พาราแรว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : C12 : เผลอใจ [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 285

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2562 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
C12 : เผลอใจ [50%]
แบบอักษร

ฉันนั่งเล่นมือถือระหว่างรอประชุม

IG: ChoiHyonbin_Highhh โพสมือของเด็กที่ทำท่าตักไอศกรีม แถมยังเป็นรูปที่เบลอๆด้วย ฉันกดรูปหัวใจให้กำลังจะเลื่อนดูอีกภาพ แต่ปรากฏว่าประตูห้องถูกเคาะดังขึ้นมาเสียก่อนทำให้ฉันกดปิดไอจีและหน้าจอมือถือไว้

“คุณชญาผมซอนมินครับ”

“เชิญจ้า”

“วันนี้มีเอกสารเชิญไปร่วมงานเยอะเลยนะครับ” ซอนมินวางเอกสารลงที่โต๊ะฉัน

“เฮ้อออ ร่วมงานอะไรเยอะแยะ ไม่อยากไปสักงานแหละ” ฉันบ่น

“ส่งอูบินไปแทนสิครับ ถ้าไม่อยากไป 5555” ซอนมินพูดอย่างรู้ทันใจฉัน

“นายนี่เมื่อก่อนซื่อๆไม่ทันคน เดี๋ยวนี้ร้ายไม่เบาเลยนะ”

“นิดนึงครับ เอ้อจริงสิ ที่ศูนย์ศิลปะเค้าติดต่อมาครับว่ามีคนสนใจจะให้คุณชญาเขียนตัวอักษรบนเฟรมอยากได้ 12 ภาษา เหมือนที่จัดแสดงในงานครับ”

“อ๋อ แล้วทางศูนย์เค้าไม่ขายให้ใช่ไหม” ฉันถามพร้อมกับจ้องซอนมินอย่างสงสัย

“ใช่ครับ เค้าก็คงอยากจัดแสดงไปเรื่อยๆมั้งครับ เห็นบอกว่าคนนั้นอยากได้มากๆ และจะมาพบคุณชญาด้วยตัวเอง”

“หรอ?? งั้นก็นัดมาเลยก็แล้วกัน ตอบรับเค้าไปเอาที่ร้านอาหารที่ไหนก็ได้ ไม่เอาที่บริษัทนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันทำงานอะไร อยู่ที่ไหน”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจัดการให้”

“ขอบใจมาก”

“อีกเรื่องครับบริษัท XYZ Entertainment ติดต่อมาว่าอยากร่วมธุรกิจกับทางบริษัทของเราครับ คุณชญาสนใจไหม”

“บริษัท XYZ Entertainment เนี่ยนะ” บริษัทที่ฮายสังกัดอยู่นี่นา

“ใช่ครับ”

“เค้าคิดยังไงจะมาร่วมธุรกิจกับเรา แปลกจัง”

“เห็นบอกว่า จะให้เราถือครองลิขสิทธิ์ศิลปินในบริษัทของเขาแล้วทำแบรนด์เสื้อผ้าร่วมกัน”

“ประมาณว่าให้เราเอาชื่อวง รูปศิลปิน มาอยู่ในแบรนด์ของเราแล้วก็ซื้อลิขสิทธิ์มาจากเค้า หุ้นส่วนกัน แบ่งผลกำไรกันแบบนี้หรอ”

“ใช่ครับ”

“แล้วอูบินรู้เรื่องนี้หรือยัง ครั้งก่อนเค้าไปติดต่อค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Marwall หนิ”

“คุณอูบินยังไม่รู้ครับ ผมมาบอกคุณชญาก่อน ส่วน Marwall ก็กำลังรอผลอยู่ครับ”

“งั้นรอทาง Marwall ตอบรับกลับมาก่อนก็แล้วกัน เพราะฝั่งนั้นเราก็ต้องใช้เงินในการลงทุนพอสมควร ถ้าเค้าเกิดตอบรับกลับมา แต่ฉันคิดว่าน่าจะได้แหละ ลิขสิทธิ์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ถ้าได้มาก็ดีกว่า XYZ ที่ขายให้เฉพาะกลุ่มคนที่บ้าดารา แต่ถ้าเราได้ลิขสิทธ์เหล่าซูเปอร์ฮีโร่มาเมื่อไหร่ก็เจาะกลุ่มทั้งเด็ก และทั้งผู้ใหญ่เลย”

“ครับ งั้นปฏิเสธ บริษัท XYZ Entertainment ไปเลยไหมครับ”

“ซอนมิน ฉันก็เพิ่งบอกไปหยกๆนะว่า รอทาง Marwall ตอบรับกลับมาก่อน ถ้าทางนั้นตอบรับมาเราก็ปฏิเสธ บริษัท XYZ Entertainment ไป แต่ถ้าไม่ตอบรับก็ตกลงลงทุนด้วย”

“ได้ครับ”

“เพราะเดี๋ยวเราต้องเปิดอีกโปรเจค ที่จะประชุมกันวันนี้ ลงทุนติดๆกันไปพร้อมๆกัน 3 ตัว เงินในบริษัทอาจจะหมุนไม่ทัน เพราะว่าใกล้สินปีแล้วด้วย ต้องแจกโบนัสให้พนักงาน แล้วก็ต้องเปิดสินค้าใหม่ก่อนปีใหม่ด้วย ถ้า บริษัท XYZ Entertainment รอได้ก็ไปร่วมหุ้นกลางปีหน้า ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที”

“เข้าใจแล้วครับ ผมคิดไม่ทันทุกที”

“ตลอดเลย”

“งั้นให้ผมอ่านเอกสารเชิญไปร่วมงานให้ฟังไหมครับ”

“อื้ม” ซอนมินหยิบเอกสารที่เชิญไปร่วมงานแล้วกองอยู่เป็นตั้งๆขึ้นมาอ่าน

“เชิญร่วมงานแฟชั่นวีคโชว์ที่กรุงปารีส”

“ให้อูบินไป”

“เชิญร่วมงาน Chanall”

“ให้อูบินไป”

“เชิญร่วมงาน Diall”

“ให้อูบินไป”

“งานครบรอบ 25 ปีของบริษัท Music & Cinema”

“ให้อูบินไป”

“Music & Cinema ประธานบริษัทคุณเชวซูวอน ประธานบริษัทเชิญด้วยตัวเองเลยนะครับ คุณไม่ไปจริงๆหรอ”

“อื้มไม่ไป”

เชวซูวอนเป็นประธานบริษัทที่ฉันเคยช่วยเหลือเมื่อ 3 ปีก่อน โดยไปซื้อหุ้นของบริษัทของเขา โดยให้บริษัท Innovation World บริษัทยักษ์ใหญ่ของพี่ชายในส่วนของหุ้นฉันถือครองและช่วยงบสนับสนุนตอนช่วงบริษัทมีภาวะขาดดุล แทบจะไม่มีใครดูหนังและดูรายการของเขา หลังจากที่บริษัทพี่ชายถือครองหุ้น บริษัทของเราเลยจัดทำเป็น Website ดูหนังออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ติด 1 ใน 5 ของโลก ภายใน 3 ปี และทางบริษัทของเราก็ถือหุ้นเป็นอันดับที่ 2 รองจากประธานบริษัทอย่างเชวซูวอน

“สงสัยต้องไปแล้วหละครับ เพราะว่า Great Well International มีการแสดงสดที่นั่นด้วย มีหนังสือเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมชมการแสดงเด็กๆด้วยครับ”

“จริงหรอ”

“ใช่แล้วครับ” ซอนมินยื่นใบเชิญมาให้ฉันดู “โปรแกรมก็จะแสดงกับเค้าด้วยหรอเนี่ย ไม่อยากจะชเอเลย ลูกฉันกล้าแสดงออกบนเวทีด้วยหรอ”

“ของแบบนี้มันพัฒนากันได้ครับ ตกลงไปไหมครับ”

“อื้มก็คงต้องไปแล้วสินะ”

“โอเค งั้นไปงานนี้นะครับ”

“อื้ม” ฉันตอบรับ

“ส่วนงานนี้ ผมว่าคุณชญาไปแน่นอน”

“อะไร”

“งานแต่งงานของผมกับเยจีเอง นอกจากเป็นประธานที่บริษัทแล้ว ช่วยไปเป็นประธานเปิดงานให้ผมด้วยนะ”

“แต่งจริงหรอเนี่ย ร้ายจริงๆเลยนะ แต่งงานเมื่อไหร่”

“อีก 5 เดือนครับ ผมมาบอกล่วงหน้า”

หลังจากนั้นฉันก็เข้าประชุมกับทีมงานเรื่องโปรเจคที่จะจัดทำใหม่ของบริษัท

“1 อาทิตย์ผ่านไปแล้ว ตกลงว่าได้หัวข้อใหม่หรือยังจ๊ะทุกคน” ฉันถามทีมงานแต่ละทีมหลังจากนั้นก็เสนองานกันอย่างสนุกสนาน บริษัทของพวกเราไม่ได้เคร่งเครียดขนาดนั้น เน้นทำงานเป็นทีมและสร้างเสียงหัวเราะ เป็นเพื่อนร่วมงาน เป็นทั้งครอบครัวกันมากกว่า

“สรุปเลยนะว่าฉันจะซื้อไอเดียไหนบ้าง”

“ค่ะ / ครับ”

“ซื้อไอเดีย แฟชั่นออกงานกลางคืน/กลางวัน เป็นการวิเคราะห์ที่ดี ละเอียดยิบมาก มีทั้งเหล่าเซเลป มีทั้งคนวัยทำงาน แบ่งแยก กลางคืน กลางวันอีก ใช้ได้หลายงานหลายโอกาสเจาะกลุ่มได้หลากหลายด้วย เราจะไม่ใช้นักออกแบบชื่อดังใดๆ อยากให้ประหยัดงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากว่าเราต้องสำรองเงินไปลงทุนกับโปรเจคของรองประธานอูบิน เพราะฉะนั้นเราจะเปิดแข่งขันและประกวดการออกแบบ Autumn collection แล้วซื้อลิขสิทธิ์โดยให้เงินรางวัลแทน ฉันเปิดโอกาสให้ทุกคนนะ คนในบริษัทและคนนอกบริษัทสามารถส่งผลงานได้หมด ภายใน 1 เดือน คนในทีมก็ส่งผลงานเข้ามาได้ไม่มีปัญหา คนตัดสินจะเป็นคนในบริษัททั้งหมดรวมถึงแม่บ้านและยาม เปิดรับสมัครออนไลน์พรุ่งนี้ได้เลย กติกาอย่างอื่นก็ไปประชุมรายละเอียดกันเองก็แล้วกันว่าจะทำยังไงให้ลิขสิทธิ์เป็นของบริษัท”

“ค่ะ/ครับ”

ทุกคนดูตื่นเต้นกับโปรเจคนี้ และให้ความร่วมมือกันอย่างดี ฉันปิดประชุมลงภายใน 3 ชั่วโมง

“คุณชญา เย็นนี้คุณสะดวกไหมพอดีว่า คนที่จ้างคุณวาดภาพเค้านัดเจอคุณวันนี้ตอนเย็น ที่ห้องอาหาร Squire Run แบบ Private”

“ส่วนตัวเลยหรอ”

“ใช่ครับ พอดีว่าเค้าค่อนข้างมีชื่อเสียง ก็เลยต้องคุยแบบส่วนตัว ไม่ต้องการเปิดเผย”

“หรอ? พรุ่งนี้เย็นได้ไหม วันนี้ฉันนัดกับลูกแล้วว่าจะไปกินข้าวแล้วก็เดินห้างซื้อของเข้าบ้านกันหนะ แต่พรุ่งนี้โปรแกรมต้องฝึกนอนที่โรงเรียน เย็นๆก็เลยว่าง”

“ได้ครับ”

ตอนเย็นวันต่อมาฉันมานั่งรอคนที่สนใจงานศิลปะด้านภาษาของฉันที่ห้อง Private ของร้าน Squire Run มาก็ไม่ตรงเวลาอีก หื้มมม!! ฉันได้แต่ไถมือถือเล่นไปเรื่อยๆฆ่าเวลาเล่น ผ่านมาแล้ว 30 นาทีก็ยังไม่มา จนฉันต้องโทรไปหาซอนมินว่าตกลงใช่ร้านนี้จริงๆไหม

“ซอนมินนายแน่ใจนะว่าที่ร้าน Squire Run”

“ครับแน่ใจสิ เค้ายังไม่มาหรอ”

“ใช่หนะสิ ฉันจะกลับแล้ว นายก็ติดต่อไปด้วยว่าฉันไม่รับอีกแล้ว”

“ได้ครับ” ไม่ทันที่ฉันจะยัดมือถือใส่กระเป๋ากระตูก็เปิดออกพอดี หึ! กว่าจะมา ช้าเป็นหอยทาก เต่าล้านปีเลยนะ ถ้าไม่เห็นว่าสนใจงานจะไม่มานั่งรอเด็ดขาด ต่อไปใครไม่ตรงเวลาไม่รับงานแล้ว

“ขอโทษนะครับที่ให้รอ” เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น รูปร่างท้วมๆใส่แว่น ตามด้วยอีกคนที่เดินเข้ามา

ชิบหาย!! นั่นมันฮายหนิ ไหนบอกลูกค้าฉันไง หรือว่าคนที่สนใจงานคือฮาย ลืมไปสนิทเลยว่าใต้ชื่อผลงานจะมีชื่อศิลปินปรากฏอยู่ ทำไมตอนนั้นไม่ใช้นามปากกาหรือชื่อบริษัทไปวะ โอ้ย!! อยากจะบ้าตาย ลืมไปว่าเขาเป็นพวกบ้างานศิลปะ

“สวัสดีครับคุณพิชญา” เสียงทุ้มของฮายทักขึ้น ก่นอที่ในห้องอาหารส่วนตัวนี้จะมีแค่ฉันกับเขา ทำเอาฉันจิ๊ปากอย่างหัวเสีย ที่ไม่ทันเกมส์ และไม่ถามรายละเอียดลูกค้าจากซอนมินให้ดีก่อน

“นายติดต่อมาหรอ”

“ใช่แล้ว นั่งลงก่อนสิ”

“นายสนใจจริงๆหรือต้องการกวนประสาทฉันกันแน่”

“ผมสนใจในตัวคุณ”

“นี่!!”

“ล้อเล่น สนใจในงานของคุณสิ” ฮายพูดพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามฉัน

“...” นายนี่ต้องการกวนประสารทฉํนใช่ไหมเนี่ย จากความคิดและสายตาที่เขาส่งมานั้นทำเอาฉันหัวร้อนขึ้นมาอีกแล้ว

‘วันนี้แต่งตัว แต่งหน้าน่ารักจริงๆ น่าจะแต่งเซ็กซี่มาบ้าง แต่ก็ช่างเถอะค่อยหาโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ เรื่องบนเตียงค่อยว่ากัน’

“งั้นก็รีบพูดๆมาเลยค่ะ ฉันจะได้รีบกลับ”

“อะไรกันผมเพิ่งมาถึงเองนะ คุณจะรีบกลับแล้วหรอไง”

“ใช่ ฉันจะกลับแล้ว คุณมาสายเองช่วยไมได้” ฉันลุกขึ้นและกำลังจะเดินไปที่ประตู

“อยากดูคลิปนั้นอีกครั้งไหม?” คำพูดของฮายและมือเรียวที่จับข้อแขนฉันไว้แน่น ทำเอาฉันก้าวขาไม่ออก

“นายมัน!!” ฉันได้แต่หลับตาและกัดริมฝีปากเพื่อข่มอารมณ์ที่ร้อนระอุในตัวให้ดับไป

“นั่งลงก่อน ใจเย็นๆ กินอะไรอร่อยๆกัน แล้วก็คุยเรื่องงานของเราไปด้วยดีไหม” ฉันถอนหายใจแรงใส่หน้าเขา ก่อนที่เขาจะดึงฉันเข้าไปกอดแน่น

“ปล่อยนะคุณฮาย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวผมไหม” ฮายถามฉันเสียงนิ่ง ในขณะที่ฉันพยนายามดิ้นไปมา

“ถามทำไม”

“แล้วได้กลิ่นไหมหละ” ฮายไม่ตอบแต่เขากลับถามซ้ำคำถามเดิม ฉันสูดลมหายใจดมกลิ่นตัวเขา

“เออคือ ไม่ได้”

“พอรู้ว่าจะต้องมาเจอคุณ ผมก็ไมได้สูบเลยนะ เดี๋ยวคุณอาเจียนออกมาอีก”

“แต่ก็ได้กลิ่นจากลมหายใจนิดหน่อย แต่ทนได้” ฉันยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา เพราะมัวแต่ใช้สติในการดมกลิ่น จนลืมไปว่าฮายกอดฉันอยู่

“สงสัยมันคงค้างอยู่ในปอดมั้ง” ฮายพูดพร้อมกับปล่อยมือจากการกอดฉันออก ฉันรีบก้มหน้าไม่กล้าสบตากับเขาหลังจากรู้สึกว่าหน้าของตัวเองเริ่มเปลี่ยนสีและร้อนผ่าวที่แก้ม

“คุณกำลังจะเลิกบุหรี่หรอ” ฉันเดาเหตุการณ์ คนที่สูบบุหรี่จัดอย่างเขาเนี่ยนะ ทั้งวันจะไม่สูบบุหรี่ เป็นไปได้ยากมากๆบอกลย เว้นเสียแต่ว่าเขากำลังคิดจะเลิกบุหรี่

“ใช่ ก็กำลังคิดว่าจะเลิก แต่ก็เพิ่งจะเริ่ม ก็เลยค่อยๆ ลดปริมาณลง”

“ดีแล้วค่ะ ดีต่อสุขภาพตัวคุณเองด้วย” ฉันว่า

“ว่าแต่ทานอะไรดีนะ คุณชอบทานอะไรเป็นพิเศษไหม” ฮายหยิบเมนูไปดู

“ไม่ คุณทานเลย ฉันคุยงานเสร็จก็จะกลับแล้ว” ฮายล้วงมือถือขึ้นมาและทำท่ากดนั่นกดนี่ ฉันได้ยินเขาคิดเรื่องคลิปเพื่อจะเอามาขู่ฉันอีกแล้ว ‘ต้องขู่ด้วยคลิปแล้วจริงๆ พูดดีๆไม่ฟัง’

“สงสัยจะต้อง...”

“ได้ ฉันจะทานค่ะ” ฉันตอบรับอย่างหัวเสีย ที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลย อะไรก็คลิปๆ 5 ปีผ่านไปเนี่ยไม่คิดจะลบคลิปบ้างหรือไง ดองเต็มมือถือเน่าเฟะ ภาพไม่พังหรอวะ เฮ้อ!!

“ดีมาก” ฮายพูดพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก

ไม่นานนักอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ พร้อมกับไวน์ ฮายรินไวน์ให้ฉัน ฉันรับไว้เป็นมารยาทไปงั้นแหละ ปกติก็ไม่ได้ชอบกินเท่าไหร่

“คุณชอบศิลปะหรอ” ฮายถามฉัน ซึ่งเป็นคำถามเดียวกันเมื่อ 5 ปีก่อนตอนที่เขาเป็นวิญญาณ

“ก็ชอบมานานแล้วค่ะ แต่ไม่ได้วาดจริงจัง ว่างก็วาด ไม่ว่างก็ไม่ทำ”

“แล้วตกลงภาพที่ผมซื้อมา คุณพอจะบอกผมได้หรือยังว่าใครวาด คนที่คุณรู้จักคนนั้นเค้าคือใคร”

“คุณจะอยากรู้ไปทำไม ได้รูปไปก็ดีแล้วหนิ”

“ก็เพราะว่าภาพนั้นทำให้ผม ฝันอะไรแปลกๆเกือบทุกคืนเลย จนผมงงไปหมดว่ามันคือฝันหรือเรื่องจริง” ฮายสบตากับฉัน ‘เพราะในฝันนั้นมีแต่คุณตลอดเวลาพิชชา...’ ฉันได้ยินแค่นี้แล้วเสียงก็เงียบลง จนฉันต้องก้มหน้าตักอาหารกิน

“คุณก็บอกอยู่ว่ามันคือฝัน มันจะเป็นจริงได้ไง”

“ช่างมันเถอะ ผมเป็นพวกคิดมากแล้วก็กินยากล่อมประสาทก่อนนอนประจำ อาจจะหลอนไปเอง ว่าแต่เรื่องงานคุณสะดวกวาดให้ผมตอนไหนดี”

“คุณอยากได้เมื่อไหร่หละ อยากได้แนวไหน สำนวน คำพูด คำคม หรือว่า นิทาน กลอน”

“ผมอยากได้คุณ”

“นี่!!! ช่วยคุยเรื่องงานหน่อยได้ไหม”

“ผมไม่ได้ไปบ้านคุณตามสัญญาแล้วนะ” เปลี่ยนเรื่องไวชะมัด

“ตกลงจะคุยเรื่องงานไหมคะ? ถ้าไม่คุยฉันจะได้รีบกินรีบกลับ” ฉันว่าพร้อมกับตักปลาย่างที่ตัดเป็นคำวางเรียงกันในจานอย่างสวยๆเข้าปาก

“ก็นี่ไงเรื่องงาน” พูดแล้วยังจะเถียงอีก ตรงไหนคือเรื่องงานของเขากันนะ เจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด

“งานตรงไหน?” ฉันบ่นอุบ

“งานของผมก็คือตามจีบคุณ จนกว่าคุณจะยอมใจอ่อนคบกับผมไง!!”

“O_O” ฉันมองหน้าเขาที่ก็เงยหน้ามามองฉันนิ่ง “ฉันไม่สนุกด้วยนะ”

“ใครบอกว่าสนุก ผมจริงจังต่างหาก”

“แต่ฉันมีลูกแล้ว คุณไม่เห็นหรอ”

“ลูกบุญธรรม คุณรับมาเลี้ยงไม่ใช่หรอไง?” ฮายยังคงดื้อด้านหาเหตุผล นั่นมันลูกนายกับฉันต่างหาก!! ฉันหละอยากตะโกนใส่หน้าเขาจริงๆ

“ก็นั่นแหละ ฉันจะต้องตอบคำถามลูกยังไงหละ อีกอย่างนายเป็นดารา มีข่าวคบกับคนลูกติดมันก็ไม่ดีเอานะ พ่อแม่นายคงมองไม่ดี เพราะฉะนั้นลมความคิดที่จะจีบฉันซะ”

“ทำไมต้องมาคิดแทนผมด้วย ก็ผมบอกอยู่นี่ไงว่าจะจีบคุณ คนพวกนั้นเค้าจะมาจีบคุณด้วยหรอ”

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่ฉันไม่โอเค”

“แล้วใครบอกว่าผมจะจีบคุณแล้วให้คนอื่นรู้ ยังไงเรื่องของเราก็ต้องรู้กันแค่ 2 คนอยู่แล้ว”

อะไรขอเค้าเนี่ย งงไปหมดแล้ว ทำไมความคิดซับซ้อนขนาดนี้

“นายหมายความว่าไง ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็หมายความว่า ผมจะจีบคุณโดยไม่บอกความสัมพันธ์ของเราให้ใครรู้ไง เหมือนเรื่องที่เรา...” ฮายเอาไวน์ขึ้นมาจิบ แล้วก็จ้องหน้าฉันอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม ดวงตาที่ดำสนิทนั้นมันฟ้องว่าเขาคิดถึงเรื่องฉันเมื่อ 5 ปีก่อน

“นายกำลังจะหยิบเรื่องนั้นมาต่อรองฉันใช่ไหม”

“เรื่องนั้นเรื่องไหนดีหละ” ฮายยกแขนขึ้นมาวางที่โต๊ะ “เรื่องที่ญี่ปุ่น หรือว่าเรื่องที่เมืองไทย”

“ต้องการอะไรจากฉันกันแน่เนี่ย คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไงถึงได้คิดแต่เรื่องอย่างว่า ผู้หญิงที่อยากเป็นของคุณก็มีมากมาย คุณอ้าแขนกว้าง เค้าก็วิ่งมาหาคุณแล้ว จะมายุ่งอะไรกับฉันปล่อยฉันไปเถอะ คุยแค่เรื่องงานก็พอ แต่ถ้าไม่คุยฉันจะกลับแล้วนะ”

“ใจเย็นๆสิพิชชา ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ผมจะจีบคุณจริงๆ แค่ไม่บอกความสัมพันธ์ให้ใครรู้ จนกว่าผมจะมั่นใจว่าคุณเองก็มีใจให้ผม และผมก็มั่นใจว่าผมคิดยังไงกับคุณ วันนั้นแหละที่ผมจะบอกให้คนอื่นรู้ถึงความสัมพันธ์ของเรา”

“แต่เราไม่ได้เริ่มต้นจากความรักหรืออะไรเลย ฉันมองไม่เห็นทาง”

“คู่อื่นจะเป็นยังไงไม่รู้ และคุณจะรู้สึกกับผมตั้งแต่แรกพบยังไงผมก็ไม่สน แต่สำหรับผม ผมรู้สึกหลงใหลคุณตั้งแต่แรกที่คุณเดินเข้ามาในห้องของผมด้วยท่าทางงัวเงีย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใครมาจากไหน แต่เรื่องของคุณมันติดอยู่ในหัวของผมตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมาคุณคิดว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ เพียงแต่ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าคุณเป็นคนประเทศอะไร อยู่ที่ไหน เพราะหลังจากที่คุณมีเรื่องกับชายคนนั้น ผมก็ไม่เจอคุณอีกเลย จนกระทั่งเจอเมืองไทยเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ผมถึงมาทบทวนความรู้สึกตัวเองว่าตกลงชอบคุณจริงๆใช่ไหม แต่มันตอบตัวเองไม่ได้เลย รู้แต่ในหัวของผมมีแต่เรื่องของคุณเต็มไปหมด”

“...”

“ให้โอกาสผมเถอะนะ ให้ผมได้ลองจีบคุณก่อน ยังไม่ต้องคบกันก็ได้”

“ฉันเสียใจ คือ...คุณไม่มีอะไรเลยที่ฉันชอบ” ฉันพูดพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาของฮาย แล้วยกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง

“คุณหมายถึงเรื่องอะไรบุหรี่ หรือนิสัยของผม ตัวของผมหรือะไรที่คุณไม่ชอบ”

“ทุกอย่างที่เป็นตัวคุณนั่นแหละ”

“เพราะคืนวันนั้นมากกว่า ที่ทำให้คุณปิดใจตัวเอง” ฮายพูดเสียงโทนต่ำ พร้อมกับดึงมือฉันไปจับ

“ให้โอกาสผมแค่ 3 ครั้งก็พอ”

“...”

“3 ครั้งที่เราจะเดทกัน ถ้าคุณไม่โอเคกับผมจริงๆ ผมยินดีจะปล่อยคุณไป และไม่ยุ่งกับคุณอีก”

“คุณแน่ใจหรอว่าจะทำแบบนี้ 3 ครั้งที่เดทไม่ได้หมายถึงว่าเป็นแฟนกันนะ” ฉันว่า

“อืม แค่เดท ไม่เป็นแฟน”

“3 ครั้งที่ว่า ต้องห้ามให้คนอื่นรู้” ฉันพูดขึ้น เพราฉันก็กลัวที่บ้านรู้เหมือนกันนั่นแหละน่า

“ได้ ผมก็ไม่อยากให้ใครรู้เช่นกัน”

ทำไมชีวิตของฉันเวลาจะคบใครซักคนนึงต้องห้ามให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ ตั้งแต่คบกับพี่ป้องก็ตกลงกันแบบนี้เช่นกัน กลัวใจตัวเองไม่พอ กลัวอีกฝ่ายนอกใจอีก เฮ้อ!! สับสนไปหมดแล้ว ขนาดพี่ป้องที่ดูเป็นคนไม่เจ้าชู้ สุภาพกับฉัน ไม่ได้มือไม้มาแบบฮายยังเจ้าชู้แอบนอกใจฉันไปมีอะไรกับอายูเพื่อนสนิทฉันได้เลย อย่างฮายที่เจ้าชู้ระดับวงการ มีผู้หญิงมาให้ฟันก็หลายคนมีหรอจะไม่นอกใจ แต่ 3 เดทก็น่าลองเสี่ยงดู เพราะถ้าไม่โอเคเค้าก็คงไม่มายุ่งกับเราอีกแล้ว อันที่จริงฉันก็รู้คำตอบอยู่แล้วหละ ว่ายังไง 3 เดทของเรามันจะจบยังไง

“งั้นฉันตกลง”

ฮายยกยิ้มขึ้น ก่อนที่จะยื่นมือมาจับมือของฉันเพื่อทำสัญญากัน

“เริ่มเดทแรกที่บ้านของคุณ”

“ฮ๊ะ!! ไม่เอา”

“คิดอะไรอยู่เนี่ย ผมหมายถึงไปไปทำงานเขียนศิลปะบนเฟรมด้วยกันที่บ้านคุณต่างหาก หรือว่าคุณจะมาบ้านผมหละ ผมก็อยากไปเจอลูกของคุณเหมือนกันนะ คุณต้องแนะนำให้ผมกับลูกคุณรู้จักกันด้วยสิ”

“ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย!! ไหนบอกว่าเรื่องของเราไม่ให้คนอื่นรู้ไง อย่าให้โปรแกรมมาเกี่ยวกับเรื่องของเราเลยฉันขอเถอะ”

“งั้นคุณจะเขียนรูปให้ผมดูตอนไหน ถือว่าไม่นับเป็นเดทก็ได้”

“นับ!! ฉันจะนับเป็นเดท” เพราะว่าฉันไม่อยากให้มันยืดยาว 3 ครั้งนี่ก็มากไปนะสำหรับฉัน ดังนั้นต้องจบเกมส์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาจะได้เลิกมาตามวอแวฉันซะที “งานนี้เขียนที่บ้านฉันก็ได้ เอาวันที่โปรแกรมไปเรียน”

“ได้ ตกลง วันไหนดีหละ”

“แล้วคุณว่างวันไหน คุณน่าจะคิวยาวกว่าฉัน”

“ช่วงนี้ เออคือ... ผมว่างแทบทุกวันเลย”

“ฮ๊ะ?? นายไม่ทำงานหรอไง”

“พอดีว่าโดนตัดงานออกไปค่อนข้างเยอะหนะ แต่ก็ช่างเถอะเอาวันที่คุณว่างดีกว่า”

“พรุ่งนี้ฉันว่าง ลูกก็ไปโรงเรียนด้วย”

“ตกลง!! เจอกันที่บ้านคุณตอนกี่โมงดี”

“9 โมง”

“ได้ครับที่รัก”

“อย่ามาเรียกฉันว่าที่รักนะ แค่เดทยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย” ฮายยกยิ้มขึ้นจนลักยิ้มโผล่แล้วก็ยื่นมือมาจับแก้มฉัน จนฉันต้องสะบัดมือเขาออก

“แล้วให้เรียกว่าอะไรอะ”

“ก็เรียกว่าพิชชาไง ยากตรงไหน”

“ผมไม่ชอบเรียกเหมือนคนอื่นด้วยสิ เดทกันทั้งทีมันก็ต้องมีโค้ดลับในการเรียกกันหน่อย คนอื่นจะได้ไม่รู้ไง”

“เรื่องเยอะจริงๆ” ฉันบ่นเบาๆ

“ผมจะเรียกคุณว่ายัยขี้เซา”

“ไม่เอา!!! ทำไมต้องยัยขี้เซาด้วย”

“ก็คุณชอบง่วง แถมยังง่วงจนไม่รู้ว่าโดนลวนลาม อีกอย่างผมก็เจอคุณตอนคุณง่วงหนักแล้วก็ขี้เซาคุยไปหลับตาไปด้วย เรียกว่ายัยขี้เซานี่แหละดีแล้ว”

“ฉันไม่ชอบนี่นา พี่ชายฉันก็เรียกฉันแบบนี้”

“อ๋อ ไม่อยากให้ผมเรียกซ้ำกับคนอื่นนี่เอง ก็ได้ๆเปลี่ยนก็ได้”

“บอกว่าไม่ใช่ไง แค่ไม่ชอบ”

“ถ้างั้นก็เรียกว่า โคอาล่าแล้วกันนะ สัตว์ที่ขี้เซาที่สุด แถมยังน่ารักด้วย ดีไหม”

“เรียกพิชชาเถอะค่ะ ง่ายดี”

“ไม่!! ผมจะเรียกคุณว่าโคอาล่า” ดื้อชะมัดเลย บอกไม่ชอบ ไม่เอา ไม่อยากให้เรียกแบบนี้ก็ไม่ยอม โธ่เว้ย!!

“แล้วคุณหละจะเรียกผมว่าอะไร”

“ฮายนี่แหละ ไม่เรียกไรให้ยุ่งยากหรอก” ฉันเป็นแต่พูดอะไรเดิมๆ

“ไม่เอาสิ ตั้งชื่อให้ผมดีๆสิ คุณเรียกผมฮายๆ คนอื่นก็รู้หมดสิ”

“งั้นก็ตาทึ่มก็แล้วกัน” ฉันนึกถึงวันที่เขาเป็นวิญญาณ แล้วฉันเรียกเขาว่าตาทึ่ม ฮายโกรธฉันใหญ่เลยหาว่าฉันไร้มารยาท พูดจาไม่เพราะ

“หยาบคายไป ไม่เอา ไม่น่ารัก”

“ทีคุณตอนแรกยังจะเรียกฉันว่าขี้เซาเลย ฉันก็เรียกคุณว่าตาทึ่มนี่แหละ” ฉันหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“เวลาคุณหัวเราะแล้วก็ยิ้ม รู้ตัวไหมว่าน่ารักมากขนาดไหน หัดยิ้มแล้วก็หัวเราะบ่อยๆแบบนี้บ้างสิ แต่ทำแบบนี้เฉพาะอยุ่กับผมนะ อย่าทำกับใครไม่งั้นผมคงทนไม่ไหวแน่ๆ”

“พูดอะไรเนี่ย”

“ผมพูดจริงๆ ทำหน้าดุๆเวลาอยู่กับคนอื่นเหมือนทุกทีนั่นแหละดีแล้ว แต่เวลาอยู่กับผมต้องยิ้มหัวเราะเยอะๆแบบนี้นะ อย่าทำกับใครอีกระหว่างที่เราเดทกัน” ฉันจิ๊ปาก และดื่มน้ำกลบเกลื่อนกับคำพูดของฉาย นี่เขาพูดออกมาจริงๆหรอ เสียงความคิดที่ฉันได้ยินมันหายไป ให้ตายเถอะ!! เขินชะมัด

“งั้นฉันจะเรียกคุณว่าแรคคูนก็แล้วกัน”

“ทำไมต้องมาเรียกผมว่าแรคคูนด้วย”

“ก็เพราะว่า แรคคูนเจ้าเล่ห์แล้วก็ขี้ขโมยไง เหมาะกับคุณมาก เจ้าเล่ห์”

“ถ้าผมเจ้าเล่ห์แต่ชนะใจคุณได้ ผมก็ยอม”

ฮายยกคิ้วให้ฉันพร้อมกับยิ้มจนลักยิ้มโผล่ทั้งสองข้าง OMG ฉันเพิ่งสังเกตว่าวันนี้เขาแต่งตัวมาเนี้ยบแล้วก็หล่อมากจริงๆ ยิ่งยิ้มแบบนั้นด้วยแล้วฉันแทบจะละลายตายลงไปในห้องอาหารเลยทีเดียว

พาราแรว : มาปล่อยเดท #โคอาล่าแรคคูน มันก็จะฟินๆ เด๋อๆ หน่อยๆ 3 เดทที่ว่าจะขี้เซา จะเจ้าเล่ห์ หรือจะชนะใจไหมน้ออออออออออออออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น