็บหูให้ผมอย่างอ้อยอิ่ง พี่ประคองใบหน้าผมก่อนจะโน้มตัวลงมาหา ราวกับจะทำให้ตายลงในวันนี้ หนักเกินไปกว่าที่จะรับไหว ผมเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนเส้นเลือดฝอยบนใบหน้ากำลังวิ่งแข่งกัน พี่ต้องรู้แล้วแน่ๆ ว่าผมตกหลุมรัก ไม่อย่างนั้นคงไม่จ้องตาแล้วยิ้มตอบแบบนั้น


ริมฝีปากร้อนขยับเข้าใกล้ เชื่อมลมหายใจของเราจนผมต้องหลับตาลง ไม่อยากรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ปล่อยให้มันเป็นไปตามอำเภอใจ พี่รั้งท้ายทอยผมให้เข้าใกล้อีก ริมฝีปากทาบทับลงไปบริเวณใกล้ๆ ใบหู กดจูบลึกบดเบียดลงไปที่กลีบดอกไม้ มอบสัมผัสหวานล้ำเนิ่นนานที่ผิวเนื้อบางส่วนได้รับสัมผัสแสนหวานตามไปด้วย


“หอม”


ดวงตาคมกริบจ้องลึกจริงจัง


ผมกลั้นยิ้ม ใบหน้าผ่าวร้อนจนอยากลุกขึ้นวิ่งหนีไปจากตรงนี้ ไม่เจอหน้าพี่หลายเดือน พอกลับมาเจอกันพี่ก็ทำให้หัวใจจะวาย พอหันหน้าหนีก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ทำให้หลุดยิ้มออกมาจนได้ ไม่รู้เลยว่าพี่เป็นคนแบบไหน พอจะหลบดวงตาพราวระยิบ พี่ก็ประคองใบหน้าผมให้หันเข้าไปหาใหม่ แล้วจรดปลายจมูกลงบนกลีบดอกจันทน์กะพ้อดอกเดิมที่เหน็บอยู่ข้างหูอีก


ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักผมอีกครั้ง ผ่อนลมหายใจยาวและหลับตาลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


คนบ้า


จับมือผมไปกุมประสานไว้กลางอก รู้สึกได้ว่าพี่เองก็ใจเต้นแรงจนหลุดยิ้มออกมา เราสองคนหัวเราะ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงทำให้ต่างคนต่างพยายามที่จะกลั้นยิ้ม ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่เป็นผล เขาลืมตาขึ้นมาสบตากัน หัวเราะจนต่างคนต่างเหนื่อย หยุดพยายามแล้วจ้องตากันอย่างที่ใจอยากให้เป็นไป


“รู้ไหม คุณน่ะยิ้มสวย”


“ผม?”


“อืม”


เก้อเขินเมื่อถูกชมซึ่งๆ หน้า เอ่ยขอบคุณแผ่วเบาตอนที่มือบางถูกกระชับให้แน่นขึ้น


“เหนื่อยจริงๆ นะ”


จู่ๆ ก็เปลี่ยนกลับไปคุยเรื่องเดิมจนต้องคิดตามให้ทัน ร่องรอยความอิดโรยอ่อนล้ายังฉายชัด พี่คงหายไปทำงานองค์การพร้อมกับเรียนหนัก ปีสูงๆ แล้วก็คงจะเหนื่อยแบบนี้กันทั้งนั้น ยิ่งได้ข่าวว่าศึกษาศาสตร์หน่วยกิตเยอะ คงเหนื่อยหนักกว่าเดิมทั้งงานราษฎร์งานหลวงเลยใช่ไหม


เข้าใจแล้วล่ะ ว่าทำไมถึงไม่ค่อยเจอพี่เลย


“พักนานๆ สิครับ จริงๆ วันนี้พี่ไม่ต้องมาก็ได้”


“ตอนแรกก็จะไม่มา” พี่ตอบเสียงแผ่ว “แต่กลัวจะมีคนรอ...เลยมา”


พี่เก่งเรื่องเล่นกับความรู้สึกของคน เหมือนว่ารู้ว่าต้องใช้คำพูดอย่างไรที่จะทำให้ใจเต้นแรงแล้วก็พูดแบบนั้นอยู่ซ้ำๆ เก้าประโยคจากสิบที่ได้ยินมักจะทำให้เขิน หรือไม่ก็ต้องหลบสายตาไปเพราะรู้ว่าไม่ได้ใจแข็งพอที่จะสู้ไหว


“แต่หายแล้ว”


“หายแล้วเหรอครับ ไวจัง”


“อืม หายแล้ว” คลี่ยิ้มสดใสให้อีกครั้ง คราวนี้ใช้มือหนาดันดอกไม้ที่กำลังจะหลุดออกจากหูกลับเข้าที่เดิมให้ด้วย


“เมื่อกี้ที่หลับตา”


การที่พี่เอ่ยขึ้นมาแบบนั้น ทำให้ผมเงียบและนั่งนิ่งอย่างตั้งใจฟัง ไม่ว่าพี่กำลังจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังก็อยากฟังมันทั้งหมด ดีใจที่พี่ให้โอกาสนั้น โอกาสเป็นคนที่พี่ไว้ใจยอมเล่าเรื่องราวให้ฟังในคืนสงบเงียบ ข้างกายไม่มีใคร


มีแค่เรา


“รู้สึกล่องลอยอยู่บนฟ้าโดยมีคุณไปด้วยเลย”


“...”


“รู้ไหม มันมีค่ามากๆ...รอยยิ้มของคุณ”


“...”


“วันนี้พี่หายเหนื่อยเพราะมัน”


เหมือนตัวจะระเบิดได้อยู่แล้ว


ผมเม้มริมฝีปาก เลิ่กลั่กกับคำพูดที่ชวนให้คิดไกล เพราะพี่กำลังเหนื่อยหรือเปล่าเลยอาจพูดอะไรออกมาโดยไม่ทันคิด แต่ดูจากท่าทีก็ไม่ใช่นี่นา ทำไมอยู่ดีๆ ก็พูดเหมือนกำลังจีบกันอยู่แบบนั้น


ไม่ไหวหรอกนะ รับไม่ไหวจริงๆ จู่โจมเข้ามาตูมเดียวแบบนี้ก็มีแต่ตายกับตาย


“ยิ้มบ่อยๆ สิครับ ถ้าไม่รู้จะยิ้มให้ใคร ก็คิดว่ายิ้มให้พี่ก็ได้ ยิ้มแล้วน่ารักดีออก”


“...พอแล้วครับ”


“คุณตัวเล็ก”


“ฮื่อ...พ...พอแล้วครับ”


ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองอย่างทนไม่ไหว


รู้สึกว่าพี่ลุกขึ้นจากตักแล้วดึงมือของผมไปกุมไว้ แน่นอนว่าผมไม่ยอมลืมตาหรอก เพราะรู้สึกว่าพี่ขยับเข้าใกล้แล้วโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากลงไปที่ดอกไม้อีกแล้ว คราวนี้มันเฉียดใบหูของผมที่กำลังร้อนผ่าว ผมขนลุกจนต้องหดคอลง โล่งใจที่พี่ไม่ได้หัวเราะออกมา แค่หยิบดอกไม้ออกไปจากหูของผม ลืมตาดูถึงได้เห็นว่าพี่กำลังเก็บมันลงไปในกระเป๋าเสื้อ


แล้วก็ล้วงเอาบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ที่เห็นแล้วต้องตกใจเพราะไม่รู้ว่ามันไปอยู่กับพี่ได้ยังไง


“กุญแจรถของผม? พี่เจอมันมาจากที่ไหนเหรอครับ” เอ่ยถามหลังจากที่ประนมมือไหว้ขอบคุณ


“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวไปส่ง”


แต่พี่กลับตอบเบี่ยงประเด็นออกไป บุ้ยปากไปทางรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่อีกฝั่งของสระน้ำ


ได้รับเหตุผลว่า ดึกแล้ว ไม่ให้เดินกลับเอง เช่นเคย พี่ชอบพูดแบบนั้นทุกครั้งเวลามาส่งตอนกลางคืนเสมอ


ผมเก็บหน้ากากของเราสองคนแล้วเดินตามหลังพี่มาอย่างสงสัย แต่ความสงสัยนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะมันหายไปตอนที่พี่คว้ามือไปกุมไว้ตอนที่เราเดินเลียบริมบึงไปยังอีกด้านของสระด้วยกัน


ท่ามกลางแสงจันทร์และกลิ่นจันทน์


กับพระจันทร์ดวงเดิมคนที่แสนสง่างาม


วันนี้ผมยิ้มเยอะที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา อาจเพราะคนที่มอบรอยยิ้มกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับดวงตาคู่เดิมที่ทอแววฉายชัดในความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ไม่เคยเห็น แต่ในวันนี้มันมากจนอดจะคิดไปเองไม่ไหว พี่หมอเคยบอกอยู่เสมอว่าเรื่องที่เราคิดอยู่ในใจจะสะท้อนออกมาผ่านแววตา


แล้วจะให้คิดยังไง ในเมื่อทุกวินาทีที่สบตากัน เราต่างสะท้อนภาพของกันและกันอยู่ภายใน


กระชับมือให้กุมมือพี่แน่นขึ้นเหมือนกัน ร่างสูงหัวเราะ หันมาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกชวนให้หลงใหลเหมือนเคย


“กลัวหลุดเหรอ”


“เปล่าครับ ลมมันเย็น กลัวหนาว”


“หึ”


พี่เปลี่ยนจากมือที่กุมกันอยู่ เป็นรั้งไหล่ผมให้เข้าไปหาแทน


“อุ่นหรือยัง”


“...”


“หรือต้องใกล้กว่านี้”


บางทีผมก็คิดว่าน้ำในสระบัวกลางมหาวิทยาลัยตอนกลางคืนจะเย็นแค่ไหน ถ้ากระโดดลงไปตอนนี้เลยยามจะไปแจ้งลดคะแนนความประพฤตินิสิตหรือเปล่า พี่จะพูดเพราะล้อเล่นหรืออะไรก็ช่าง แต่มันมากเกินไป ไม่รู้เหรอว่าทำให้ใครหัวใจวายตายเอาได้เลยนะ


คุณเขายิ้มตอนที่เห็นว่าผมหลบตา ถอดสูทสีขาวออกมาแล้วคลุมไหล่ให้อย่างสุภาพบุรุษ ก่อนจะเปิดประตูรถคันเดิมเชื้อเชิญให้ขึ้นไปนั่ง ดวงตาคู่คมจ้องมาอย่างยียวน บางมุมของพระจันทร์ก็ทะเล้นจนอยากตีให้ตาย ไม่เคยเห็นเลยว่าอีกด้านของพี่เป็นยังไง จนกระทั่งวันนี้ที่มันเริ่มเผยออกมา


มองฝ่ามือของตัวเอง สัมผัสหวานล้ำยังฝังลึก เปลี่ยนใบหน้าเย็นเพราะลมกลางคืนให้กลายเป็นร้อนจัดได้อีกครั้งเพียงไม่กี่วินาทีที่คิดถึงมัน


จุมพิตที่พี่ฝังลงมาย้ำๆ แผดเผาหัวใจให้มอดไหม้แหลกสลายลงไป ตอนที่พระจันทร์เผยด้านที่ร้อนแรงออกมาให้เห็น


ไม่กล้าคิดถึงอะไรที่มากกว่านี้


ไม่คิด พยายามที่จะไม่คิด


“เคยกินกุ้งต้มไหม”


ผมขมวดคิ้ว แต่ก็พยักหน้ารับกับคำถามที่ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย


เขาคลี่ยิ้มตอนที่เอ่ยประโยคถัดมา


“ตอนนี้หน้าคุณแดงเหมือนกุ้งต้มเลย”


บ้า


หันหน้าหนีออกนอกหน้าต่างแล้วคลี่ยิ้มออกมา คนบ้าอะไรเปรียบหน้าแดงเป็นกุ้งต้มก็ได้เหรอ


ยิ่งได้ยินเสียงลมหายใจพ่นออกมาแรงๆ เหมือนคนหัวเราะเล็กๆ แล้วก็ต้องกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้ เคยถามตัวเองหลายครั้งว่าเราจะตกหลุมรักคนคนนึงซ้ำๆ ได้สักกี่ครั้งกัน สถานการณ์นี้แหละคือคำตอบ เป็นไปได้นับครั้งไม่ถ้วน เพียงแค่สบตากับดวงตาหยอกเย้า แต่ร้อนลึกแทบหลอมละลาย เลียริมฝีปากครั้งเดียว แต่เซ็กซี่จนคนที่เห็นแทบลืมหายใจ


คุณเค้าทั้งนั้น


แล้วแบบนี้ จะไม่ให้หน้าแดงได้ยังไง
















“นั่งก่อนเลยเจ้าวาฬ เดี๋ยวพี่ตั้งหม้อต้มน้ำ แล้วเรามาช่วยหั่นผักกัน”


“งั้นเดี๋ยวผมช่วยล้างผักรอเลยดีกว่าครับ”


“อ่า เอางั้นก็ได้”


ร่างเล็กคลี่ยิ้มให้คุณหมอดาวเสาร์ที่ไม่เจอกันไม่นาน แต่ดูคุณหมอเหมือนจะผอมลงผิดหูผิดตา พอมองไปรอบๆ ห้องขอบคอนโดฯ มิเนียมหรูติดแม่น้ำแล้วก็เจอลู่วิ่ง ดัมเบล แล้วก็ที่ปั่นจักรยานวางอยู่ สงสัยพี่หมอจะเอาจริง เรื่องจะลดหุ่น แล้วก็ทำได้ดีเสียด้วย


จริงๆ เมื่อวานนี้คุณตัวเล็กมีนัดกับคุณหมอที่โรงพยาบาล แต่ว่าโทรมาหาแล้วรู้ว่าว่าวันนี้พี่หมอว่าง เลยนัดกันมากินสุกี้ที่คอนโดฯ ของคนพี่ อย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าถ้าได้ตำแหน่งจะพามาเลี้ยง รวบกับคุยกันเรื่องของอาการไปเสียทีเดียวเลย


วางกระเป๋าเป้ที่หอบเอาเสื้อผ้ามาค้างกับพี่หมอไว้บนโซฟา เดินไปล้างมือแล้วพับแขนเสื้อขึ้นเตรียมหั่นผัก ฟังเพลงบรรเลงที่พี่เปิดคลอเบาๆ แล้วโยกหัวตาม แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากไอน้ำที่พี่ทำไว้ก็ช่วยให้ผ่อนคลาย


เพราะเจ้าน้องตัวเล็กบอกว่าอยากดูทีวีไปด้วย คุณหมอเลยอนุญาตให้อพยพย้ายถิ่นฐานออกจากครัวมาปูเสื่อผืนเล็กๆ แล้วนั่งทำอยู่หน้าทีวี อารมณ์เหมือนจะไปปิกนิกริมแม่น้ำ หั่นผักไปหยิบกินไปด้วยจนจะอิ่ม เคล้าเสียงหัวเราะของเจ้าตัวน้อยที่พักนี้เริ่มได้ยินมันบ่อยขึ้น แววตาสดใสเหมือนไม่ใช่เจ้าวาฬตัวเดิมที่อยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกต่อไป


หน้าจอทีวีเสนอข่าวนักเรียนเกาหลีฆ่าตัวตายเพราะถูกเพื่อนในโรงเรียนรุมแกล้งจนเป็นโรคซึมเศร้า สังเกตเห็นน้องน้อยชะงักมือนิดหนึ่งตอนที่มองข่าวนั้น ดวงตาหม่นแสงลงนิดหนึ่ง คงจะสงสาร มีแค่ 52 Hz เท่านั้นที่จะได้ยินเสียงของพวกมันด้วยกัน พวกมันเท่านั้นที่จะรู้ว่าในก้นบึ้งอันลึกสุดของทะเลสีหม่นนั้นเหน็บหนาวน่ากลัวเพียงใด เจ้าวาฬคงเข้าใจเด็กนักเรียนคนนั้นเป็นอย่างดี เพราะเขาได้ว่ายน้ำผ่านหินโสโครกน่ากลัวในทะเลมาแล้ว


แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีแรงฮึดว่ายน้ำเพื่อให้ผ่านมันมานี่ บางคนก็หมดแรงก่อนจะเฉียดใกล้ภูเขาน้ำแข็งด้วยซ้ำ


ร่วงโรยอ่อนแรงแม้ลมพัดต้องเนื้อแผ่วเบา หวั่นไหวง่ายดายเพียงน้ำตาหลั่งริน


ไม่ใช่ทุกคนที่มีฝันอยากขึ้นไปชมความงามเย้ายวนของแสงจันทร์ ไม่ใช่ทุกคนที่อาศัย Passion แรงกล้าเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองก้าวผ่านไป


อย่างเด็กคนนั้น...ที่ในท้ายที่สุดก็ยอมปล่อยให้ตัวเองเหลือเพียงแค่เสียงของหัวใจที่เคยเต้นคลุ้งไปกับความเปล่าเปลี่ยววังเวง


ยอมแพ้เพื่อจากลาไปสู่การหลับใหลชั่วนิจนิรันดร์ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เห็นกลีบดอกไม้แสนสวยบนบ้านหลังสุดท้ายของตัวเอง


“คิดว่าไง”


ลองถามออกไปเพื่อหยั่งเชิง ระยะเวลาตั้งแต่ลดขนาดและปริมาณของยานั้นนานหลายเดือนแล้ว และเจ้าตัวก็ดูปกติมานานพอที่คิดว่าน่าจะได้รับการวินิจฉัยครั้งใหม่


“น้ำในทะเลของเค้าคงเย็นเกินไปน่ะครับ” เสียงของน้องปีหนึ่งตอบอย่างแผ่วบาง


“เค้าก็คงจะเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าที่ผ่านมาฉันทำได้ดีหรือยังนะ แต่ก็...ภูเขาน้ำแข็งของบางคนมันสูง เขาคงรู้สึกว่าการนอนหลับอย่างสงบในอ้อมกอดของพระเจ้ามันง่ายกว่าการพยายามเดินทางไกล ยิ่งทางมืดเท่าไหร่ก็ยิ่งน่ากลัว ผมไม่รู้ บางทีเขาอาจไม่ชินกับการเดินคนเดียว”


ผู้มีอาวุโสมากกว่ากลั้นหายใจตอนฟังคำตอบ สะท้อนในอกไหววูบ แล้วเด็กตรงหน้าล่ะ ต้องอาศัยความกล้าตั้งขนาดไหนถึงได้ว่ายฝ่ามันมาคนเดียวในคืนที่ท้องทะเลคลั่ง


“แล้วเราล่ะ” พี่หมอถามตอนที่สวมถุงมือจะหมักหมูสับกับซอสปรุงรส


เจ้าวาฬคลี่ยิ้ม อาจเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นจนคนตรงข้ามใจเบาหวิว คล้ายรอคอยที่จะเห็นมันมาแสนนาน


ครั้งหนึ่งเคยเป็นแบบนั้น ครึ่งหนึ่งเคยอยากปล่อยให้ตัวเองถลาลงสู่อ้อมกอดของสายลมเบื้องล่าง ให้ขอบฟ้าพาเราไปสู่ปลายจักรวาลแสนไกล


ครั้งหนึ่งเคยอยากหลับใหล เป็นเจ้าวาฬที่นิทราเดียวดายใต้ท้องทะเลมืดที่ไร้เสียงหยันเย้ย


“เมื่อสองสามวันที่แล้ว มีคนบอกผมว่าผมยิ้มสวย”


วูบเดียวเท่านั้นที่ดึงตัวเองกลับมาเพราะลมพัดโชยต้องหน้า ก่อนจะสัมผัสมือกับมัจจุราชที่รออยู่เบื้องล่าง แค่ก้าวเท้าพ้นระเบียงออกไป


‘รู้ไหม มันมีค่ามากๆ...รอยยิ้มของคุณ’

เผลอยิ้มออกมาทุกครั้งที่นึกถึง


ทำไมตอนนั้นถึงคิดไม่ได้ ทำไมไม่พูดออกไปว่ารอยยิ้มของคุณก็มีค่าสำหรับผมเหมือนกัน


“เค้าว่าเวลาผมยิ้ม มันทำให้เค้าหายเหนื่อย”


“เค้า?”


“ครับ”


“หมายถึง...คนนั้นใช่ไหม”


พี่หมอก้มหน้าลงเพื่อช้อนสบสายตาน้องปีหนึ่งที่ก้มหน้าลงจนแทบจะติดเขียง เจ้าวาฬกัดริมฝีปากจนแดงแล้วก็ยอมแพ้ด้วยการยกต้นผักกาดขาวขึ้นปิดหน้า หาที่กำบังดวงตาสั่นไหวสะท้อนเรื่องราวภายในใจ


“เจ้าวาฬ...” คุณหมออมยิ้มแล้วแหวกต้นผักกาดออกดู


“ฮือ ก็เค้านั่นแหละครับ”


“แล้ว?”


“ก็คือผมไม่ได้คิดแบบนั้นมานานสักพักใหญ่ๆ แล้วล่ะฮะ” ลดต้นผักกาดลงแล้วจ้องตอบตาปริบๆ


“สิ้นหวัง”


“ไม่ครับ”


“ไร้ค่า”


“ไม่ ผมมีค่า ยิ่งเค้าบอกว่าหลับตาแล้วนึกถึงรอยยิ้มของผม ผมก็ยิ่ง...ฮือ อย่าให้พูดต่อเลยครับ เขินจะแย่”


พี่หมอหัวเราะแล้วโยกหัวคนช่างเพ้ออย่างเอ็นดู จบคำถามเอาไว้แค่นั้นเพราะได้คำตอบที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว เสพูดถึงเรื่องการ์ตูนในทีวีเพื่อเบนความสนใจคนช่างเขินที่สับแครอทเละเป็นน้ำ ขืนพูดถึงคุณพระจันทร์ต่อไปล่ะก็ ผักที่จะเด็ดลงหม้อคงเละหมดพอดี


เจ้าวาฬน้อย ขอบคุณที่สู้มาด้วยกันนะ


นานพอแล้ว พอที่จะทำให้ความเฉียบเย็นถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของแสงจันทร์ และคงนานพอที่ทะเลสีครามจะได้รับแสงสว่างของฟ้าวันใหม่เสียที


จ้องมองผู้มีอดีตแสนอ่อนไหว หัวเราะออกมาพร้อมกันตอนเรื่องราวในจอสี่เหลี่ยมแสดงเรื่องตลกแสนร้ายของเจ้าแมวสีส้มที่แสนร้ายกาจอบลาซานญ่าจนบ้านแทบไหม้


รอยยิ้มที่สว่างไสวที่สุดของดาวเสาร์นับตั้งแต่โคจรเข้ามาในจักรวาลของวาฬ


ตื่นขึ้นมาแล้วก็อย่ากลับไปฝันร้ายอีกเลยนะน้องชาย






TBC.

ปกสวยใช่ไหม สวยพอจะมัดใจเธอได้หรือยัง :)

น้องเจ้าวาฬวางแผงครั้งแรกในงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์​ 28 มีนาคม - 7 เมษายน ที่บูทอุ๊คบี X02​ ใครไม่สะดวกไปงานหนังสือก็สามารถฝากไรท์เตอร์ซื้อได้นะคะ ไรท์ไปงานวันที่ 30 มีนาคม คิดค่าหนังสือ+ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์เท่านั้นค่ะ  ติดต่อทางแฟนเพจหรือDMทวิตเตอร์เข้ามานะ (หรือจะสั่งซื้อรอบไปรษณีย์กับทางธัญวลัยก็ได้ จะเปิดให้สั่งซื้อหลังงานสัปดาห์หนังสือจบแล้วค่ะ)


รักนะเธอ ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น