HolinPe

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 16 : สิทธิ์ของเมีย ( 100% )

ชื่อตอน : Chapter 16 : สิทธิ์ของเมีย ( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2562 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 16 : สิทธิ์ของเมีย ( 100% )
แบบอักษร

Chapter 16

สิทธิ์ของเมีย

          มะลิตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหนึบศีรษะ ร่างบางเบ้หน้า สภาวะแฮ็งค์เล่นงานเธอเสียแล้ว นัยน์ตากลมปรืออย่างคนพึ่งตื่นนอนมองกวาดไปรอบห้องหลังจากที่พยายามฝืนร่างลุกขึ้นมา เสียงน้ำจากฝักบัวตกกระทบพื้นทำให้รู้ว่าเจ้าของห้องนอนกำลังอาบน้ำอยู่ด้านใน มะลิยิ้มน้อยๆ มันเป็นเช้าอีกวันหนึ่งที่เธอมีเขาอยู่ใกล้ๆ พาลทำให้หัวใจเบิกบานไม่ต่างจากต้นไม้ได้รับน้ำและแสงแดด

          ติ้ง*!*

          จู่ๆโทรศัพท์เครื่องบางที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของคนตัวโตก็ส่งเสียงแจ้งให้รู้ว่ามีข้อความไลน์เข้ามา มะลิไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นอะไร

          ติ้ง*!*

          แต่พอมันดังซ้ำรอบที่สองหญิงสาวก็อดที่จะเหลือบไปมองไม่ได้ ก่อนจะเขยิบตัวไปใกล้ๆและยอมเสียมารยามหยิบมันขึ้นมาเพราะชื่อคุ้นตาบนหน้าจอ

          ANN : มอนิ่งคนนอนดึก

          ANN : รอที่คอนโดนะคะ

          คนตัวเล็กตัวชาไปชั่วขณะ ไม่ได้อยากคิดไปเอง แต่สิ่งที่เห็นก็ทำให้ได้รู้ว่าที่ผ่านมาพี่ปุ่นติดต่อกับคุณแอนอยู่ตลอด วันนั้นที่เธอขอร้องไม่ให้รับโทรศัพท์พี่ปุ่นไม่รับก็จริง ซึ่งมันก็แค่วันนั้น ความจริงที่ได้รู้ทำให้มะลิจุกหน่วงในอก ขอบตาร้อนผ่าวคล้ายกับจะร้องไห้ หากแต่มันกลับร้องไม่ออก เมื่อเหตุผลที่ว่าเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เธอจึงไม่มีสิทธิ์หึงหวงหรือรู้สึกอะไรกับพี่ปุ่น และสถานะเมียที่อีกคนหยิบยื่นให้ มันหมายถึงคู่นอนไม่ใช่คนรัก

          แกรก*!*

          เสียงเปิดประตูดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยของมะลิกลับคืนมา มือบางรีบวางโทรศัพท์ลงที่เดิม ดึงผ้าห่มขึ้นซับดวงตาที่คล้ายจะมีหยาดน้ำปริ่มคลอออกมา สูดหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อควบคุมและปิดบังอาการที่ไม่ว่ายังไงก็ห้ามแสดงออกให้ชายหนุ่มรู้เด็ดขาด

          “ตื่นแล้วเหรอ”

          ทว่าก็ช่างยากเย็น เพราะแค่คำถามง่ายๆมะลิก็นิสัยเสียไม่อยากตอบเสียแล้ว แถมยังไม่แม้แต่หันหน้าไปมองคนถามสักนิด มะลิไม่โทษอะไรเลยนอกจากความไม่เก่งของตัวเอง หลอกใครไม่ค่อยได้ และโกหกไม่ค่อยเป็น

          “เป็นอะไร ปวดหัว?”

          ความเงียบของมะลิบวกกับท่าทางนิ่งค้างไม่ขยับทำให้ปุ่นคิดว่าเจ้าตัวไม่สบาย ร่างสูงที่ช่วงเอวมีเพียงผ้าเช็ดตัวสีเข้มผืนเดียวพันกายรีบเดินเข้าไปหา เขานั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือหมายจะสัมผัสหน้าผากเพื่อวัดไข้ แต่กลับถูกเด็กน้อยปัดมือทิ้ง อีกทั้งเจ้าตัวยังช้อนดวงตาที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อให้

          “อย่ามาจับเรา”

          ปุ่นเลิกคิ้ว ไม่ได้โกรธการกระทำที่หากเป็นคนอื่นเขาคงด่าว่างี่เง่า แต่เพราะเป็นลิลิความใจเย็นและอดทนของเขาถึงได้เพิ่มเป็นหลายเท่า

          “งอแงอะไรหื้ม?”

          คนถูกถามเม้มปาก หงุดหน้าลงกับอกหลุบตาหนีเขา ปุ่นมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ถ้าไม่เป็นเมื่อก่อนเขาคงโวยวายหาเรื่องทะเลาะไปแล้ว

          “พี่ปุ่นปล่อยเรา!”

          เขาไม่ได้สนใจแรงดิ้นรนขัดขืนเท่ามดของคนบนตักที่ถูกเขารวบยกขึ้นมากอดกักเอาไว้ ริมฝีปากที่น่าบดขยี้ของลิลิคว่ำลงเมื่อเจ้าตัวไม่สามารถหลุดออกจากพันธนาการที่รัดแน่นยิ่งกว่าเชือกเส้นใหญ่ของเขาได้

          “ปล่อยเราเดี๋ยวนี้!”

          “ไม่”

          ร่างสูงตอบเสียงเรียบ ถ้าวันนี้เขาไม่ได้รู้ว่าเด็กดื้องอนตัวเองเรื่องอะไร เขาจะไม่ปล่อยเด็ดขาด ถ้าพูดยากก็จะกอดเอาไว้แบบนี้ให้ตายกันไปข้าง

          “เผด็จการ!”

          “แน่นอนพี่เด็ด”

          “เราไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น!”

          ปุ่นอมยิ้ม อาศัยจังหวะที่เจ้าตัวเสียรู้เอี้ยวหน้ามาพองแก้มงอแงใส่ ขโมยจุ๊บปากนุ่มนิ่มให้คนในอ้อมแก้มหน้าเหวอเล่นๆ

          “ดื้อมากๆ พี่ทำกว่าจูบแน่”

          มะลิหน้าง้ำเพราะรู้ว่าพี่ปุ่นไม่ได้แค่ขู่ เธอกลัวจะโดนเขาจับกิน แต่ก็ไม่อยากคุยกับผู้ชายนิสัยไม่ดี หลายใจเป็นงานอดิเรกคนนี้

          “จะบอกพี่ได้หรือยังว่าเป็นอะไร”

          “ฮื่อออ เอาหน้าออกไป”

          กอดเฉยๆก็แย่แล้ว แต่พี่ปุ่นเกยคางลงมา เอาหน้าหล่อกับลมหายใจร้ายๆที่อุ่นร้อนราวกับไฟหลอมละลายเทียนไขเข้ามาใกล้แก้มด้วย นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย

          “ไม่ ถ้าหนูไม่บอก พี่จะอยู่แบบนี้แหละ”

          “พี่ไม่เข้าใจ”

          เมื่อไม่มีทางออก มะลิก็จำต้องคุยกับอีกฝ่ายแม้ว่าไม่อยากคุยก็ตาม

          “เรื่อง?”

          “เราไม่อยากทะเลาะกับพี่”

          “ทะเลาะอะไร?”

          น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ของพี่ปุ่น ทำมะลิโมโหไม่น้อย

          “เรื่องคุณแอนไง”

          “แอนทำไม?”

          ร่างบางเม้มปากจนมันสั่นระริก เขาพูดถึงผู้หญิงคนนั้นได้อย่างหน้าตาเฉยไม่นึกถึงใจเธอสักนิด มะลิเผลอเหยียดริมฝีปากยิ้มสมเพชตัวเอง เธอเบือนหน้าหนีเมื่อพี่ปุ่นพยายามจะจับใบหน้าเธอหันไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างเอาแต่ใจ

          “หันมา อย่าดื้อ”

          “เราไม่อยากคุย”

          “ไม่คุยก็ไม่รู้เรื่อง”

          “ขอโทษ ฮึก เราจะไม่พูดถึงผู้หญิงของพี่อีก”

          สุดท้ายความเข้มแข็งอันน้อยนิดของมะลิก็พังทลาย หยาดน้ำอุ่นไหลออกมาจากนัยน์ตาคู่สวยพร้อมกับแรงสะอื้นเบาๆ

          “ลิลิ”

          ปุ่นเรียกเด็กขี้แยเสียงอ่อนพร้อมกับกระชับกอดแน่นกว่าเดิม

          “ร้องไห้ทำไม พี่ดุหนูหรือยังหื้ม?”

          คนที่กำลังร้องไห้ส่ายหน้าตอบ ปุ่นเลยจูบแผ่วๆที่ข้างขมับของเจ้าตัว

          “รู้แล้วก็อย่าคิดไปเองอีก เรื่องแอนก็เหมือนกัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงของพี่ เข้าใจใหม่ด้วย”

          “แต่พี่นัดเจอเธอ ฮึก”

          มะลิเถียงทั้งที่ยังสะอื้น

          “ไม่ได้นัด”

          “นัดสิ เราเห็น”

          “เห็น?”

          ร่างสูงขมวดคิ้ว ก่อนจะตวัดสายตาไปมองมือถือและเอี้ยวตัวเอื้อมไปหยิบมันมา ทันทีที่แตะหน้าจอข้อความไลน์ที่ค้างอยู่ก็โชว์หลาให้เห็น ปุ่นอ่านมันด้วยสายตาว่างเปล่าหากแต่มีประกายครุกรุ่นเคลือบฉาบ นิ้วเรียวสไลด์ปลดล็อกพร้อมกับพิมพ์ข้อความตอบกลับไปโดยให้เด็กน้อยในอ้อมกอดอ่านมันไปด้วย

          (ให้ไฟไปแล้ว)

          หลังจากนั้นคนในแชทก็ขึ้นอ่านและตอบทันที

          ANN : ทำไมไม่มาเอง

          (ไม่สำคัญ)

          ANN : รู้ว่าไม่ใช่ธุระสำคัญ แต่มาเจอพี่หน่อยไม่ได้เหรอ

          (ไม่ได้)

          (แล้วที่บอกว่าไม่สำคัญ)

          (ไม่ได้หมายถึงธุระ)

          (แต่หมายถึงพี่)

          ANN : ปุ่น

          มะลิอ่านข้อความด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นแรง เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธในชื่อพี่ปุ่นที่คุณแอนพิมพ์มา เลยหันไปมองคนที่สวมกอดตัวเองอยู่ทางด้านหลัง ใบหน้าของพี่ปุ่นเฉยชาไร้อารมณ์ แต่พอเห็นและสบตากับเธอเข้า รอยยิ้มที่มะลิคาดเดาไม่ได้ก็กระตุกขึ้น

          “คราวหลังมีอะไรก็ให้พูด ก่อนงอนพี่ให้ถามก่อน เข้าใจไหม?”

          คนตัวเล็กฟัง ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองคิดก็เผลอพยักหน้าตกลงไปแล้ว มะลิมุ่นคิ้วให้กับความไม่สามัคคีของร่างกายและหัวใจ

          “หึ”

          ปุ่นหัวเราะเบาๆ ริมฝีปากเย็นชืดเพราะพึ่งจะอาบน้ำมากดจูบลงบนลาดไหล่เนียนขาวเนื่องจากคอเสื้อที่เจ้าตัวใส่ร่นลงไปถึงต้นแขนโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้รู้

          “อึก จะ เจ็บ”

          หมั่นเขี้ยวเด็กดื้อเลยเผลอขบกัดเนื้อนุ่มๆที่หอมกรุ่นของมะลิน้อยอย่างแรง พอเจ้าตัวประท้วงก็แกล้งพรมจูบขึ้นไปหาซอกคอ ซุกไซ้สูดดมกลิ่นหอมๆจนฉ่ำปอด ก่อนผละออก คลายออมกอดคืนอิสระให้

          มือหนายื่นโทรศัพท์ส่งให้คนที่นั่งแก้มแดง หูแดงอยู่บนเตียงด้วยท่าทางน่าเอ็นดู ลิลิช้อนตาขึ้นสบกับเขา แต่ก็ไม่ยอมรับมันไป ปุ่นเลยต้องส่งสายตาดุกดดันเจ้าตัวถึงยอมเอื้อมมือขาวๆมารับ

          “ดูให้หน่อยสิ ว่าถูกไหม”

          มะลิขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ถึงอย่างนั้นก็หลุบสายตาอ่านข้อความที่อีกคนพิมพ์ค้างไว้ยังไม่ได้กดส่ง คนตัวเล็กอ้าปากน้อยๆเมื่ออ่านมันจบ หน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปใหญ่พอๆกับหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนกลัวมันจะหลุดกระดอนออกมาจากอก

          “ว่าไง”

          “...”

          “ถ้าใช่ก็ส่งไป ถ้าไม่ใช่ก็พิมพ์ส่งให้พี่ใหม่ เอาตามที่หนูอยากพิมพ์เลย”

          “ขี้โกงอีกแล้ว”

          ร่างบางพึมพำ ก่อนจะอมยิ้ม เมื่อเจ้าของเรือนร่างน่ามองที่ทั้งตัวมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวเซ็กซี่เอื้อมมือมาขยี้ผมยุ่งๆของเธอให้ยุ่งกว่าเดิม

          “สิทธิ์ของเมียไม่ได้มีแค่ด่าพี่ได้อย่างที่ไอ้ไฟบอกนะลิลิ”

          พูดจบก็เดินไปแต่งตัว ทิ้งให้มะลิกลั้นยิ้มจนเจ็บแก้มไปหมด ดวงตากลมที่เริ่มกลับมาสุกใสอีกครั้งทั้งที่ยังมีหยาดน้ำคลอเป็นประกายร่าเริง มะลิอ่านที่พี่ปุ่นพิมพ์ค้างไว้อีกครั้ง แล้วกดส่งไปโดยไร้ซึ่งความลังเล

          (ขอโทษนะแอน เมียผมขี้หึง คงไปเจอไม่ได้)

50%

.

          .

          มะลิเรียกมันว่าวันแห่งความสุข วันนี้พี่ปุ่นไม่ได้ออกไปไหน ร่างสูงนั่งไขว่ห้างวาดวงแขนข้างหนึ่งโอบไหล่เธอไว้ นัยน์ตาสีดำไร้คลื่นจับจ้องไปยังจอทีวีที่กำลังฉายซีรีย์เกาหลีเรื่องดังอยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันบ้างในบางครา บางเวลาก็ทำหน้าเบื่อโลก แต่ก็ไม่ยักจะทักท้วงบ่นอะไรหรือลุกออกไป ทำเอาคนที่แอบลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อถึงกับกลั้นยิ้มจนแก้มพอง อย่างน้อยเราก็ขยับความสัมพันธ์เข้าใกล้กันกว่าเดิมมาก

          “จะดูหน้าพี่หรือซีรีย์?”

          น้ำเสียงหยอกเย้าเอ่ยถามพลางหันมาจ้องตากัน คนตัวเล็กหลุดยิ้มแหยเมื่อถูกอีกฝ่ายจับได้ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นยามเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนถาม

          “พี่ปุ่น”

          “ครับ”

          ตั้งแต่ที่พี่ปุ่นเรียกเธอว่าเมีย เขาก็ครับกับเธอตลอด ซึ่งมันไม่ดีต่อใจสักนิด น้ำเสียงทุ้มละมุนที่ได้ฟัง อ่อนโยนต่อหัวใจคนฟังซะที่ไหน

          “เราสงสัย”

          “เรื่อง?”

          “ตอนนี้เรารู้สึกกับพี่ได้หรือยัง”

          “ยัง”

          “หงึ”

          มะลิหน้าหงอยเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนจะยู่ปากกับประโยคต่อมาของคนตัวโต

          “ยังไม่รู้ตัวอีกเด็กโง่”

          “ก็ข้อตกลง...”

          “ให้นิวเผาทิ้งแล้วสัญญาน่ะ”

          ร่างบางตาโต รีบปีนขึ้นไปนั่งบนตัก ท่าทางเหมือนเด็กจนปุ่นหลุดขำ แขนแกร่งโอบกอดคนตัวหอมเอาไว้ เพราะสายตาที่อยู่ในระดับเดียวกัน ทำให้เขาได้เห็นลูกแก้วกลมใสที่เป็นประกายเต็มไปด้วยความดีใจระคนสงสัย

          “ไม่เชื่อเหรอ”

          ปุ่นถามเมื่อสีหน้าของมะลิดูไม่เชื่อเขาสักเท่าไหร่

          “เชื่อ แต่เราอยากรู้ว่าทำไม”

          “ก็อยากคบจริงจัง”

          “...”

          “ไม่ได้เหรอครับ?”

          ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้ มะลิยกมือซ้ายทาบลงตรงตำแหน่งหัวใจ มันเต้นแรงซะจนเธอกลัวตัวเองจะหัวใจวายตายเสียก่อน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนร้ายๆอย่างพี่ปุ่นจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย

          “พี่ชอบเรา?”

          มือเล็กเปลี่ยนมาชี้นิ้วใส่ตัวเอง เจ้าของตักพยักหน้าพลางยิ้มมุมปาก

          “ดีใจจัง”

          “หื้ม?”

          “เราก็ชอบพี่”

          “แค่ไหนครับ”

          “นับเม็ดทรายทั้งทะเลก็รู้”

          “เสี่ยวว่ะ”

          เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังออกจากลำคอเบาๆ นัยน์ตาที่มักเย็นชาและอ่านยากทอประกายอบอุ่นกว่าที่เคย มะลิกอดคอคนตัวสูงเอาไว้พร้อมกับเกยคางลงกับบ่ากว้าง เธอคลี่ยิ้มบางให้กับความสุขเล็กๆในตอนนี้ แม้ว่าจะมีข้อสงสัยมากมายที่อยากจะถามเจ้าของกลิ่นกายหอมอ่อนที่กำลังโอบกอดกันอยู่ ทว่ามะลิก็เลือกที่จะกักเก็บมันเอาไว้ สำหรับเธอแล้วเรื่องบางเรื่องไม่รู้ไม่ถาม ทำเป็นมองไม่เห็นจะดีกว่า

          “พี่ยังไม่ลืมใช่ไหมว่ารับปากอะไรกับเรา”

          “ไม่กลัวอ้วน?”

          “กลัว แต่เราห้ามความปรารถนาต่อชาบูไม่ได้”

          “อ้วน... โอ๊ย!”

          เจ้าของเขี้ยวคมที่พึ่งจะฝังลงบนบ่าของปุ่น ผละออกไปฉีกยิ้มตาหยี พอเขาแกล้งถลึงตาดุใส่คว่ำปาก ทำหน้าสำนึกผิด

          “เจ็บไหม เดี๋ยวเราเป่าให้”

          “น่าตีว่ะลิลิ”

          “ห้ามตีเรา คุณไฟบอกว่าสามีที่ดีจะต้องไม่ตีภรรยา เราเมียพี่นะ ตีเรา เรางอนพี่จริงๆด้วย”

          จะดุก็ดุไม่ลง น้ำเสียงอ้อนๆ ช้อนตาแป๋วๆให้กันหน่อยเดียว ปุ่นก็แพ้ราบคาบอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน แม้กระทั่งเม พี่สะใภ้ที่เขารู้สึกนักหนา ดาเมจยังไม่แรงเท่าสกิลการอ้อนของลิลิเลย ตอนเกิดแม่ให้กินอะไรวะ โตมาถึงได้น่ารักฉิบหาย

          “จะไปไหน”

          มือหนาคว้าร่างที่พึ่งจะปีนลงจากตักไปให้กลับมานั่งแหมะลงที่เดิมพลางเลิกคิ้วถาม เด็กน้อยของเขายิ้มแหย หดคอลงนิดๆในตอนตอบ

          “คุณไฟบอกว่าถ้าพี่มองเราด้วยสายตาแบบนี้ให้รีบหนี”

          “ทำไมครับ”

          “ถ้าเราบอกพี่ห้ามโกรธเรานะ”

          “อืม”

          “สายตาชั่วร้าย อันตรายเหมือนจ้องจะกินเรา ถ้าเห็นคุณไฟบอกให้หนีไวๆ”

          ไอ้ไฟแม่ง... ไม่รู้จะสรรหาคำด่าไหนมาด่าไอ้มือขวามันดี สอนลิลิของเขาแต่ละอย่าง มันน่าเอาปืนจ่อกบาลยิงสมองกระจุยนัก

          “อย่าฟังไอ้ไฟมันมาก”

          ปุ่นว่า ก่อนจะหอมแก้มขาวทีหนึ่ง ลิลิดูงงๆ อึ้งๆ คล้ายกับเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็แค่ครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นริมฝีปากนิ่มก็จุ๊บเบาๆที่แก้มเขาคืน การกระทำของเจ้าตัวทำเอาปุ่นเป็นฝ่ายงงบ้าง

          “เราไม่ได้เชื่อคุณไฟหมดนะ แต่การแสดงความรักกลับคืนเป็นสิ่งที่เมียที่ดีควรทำคุณไฟบอกเราแบบนี้”

          “แล้วไฟบอกไหมว่ามันอันตราย”

          “ไม่”

          มะลิส่ายหน้า ในขณะที่ปุ่นแสยะยิ้มร้าย

          “อยากรู้ไหมว่าอันตรายยังไง”

          ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ร่างเบาบางของมะลิก็ถูกยกขึ้นอุ้มพาดบ่า หญิงสาวโวยวายทุบไหล่คนอุ้มพลางส่งเสียงงอแง แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น

          ไม่กี่นาทีต่อมาร่างที่พึ่งถูกวางลงบนเตียงนอนก็เปลือยเปล่าระทวยเป็นขี้ผึ้งลนไฟ ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มยามถูกโอ้โลมจากคนด้านบน ขาเรียวเกาะเกี่ยวเอวสอบเอาไว้แน่น ยามที่ร่างสองร่างหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียว ความรู้สึกซ่านเสียวก็แผ่กระจาย สัมผัสที่ทั้งหนักหน่วงทว่าอ่อนโยนในคราวเดียวกันทำให้มะลิรู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยคว้าง ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบเธออย่างดูดดื่ม ทั้งวาบหวามและทรมาน หากแต่มะลิก็เต็มใจรับมัน

          “พี่ปุ่น”

          “ครับ”

          “มากกว่าชอบคือรักใช่ไหม”

          “ใช่ ถามทำไมหื้ม? ไม่เหนื่อยหรือไง”

          ปุ่นกอดร่างหอมๆที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับตัวเองแน่นกว่าเดิม นัยน์ตาสีนิลทอดมองใบหน้าสวยที่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาตัวเองพลางคลี่ยิ้มบาง ลิลิดูอ่อนเพลียไม่น้อยจากบทรักหนักหน่วงที่แสนจะเอาแต่ใจของเขา เจ้าตัวไล้วนปลายนิ้วกับรอยสักบนต้นแขนเขาเล่นไปมา ก่อนจะช้อนดวงตาที่ไม่ปิดบังความรู้สึกใดๆขึ้นมาสบสายตากัน

          “เราเหนื่อย แต่เราอยากรู้ พี่ตอบเราหน่อยสิ”

          “ว่า?”

          “ถ้าเรารู้สึกกับพี่มากกว่าชอบ เราจะผิดไหม”

          ร่างสูงไม่ตอบในทันที เขาเอื้อมมือไปเกี่ยวพันปอยผมของคนถามพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะประทับจูบลงกลางหน้าผากเกลี้ยงด้วยสัมผัสอ่อนโยนและเอ่ยคำตอบที่ทำเอาคนถามยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งลง

          “ไม่ผิดครับ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเมีย”


**************************************

ไม่มีเวลาเลย ฮือ ต้องกลับบ้านไปเลือกตั้งอีก อาจมาช้ากว่าเดิมเด้อ อย่าเร่งกันนะคะ

พรุ่งนี้ใครที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะคะ 

เม้น ไลท์ เป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะคะ


ขอบคุณค่ะ /เป้จ้า



ความคิดเห็น