facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 11-2 ต่างจิตต่างใจ

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 11-2 ต่างจิตต่างใจ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 592

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 11-2 ต่างจิตต่างใจ
แบบอักษร

​โดยองกับซอนอูขึ้นลิฟต์มาด้วยกันแล้วหันไปทักทายพ่อแม่ของซอนอูที่โบกมือให้อยู่ไกลๆ ก่อนประตูลิฟท์จะปิดลง จึงเหลือกันอยู่เพียงสองคนในพื้นที่แคบๆ สำหรับซอนอูแล้วช่วงเวลาที่ลงจากชั้นสิบสามมาถึงชั้นหนึ่งไม่ต่างอะไรจากนรกเลย เหงื่อออกจนเสื้อยืดที่เพิ่งเปลี่ยนตอนเช้าแทบจะเปียกไปหมด

“รุ่นพี่ซอนอู”

“ขอโทษ ขอโทษจริงๆ นะ เดี๋ยวขึ้นไปบนรถแล้วจะเอางานให้ วันนี้เตรียมมาเรียบร้อยแล้ว”

“ครับ? ไม่ใช่ครับ รุ่นพี่ คือผม...”

“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวได้สายจริงๆ”

โดยองส่ายหน้าไปมากับรีแอ็กชั่นแปลกๆ ของซอนอู พอเห็นว่าสีหน้าไม่ค่อยดีก็รู้สึกว่าความโกรธของซอนอูคงจะยังไม่หมดไป คำขอโทษแบบเมื่อวานมันไร้ประโยชน์สินะ


ทว่าความคิดของโดยองกับความเป็นจริงมันกลับแตกต่างกัน ซอนอูเป็นฝ่ายพูดขอโทษออกมาก่อนที่โดยองจะทันได้พูดอะไร ด้วยความคิดว่าถ้าพูดตัดหน้าคงจะยืดอายุตัวเองออกไปได้อีกนิดหน่อย ส่วนสีหน้าที่ไม่ค่อยดีน่ะมันเป็นผลที่ตามมาจากการทานมื้อเช้า ในหัวของซอนอูเต็มไปด้วยความเสียใจที่ว่า ‘น่าจะเข้าห้องน้ำก่อนแล้วค่อยออกมา!’

ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงด้านหลังอย่างเงียบๆ แต่ละคนต่างมองออกไปยังหน้าต่างฝั่งตัวเองพลางครุ่นคิดไปด้วย โดยองคิดว่า ‘อ่า... ต้องขอโทษอย่างจริงจังอีกสักครั้งสินะ ใช้วิธีไหนดีล่ะ’ กับซอนอูที่สะกดจิตตัวเองว่า ‘ฉันต้องไม่ปวดอึ ฉันไม่ได้ปวด มันเป็นแค่การเข้าใจผิดของฉันเอง’ ทุกครั้งที่แจโฮเหยียบเบรกเพราะสัญญาณไฟจราจรทีไร พลังจิตของซอนอูก็เหมือนจะแตกกระจาย เขาพูดอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าเปิดปากพูดล่ะก็สมาธิต้องแตกกระเจิงแล้วเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ แต่โดยองไม่มีทางรู้ธุระภายในของซอนอูก็ได้แต่มองใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของซอนอูก่อนจะถอนหายใจออกมา

“รุ่นพี่ซอนอู”

“...”

“จริงๆ แล้วผมมีเรื่องจะคุยกับรุ่นพี่ เลยลองเสี่ยงมาตอนเช้า...”

“อย่าพูดอะไรเลย”

“...แต่มันต้องพูดนะครับ”

“ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไร ยะ... อย่าชวนคุย”

ซอนอูกัดฟันและตัดบทสนทนาของโดยอง จากบรรยากาศแล้วคำพูดของอีกฝ่ายดูท่าจะยาว เกือบจะแสดงท่าทางออกไปอย่างชัดเจนแล้วแต่ก็สกัดกั้นเอาได้ทัน เขาท่องทุกอย่างเท่าที่จะท่องได้ตั้งแต่เพลงชาติยันแม่สูตรคูณก็แล้ว แต่สัญญาณจากในท้องก็หนักแน่นขึ้นจนเมินเฉยไม่ได้

หลังจากวิ่งอยู่บนถนนพร้อมๆ กับรถยนต์คันอื่นๆ ตอนนี้ก็ได้เข้ามาอยู่ในถนนเส้นที่ติดกับศูนย์การค้าหลายๆ แห่งแล้ว ซอนอูพยายามกลอกดวงตาไปมายุ่งอยู่กับมองหาอาคารสร้างใหม่ที่พอจะมีห้องน้ำสะอาดอยู่ ไม่คิดเลยว่าจะมีอุปสรรคในการเข้าห้องน้ำเพราะขาที่ไม่สะดวกสบายของตัวเอง ส่วนโดยองที่ไม่รับรู้ถึงความวุ่นวายของซอนอูเลยสักอย่างก็จับไหล่แล้วหมุนตัวเขาให้หันไปหา ซอนอูจึงปลดปล่อยความหงุดหงิดเท่าที่จะปล่อยได้ออกมาทั้งหมดด้วยเสียงตะโกน

“บอกว่าอย่ามาแตะไง!”

“เมื่อกี้ตะโกนเหรอครับ”

‘ใช่สิ แม่ง ตะโกนเพราะเกือบจะตดออกมาอยู่แล้ว ไอ้ลูกหมานี่’ เขาอยากจะพูดแบบนั้นแต่ก็ได้แต่หุบและขบเม้มริมฝีปากที่เพิ่งคลายความประหม่าลง หลังจากมองตาซอนอูที่จ้องเขม็งมาโดยองก็รู้สึกว่าอีกคนคงจะยังไม่หายโกรธ หรือเมื่อวานเขาขอโทษเหมือนเด็กๆ ไปแบบนั้นเหรอ ถึงได้ทำแบบนี้ใส่กัน แต่เพราะการส่งแรงไปที่ท้องแล้วแผดเสียงออกมาด้วยความขุ่นเคือง มันจึง...

“จอดรถครับ”

“ครับ?”

“บอกว่าให้จอดรถไงครับ!”

คนที่เร็วกว่าหนึ่งก้าวคือซอนอู เมื่ออาคารที่ส่องสว่างและสะอาดสะอ้านเข้ามาในสายตา เขาดีใจเพราะสามารถหาห้องน้ำที่เหมาะสมกับตัวเองเจอจากตรงนั้น แจโฮตกใจกับความเด็ดเดี่ยวที่ดังสนั่นก่อนจะกะพริบตาอย่างเร็วๆ แล้วเลี้ยวรถไปเลนใกล้ฟุตบาท โดยองเองก็ยังคงอึ้งกับเหตุการณ์นี้จนไม่สามารถห้ามยั้งแจโฮได้ทัน เมื่อจอดสนิทชิดฟุตบาทแล้วซอนอูก็เปิดประตูก่อนจะกระเด้งตัวออกไปข้างนอก เกรดของโดยองที่อ้างว่าสำคัญเมื่อครู่ก็ลอยไกลออกไปถึงเนบิวล่านู่น แต่ก่อนจะวิ่งไปถึงห้องน้ำเขาก็ยืนนิ่งอยู่ตรงทางแยกเพื่อเช็กว่ากางเกงเปื้อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ประสบกับเหตุการณ์สยองขวัญเขาเลยต้องตั้งสติ ซอนอูลากขาที่เจ็บอยู่วิ่งไปห้องน้ำอย่างน่าเวทนา เมื่อมองเห็นป้ายห้องน้ำที่แขวนอยู่ราวกับเชื้อเชิญตรงด้านหนึ่งของกำแพงน้ำตาก็ไหลออกมา รสชาติของปลายขีดสุดที่ได้สัมผัสทั้งสกปรกและสดชื่นไปพร้อมๆ กัน


อีกด้านหนึ่ง โดยองที่ถูกทิ้งอย่างอ้างว้างอยู่ในรถก็ใช้เวลาทำสมาธิบรรเทาความโกรธเคืองที่พลุ่งพล่าน ถอนหายใจเบาๆ พยายามแล้วพยายามอีกเพื่อคลายแรงจากมือที่สั่นเทา แจโฮที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่นั่งคนขับก็พอจะเข้าใจสถานการณ์โดยรวมจึงพยักหน้ากับตัวเอง เมื่อมองความกระวนกระวายและพฤติกรรมที่กุมท้องเอาไว้เบาๆ ซ้ำไปซ้ำมาของซอนอู การคาดเดาของเขาก็ดูเหมือนจะถูกต้องเกือบแปดในสิบส่วน โดยองอึดอึดเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ดังนั้นเลยยิงธนูไปยังแจโฮที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับ

“ตอบในฐานะผู้ชมหน่อย คำขอโทษที่ผมพูดเมื่อวานมันไม่ค่อยโอเคเหรอ”

“...ผมว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุผลอื่นนะครับ”

“งั้นเหรอ งั้นลองอธิบายมาหน่อยว่ามันผิดตรงไหน”

“เอ่อ อืม... ผมว่าคุณชายลองไปดูด้วยตัวเองน่าจะเข้าใจมากกว่าคำอธิบายจากผมครับ”

“พูดบ้าบออะไรอีก”

โดยองให้ความสนใจกับแจโฮที่ไม่ยอมตอบคำถามเขาตามตรงแถมยังหัวเราะอย่างมีความหมายแฝงอีก เขาไม่ชอบใจกับสีหน้าราวกับรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว ระหว่างที่กำลังจะเปิดปากจับผิดแจโฮก็ค้นบางอย่างออกมาแล้วยื่นมาให้โดยองแล้วพูดตัดบท

“รับนี่ไว้ครับ”

“อะไรน่ะ”

“ตามคุณซอนอูไปแล้วก็ลองถามด้วยตัวเองดูครับ”

“เดี๋ยว แล้วจะให้ทิชชู่มาทำไม...”

“คราวนี้ลองทำตามที่ผมบอกสักครั้งเถอะครับ เร็วครับ”

“...จริงๆ เลย ถ้ามันไม่ได้เรื่องล่ะก็น่าดูแน่”


แล้วโดยองก็ลงจากรถเดินเข้าตึกที่ซอนอูวิ่งกะเผลกๆ หายไปแล้วหันมองรอบๆ จากนั้นก็ไม่รู้ว่ายูซอนอูอยู่ตรงไหนในอาคารเจ็ดชั้นนี้ ถ้าวิ่งไปมาอย่างไม่ได้วางแผนไว้ก็จะเสียเวลาเปล่า ดังนั้นโดยองจึงตัดสินใจไปถามยามที่อยู่หน้าลิฟต์ หลังจากฟังคำถามว่าชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกับเขาแต่ขากะเผลกๆ เดินไปทางไหนยามก็บอกทางที่ซอนอูวิ่งไปแก่โดยอง เดินเข้าไปสุดตรงนี้แล้วเลี้ยวตรงหัวมุมก็น่าจะเจอ จากนั้นโดยองก็เดินไปตามทางที่ได้รับข้อมูลมา และที่นี่ก็คือห้องน้ำ ในชั่วขณะที่กำลังคิดว่าอีกฝ่ายเข้ามาแอบในที่แบบนี้แล้วร้องไห้หรือเปล่านะ หูของโดยองก็ได้ยินสียงอ้อมแอ้ม

“ขะ... ขอโทษนะครับบ มีคนอยู่ไหมครับ... ฮัลโหลลล โอ้ย ไอ้เวร ขายหน้าจริง”

เป็นซอนอูไม่ผิดแน่ โดยองที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้ก็ก้าวเดินอย่างเงียบๆ เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะยืนอยู่เงียบๆ พยายามครุ่นคิดถึงการกระทำของซอนอู

“ชะ... ช่วยด้วย... แม่ง ไม่ใช่แบบนี้สิ อ่า... จริงๆ เลย โอ้ย... หงุดหงิดดด”

อุตส่าห์แก้ไขปัญหาด้วยการตามหาห้องน้ำจนเจอแล้วพรวดพราวเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รอบคอบอยู่ดี ความน่าจะเป็นที่ในห้องน้ำสาธารณะจะมีทิชชู่ไม่ได้สูงไปกว่าที่คิดเลย ได้แต่คิดทบทวนถึงความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่ยอมคำนึงถึงกรณีนั้นให้รอบคอบ ตอนนี้จะต้องออกไปแล้วจริงๆ แต่ยังนึกวิธีไม่ออกเลย ถ้าจะโทรหาโดยองขอให้เอาทิชชู่มาให้ก็ทั้งกลัวทั้งอับอาย ถึงจะต้องโทรหาคนอื่นทว่าก็ไม่มีใครที่จะสามารถมาถึงที่นี่ได้เลย คิดๆ อยู่ว่าจะใช้ถุงเท้าเช็ดเหมือนที่เคยเห็นในละครหรือซิทคอมดีไหมนะ แต่วันนี้ถุงเท้าที่ใส่มาก็ดันเป็นถุงเท้าสีเขียวอ่อนที่หวงแหนยังไงก็ทำแบบนั้นไม่ได้ ดังนั้นเลยคิดว่าค่อยส่งสัญญาณเบาๆ ถ้าหากคุณป้าแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะไม่ตะโกนเสียงดังว่า ‘ช่วยเอาทิชชู่มาให้หน่อยครับ!’

วันนี้เป็นวันที่ถุงเท้าคู่สำคัญของฉันต้องหายไปอีกคู่แล้วสินะ


ซอนอูสงบจิตสงบใจตัวเองก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่โชคร้ายที่แม้กระทั่งพระเจ้าก็เบือนหน้าหนีเขาอีกครั้ง

“มาทำอะไรตรงนี้ครับรุ่นพี่”

หลังจากโดยองพอจะเข้าใจสถานการณ์แล้วจึงเคาะประตูพลางเรียกซอนอู ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่งก่อนซอนอูจะกระแอมกระไอตอบกลับไป

“ไม่ใช่แล้วครับ จำผิดคนแล้วครับ”

“อย่ามาแสดงครับ”

“จำผิดคนแล้วครับ กำลังทำธุระอยู่ กรุณาอย่ารบกวน อ๊ะ”

ถึงจะดึงทักษะการแสดงทั้งสี่ด้านมาทำเป็นไม่รู้จักลีโดยองแต่ก็ไม่เป็นผล และไม่สามารถเบือนหน้าหนีได้เพราะมีอะไรบางอย่างตกลงมาบนหัว ทิชชู่นั่นเอง ขอบคุณนะแต่ไม่ต้องการแล้วในสถานการณ์แบบนี้น่ะ

ฉันมีเวรกรรมบางอย่างกับห้องน้ำเมื่อชาติก่อนกันแน่ ชาติที่แล้วเคยไปทำบาปในห้องน้ำรึไง!ประวัติศาสตร์ทุกอย่างจะต้องเริ่มจากห้องน้ำเหรอ

วันที่ได้รับรู้ตัวตนแท้จริงของลีโดยองเป็นครั้งแรกก็ลอยขึ้นมาจนใจหวิว

“ออกมาเร็วๆ ครับ”

“...ผมไม่ใช่รุ่นพี่…”

“ออกมาก่อนที่ประตูจะพังเถอะครับ”

“อือ”

การดิ้นรนครั้งสุดท้ายจบลงอย่างไร้ชีวิตชีวาและสุดท้ายทั้งสองคนก็ได้เผชิญหน้ากัน ซอนอูแง้มประตูห้องน้ำโผล่ดวงตาข้างหนึ่งออกมาพิจารณาสายตาของโดยอง เขาไม่กล้าออกมาข้างนอก โดยองมองท่าทางแบบนั้นของซอนอูพลางถอนหายใจ มองรุ่นพี่ที่ดูลังเลใจก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง เหมือนจะรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมแจโฮถึงบอกให้มาถามเอาเอง

“เมื่อวานรับโทรศัพท์ผมหรือไม่ได้รับครับ”

“…”

“ตอบ”

“ทะ... โทร… โทรมาเหรอครับ”

“ผมโทรไปหรือไม่ได้โทรครับ”

“เอ่อ… อืม คือว่า แหะๆ ไม่ได้โทรเหรอ”

“ผิด”

โดยองดีดหน้าผากซอนอูที่จำความเรื่องโทรศัพท์ไม่ได้เลย หลังจากเสียงปั่กพร้อมกับเสียงร้องหวีดดังอ้ากของซอนอูรวมกันก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของโดยอง

เขาตัดสินใจจะไม่ถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงจำไม่ได้ เพราะนอกจากจะไม่จำเป็นต้องถามแล้วก็เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมารับคำขอโทษจากยูซอนอูตั้งแต่แรก ระยะห่างค่อยๆ สั้นลงพอๆ กับหัวใจที่เบาลง

ความคิดเห็น