akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 เสือโคร่งขาว

ชื่อตอน : บทที่ 24 เสือโคร่งขาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 80.3k

ความคิดเห็น : 113

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2558 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 เสือโคร่งขาว
แบบอักษร

24

เสือโคร่งขาว

 

Writer

 

 

        ร่างกายสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ท่ามกลางความมืดสงัด ลมเย็นพัดผ่านกายที่แข็งแกร่ง ผมสีเงินที่ยาวถึงกลางหลังนั้นปลิวไสวไปตามสายลม ดวงตาคมสีเทาภายใต้โครงหน้าหล่อเหลาที่ผสมระหว่างเชื้อชาติตะวันออกและตะวันตก จมูกโด่งเรียวสวยได้รูป ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนค่อนไปทางซีดนั้นเหยียดตรง ผิวกายนั้นขาวซีด  เขาเงยหน้าแหงนขึ้นมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน มันแทบมองไม่เห็นดวงดาว

 

 

        “พี่พอลคะ

 

 

        เขาละสายตาจากท้องฟ้า หันไปมองหญิงสาวตัวเล็กที่มีลักษณะสีผมเหมือนกับเขา เพียงแต่ดวงตาของเธอนั้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าเรียวเล็กสวยหวานคลี่ยิ้มเมื่อเธอเห็นผู้เป็นพี่ชายที่ตามหา

 

 

 

        “ดึกแล้วนะคะ ทำไมพี่พอลยังไม่นอนอีกล่ะคะ?

 

 

        “พี่นอนไม่หลับน่ะ”

 

 

 

        พอลหมุนกายเดินเข้ามาหาน้องสาว เขามองเธอ ไอรีนขยับเข้าไปสวมกอดพี่ชาย ตอนนี้เธอและเขาอยู่ที่ประเทศไทย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงได้พาเธอมาที่นี่ทั้งๆที่เธอและเขาควรจะอยู่ที่อเมริกา เธอเองก็คัดค้านพี่ชาย ไม่อยากเป็นฝ่ายเข้าหาผู้ชายก่อน

 

 

 

        “ไอกลัวค่ะ”

 

 

        “กลัวอะไร?

 

 

        คนเป็นพี่ถามเสียงเรียบ ดวงตาที่เย็นชานั้น ทอดมองไปยังเบื้องหน้า เขากำลังอยู่ในห้องของมารดาซึ่งท่านได้จากโลกนี้ไปนานมากแล้ว ไอรีนเงยหน้ามองพี่ชาย เธอไม่รู้เลยว่าพี่ชายที่ใจดีของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่คนที่ชอบยิ้มให้กับเธอ ตอนนี้เหลือเพียงผู้ชายเลือดเย็นที่สามารถทำได้ทุกอย่างที่เขาต้องการ โดยไม่สนใจว่าจะมีกี่ชีวิตที่ต้องจากไป หรือว่าใครจะต้องเจ็บปวด

 

 

        “พี่พอลว่าไอควรจะยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ดีไหมคะ”

 

 

        ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของน้องสาว พอลก็ก้มหน้าลงมาหาเธอทันที

 

 

        “เธอต้องแต่งงาน”

 

 

        “แต่ไอรู้สึกเหมือนเหมือนอีกฝ่ายไม่อยากแต่งกับไอ”

 

 

        “ไปนอนซะ มันดึกแล้ว”

 

 

 

        พอลดันร่างของน้องสาวให้ออกห่าง ไอรีนมองตามร่างพี่ชายที่เดินออกจากห้องนอนของมารดาไป เธอมองตามพี่ชายที่เดินจากไป

 

 

 

ทำไมพี่ชายของเธอถึงได้ไม่สนใจอะไรเลย ทำไมถึงได้อยากให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่เธอเคยเห็นเพียงแค่รูปถ่าย แถมอีกฝ่ายยังเบี้ยวที่จะนัดดูตัวกับเธอ

 

-------+++++-------

 

        Rrrrr

 

 

        วันนี้เป็นวันหยุด กรณัฐไม่ต้องไปทำงาน แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทำให้ร่างบางที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนโซฟาต้องเงยหน้า หยุดออกจากการอ่าน

 

 

 

        “พี่กวางให้แคทรับโทรศัพท์ให้ไหม?

 

 

        “ไม่เป็นไรแคท เดี๋ยวพี่ไปรับเอง”

 

 

 

        หันไปตอบน้องชาย กรณัฐยันกายลุกขึ้น เดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง เพราะเขาไม่ได้เอาโทรศัพท์ลงมา

 

 

        “คุณเสือ

 

 

        ขมวดคิ้วทันที เมื่อเห็นรายชื่อของคนที่โทรมา เขาหยิบโทรศัพท์มารับสาย

 

 

        “ครับคุณเสือ?

 

 

        [อีกประมาณ 30 นาที ฉันจะไปรับนายที่บ้าน]

 

 

        “รับผม?

 

 

        [อืมแต่งตัวรอไว้แล้วกัน]

 

 

 

        “รับผมไปไหนครับ?

 

 

 

        [ถ้าไปถึงแล้วฉันจะโทรหาอีกครั้ง]

 

 

 

        สิ้นเสียงที่บอกกล่าว คุณเสือก็วางสายไปทันที กรณัฐตั้งสติเพียงครู่  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกใจคอไม่ค่อยจะดีนัก คุณเสือก็ไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลย

 

 

        “พี่กวางจะไปไหนเหรอ?

 

 

        กรวัฒน์หันไปถามพี่ชายทันที เมื่อเห็นร่างบางกำลังเดินลงจากห้องพัก ในชุดที่เหมือนจะออกจากบ้านหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ร่างผอมเดินเข้าไปหาพี่ชาย เวลาตอนนี้มันก็เข้าช่วงบ่ายแล้ว ถ้ามีธุระอะไร พี่ชายของเขาก็น่าจะออกเดินทางตั้งแต่เช้า

 

 

 

        “พี่มีธุระนิดหน่อยน่ะแคท”

 

 

        ตอนนี้พยัคฆ์กำลังรอเขาอยู่ที่หน้าบ้าน น้องชายของเขาคงมัวแต่ดูโทรทัศน์เลยไม่ทันได้รู้ว่ามีรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาแล้ว

 

 

        “แล้วพี่กวางจะกลับมาตอนไหน?

 

 

        “พี่ก็ยังไม่รู้เลย เอาไว้ถ้าพี่กลับช้ามาก พี่จะโทรมาบอกแล้วกันนะ”

 

 

        “อืม เอาอย่างนั้นก็ได้พี่กวาง”

 

 

 

        “พี่ไปล่ะนะ”

 

 

 

        กรณัฐเดินออกมานอกบ้าน รถยนต์สีดำสนิทที่จอดรอเขาอยู่นั้นได้ลดกระจกลง ใบหน้าหล่อเหลาที่เขาจำได้ดีนั้นส่งยิ้มจางๆให้

 

 

 

        “ขึ้นรถสิกวาง”

 

 

        “ครับคุณเสือ”

 

 

 

        เขาเดินไปขึ้นรถด้านที่ฝั่งข้างคนขับ ร่างบางเข้ามานั่งข้างใน รถยนต์เริ่มเคลื่อนที่ ความสงสัยเกิดขึ้นเมื่อเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพยัคฆ์เรียกเขาออกมาทำไม

 

 

 

        “เราจะไปไหนกันเหรอครับ?

 

 

        “ไปบ้านฉัน”

 

 

 

        คำตอบนั้นทำให้ร่างเล็กถึงกลับนิ่งเงียบ แม้จะเคยทำใจไว้บ้างแล้วว่าต้องไปพบกับคุณพ่อของคุณเสือ แต่ภายในใจลึกๆของเขา เขาก็ยังคงหวาดกลัวผู้ชายคนนั้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

 

 

 

        “คุณเสือครับ

 

 

        “หืม?

 

 

        “คุณเสือได้พูดเรื่องของเรากับคุณพ่อคุณเสือบ้างหรือยังครับ?

 

 

        ร่างเล็กมีท่าทางที่กังวล เขากำลังคิดมาก การถูกคนในครอบครัวของคนรักไม่ยอมรับ มันทำให้รู้สึกกดดัน อีกอย่างเขาก็ไม่รู้ว่าคู่หมั้นของคุณเสือเป็นอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายดีกว่าเขาทุกอย่างแล้วเขาจะทำยังไง

 

 

        “ฉันไม่ค่อยได้คุยกับเขาหรอกแต่จะคุยวันนี้ให้มันชัดไปเลย”

 

 

        “อ่าแล้วแล้วเอ่อ คู่หมั้นของคุณเสือ

 

 

        แม้จะเชื่อใจมากขนาดไหน แต่ในใจของร่างบางก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้ เขาอยากรู้ว่าคู่หมั้นของคุณเสือเป็นยังไง

 

 

        “ทำไม?

 

 

        ร่างสูงละสายตาจากสัญญาณไฟจราจรที่ตอนนี้เป็นสีแดง เขาหันไปมองคนรักกรณัฐก้มหน้าลงเล็กน้อย

 

 

        “เธอเธอสวยหรือเปล่าครับเธอเป็นยังไงบ้าง”

 

 

        “ไม่รู้สิฉันไม่เคยเจอเธอ”

 

 

        ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นทันที คุณเสือไม่เคยเจอกับคนคนนั้น แล้วถ้าคุณเสือได้เจอกับคู่หมั้นแล้วเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เขาจะทำยังไงดี

 

 

        กายเล็กสะดุ้งเพียงนิดเมื่อได้รับสัมผัสจากฝ่ามือร้อน พยัคฆ์เลื่อนมือไปกุมมือเล็กไว้ ร่างบางเงยหน้ามองคนที่กำลังมองไปยังเบื้องหน้า

 

 

        “ฉันบอกแล้วไงว่าจะมีนายแค่เท่านั้นที่จะเป็นเมียฉันจะมีแค่นายคนเดียวที่จะได้เป็นคู่ชีวิตของฉันไม่ว่าใครจะเป็นยังไง มันก็ไม่สำคัญอยู่แล้วนี่”

       

 -------+++++-------

 

        “แล้วหนูไอรีนไม่ได้มาด้วยเหรอ?

 

 

 

        ชายวัยกลางคนมองหาร่างบอบบางของหญิงสาว ที่เขาคิดว่าน่าจะเดินทางมากับผู้ชายตรงหน้าด้วย

 

 

        “เปล่าครับผมมาคนเดียวแล้วคุณเสือล่ะครับ”

 

 

        “อ่าน่าเสียดายจริงๆ ถ้าหลานมาเร็วกว่านี้ คงจะไม่คลาดกับเจ้านั่น”

 

 

        “น่าแปลกใจจังเลยนะครับที่วันหยุดแบบนี้ ลูกชายของคุณลุงไม่อยู่บ้าน”

 

 

        เจ้าของร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาและมีนัยน์ตาสีเทา พุ่งประเด็นไปถึงความผิดปกติที่ลูกชายคนโตของศาลทูรไม่ได้อยู่ที่บ้าน ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นเวลาเย็นและเป็นวันหยุด

 

 

        “ลูกของลุงคงติดธุระนิดหน่อยน่ะว่าแต่หลานเถอะ มาที่ไทยโดยไม่บอกลุงเลยนะ ถ้าหลานบอกลุงว่าจะมาที่นี่ ลุงคงไม่ปล่อยให้เจ้าเสือออกไปข้างนอกหรอก”

 

 

        “ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงสาเหตุที่ผมมาที่นี่ ก็เพื่อมาคุยธุระเรื่องแต่งงานของน้องสาวผมกับคุณลุงก็เท่านั้นเอง”

 

 

        “อ่านั่งลงก่อนสิ ยืนคุยกันแบบนี้คงไม่ดีนัก”

 

 

        ศาลทูรเอ่ยบอกกับลูกของเพื่อนสนิทของเขา พอลหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก รู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อยที่มาถึงที่บ้าน แต่กลับไม่พบตัวว่าที่เจ้าบ่าวที่การนัดดูตัวช่างน่าโมโหจริงๆ

 

 

        ไม่นานนักคนรับใช้ ก็นำน้ำและขนมมาเสิร์ฟให้กับพอลและศาลทูร

 

 

        “เรื่องงานแต่งงานถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากให้ทุกอย่างเริ่มจัดเตรียมตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเลยครับ”

 

 

        “อืมได้สิ เดี๋ยวลุงจะช่วยจัดการเรื่องนี้เอง”

 

 

 

        “ผมดีใจนะครับ ที่คุณลุงเห็นดีด้วยไม่ว่ายังไง ผมก็อยากให้สองตระกูลของเราได้เป็นครอบครัวเดียวกัน”

 

 

        “ทั้งลุงและพ่อของหลานเองก็หวังไว้แบบนั้นเหมือนกัน”

 

 

        ทั้งสองคุยเรื่องอื่นๆกันไปเรื่อย พอลก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือ เขามาอยู่ที่นี่กันเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว เขาไม่เคยมาที่บ้านหลังนี้ คนที่เคยมามีแต่น้องสาวและบิดาของเขาเท่านั้น อันที่จริงที่เขามาที่นี่ ก็ไม่ใช่แค่เพื่อมาคุยเรื่องแต่งงานเท่านั้น แต่เพื่อจะมาดูท่าทีและทุกๆอย่างที่อยู่รอบๆตัวว่าที่น้องเขยของเขา

 

 

 

        “เย็นนี้อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันสิ”

 

 

 

        “ขอบคุณครับ แต่ว่าผมคงต้องขอกลับก่อน พอดีว่าผมนัดกับไอรีนเอาไว้ ขอโทษด้วยนะครับ”

 

 

        ท่าทางของพอลนั้นนิ่งสงบ ศาลทูรพยักหน้า เขาไม่คิดจะโน้มน้าวใจพอลสักเท่าไหร่นัก เพราะเขารู้ดีว่า ผู้ชายตรงหน้าเขามีนิสัยอย่างไร เป็นคนที่ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว ก็ไม่มีใครมาขวางได้

 

 

        “เย็นแล้วเหรอเนี่ยหาวหิวจังเลย”

 

 

        วิรุจน์เดินลงมาจากบันไดในสภาพที่งัวเงีย เขายังอยู่ในชุดนอน ร่างสูงโปร่งยกมือนวดคอตัวเอง เนื่องจากเมื่อคืนเขาไปเที่ยวจนดึกดื่น กลับมาถึงบ้านอีกทีก็เกือบเช้า

 

 

 

        ร่างสูงตระหง่านที่ยืนอยู่ที่ห้องรับแขกทำให้วิรุจน์ต้องหยุดชะงัก พอลหันหน้าไปมองร่างที่มีสภาพดูไม่ค่อยจะได้เพราะเพิ่งตื่นนอน ผมเผ้าของวิรุจน์นั้นกระเซอะกระเซิง วิรุจน์ขมวดคิ้วฉับ เขาไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน วิรุจน์เดินเข้ามาใกล้พอลมากขึ้น ใจเขารู้สึกสงสัยผู้ชายตรงหน้าที่ช่างสง่างามเหลือเกินว่าเป็นใคร

 

 

 

        “นั่นเจ้ารุจน์ ลูกคนกลางของลุงเอง”

 

 

        วิรุจน์ยืนอยู่เบื้องหน้าของชายที่ตัวสูงกว่าเขา ดวงตานั้นช่างเย็นชาราวกับคนไร้หัวใจ วิรุจน์ยิ้มเจื่อนๆ

 

 

        “ขอโทษด้วยนะครับ ที่สภาพของผมเป็นแบบนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อวิรุจน์ เรียกรุจน์เฉยๆก็ได้นะครับ”

 

 

        วิรุจน์ยื่นมือไปตรงหน้าหวังจับมือทักทาย เพราะดูจากหน้าตาของพอลแล้วอีกฝ่ายน่าจะเป็นลูกครึ่งตะวันตก พอลหรี่ตาลง ใจของวิรุจน์เต้นแรง เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับสายตาที่มองเขาเหยียดๆ

 

 

 

        “เลือดผสม

 

 

        ประโยคที่หลุดออกมาจากปากบางนั้น ทำให้คนได้ยินถึงกลับกำมือแน่น พอลพูดไม่ดังมากนัก ศาลทูรคงไม่ได้ยิน ในขณะที่วิรุจน์เริ่มจะฉุน เพราะมันไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่มันเจือไปด้วยความรังเกียจ

 

 

 

        “ที่พูดนายหมายความว่ายังไง!

 

 

 

        ยังไม่เคยมีใครพูดเรื่องนี้กับเขา วิรุจน์รู้ตัวดีว่าเขาเป็นเลือดผสม เพราะมีพ่อเป็นเสือแต่กลับมีแต่เป็นมนุษย์ ตัวของเขาเองไม่ได้เป็นเหมือนกับพยัคฆ์พี่ชายคนโตที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ซึ่งไม่มีเลือดของมนุษย์ไหลเวียนในร่างกาย

 

 

 

        “ฉันไม่อยากรู้จักกับพวกอ่อนแอ”

 

 

 

        สิ้นประโยคเย็นชา วิรุจน์ก็พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของพอลทันที ถึงแม้อีกฝ่ายจะตัวสูงใหญ่กว่า แต่เขาก็ไม่คิดจะกลัว เขาเองเขาเองก็มีสายเลือดของเสือเขาไม่กลัว

 

 

        !!!!

 

 

        นัยน์ตาสีเทานั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้า พร้อมกับหน้าของพอลที่เหมือนมีใบหน้าของเสือโคร่งซ้อนทับอยู่ มือของวิรุจน์เหมือนจะหมดแรงปล่อยออกจากคอเสื้ออีกฝ่ายเขาสู้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ไม่ว่าจะด้วยขนาดร่างกาย หรือพละกำลัง

 

 

 

        “เสือโคร่งขาว

 

 

 

        คนตัวเล็กกว่าครางสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า ทั้งๆที่เขาก็มีสายเลือดของเสือโคร่งเหมือนกัน แต่ว่าดวงตาที่มองมาเมื่อกี้มันเหมือนมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกกลัวจนใจสั่น ร่างกายมันสั่นไปหมดเหมือนร่างกำลังจมลงสู่น้ำอันเย็นเฉียบ

 

 

 

        “ผมลาล่ะครับ”

 

 

 

        ร่างสูงใหญ่หมุนกายเดินออกจากบ้านไป วิรุจน์ทำได้แต่ยืนค้าง ตาของเขามองตามร่างสูงนั้นที่เดินไปพร้อมกับบิดาของเขา

 

 

 

        เมื่อร่างนั้นหายออกจากบ้านไปลับตา วิรุจน์ก็ทรุดกายนั่งลงบนโซฟา เขาเป็นอะไร เขาไม่กลัวอะไรง่ายๆ แต่ทำไมแค่สบตากับผู้ชายคนนั้น ก็รู้สึกได้เลยว่าผู้ชายคนนั้นเหมือนคนไร้หัวใจ น่ากลัวเกินไปเป็นใครกันแน่

 

 

 

        “รุจน์เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

 

 

        วิรุจน์แทบจะสะดุ้ง เขารีบตั้งสติตัวเอง เมื่อมือหนาของบิดาวางลงบนไหล่เขา

 

 

 

        “ตกใจงั้นเหรอ?

 

 

        “ครับไม่คิดว่าจะมีเสือโคร่งขาวอยู่จริงๆคนคนนั้นเป็นสายเลือดบริสุทธิ์สินะครับพลังของเขาน่ากลัวมาก

 

 

        “ก็อย่างที่แกเห็น การมีตัวตนอยู่ของพวกเราไม่ใช่ว่าจะได้อยู่กันง่ายๆ ถ้าไม่แข็งแกร่งพอ สุดท้ายก็กลับไปเป็นร่างเดิมแล้วก็ไม่สามารถอยู่ในร่างของมนุษย์ได้”

 

 

 

        “นี่คงเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ผมไม่เคยเจอคนที่เหมือนพวกเราเลย”

 

 

        “ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่แกยังไม่รู้นะเจ้ารุจน์ อาจจะเป็นเพราะว่าแกมีเลือดของมนุษย์อยู่ด้วย ทำให้การรับรู้เรื่องพวกนั้นน้อยกว่าพี่ของแกมาก  บางทีรอบๆตัวแกอาจจะมีสิ่งมีชีวิตแบบฉัน แต่ไม่ใช่ตระกูลเสือก็ได้”

 

 

 

        “ผมไม่รู้จริงๆครับพ่อ แต่ว่าเมื่อกี้ ตอนแรกที่เห็น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นเสือโคร่งขาว”

 

 

 

        “นั่นเป็นเพราะพลังของแกมันน้อยเกินถ้าเขาไม่แสดงตัวกับแก แกก็อาจจะไม่รู้ แล้วที่ผ่านมาถ้าแกไม่พยายามจริงๆ แกก็จะกลายร่างเป็นเสือไม่ใช่ไหมแต่มันก็ดีสำหรับแกที่ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั่วไปล่ะนะ”

 

 

 

        “ผู้ชายคนนั้นเป็นใครครับพ่อเขาเป็นใคร แล้วแล้วมาที่นี่ทำไมครับ?

 

 

 

        “พอลเป็นพี่ชายของไอรีน”

 

 

 

        “พี่ชายของผู้หญิงที่พี่ใหญ่ต้องแต่งงานด้วยอย่างนั้นเหรอครับ

 

 

 

        วิรุจน์รู้สึกว่าเสียงตัวเองกำลังจะหายไปเขากำลังกังวล ทั้งคุณกวางและพี่ใหญ่ของเขาอาจจะได้รับความเดือดร้อนจากผู้ชายคนนี้

 

 

 

พอลนายมันน่ากลัวนายคงไม่ยอมให้พี่ชายฉันได้อยู่สงบสุขกับคุณกวางแน่ๆจากสายตาของนาย ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายมันร้ายกาจไม่ต่างกับปีศาจแต่ฉันฉันจะไม่มีวันยอมให้นายได้ทำตามใจง่ายๆหรอกฉันเองก็เป็นเสือไม่ต่างกับนายถึงจะไม่ใช่เลือดบริสุทธิ์แบบนายก็ตามแต่ฉันก็ไม่คิดจะกลัวนายเป็นครั้งที่สองแน่!

 

100%

2/8/58

 

ขอบคุณทุกคอมเม้น ไลค์ โหวต ที่มีให้อากินะคะ

ปกติ อากิจะอัพทุกวันเสาร์ แต่ถ้าวันไหนอากิติดธุระ มาอัพไม่ได้

จะแจ้งไว้ที่เพจนะค้าา ^_^

 

 

       

       

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}