banoffypie

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Prologue

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 279

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2562 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Prologue
แบบอักษร

บทนำ

**“ตรี ลงมาหาแม่หน่อย” เสียงเคาะประตูทำให้ผมเอี้ยวตัวไปมองหน้าประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะดันตัวเองออกจากเก้าอี้บุนวมที่เพิ่งไปถอยมาจากอีเกีย ความปวดเมื่อยแล่นตามต้นคอ และช่วงขา เพราะงานที่ต้องนั่งโต๊ะตลอดเวลาทำให้ผมต้องหัดเข้าฟิตเนสเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองบ้าง แม้พุงจะเริ่มยุบลงไปบ้างแต่ผมยังต้องฟิตกล้ามให้ดูมาดแมนแฮนซั่มตลอดเวลา

**“แม่เรียกตรีทำไมครับ ” ผมเกาะราวบันไดก่อนจะไหลตัวลงมา ถ้าเป็นสมัยก่อนผมคงรูดลงมาเป็นชิงช้าไปแล้ว ตอนนี้แก่แล้วขืนทำมีหวังได้โดนแม่เอามีดเพ่นกบาลแยกกันพอดี

**แม่ตั้งชื่อผมว่า มนตรี เพราะเป็นลูกชายคนที่สาม สมัยเรียนหนังสือก็ไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไรรู้แค่เวลาคุณครูเรียกชื่อเมื่อไหร่ เด็กชายตัวผอมแห้งสูงชะลูดอย่างผมต้องแอ่นอกสุดพลัง เพราะชื่อของผมมักต่อท้ายด้วยตำแหน่งใหญ่โต ฟังแล้วดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นบ้า

**“แม่มีเรื่องให้ช่วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก” ผมมองคุณนายของบ้านที่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษเหมือนจะไปเที่ยวที่ไหนกัน ส่วนคุณชายก็อยู่ในชุดพร้อมเดินทาง โดยมีกระเป๋าสามใบวางตั้งเรียงกันเอาไว้

**หมายความว่าไงเนี่ย สถานการณ์แบบนี้!

**เพราะเป็นลูกคนสุดท้องพ่อกับแม่เลยตามใจ อยากเรียนอะไรก็เรียน ไม่เคยบังคับเหมือนพี่ชายอีกสองคนที่เป็นวิศวกรและนักบินของสายการบินชื่อดัง แม่ทำงานเป็นแม่ค้าขายส้มตำในตลาดต้องลำบากหาเงินส่งผมและพี่เรียนจนจบ ผมโคตรนับถือความแข็งแกร่งของแม่เลย หากแม่อยากจะไปเที่ยวที่ไหนมีหรือที่ผมจะไปขัดได้?

**ส่วนผมหลังตรากตรำเรียนจบมหาวิทยาลัยจากคณะที่เกี่ยวข้องด้านศิลปะ ก็รับจ็อบทำงานฟรีแล๊นซ์ทั่วไป ส่วนมากเป็นภาพวาดประกอบให้กับหนังสือเด็ก นวนิยายแทบทุกประเภท

**“เอ่อ บอกตรีมาก่อนจะไปเที่ยวที่ไหนกัน”

**“อังกฤษ”

**“ป๊าด รอบที่แล้วบอกตรีจะไปแอลเอ ยังไปโผล่ที่ร้อยเอ็ดอยู่เลยแม่” ผมหัวเราะครืน ย้ายก้นไปนั่งลงที่โซฟาของบ้าน เหลือบมองเสื้อผ้าที่พ่อและแม่ใส่มันไม่น่าจะไปแค่ต่างจังหวัดธรรมดา และคงไม่ได้ไปไกลถึงประเทศอังกฤษอย่างที่บอกผมแน่

**เห้อ ล้อเล่นลูกเก่งแบบนี้ คิดหรือว่าผมจะเชื่อ

**“แม่กับพ่อไปอังกฤษกันจริงๆ”

**“ไปได้ยังไงครับ”

**“แม่จะไปเที่ยวบ้านน้ายิ้มที่ไปได้ผัวฝรั่งน่ะ”

**“น้ายิ้มที่อยู่ข้างบ้านเราเนี่ยนะ” ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาสมัยก่อนจะมีคุณน้าคนสวยและสามีฝรั่งตัวสูงชอบแวะเอาขนมที่ทำเองมาให้อยู่บ่อยๆ เขากับพี่ชายเลยมีโอกาสได้ชิมขนมราคาแพงเหมือนคนอื่นเขาอยู่บ้าง จะว่าไปน้ายิ้มก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านสามีเกือบสิบปีแล้ว ไม่ได้เจอนานแล้วเหมือนกัน “ไปติดต่อกันได้ยังไงครับเนี่ย”

**“น้องเยลไม่สบายน้ายิ้มเลยพามารักษาที่ไทย”

**“อ้อ แล้วน้องเป็นยังไงบ้างครับ” ผมนึกถึงเด็กชายผมสีน้ำตาลทองแก้มป่อง ตาสีฟ้าคู่นั้นที่ชอบมองผม มันแวววาวเหมือนเพชรเลย เมื่อหลายปีก่อนผมรับเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลน้องเยลบ่อย รายนั้นติดผมแจแทบจะกินนอนอาบน้ำด้วยกันอยู่แล้ว ตอนนี้คงโตเป็นหนุ่มแล้วล่ะมั้ง ประมาณสิบห้าน่าจะได้

**“อาการยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก”

**“เป็นหนักหรือครับแม่ แล้วอย่างนี้รักษาถึงไหนแล้ว” ผมจ้องแม่ที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อ ไม่ทันได้สังเกตว่ามีกลุ่มก้อนผมสีทองพุ่งกระโจนเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว จนผมหงายหลังตึงล้มไปทั้งโซฟา

**เหี้ยไรวะเนี่ย!

**“พี่ตรี พี่ตรีของเยล เยลกลับมาแล้วฮะ”

**“ว้าย น้องเยลอย่าไปทับพี่เขาแบบนั้นลูก” หญิงสาวร่างผอมบางวิ่งจะเข้ามารั้งตัวเด็กหนุ่มที่นั่งทับผมจนบี้แบน มนตรีปรือตามองคนตรงหน้าก่อนจะเห็นเด็กหนุ่มตัวเล็กอายุประมาณสิบสี่ยิ้มแผล่ให้ รอยยิ้มนั้นสดใสสว่างเจิดจ้าราวกับเทวดาตัวน้อยลงมาจุติบนโลกมนุษย์อย่างไรอย่างนั้น เด็กชายตัวน้อยในวันนั้นกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มรูปงามในวันนี้ เมื่อเทียบกับเขาแล้ว..

**นี่มันเทวดากับหมาขี้เรื้อนชัดๆ

**“หม่าม๊า...ก็เยลคิดถึงพี่ตรี” เยลแลบลิ้นปริ้นตาใส่น้ายิ้มก่อนจะตวัดมือกอดอกราวกับไม่พอใจ เขาจำพฤติกรรมต่อต้านแบบนี้ได้แม่น เพราะเยลชอบทำใส่เขาตอนไม่ยอมไปอาบน้ำ

**“แต่หนูจะกระโดดใส่พี่เขาแบบนั้นไม่ได้แล้วนะคะ เพราะหนูโตแล้ว”

**“พี่ตรียังอุ้มเยลไปอาบน้ำอยู่เลยฮะหม่าม๊า”

**“เดี๋ยวครับ ขอผมตั้งสติก่อน ไหนบอกว่าน้องเยลไม่สบายไงครับ” ผมกวาดสายตามองทุกคนที่กำลังยืนเลิ่กลั่กอยู่ในบ้าน บรรยากาศเงียบสงบไม่มีเสียงตอบรับแบบนี้ เริ่มทำให้หัวใจหนุ่มโสดของผมเต้นระส่ำระส่าย

**“เยลหายแล้ว!”

**“คือว่าตรี..เอ่อ น้องเยล” น้ายิ้มทำหน้าอึกอัก ส่วนสามีที่เดินตามเข้ามาก็เงียบขรึมผิดปกติ ส่วนพ่อกับแม่ผมก็ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วผม..ควรไปเสริชหาในกูเกิ้ลถูกไหมครับ

**“น้องประสบอุบัติเหตุรถชน แต่ว่าร่างกายภายนอกรักษาได้ แต่..ภายใน”

**“ภายใน” หมายถึงข้างในตับไตไส้พุงแบบนั้นหรือ..

**“สมองกระทบกระเทือนทำให้สมองและพัฒนาการของน้องย้อนกลับไปตอนเจ็ดขวบจ้ะ” น้ายิ้มตอบเสียงสั่นเครือก่อนจะยกผ้าเช็ดผ้าขึ้นมาซับโดยมีสามีโอบกอด ผมนึกว่ากำลังดูโฆษณาอะไรสักเรื่องอยู่ ไทยประกันอะไรสักอย่างนั่นแหละ

**“แล้วแบบนี้จะรักษายังไงล่ะครับ” ผมรู้ว่าหากเกิดการกระทบกระเทือนที่สมอง ต้องรักษาลำบากมาก ถ้าหากกินยาแล้วไม่ดีขึ้น น้องเยลคงโดนผ่าตัด ผ่าสมอง ผ่ากะโหลกอะไรแบบนั้นล่ะมั้ง..

**น่าสงสารจัง..

**ยังไงเยลก็เป็นน้องผมคนหนึ่ง ผมจะปล่อยให้น้องต้องเผชิญกับเรื่องร้ายแบบนี้ได้ยังไงกัน

**“แม่เลยจะฝากน้องไว้ให้ตรีดูแล น้องจะย้ายกลับมาเรียนมอปลายที่ไทยนะ”

**“หะ หาอะไรนะแม่” ผมยืนขึ้นทันที โดยมีเด็กหนุ่มด้านข้างยืนตามขึ้นด้วย นิ้วชี้ขาวผ่องถูกอมเข้าไปทั้งนิ้ว น่าแปลกที่แต่ก่อนเขาคงจะดุแล้วรีบแย่งเอานิ้วออกมา แต่ตอนนี้น้องเยลทำแล้วมัน.. มัน..

**มันคิดดีไม่ได้เลย!

**“เยลอย่าอมนิ้ว” เขาปรามเสียงเข้ม

**“ไม่อมแล้วจะให้เยลอมอะไร อมของพี่ตรีได้ปะ”

**อมอะไรของพี่ล่ะครับน้อง ไอ้บ้า!

**“แม่..ตรีว่าตรีไม่ไหวหรอก เราช่วยกันดูแลน้องเถอะนะ แล้วหมอเขาว่ายังไงบ้าง ผมจะช่วยดูแลน้องอีกแรงแต่ว่าผมคนเดียวน่ะ..” ผมหันไปอีกที กลุ่มคนที่ยังยืนพูดคุยกันอยู่ตรงนี้เมื่อกี้ก็หายไปแล้ว เดี๋ยวนะ... บ้านผมไม่มีประตูโดเรม่อนนะเว้ย ผมรีบวิ่งออกไปรั้วหน้าบ้านเห็นรถยนต์คันเก่งปล่อยควันดำปลิวว่อน วิ่งฉิวออกไปไกลแล้วด้วย..

**แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้!

**“พี่ตรี แล้วจะให้เยลอมอะไร!”

**โว๊ยยยย อมนิ้วโป้งตีนพี่ไปก่อนแล้วกัน!

//****

ฝากด้วยนะคะ ไหว้ย่อ**************************************************************************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}