kimochii

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 07:โชตะค่อน [100%]

ชื่อตอน : Chapter 07:โชตะค่อน [100%]

คำค้น : Fuck

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 71.8k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2558 12:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 07:โชตะค่อน [100%]
แบบอักษร

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/39938/224194358-member.jpg

 

 

CHAPTER 7 

โชตะค่อน 

 

 

"งืมม....เฮ้ย!" 

 

ตุบ! 

 

ผมรีบลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ ก่อนจะได้ยินเสียงดังตุบเสียงดังข้างเตียง ภาพเมื่อกี้ทำเอาผมตกใจแทบแย่ อยู่ๆก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มานั่งบนตัวแล้วจ้องหน้าผมเขม็ง 

 

"ฮึก...เจ็บ ฮึก ฮือออ" เสียงร้องของเด็กดังขึ้น ทำให้ผมชะงักไปนิดก่อนจะตั้งสติเพราะยังมึนงงอยู่ ใบหน้าหล่อชะโงกไปมองข้างเตียงแล้วก็ต้องตกใจรีบลุกขึ้นทันที 

 

"เฮ้ย...เด็กที่ไหนวะ " 

 

"ทำเหี้ยอะของมึงไอ้พาส" ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาในห้องนอนทันทีหลังจากได้ยินเสียงร้อง ผมนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ในขณะที่อีกคนเดินไปอุ้มเด็กแล้วปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กน้อยสะอื้นกอดคอชายหนุ่มแน่น 

 

"ทำเหี้ยอะไรของมึง ถ้าหลานกูตายนะ กูจะจับมึงฆ่าหั่นศพแล้วเอาไปยัดใส่โถ่สวม แล้วกดซากศพมึงให้ลอยไปตามทะเลเลยคอยดู" เพื่อนผมพูดบ่น ทำให้รู้ว่าเด็กที่ว่านั่นเป็นหลานของมันนั่นเอง 

 

"เอาไป อุ้มดีๆนะมึง" พูดพลางส่งเด็กน้อยมาให้ ผมรับมาอุ้มอย่างงงๆ 

 

"อะไรของมึงไอ้หมอ" ผมถาม 

 

"กูชื่อเปรม  ไม่ได้ชื่อหมอ ทำไมมึงต้องเรียกว่าหมอวะ หัดเรียกชื่อกูบ้างเถอะ ทุกวันนี้กูจะลืมชื่อตัวเองแล้วเนี่ย"  

 

"ก็มึงเรียนหมอ กูก็เรียกไอ้หมอสิ" คำตอบของผมทำเอามันชะงักไปเลย มันเรียนหมอ ก็ต้องเรียกหมอสิถูกมั้ย จะให้เรียก ไอ้วิศวะเหรอ 

 

"แล้วเอาเด็กมาให้กูทำไม เอามาให้กูแดกเหรอ"ผมพูดเสียงดัง ทำให้เด็กเริ่มน้ำตาคลอ เพราะคิดว่าร่างสูงจะกินเขาจริงๆ

 

"พ่อมึงสิ..ฝากเลี้ยงหลานกูหน่อยเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมารับ" ไอ้หมอบอกพร้อมกับโยนกระเป๋าใบเล็กที่มีเสื้อผ้า ของเครื่องใช้และของเล่นอีกเล็กน้อย ผมยกมือกุมขมับทันที เวลานี้รู้สึกอยากจะกลั้นหายใจตายไปซะตอนนี้เลย เลี้ยงเด็กงั้นเหรอ ให้คนอย่างผมเลี้ยงเด็กเนี่ยนะ บอกให้ผมไปตายยังจะง่ายเสียกว่าอีก 

 

"กูเนี่ยนะเลี้ยงเด็ก มึงคิดอะไรของมึงฮะไอ้หมอ อยากให้หลานมึงตายรึไง" 

 

"เออน่า ช่วงนี้กูไม่ค่อยว่างว่ะ มึงก็รู้ว่าเรียนหมอมันหนักแค่ไหน ช่วยกูหน่อยนะ" ไอ้หมอพูดพลางเอื้อมมือมาตบบ่าเบาๆสองสามที 

 

"กูก็ไม่ว่าง"ผมเถียงสุดฤทธิ์ ไม่ยอมไอ้หมอเหมือนกัน 

 

"อย่ามาตอแหลไอ้พาส กูรู้ว่ามึงว่าง พอๆ กูจะไปแล้ว" พูดพลางเก็บกระเป๋าของตัวเองไม่ลืมที่จะเข้าไปหยิบขนมปังในครัวไปกินก่อนจะชิ่งออกจากห้องไปด้วยความเร็วแสง

 

"ไอ้หมอ!!!!"

 

"แงงงงงงงง"

 

"เฮ้ยๆๆ ร้องไมวะ"

 

"พี่ชายอย่ากินผมนะ ผมไม่อร่อยหรอก ฮึกก ไม่เอา" เด็กน้อยเบะปาก พยายามถอยห่างจากผม 

 

"ใครจะกินมึง ตัวก็เล็ก ยังแดกไม่ได้ รออีกสักสิบปีกำลังดี" ร่างหนาทำสายตาแพรวพราว ทำให้เด็กน้อยใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย

 

"ชื่ออะไร" ผมปล่อยเด็กน้อยลงจากเตียง ก่อนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ 

 

"ชื่อข้าวปั้นฮะ อายุ 9 ขวบ" 

 

"นี่ๆ พี่ชาย เค้าหิวแล้วง่า" เด็กน้อยอ้อนทั้งๆที่น้ำตาคลอ อาการง่วงยังคงค้างอยู่ ผมบิดขี้เกียจอยู่นาน พอหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเจ็ดโมงกว่า ท้องมันก็ร้องขึ้นมาซะอย่างนั้น 

 

"แดกไอติมมั้ย หรือลูกอมดี" ผมอุ้มข้าวปั้นขึ้นพลางนึกถึงขนมหวาน  เวลาเด็กหิว ผมก็รู้แค่ว่าจะต้องรีบหาอะไรยัดปากโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของผมเอง เด็กน้อยยังมีท่าทีตื่นกลัว เพราะเด็กน้อยเพิ่งจะรู้จักผมวันนี้ คงกลัวผมจับกินจริงๆสินะ

 

"ไม่เอาหรอกฮะ อาเปรมบอกว่าเดี๋ยวฟันผุ" เด็กน้อยตอบเสียงใส ผมชะงักไปนิดก่อนจะวางเด็กน้อยลง 

 

"นั่นสินะ อยากกินอะไรล่ะ"พูดพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน เด็กน้อยวิ่งตามผมเข้ามาในห้องน้ำแล้วยิ้มร่า

 

"ข้าวต้มกุ้งฮะ" 

 

"เออรู้แล้ว ออกไปรอข้างนอกไป"พูดพลางดันข้าวปั้นออกไปข้างนอก ข้าวปั้นก็ยอมเดินออกไปนั่งรอข้างนอกอย่างเชื่อฟัง 

 

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ผมก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทั้งเสื้อผ้าทั้งของเล่นกระจัดกระจายอยู่เต็มที่นอนพร้อมกับเจ้าตัวการที่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง

 

"ข้าวปั้น..เก็บได้แล้ว" 

 

"เก็บอะไรเหรอฮะ"ข้าวปั้นเงยหน้าขึ้นมาถาม 

 

"ก็เก็บของไง มึงเห็นมั้ยว่ามันเกะกะขวางทางกู" 

 

"ขวางทางพี่แต่ไม่ขวางทางข้าวปั้นนี่ฮะ"พูดจบข้าวปั้นก็ขยับไปรื้อบริเวณหัวเตียงหยิบกล่องและเอกสารออกมานั่งดูเล่น

 

"กูบอกให้หยุดไง เก็บของได้แล้ว" ผมเริ่มพูดเสียงดังขึ้น เด็กน้อยไม่ฟัง ยังคงนั่งดูอยู่อย่างนั้น

 

"เก็บเลย! มันรกห้องไปหมดแล้วเห็นมั้ย! หัดมีมารยาทบ้างสิ ห้องกูนะเว้ย แล้วไอ้ของพวกนี้รื้อออกมาทำไมห๊ะ สนุกนักใช่มั้ย!!!" ผมตะคอกใส่อย่างเหลืออด ทำให้ข้าวปั้นชะงักมือทันที ผมเองก็ชะงักเช่นกันที่เผลอตะคอกใส่เด็กน้อยไป เด็กน้อยเบะปากน้ำตาคลอหน่วยที่ดวงตาตั้งสอง  การกระทำของผมหยุดนิ่งทันที ผมอ้าปากค้างรอรับชะตากรรม

 

"ฮึก..." 

 

"เฮ้ยๆๆ "

 

"ฮะ...ฮึก" 

 

"ยะ...อย่าร้องนะเว้ย" 

 

"ฮึก...ฮึก ฮืออออ ฮืออออ!!!! "

 

"อ๊ากกกก หนวกหูโว้ยยยย!!!" 

 

เสียงร้องของข้าวปั้นดังลั่นไปทั่วห้อง ร่างน้อยดิ้นขลุกขลักไปมาบนเตียงกว้าง ทำเอาร่างสูงแทบกุมขมับ 

 

'ชิบหายและ ง้อเด็กต้องทำยังไงวะเนี่ย'

 

"ฮืออออ...ฮึก...ฮึก"

 

"เฮ้ยๆ ใจเย็น โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับเด็กดี ถ้าไม่หยุดร้องเดี๋ยวจับถ่วงน้ำแม่งเลยนะครับ" ผมพยายามพูดปลอบข้าวปั้น แต่ร่างน้อยก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย เสียงกรีดร้องยังคงดังอยู่เรื่อยๆ ผมแทบอยากจะตัดหูทิ้งจะได้ไม่ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้อง เวลาเด็กร้องนี่น่ารำคาญชะมัด ผมถึงไม่อยากจะรับเลี้ยงใครนี่ไง 

 

"ฮึก...ด่าข้าวปั้น...ฮึก" เด็กน้อยนอนคว่ำหน้าสะอื้นไห้เสียงดัง ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยๆ  

 

"จะกินมั้ย ข้าวต้มกุ้งอะ"ผมถาม ทำให้เด็กน้อยค่อยๆคลายสะอึ้นก่อนจะหันมาทางผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำ 

 

"ฮึก...กินฮะ" 

 

"ถ้าจะกินก็หยุดแหกปากได้แล้ว กูรำคาญ"พูดพลางลุกขึ้นยืน เด็กน้อยชะงักนิดๆเพราะคิดว่าร่างสูงจะทำอะไรตนเอง  

 

"น่ารำคาญชิบหาย ไอ้สัดหมอ ถ้ามึงกลับมานะกูจะแดกไอ้เด็กนี่ต่อหน้ามึงเลยคอยดู " ผมพูดขึ้นด้วยความโมโหมือก็แกะกุ้งไปด้วย 

 

ผมชอบทำอาหารตอนผมเด็กๆเวลาคุณแม่ท่านเข้าครัวทีไร ผมก็จะรีบมาปฏิบัติหน้าที่เป็นลูกมือ คอยช่วยงานเบาๆอย่างเช่น แกะกุ้ง หั่นผักอะไรเทือกๆนั้น

กลิ่นหอมของข้าวต้มฟุ้งโชยไปทั่วทำเอาคนได้กลิ่นรีบวิ่งเข้ามาทันที 

 

"เข้ามาสิ ยืนบื้ออยู่ได้"ผมพูดขึ้นพลางหันไปทางประตูทางเข้าที่มีคนตัวเล็กยืนเกาะชะโงกหน้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น 

 

"ข้าวปั้นเข้าไปได้เหรอฮะ" ผมพยักหน้าพร้อมกับถือชามข้าวต้มมาวางไว้บนโต๊ะ เด็กน้อยจึงเดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทีเงียบๆไม่ส่งเสียงอะไร เพราะยังคงกลัวที่ร่างสูงตะวาดใส่อยู่

 

"กินเสร็จก็เอาไปล้างเองนะ"ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกมาแล้วเข้าไปในห้องนอน ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่มองภาพตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจ ข้าวของกระจัดกระจายไปคนละทาง ทั้งเอกสารและเสื้อผ้า 

 

นี่ไง  ผมถึงเกลียดเด็ก.. 

 

ผมเริ่มจากการเก็บเอกสารและกระดาษก่อนเพราะกลัวว่ามันจะยับมากไปกว่านี้ เมื่อเก็บกระดาษเสร็จก็เก็บเสื้อผ้าและข้าวของอีกเล็กน้อย แต่ถึงยังไงมันก็ยังดูรกอยู่ดี 

 

ใช้เวลาพอสมควรกับการจัดและทำความสะอาดห้องผมนั่งดูโทรทัศน์หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ข้าวปั้นเองก็นั่งดูอยู่ข้างๆด้วย 

 

"ฮึก...ฮึก" 

 

"เฮ้ย..เป็นไรวะ"ผมถามขึ้น เมื่อหันไปเห็นเด็กน้อยนั่งเอามือปิดหน้าพร้อมกับสะอื้นเบาๆ 

 

"หนังน่ากลัว...ฮึก มันน่ากลัว" ข้าวปั้นพูดพลางขยับมาซุกใบหน้ากับไหล่แกร่ง 

 

"THE MAZE RUNNER เนี่ยนะ" ผมพูดบอก เด็กน้อยพยักหน้า  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยจะกลัวอะไรแบบนี้ด้วย 

 

"เสียงมันน่ากลัว มีตัวอะไรก็ไม่รู้ด้วย" เด็กน้อยพูดบอกเสียงอ่อย ผมแทบอยากจะกลั้นใจตายเสียให้ได้  

 

"ทำไม คิดว่าหน้าอย่างกูจะดูหนังมุ้งมิ้งรึไง แล้วมึงจะดูอะไรหละ...ดูบาร์บี้มั้ย" เด็กน้อยส่ายหน้าไปมาพร้อมกับทำหน้าหงอย 

 

"เออๆก็ได้วะ"ผมกดปิดหนังทันทีก่อนจะเปลี่ยนเป็นช่องปกติ ทำให้ข้าวปั้นผละออกจากผมมานั่งดูโทรทัศน์ตามปกติ 

 

Tru... Tru...Tru 

 

"ฮัลโหล"  ผมกดรับสายโทรศัพท์ทันทีหลังจากหยิบขึ้นมาดูเบอร์ที่ปรากฏชื่อไอ้หมอ 

 

("เป็นไงบ้าง...พี่เลี้ยง") น้ำเสียงกวนประสาทพูดขึ้นเหมือนเยาะเย้ยผม ผมแอบได้ยินมันขำด้วย

 

"พี่เลี้ยงพ่อมึงสิ มาเอาหลานมึงกลับไปเลย แม่งน่ารำคาญชิบหาย " ผมพูดกระซิบเบาๆ เพราะข้าวปั้นทำท่าจะหลับแล้ว เป็นการดีที่เด็กน้อยจะไม่โวยวายร้องขออะไรจากเขาอีก

 

("ใจเย็นดิวะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูก็ไปรับแล้ว เลี้ยงเด็กมันยากตรงไหนวะ")ไอ้หมอพูดบอก

 

"ยากตรงที่กูเป็นคนเลี้ยงไง น้องมึงจะโดนกูแดกหัวอยู่แล้วเนี่ย"

 

("เออน่า ช่วยเพื่อนหน่อยถือซะว่าฝึกเอาประสบการณ์ เผื่อมึงมีลูกไง") 

 

//มีลูกแบบนี้ผมตายซะยังดีกว่า// 

 

..

..

..

..

 

เที่ยง

 

ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมด้วยท่าทีเกร็งๆ  ความต้องการเริ่มแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ภาพในหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายวิดิโอพร้อมกับเสียงครางสูดปากดังลั่นไปทั่วห้อง ใช่ครับ....ผมดูหนังอย่างว่า นั่นก็เพราะไอ้เพื่อนในกลุ่มมันส่งลิงค์มาให้หนะสิ ไอ้เราจะไม่เปิดดูก็ไม่ได้เพราะมันเล่นทักแชทมาถามตลอดเลยว่าดูหรือยัง 

 

"พี่ฮะ....ดูอะไรเหรอ" ผมสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆเสียงใสก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างน้อยที่เดินมาหยุดอยู่ข้างๆมองจอคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทีสนใจ ผมกดหยุดหนังแทบจะทันที

 

"มาทำไม....ออกไปเล่นข้างนอกไป กูทำงานอยู่ไม่เห็นรึไง" ผมแถไปเพื่อกลบเกลื่อน ข้าวปั้นดูท่าจะไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด เพราะเด็กน้อยชะโงกมาดูที่หน้าจอคอมใกล้ๆ 

 

"ดูอะไรอะ" พูดพลางชี้ไปที่หน้าจอ

 

"หนังผู้ใหญ่" ผมตอบแค่นั้น ก่อนจะกดเล่นหนังต่อ เพราะผมไล่เด็กน้อยไปแล้วแต่ไม่ยอมไปเอง อีกอย่างหนังแบบนี้มันต้องดูแบบต่อเนื่องสิ จะมากดหยุดแบบนี้ก็หมดอารมณ์กันพอดี 

 

"หนังผู้ใหญ่ต้องถอดเสื้อผ้าด้วยเหรอฮะ  แล้วทำไมร้องเสียงดังจัง น่ากลัวอ่ะ"เด็กน้อยพูดขึ้น มือเล็กจับขาผมไว้พร้อมกับดูหนังไปด้วย ผมเพียงแค่เหลือบมองเด็กน้อยเท่านั้นไม่ได้พูดอะไร 

 

"เขยิบไปหน่อยสิพี่" เด็กน้อยพูดพร้อมกับดันเก้าอี้ที่ผมนั่งให้เลื่อนไป แต่ด้วยแรงที่น้อยนิดของข้าวปั้นทำให้เก้าอี้ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

"อะไรของมึงอีกวะ กวนกูอยู่นั่นแหละ"ผมพูดแต่สายตาก็ยังคงมองที่หน้าจอ  

 

"อยากดูด้วยอ่ะ เขยิบไปหน่อยสิ ยืนดูแบบนี้มันเมื่อยอ่ะ" เด็กน้อยพูดพลางเกาะแขนผมแล้วดันให้เขยิบ 

 

"โอ้ย! อะไรของมึงนักหนาวะ จะดูใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นก็มานั่งนี่" ผมอุ้มข้าวปั้นขึ้นมานั่งตักด้วยความรำคาญ เด็กน้อยนั่งดูอย่างใจจดใจจ่อ ความเป็นชายของผมเริ่มตื่นตัวขึ้นมาดุนดันกางเกงขึ้นมา 

 

 

"อ๊ะ! มีอะไรก็ไม่รู้ดันข้าวปั้นอยู่ฮ่ะ"

 

"อ๊ะ! มีอะไรก็ไม่รู้ดันข้าวปั้นอยู่ฮ่ะ"เด็กน้อยสะดุ้งหันมาหาผม มือเล็กค่อยๆล้วงเข้าไปสัมผัสบริเวณบั้นท้ายของตัวเอง 

 

"ฮะ...เฮ้ย เอามือออกไป " ผมปัดมือข้าวปั้นออกเพราะมือเล็กสัมผัสโดนไอ้พาสน้อยของผมเล่นเอาซะสะดุ้งตัวโยง ผมอุ้มเด็กน้อยลงก่อนจะกดปิดหนังแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที 

 

"อ่าาห์....ซี้ดดดด อื้อ"  

..

..

..

 

"พี่ฮ่ะ" หลังจากผมออกมาจากห้องน้ำ ข้าวปั้นก็วิ่งมาเกาะขาผมแน่น 

 

"อะไร" 

 

"เข้าไปทำอะไรอ่ะ ข้าวปั้นได้ยินเสียง อื้อ อ๊า ด้วยแหละ" เด็กน้อยพูดพลางมองผมตาแป๋ว ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างเหนื่อยใจ 

 

อะไรจะใสซื่อปานนั้น 

 

นี่ไอ้หมอไม่สอนอะไรหลานมันเลยหรือไงกัน 

 

"ทำไมมึงขี้สงสัยนักวะ" 

 

"ตกลงเข้าไปทำอะไรฮะ"

 

"ชักว่าว" ผมตอบอย่างไม่ใส่จมากนัก ก่อนจะหนีขึ้นไปนั่งบนเตียงกว้างหยิบโทรศัพท์ออกมานั่งกดเล่น เด็กน้อยได้ยินถึงกับทำตาโต ยืนอึ้งกับคำตอบของผม ผมยิ้มขำ คงจะช็อคน่าดู 

 

ข้าวปั้นรีบวิ่งแล้วปีนขึ้นมาหาผมบนเตียงพร้อมกับทำตาลุกวาว 

 

"พี่ชักว่าวในห้องน้ำได้ด้วยเหรอฮะ แต่ทำไมคุณพ่อบอกว่าต้องเล่นในที่ที่มีลมแล้วก็สูงๆหละ ว่าวของพี่เป็นแบบไหนฮะ อยากเห็นจัง ว่าวของข้าวปั้นอันใหญ่แบบนี้เลย ไว้ว่างๆเราไปเล่นว่าวกันนะฮะ"ข้าวปั้นเล่าให้ผมฟังพร้อมกับทำท่าประกอบอย่างตื่นเต้น โทรศัพท์ที่ตอนนี้ร่วงลงจากมือเป็นที่เรียบร้อยเพียงเพราะคำตอบของเด็กน้อย ที่ยืนนิ่งอยู่นี่คือกำลังคิดว่าผมเข้าไปเล่นว่าวในห้องน้ำหรอกหรอ

 

"เออ แล้วแต่มึงเถอะ"ผมตอบ เด็กน้อยยิ้มก่อนจะนอนลงข้างๆผมแล้วเล่าเรื่องของตัวเองให้ผมฟัง 

 

"พี่ฮ่ะ" 

 

"อะไรอีก"ผมพูดขึ้นไม่ดังมากนัก คิ้วขมวดเข้าหากันเนื่องจากข้าวปั้นสะกิดเรียกผมขณะหลับ

 

"ตรงนี้มัน..." 

 

"อะไรหละ"ผมถาม ตายังคงปิดอยู่

 

"ตรงนี้ของข้าวปั้น" 

 

"ตรงนี้อะไรของมึง เป็นอะไร" ผมหันไปหาข้าวปั้นด้วยความรำคาญ เพราะเด็กน้อยยังสะกิดผมไม่เลิก เด็กน้อยชี้ไปที่เป้าของตัวเองที่ตอนนี้มันตุงแปลกๆ  

 

"ข้าวปั้นรู้สึกแปลกๆตรงนี้ฮะ" เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขาเล็กขยับถูไถเข้าหากัน ผมนอนมองข้าวปั้นด้วยสายตานิ่งๆ 

 

"ไอ้หมอเคยสอนมั้ย" ผมถาม

 

"สอนอะไรฮะ...อื้อ"

 

"ไม่เคยสอนสินะ" ผมเอื้อมมือไปปลดกางเกงของข้าวปั้นเผยให้เห็นกลางกายน้อยที่ตั้งชูชันสั่นระริก คงเพราะดูหนังเมื่อกี้แน่ 

 

นิ้วเรียวยาวค่อยๆเเตะที่บริเวณส่วนหัว ข้าวปั้นสะดุ้งตัวสั่นด้วยความเสียว ผมค่อยๆไล้ปลายนิ้วตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงโคน กลางกายน้อยกระตุกเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงร้องของเด็กน้อยที่ร้องออกมาเป็นระยะเช่นกัน 

 

"อ๊ะ...อื้อ พี่ทำอะไรฮะ...อื้ม" 

 

"ก็ช่วยมึงไง"พูดจบผมก็กอบกุมกลางกายน้อยด้วยมือข้างเดียว มือหนาเริ่มขยับขึ้นลงอย่างช้าๆเนิบนาบ 

 

"อื้อออ...มัน..อ๊ะ..ข้าวปั้น...อืม"มือเล็กเอื้อมมากำเสื้อผมแน่น ผมยิ้มขำพลางขยับมือสาวขึ้นลงจนกลางกายเริ่มแข็งขืนยิ่งกว่าเดิม 

 

"รู้สึกยังไง โอเคขึ้นใช่มั้ย"เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยถาม เด็กน้อยที่ตอนนี้หน้าแดง ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ 

 

"อ่ะ..อื้อออ...ไม่ไหวแล้วฮ่ะ" ข้าวปั้นดิ้นไปมามือเล็กเองก็เกร็งจิกผมแน่น ผมเร่งจังหวะการรูดรั้งให้เร็วขึ้น เมื่อเห็นน้ำใสเริ่มปริ่มที่หัว 

 

"อ่ะ...อ๊า...ไม่ไหวแล้ว อื้อ" มือหนาเร่งจังหวะเร็วและแรงขึ้น กลางกายเล็กเริ่มกระตุกแรงขึ้นเช่นกัน 

 

"อ่ะ...อ๊ะ...อื้อออ..ข้าวปั้น..อ่ะ...อ๊าา" น้ำสีขุ่นกระตุกพวยพุ่งออกมาเลอะมือหนา ข้าวปั้นนอนหอบหายใจถี่รัว มือเล็กค่อยๆคลายออกจากเสื้อของผม 

 

"แฮ่กๆๆ" 

 

"สบายตัวแล้วสิ ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนซะ พรุ่งนี้ไอ้หมอจะมารับ" พูดพลางลุกขึ้นเเล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างมือที่เปรอะคราบน้ำรักของเด็กน้อย 

 

"พะ...พี่ฮะ" 

 

"อะไร..ยังไม่นอนอีกเหรอ"ผมออกมาจากห้องน้ำเห็นข้าวปั้นเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว

 

"อยากกินไอติม"

 

"ก็เอาสิ อยู่ในตู้เย็น"ผมพูดพลางเดินขึ้นไปนั่งบนที่นอน วันนี้ผมเหนื่อยจริงๆ การเลี้ยงเด็กนี่มันยากกว่าที่คิด สาบานเลยว่าจะไม่รับเลี้ยงเด็กที่ไหนอีก แค่นี้ผมก็จะตายแล้ว

 

"อะ...ไอติมของพี่ได้หรือเปล่าฮะ"  ร่างเล็กหันมาหาผมมือบางเอื้อมมาจับที่เป้ากางเกงของผมเบาๆ ผมสะดุ้งรีบลุกขึ้นนั่ง

 

"ฮะ...เฮ้ย อะไรของมึง" ผมถอยห่างข้าวปั้นด้วยความตกใจที่อยู่ๆข้าวปั้นก็รุกผมโดยไม่ทันตั้งตัว 

 

"ตรงนั้นของพี่มันตั้ง เป็นเหมือนข้าวปั้นเลยฮะ" ข้าวปั้นชี้มาที่กลางกายของผมที่ตั้งชูชันใต้เนื้อผ้า หลังจากช่วยให้ข้าวปั้นเสร็จผมก็ดันมีอารมณ์ขึ้นมาซะงั้นแต่ไม่คิดว่าข้าวปั้นจะสังเกตเห็นด้วย 

 

"ทำไม...จะช่วยกูหรือไง" ผมเลิกคิ้วถามข้าวปั้น เด็กน้อยใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความอายก่อนจะขึ้นมานั่งบนเตียงกับผม

 

 

"ฮะ"คำตอบของข้าวปั้นทำเอาผมไปไม่เป็นเลย ถึงผมจะเจ้าชู้ แต่ผมก็มีขอบเขต ผมยังไม่อยากเข้าไปนอนในคุกหรอกนะ

 

"แต่กูยังไม่อยากติดคุก"ผมพูดบอก ข้าวปั้นหน้างอทันที ผมเหลือบมองหางตาไม่ได้พูดอะไร 

 

"แต่ข้าวปั้นอยากทำนะฮะ"ข้าวปั้นพูดเสียงแผ่ว เด็กน้อยนั่งหน้างอ น้ำตาเริ่มซึมออกมาบริเวณหางตา 

 

"อยากทำขนาดนั้นเลยหรือไง"ผมถาม ข้าวปั้นพยักหน้าหงึกหงัก 

 

เด็กอะไรวะ....แปลกชิบหาย 

 

"ก็ได้ งั้นมาทำให้กูหน่อย" ในเมื่อขัดอะไรไม่ได้ผมจึงจำยอมให้ข้าวปั้นทำ ถ้าผมไม่ยอมมีหวังได้ฟังเสียงแหกปากของข้าวปั้นแน่ ผมจัดการปิดไฟภายในห้องเหลือไว้แต่แสงจากโคมไฟ

 

มือหนาจัดการปลดซิบกางเกงและร่นลงมาพอสมควร เผยให้เห็นกลางกายที่ตั้งชูชันภายใต้ชั้นในสีดำสนิท ผมขยับตัวขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียงด้วยท่าทีสบาย ข้าวปั้นขึ้นมานั่งตรงหว่างขา มือบางค่อยๆเลื่อนมาสัมผัสกลางกายด้วยท่าทีสั่นเทา 

 

"แน่ใจนะว่าอยากทำ" ผมถามย้ำเพราะอาการของข้าวปั้นดูเหมือนเก้ๆกังๆ ไม่กล้าทำ 

 

"ฮะ...ตะ...แต่ข้าวปั้นไม่รู้ว่าทำยังไง"ข้าวปั้นตอบพลางค่อยๆดึงชั้นในของผมลง เด็กน้อยชะงักทำอะไรไม่ถูก 

 

"ไม่รู้แล้วจะทำได้ยังไง พอๆ มึงไม่ต้องทำก็ได้" พูดพลางดึงกางเกงและชั้นในขึ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเด็กน้อยยื้อไว้ 

 

"จะทำฮะ....ข้าวปั้นจะทำ" 

 

"เฮ้อ...งั้นก็จับไอ้นั่นขึ้นมา" ผมพูดบอกและชี้ไปที่กลางกายของตัวเอง ข้าวปั้นทำตามอย่างว่าง่าย มือเล็กสัมผัสจับท่อนเอ็นขึ้นมาด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ 

 

"ขยับมือของตัวเองซะ ขยับขึ้นลง ทำได้มั้ย"

 

"ทำได้ฮะ" สองมือเล็กเริ่มขยับขึ้นลงตามความยาว ความเย็นเยือกจากมือเล็กแผ่ซ่านสัมผัสกับท่อนเอ็นจนขนลุกซู่ไปหมด 

 

"ซี้ดดด ดี...เร็วอีก อืมมม ขยับเร็วๆ" ผมบอก ข้าวปั้นพยักหน้ารับพร้อมกับเร่งมือรูดรั้งกลางกายเร็วขึ้น 

 

"อ่าส์ ทำเก่งเหมือนกันนี่ อืมม ซี้ด" มือหนาเอื้อมไปขยี้หัวทุย ข้าวปั้นยิ้มพลางเร่งมือให้เร็วขึ้น  

 

"ข้าวปั้นทำถูกมั้ยฮะ " พูดพลางขยับมือไปด้วย

 

"อือออ...เร็วอีก...อ่าาส์" 

 

"ซี้ด...ทีนี้ใช้ลิ้นค่อยๆเลียตรงนี้แล้วก็อมเข้าไป"นิ้วเรียวแตะตรงหัวของท่อนเอ็นไล้ลงมาจนถึงโคน เด็กน้อยพยักหน้าเข้าใจ ดวงตาของข้าวปั้นที่ตอนนี้เป็นประกาย รู้สึกตื่นเต้นที่ท่อนเอ็นของคนตรงหน้าเริ่มขยายใหญ่และตั้งตรงขึ้น 

 

ลิ้นเล็กแตะบริเวณส่วนหัวของแก่นกายไล้เลียอยู่อย่างนั้นจนส่วนหัวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย 

 

"อืมมม เด็กดี....ซี้ด" 

 

ริมฝีปากสีสวยสัมผัสกับกลางกายก่อนจะค่อยๆครอบส่วนหัวด้วยโพรงปากอุ่น ดูดเม้มจนกลางกายกระตุกเป็นระยะ 

 

"ดูดอย่างเดียวนะมึง ห้ามกัด" 

 

"อึก...อื้มมม " โพรงปากอุ่นค่อยๆครอบลงไปจนถึงลำแท่ง ด้วยความที่ปากของข้าวปั้นเล็กทำให้กลางกายเข้าไปได้ไปไม่หมด 

 

"อืมมม" 

 

"ขยับปากสิ ทำเหมือนมือนั่นแหละ" ผมพูดบอก ข้าวปั้นจับตรงโคนของกลางกายไว้แล้วเริ่มขยับโพรงปากขึ้นลงเบาๆ ริมฝีปากเสียดสีกับลำเเท่งไล่ตั้งแต่หัวลงมา เกิดเสียงครางและเสียงดูดดึงเป็นระยะ

 

"อ่าาาส์....อุ่นชะมัด อืมมม" ผมเอื้อมมือไปลูบหัวของข้าวปั้นออกแรงกดเบาๆเพื่อให้ข้าวปั้นครอบลงไปได้ลึกยิ่งขึ้น 

 

"อึก...อื้อ.อืมมม" ข้าวปั้นขมวดคิ้วมุ่นเพราะส่วนหัวเข้ามาลึกเกินไปจนเกือบอ้วก เด็กน้อยขยับปากขึ้นมาอมตรงส่วนหัวแลบลิ้นเลียตามร่องของส่วนหัวเบาๆแล้วครอบปากรูดรั้งลำแท่งอีกครั้ง 

 

"เป็นไง ไอติมกูอร่อยมั้ย"ผมถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม ข้าวปั้นเงยหน้ามองผมแล้วยิ้มเขินในขณะที่ปากและมือยังคงทำหน้าที่ขยับรูดรั้งอยู่ 

 

"อืมมม อร่อยฮะ...มันร้อนๆ" พูดจบข้าวปั้นก็ครอบปากลงไปอีกแล้วรูดรั้งเร็วขึ้น เด็กน้อยนั่งชิมลำแท่งราวกับชิมไอติมแท่งโปรด ผมนั่งมองข้าวปั้นอย่างอึ้งๆ ข้าวปั้นทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งที่ไม่เคยทำแท้ๆ 

 

ผมกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อคิดบางอย่างได้ ผมจัดการเอื้อมไปดึงกางเกงและชั้นในของข้าวปั้นลงและก็เป็นอย่างที่คิด กลางกายเล็กของข้าวปั้นเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง บั้นท้ายเนียนสั่นระริกอย่างน่ารักจนผมอดไม่ได้ที่จะสัมผัส ไวเท่าความคิด มือใหญ่เลื่อนไปบีบเค้นบั้นท้ายอย่างแรงจนข้าวปั้นสะดุ้งตกใจ 

 

"ทำต่อสิ กูไม่ทำอะไรหรอก"ผมบอก เพื่อไม่ให้ข้าวปั้นตื่นกลัวไปมากกว่านี้ เด็กน้อยก้มลงคลอเคลียกลางกายต่อ ส่วนผมก็สัมผัสกับบั้นท้ายเนียนเบาๆ 

 

"อ่ะ...อ๊ะ!"ข้าวปั้นสะดุ้งร้องเสียงดังเมื่อจู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเพราะมีบางอย่างมาคลอเคลียแถวๆช่องทางจนเด็กน้อยขนลุกซู่ 

 

"ชู่ววว ไม่ต้องกลัว กูไม่ทำให้มึงเจ็บหรอก"น้ำเสียงอ่อนโยนถูกส่งไปให้เด็กน้อย ท่าทีตื่นกลัวทำให้ผมต้องรีบชักมือออก ผมเปลี่ยนมาเป็นจับที่เเก้มเด็กน้อยแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากแผ่วเบาแล้วไล่ลงมาจนถึงริมฝีปากเล็กอวบอิ่ม ผมเพียงแค่สัมผัสเบาๆเท่านั้นไม่ได้ล่วงล้ำอะไร ข้าวปั้นหน้าแดง หายใจเสียงดัง 

 

"แฮ่กๆ ข้าวปั้น อื้ออ เสียวอีกแล้วฮะ"เด็กน้อยพูดบอก มือเล็กที่จับกลางกายของผมเริ่มกำแน่นด้วยความเสียวซ่านจนผมรู้สึกจุก

 

"ซี้ด อย่าบีบแรง กูจุก...อืมมม"ข้าวปั้นคลายมือให้หลวมก่อนจะอมแก่นกายอีกครั้งตามคำสั่งของผม ผมเลื่อนไปสัมผัสรูดรั้งกับแก่นกายน้อยที่สั่นระริก บริเวณหัวที่เป็นสีแดงเห็นแล้วน่ากินชะมัด 

 

"อึก...อื้อออ...อื้ม" 

 

"ซี้ด...อ่าส์ ขยับเร็วอีก...อ่าส์ อืมมม อมเข้าไปลึกๆ"ผมสั่ง ซึ่งข้าวปั้นก็ทำตาม ไม่ขาดตกบกพร่อง 

 

"อือออ อึก...อื้ม" 

 

"ซี้ดดด...อือ...อ่าาส์" เสียงทุ้มครางออกมาไม่ดังมากนัก ภายในห้องที่ตอนนี้มีเพียงสองร่างที่กำลังนัวเนียกันท่ามกลางแสงสีนวลจากโคมไฟบนหัวเตียง  

 

"พอก่อน เอาตูดมึงมาทางนี้"ผมพูด ข้าวปั้นทำหน้างงไม่เข้าใจ  ผมจึงจัดท่าให้ข้าวปั้น จับให้หันบั้นท้ายมาทางผม ส่วนใบหน้าของข้าวปั้นอยู่ที่กลางกายของผม ข้าวปั้นตัวสั่นนิดๆ ผมจึงบอกให้ข้าวปั้นใช้ปากทำหน้าที่ของตัวเองไป 

 

"ไม่ต้องกลัว...ไม่เจ็บหรอก"พูดพลางจับบั้นท้ายเนียนเล็กไว้ ค่อยๆบีบคลึงบั้นท้ายเบาๆ ช่องทางเกร็งขมิบรัดอากาศ แก่นกายน้อยสั่นระริกอย่างน่ารัก

 

ผมจูบไปตามเนื้อเนียน ดูดเม้มจนเกิดเสียง ข้าวปั้นเองก็สะดุ้งทุกครั้งที่ผมสัมผัสแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของเอง  ผมยิ้มขำกับท่าทางของเด็กน้อย 

 

"ตูดนิ่มจังวะ...จุ๊บ" ริมฝีปากหนาประทับบริเวณแก้มก้นข้างซ้ายแลบลิ้นเลียเบาๆจนชื้นไปด้วยน้ำลายก่อนจะออกแรงกัดเบาๆไม่แรงมากนักแต่ก็ทำให้เป็นรอยแดงได้ 

 

"อ๊ะ!...ข้าวปั้นเจ็บฮะ" ข้าวปั้นสะดุ้งร้องพยายามขยับบั้นท้ายหนีแต่ผมรั้งไว้

 

"โอเคๆ กูขอโทษ" พูดพลางจูบซับรอยกัดอย่างอ่อนโยน 

 

"อ่ะ...อื้อออ ข้าวปั้นเสียว มันรู้สึกแปลกๆอีกแล้ว...อ๊ะ" เด็กน้อยเชิดหน้าขึ้นร้องครางอย่างน่ารัก เมื่อผมลองใช้ลิ้นสัมผัสบริเวณปากช่องทาง ทำให้ช่องทางเล็กสะดุ้งขมิบรัดอย่างลืมตัว มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก 

 

"เสียวดีใช่มั้ย ถ้าอยากรู้สึกดีอีกต้องว่าง่ายๆเข้าใจมั้ย"ผมพูดต่อรองกับข้าวปั้น ข้าวปั้นเงียบไปสักพักก่อนจะหันมาพยักหน้าตอบตกลง 

 

"หึ....งั้นก็ใช้ปากต่อไป โอเคมั้ย" ข้าวปั้นพยักหน้าหงึกๆก่อนจะหันกลับไปรูดรั้งท่อนเอ็นของผมต่อ 

 

ลิ้นหนาค่อยๆลากเลียชิมตั้งแต่แก้มก้นขาวไปจนถึงปากช่องทาง ความเย็นชื้นจากลิ้นทำเอาข้าวปั้นตัวสั่นสะท้าน ผมขยับลิ้นระรัวบริเวณปากช่องทาง ก่อนจะเลยเถิดขยับลุกล้ำเข้าไปในช่องทางเกร็งลิ้นแล้วแยงเข้าไปจนเด็กน้อยสะดุ้งขมิบรัดลิ้นระรัว ผมผมถอนลิ้นออกมาพลางเลียที่ปากช่องทางกดย้ำๆอยู่อย่างนั้น ทำให้ได้ยินเสียงครางเสียวอยู่เป็นระยะ

 

"อึก....อื้ออออ....อื้อ" 

 

"อ่าาส์ ...ดี ขยับปากเร็วๆ...อุ่นดีชะมัด..อืมมม" 

 

เด็กน้อยรูดรั้งริมฝีปากสัมผัสท่อนเอ็นจนมันเริ่มกระตุกเกร็ง ส่วนหัวที่บานใหญ่กระแทกเข้าไปในโพรงปากอุ่นอย่างแรงจนเด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่น 

 

"อึก..อื้ออ...อื้มมม" 

 

"อ๊ะ!!!!" อยู่ๆข้าวปั้นก็สะดุ้งอย่างแรง น้ำตาสีใสร่วงลงมาทันทีเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมกำลังพยายามแทรกเข้ามาในช่องทาง 

 

"ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งร้อง อย่าเกร็งสิ"ผมพยายามพูดปลอบเด็กน้อย ในขณะที่นิ้วเรียวยังคงแช่ค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ขยับไปไหนเพราะกลัวเด็กน้อยจะเจ็บไปมากกว่านี้ 

 

"ฮึก...ฮือ เจ็บฮะ...ข้าวปั้นเจ็บ"เด็กน้อยพูดบอกเสียงสั่น ผมจึงก้มลงจูบที่บั้นท้ายเนียนเพื่อปลอบ

 

"อย่าเกร็งสิ ไม่งั้นมึงจะเจ็บนะ...กูบอกแล้วไงว่าให้ว่าง่ายๆ ทำตามที่กูบอก" 

 

"แต่ข้าวปั้นเจ็บนะฮะ...เจ็บมากเลย" ข้าวปั้นยังคงเกร็งช่องทางไว้อย่างนั้น

 

"ถ้ามึงไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร พอเถอะ ลุกได้แล้ว"ผมพูดบอกเสียงนิ่งเรียบพร้อมกับดึงนิ้วออก ข้าวปั้นสะดุ้ง 

 

"ยะ...อย่าเพิ่งฮะ ข้าวปั้นจะทำต่อ...จะเอาอีกฮะ"จากที่กำลังจะลุกขึ้นผมก็เปลี่ยนใจทันที 

 

"มึงกลัวเจ็บไม่ใช่หรือไง" 

 

"พี่ก็อย่าทำให้ข้าวปั้นเจ็บสิฮะ"เด็กน้อยพูดเสียงแผ่ว 

 

"หึ...จะพยายาม" 

..

..

 

"อ่ะ....อ๊ะ มันเจ็บ!" 

 

"อย่าเกร็งสิ ผ่อนคลายหน่อย จะเสร็จแล้ว"ผมพูดปลอบ เด็กน้อยตอนนี้จับขาผมแน่น ทั้งร้องไห้และร้องครางในเวลาเดียวกัน

 

"อ๊ะ...ฮึก เสร็จหรือยังฮะ อื้อออ ไม่ไหวแล้ว"ข้าวปั้นกัดฟันทน พยายามผ่อนคลายให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะให้ร่างสูงสอดนิ้วเข้ามา 

 

"อื้อออ เจ็บ! ฮึก" 

 

ใช้เวลาอยู่นานกว่านิ้วเรียวจะสอดเข้าไปได้หมด เด็กน้อยหอบหายใจเสียงดังขณะเดียวกันภายในก็ขมิบรัดนิ้วเรียวแน่น ผมตั้งใจจะไม่สอดใส่ เพราะดูๆแล้วข้าวปั้นคงไม่ไหวแน่ๆ ทั้งขนาดของแก่นกายและแรงของผม ผมไม่อยากฆ่าเด็กหรอกนะ ใช้นิ้วนี่แหละดีที่สุดแล้ว...

 

"ผ่อนแรงหน่อย กูจะขยับแล้วนะ"ไม่รอให้เจ้าตัวพูดอะไร ผมเริ่มขยับนิ้วเข้าออกทันที แต่เริ่มขยับด้วยแรงที่เบาและเนิบที่สุด 

 

"อ๊ะ..อ๊ะ...อื้อออ..อ๊า!" เมื่อข้าวปั้นเริ่มปรับตัวได้แล้วนิ้วเรียวค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆแต่เน้นหนักพอสมควร บั้นท้ายเนียนสั่นระริกขยับไปตามแรงกระแทกของผม 

 

"ฮ่ะ...อื้อออ..มันเสียว...อ๊ะ" ผมขยับนิ้วไปเรื่อยๆจากเบาก็กลายเป็นเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางจากที่ร้องเบาๆเป็นหวะก็เริ่มดังขึ้นเช่นกัน 

 

"เริ่มรู้สึกดีแล้วใช่มั้ย" พูดพลางขยับนิ้วเรียวกระแทกเข้าไปเน้นๆ

 

"อ๊า...เสียว..อื้อออ รู้สึกดีฮะ...ดีมาก...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ" 

 

"ไหนตอบแทนกูหน่อยสิ"ผมพูดขึ้นยิ้มๆ ข้าวปั้นจับแก่นกายแล้วครอบปากขยับขึ้นลงทันที 

 

"อ่าาาส์ เด็กดี...ซี้ดดด เเรงอีก" 

 

"อึก..อื้อ...อืออออ...อื้มมม" 

 

"ดูดเเรงๆ อือออ ขยับเร็วๆ อย่างนั้น อืมมม" ผมขยับนิ้วเร็วขึ้นพลางกระเด้งช่วงล่างเข้าหาโพรงปากทำให้กลางกายเข้าไปลึกยิ่งขึ้น 

 

"อ่ะ....อ๊ะ...อืมมม อึก...อื้อออ" จากที่เกร็งบั้นท้ายอยู่นานก็เปลี่ยนมาเป็นขยับสะโพกตามนิ้วของผมซะอย่างนั้น

 

"อ่าาาส์ ปากมึงอุ่นดีชะมัด" 

 

"อืมมม เสียว..อ๊ะ ไม่ไหวแล้วฮะ" ข้าวปั้นร้องครางไม่เป็นภาษา น้ำสีใสไหลรินลงมาตามแก้ม ผมเร่งขยับนิ้วให้เร็วและรัวขึ้น 

 

"อ๊ะ...อื้อออ ไม่ไหว..อ๊า" 

 

เสียงครางระงมของทั้งคู่ดังแข่งกัน บรรยากาศตอนนี้ช่างร้อนแรงเสียเหลือเกินสำหรับเด็กน้อย เด็กน้อยครอบครองท่อนเอ็นขยับรูดรั้งขึ้นลงอย่างแรงจนท่อนเอ็นสั่นระริกเริ่มกระตุกเริ่มมีน้ำใส่ออกมา 

 

"ซี้ดดด อืมมม อ่าส์...อื้อ!" 

 

"อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...อื้อออ...อ๊าาา!!" 

 

เสียงครางครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับน้ำรักสีขุ่นที่ล้นทะลักออกมาเปรอะเปื้อนโพรงปากและใบหน้าของข้าวปั้น ผมขยับนิ้วอีกสองสามครั้งก่อนข้าวปั้นจะปลดปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องแกร่ง 

 

"แฮ่กๆๆ" 

 

"หึ...เป็นไง เจ็บมั้ย" พูดพลางอุ้มเด็กน้อยให้มานั่งตักแกร่ง 

 

"ไม่เจ็บฮะ" 

 

"ดีแล้ว ไปอาบน้ำไป ตัวเปื้อนหมดแล้ว พรุ่งนี่ต้องรีบตื่นนะ ไอ้หมอมันจะมารับแต่เช้า " 

 

"ข้าวปั้นขออีกได้มั้ยฮะ..

 

 

5 วันต่อมา 

 

กริ๊งงงงง!! 

 

แอด~

 

"งืมม...อะไรของมึงไอ้หมอ มาห้องกูแต่เช้าคิดถึงกูรึไง"ผมงัวเงียเดินมาเปิดประตู หลังจากเสียงกริ่งหน้าประตูรบกวนผมตื่น เมื่อเปิดประตูก็เห็นไอ้หมอยืนมองหน้าผมนิ่ง

 

"เออคิดถึง....แต่คนที่คิดถึงมึงไม่ใช่กูหรอกนะ"ไอ้หมอพูดบอก

 

"หืม..ใคร ใครคิดถึงกู" ผมถาม

 

"ข้าวปั้นฮะ...ข้าวปั้นคิดถึงพี่พาส" ผมตาสว่างทันทีที่ได้ยินเสียงใสพร้อมกับเด็กตัวเล็กที่โผล่ออกมาจากด้านหลังของไอ้หมอ

 

"กูจะมาฝากมึงเลี้ยงหน่อย อีกสามวันกูจะมารับ

 

 

!!! 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 Pasta  VS  Kimochii 

 

Pasta:  ไอ้เด็กบ้า ทำไมไม่ให้กูเสียบวะ!!

 

Kimochii:  หืม...ก็ใช้นิ้วเสียบแล้วไง 

 

Pasta:  ไม่ใช่ หมายถึงใช้ไอ้นั่นเสียบไม่ได้หรือไง  ทำไมต้องใช้นิ้ววะ

 

Kimochii:  ไอ้นั่นคืออะไร ไม่รู้จัก 

 

Pasta:  อย่ามาทำใส ก็ไอ้นั่นไง  

 

Kimochii: ไอ้นั่นไหนหละ ใครจะไปรู้ 

 

Pasta:  ก็ไอ้นั่นไง ไอ้นั่นอ่ะ

 

Kimochii: ไอ้นั่นๆอยู่ได้ไม่รู้จัก

 

..

..

สองชั่วโมงผ่านไป

 

Pasta:  อย่ามาทำใสไอ้เด็กบ้า! ก็บอกว่าไอ้นั่นก็คือไอ้นั่นนั่นแหละ!!!!

 

 

Kimochii:  ก็บอกมาตรงๆสิว่าไอ้นั่นที่ว่ามันคืออะไร ไอ้นั่นคือไอ้นั่นอยู่ได้ งงโว้ยยย!!!

 

 

..................................................................................................................................

 

 มาลงแล้ว!! พอดีไรท์สะดุ้งตื่นตอนตีหนึ่งเลยนึกขึ้นได้ว่าต้องอัพนิยาย ( ไรท์เป็นโรคแต่งNCเสร็จแล้วสลบเลย แบบใช้พลังงานเยอะมากในการแต่ง55555) 

NC ตอนนี้ดูไม่สนุกสินะ อันนี้เพราะเราอยากให้พี่พาสดูอ่อนโยนบ้าง อ่อนโยนรึเปล่าก็ไม่รู้นะ 

ตอนต่อไปจะชดเชยแบบรุนแรงส์ให้นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น