goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฝันร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 659

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2562 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝันร้าย
แบบอักษร

ลูอิสที่กอดร่างของแพรรัมภาไว้ มาร์ตินที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบวิ่งมาหาเพื่อนที่ได้แต่นั่งกอดร่างของคนรัก เขาเห็นแล้วรู้สึกสะท้อนใจนึกตัวเองวันที่เขาเกือบจะสูญเสียกั้งไป เขาเข้าใจว่าเพื่อนรู้สึกแบบไหน

“ทางนี้ครับ!! คนถูกยิงอยู่ตรงนี้ครับ”

หน่วยแพทย์ที่ได้มาพร้อมกับชุดจู่โจมของตำรวจได้รีบเข้าไปช่วยเหลือร่างคนเจ็บแต่ละคน รวมถึงเจ้าสัวที่นอนนิ่งจมกองเลือดและแพรรัมภา

“ลูอิส!!ปล่อยคุณบีมก่อนให้พยาบาลเขาจัดการ นายใจเย็นๆ มีสติ ฉันเข้าใจนาย”

มาร์ตินตบบ่าของเพื่อนพร้อมกับให้กำลังใจ มาร์ตินมองไปรอบๆ ซึ่งคนที่บาดเจ็บต่างถูกเคลื่อนย้ายไปยังรถพยาบาลที่ได้เตรียมมา งานนี้มีคนเสียชีวิตคือสายป่านเด็กของเจ้าสัวสุรศักดิ์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าไปตรงศีรษะช่วงที่อีกฝ่ายได้ลั่นไกใส่แพรรัมภา ส่วนนายปกรณ์นั่นก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

“เขาจะเป็นอะไรไหม!!! นายบอกฉันที ฉันกลัววะ”

มาร์ตินที่ก้าวขึ้นไปรถโรงพยาบาลตามเพื่อนสนิท ซึ่งเขาห่วงว่ามันจะต้องไม่สติ ตอนนี้คงจะช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนที่คฤหาสน์ของเจ้าสัวสุรศักดิ์เขาทิ้งให้เหล่าบรรดาลูกคนสนิทจัดการต่อไป

มาร์ตินที่หันไปมองใบหน้าของเพื่อนตรงด้านข้างที่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่ามันคิดอะไร มันนิ่งเอาแต่จับมือแพรรัมภาไปตลอดทั้งทางจนถึงโรงพยาบาล

“ใจเย็นๆ เว้ย!!เชื่อฉันคุณบีมต้องปลอดภัย”

ลูอิสที่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อได้แต่วิ่งตามรถที่เข็นร่างของแพรรัมภาหายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ชีวิตเขาเหลือเธอแค่คนเดียว เธอคือทุกอย่างสำหรับเขา

มาร์ตินนั่นได้โทรบอกกังสดาลให้รู้ว่าแพรรัมภาถูกยิง อาการตอนนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งทันทีที่รู้กั้งได้รีบโทรหาคุณอลันกับมาดามแพททิเซีย ที่ตอนนี้หันไปปลูกผัก ปลูกกาแฟทำสวนอยู่เชียงใหม่ใกล้ๆกับไร่ของแม่เธอ เมื่อทุกท่านรู้จะรีบเดินทางเข้าเชียงใหม่เพื่อต่อเครื่องบินมากรุงเทพทันที กั้งเข้าใจดีว่าท่านทั้งสิงรักคุณลูอิสเสมือนลูกชายอีกคน ซึ่งเพื่อนของท่านได้ฝากฝังไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต

“นายคิดว่าบีมจะเป็นเหมือนคุณกั้งไหม ฉันกลัว กลัวมากที่สุดในชีวิตของฉัน บีมเป็นทุกอย่างของฉัน”

“ใจเย็นๆ ฉันเชื่อว่าหมอจะช่วยคุณบีมได้ แต่คนที่น่าห่วงที่สุดน่าจะเป็นพ่อของคุณบีม นายไปดูท่านหน่อยไหม”

ลูอิสที่ตอนนี้ดวงตาแดงกร่ำมันเต็มไปด้วยความเศร้า มันเหมือนโลกมันหยุดหมุน สักพักก็มีพยาบาลเดินมาเรียก

“ขอโทษนะคะ ใครคือคุณลูอิสคนป่วยคุณสุรศักดิ์ต้องการขอพบคะ”

ลูอิสและมาร์ตินหันหน้าไปมองหน้ากัน มาร์ตินนั่นพยักหน้าให้ลูอิสเดินตามพยาบาลไป ลูอิสรีบลุกขึ้นเดินตามพยาบาลไปด้วยความร้อนรนใจเขาคิดว่าท่านคงอาจจะต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง

พยาบาลได้พาลูอิสเข้าไปยังห้องฉุกเฉินที่สายระโยงระยางเต็มไปหมด ลูอิสค่อยๆเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เจ้าสัวสุรศักดิ์นั่นนอนนิ่งมีเครื่องช่วยหายใจที่คอยทำงานอยู่ ลูอิสเดินเข้าไปตรงข้างๆเตียงที่ท่านนอนอยู่

“ท่านครับ ท่านมีอะไรหรือเปล่าครับ”

เจ้าสัวสุรศักดิ์ค่อยๆ ลืมตาอย่างช้า พร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบา ลูอิสก้มลงไปใกล้ๆ ท่านเหมือนท่านต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง

“ชะ ชะ ช่วย ดูแลยัยบีม ด้วยนะยัยบีมไม่ ไม่ ไม่เหลือใครแล้ว”

ท่านค่อยๆ พูดออกมา ด้วยความเหนื่อยล้า ลูอิสที่ได้ยินถึงกับน้ำตาซึมออกมา เขาไม่รู้จะบอกท่านยังไงดีว่าลูกสาวท่านก็มีอาการเป็นตายเท่ากัน

“ครับ ท่านไม่ต้องห่วงผมสัญญาว่าผมจะดูแลบีมตราบลมหายใจของผม เพราะบีมคือทุกสิ่งทุกอย่างของผมเช่นกันครับ”

เจ้าสัวสุรศักดิ์ได้ยินท่านพยักหน้า และเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง ท่านเริ่มมีอาการชักเขาได้กดปุ่มเรียกพยาบาลให้เข้ามาดู ท่านเจ้าสัวได้จับมือเขาดึงเข้าไปใกล้ๆๆ สิ่งที่ท่านเอ่ยออกมาทำให้เขาถึงกับมีหยาดน้ำตาไหลมาเป็นทาง

“ฉะ ฉะ ฉัน ขอ ขอ โทษ”

มันคือคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่ สัญญาณชีพจรได้หายไปลูอิสที่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่ามันดีใจ หรือเสียใจกันแน่ มันมีความรู้สึกอยู่มากมายหลานอย่างและสักพักพยาบาลได้เชิญเขาออกไปยังข้างนอกห้องเพื่อที่จะทำการช่วยเหลือชีวิตคนไข้ขึ้นมาอีกครั้ง

มาร์ตินที่มายืนรอเพื่อนตรงข้างหน้าห้องฉุกเฉิน พอเห็นลูอิสเดินออกมาพร้อมกับดวงตาและใบหน้าที่เศร้าหมอง

“ไง !! ท่านพูดอะไร โอเคไหมวะ”

ลูอิสพยักหน้าพร้อมกับหันมาพูดกับเพื่อนด้วยน้ำเสียงเศร้ามันมีความรู้สึกมากมายหลายอย่าง เขานั่นบรรยายไม่ถูก สับสน งุนงง กับชีวิตนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

“ท่าน ท่าน ฝากคุณบีมไว้กับฉัน ท่านขอให้ฉันดูแลบีม และคำสุดท้ายที่ท่านพูด...ฉันไม่โอเคเลยวะ เพื่อน ฉันไม่รู้จะบอกบีมยังไง หากท่านจะต้องเป็นอะไร มันคล้ายๆ ว่าฉันเป็นคนที่ทำให้ท่าน เสียชีวิต”

มาร์ตินที่จับไปบนบ่าของเพื่อนที่เงยหน้าไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่มันไหลออกมาของเพื่อน เขาเข้าใจว่าเพื่อนรู้สึกเช่นไร

“ใจเย็นๆ ทั้งหมดมันไม่ใช่เพราะนาย ฉันเชื่อ เชื่อว่าคุณบีมเข้าใจ อย่างิตกกังวลเลย”

“บีมเขาจะเข้าใจยังไง วะ ถ้าฉันไม่เป็นคนพาตำรวจเข้าไปพ่อของบีมก็คงจะไม่เป็นแบบนี้ ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้บีม วะ หากท่านเป็นอะไร”

มาร์ตินที่เห็นเพื่อนหันหน้าเข้าไปตรงกำแพงแล้วชกเข้าไปจังๆ จนหมัดบวมช้ำ เขารีบขว้าง

“อย่าทำอย่างนี้เว้ย!! ทุกอย่างมันไม่ใช่เพราะนายมันคือผลที่ท่านไว้ใจคนอย่างนายปกรณ์ ผลของการที่ท่านมุ่งที่จะเข้าสู่ธุรกิจด้านนั่น ไม่ช้าไม่นานเรื่องมันก็ต้องแดง นายก็รู้ นายไม่ใช่คนทำ ตอนนี้นายควรจะมีสติ มากกว่านี้ คุณบีมเขาต้องการนายมากนะ นายอย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้สิว๊ะ หากคุณบีมรู้เขาจะเสียใจแค่ไหน”

เจมส์จัดการทุกอย่างรีบเดินทางมายังโรงพยาบาลพร้อมกับดาวเพื่อนสนิทของคุณบีมทั้งสองวิ่งกันมาจนถึงยังบริเวณหน้าห้องที่มีคุณมาร์จินยืนอยู่ แล้วนี่คุณลูอิสไปไหน

“คุณมาร์ติน คุณลูอิสไปไหนครับ”

“ฉันไล่มันไปสงบสติอารมณ์ นายมาก็ดีแล้วช่วงนี้อย่าปล่อยให้มันอยู่คนเดียวนะ”

“ครับ ครับ”

สักพักพยาบาลได้เดินมายังที่พวกเขายืนอยู่ พยาบาลได้เอ่ยถามถึงญาติคนป่วย

“ขอโทษนะคะ คุณผู้ชายคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วคะ”

“เออ เขา เขาไปเข้าห้องน้ำครับ มีอะไรแจ้งผมได้เลยนะครับ”

“เออ ทางเราเสียใจด้วยนะคะ เราไม่สามารถยื้อชีวิตคนไข้ไว้ได้..”

ลูอิสที่เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นพยาบาลเดินออกมาและเข้าไปคุยกับมาร์ตินและเจมส์เขาจึงรีบวิ่งมา ซึ่งทันได้ยินคำว่า ขอแสดงความเสียใจ ซึ่งมันบ่งบอกได้แล้วท่านเจ้าสัวได้เสียชีวิตลงไปแล้ว

ดาวที่หันหน้าไปกอดกับเจมส์แล้วร้องไห้ สงสารเพื่อนจับใจหากเพื่อนสนิทของเธอรอด ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีวี่แวว อะไรคืบหน้า รู้แค่ว่าได้ย้ายคนไข้เข้าห้องผ่าตัดไปเรียบร้อยแล้ว

“หือ หือ ดาว ดาว จะบอกเพื่อนยังไงดีคุณเจมส์”

ลูอิสที่ได้ยินสิ่งที่พยาบาลพูดเขาถึงกับทรุดลงไปนั่งตรงพื้น พร้อมกับคำพูดที่มันก้องอยู่ในหัวของเขาคำพูดสุดท้ายที่ท่านบอก ฉันขอโทษ ซึ่งเขายังไม่ได้เอ่ยปากบอกท่านเลยว่าเขารู้สึกเสียใจที่ทำให้เหตุการณ์มันเป็นเช่นนี้

มาร์ตินและเจมส์หันไปมองยังคนที่นั่งกองอยู่บนพื้นตรงทางเดิน เขาได้เดินไปหาเพื่อนและนั่งคุกเข่าคุย

“นายจะทำอย่างไรต่อ เหลือแค่นายแล้วนะที่ต้องตัดสินใจทำอะไรแทนคุณบีม หรือว่าจะให้ฉันจัดการต่อไป”

“อือ...ฉันฝากนายกับคุณกั้งเป็นธุระด้วยนะ ฝากด้วย”

“ได้ๆ เดี๋ยวรอกั้งมาก่อนนะ ฉันจะให้กั้งกับตะนอยเป็นคนจัดการดูแลแทนนายกับคุณบีมแล้วกัน ไปนั่งรอหมอตรงโน้นเถอะ”

ลูอิสเดินมาตรงที่ดาวกำลังร้องไห้กอดกับเจมส์ ซึ่งเจมส์พยายามปลอบใจ เขาพยายามลูบปลอบใจ

“คุณดาวครับ”

ดาวได้ยินเสียงของลูอิสคนรักของเพื่อนสนิท จึงหันหน้าไปหาก็เจอสภาพที่ใบหน้าโทรมบ่งบอกถึงความเศร้าเสียใจอย่างสุด

“คะ คุณลูอิส”

“ผมขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องราวที่บานปลายแบบนี้ ผมขอโทษจริงๆ”

ดาวได้ยินคำขอโทษจากคนรักของเพื่อนสนิท อย่าบอกว่า คุณลูอิสเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ

“อย่าพูดแบบนี้คะคุณลูอิส ทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดของคุณนะคะ และคุณก็ไม่ได้ตั้งใจให้ผลมันเป็นแบบนี้ อย่าโทษตัวเองดาวเชื่อว่าบีมจะต้องเข้าใจ”

ลูอิสที่เอามือไปบนใบหน้า ที่มันมีแต่ความตึงเครียดไปหมด คนรักก็ยังไม่ออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วท่านเจ้าสัวก็มาเสียชีวิตลงไปอีก เขารู้สึกล้าไปหมด

จนเวลาผ่านไปเกือบจะเที่ยงคืน ซึ่งมาร์ตินให้กั้งกับตะนอยไปเป็นคนดูแลและจัดการงานศพของท่านเจ้าสัวอย่างสมเกียรติซึ่งงานนี้เขาให้ลูอิสใช้อำนาจของความที่เป็นเจ้าพ่อสื่อออนไลน์ได้ปิดข่าวสาเหตุการเสียชีวิตของท่านเจ้าสัวเป็นแค่การถูกลอบสังหารเพื่อเป็นการให้เกียรติกับท่านซึ่งเป็นพ่อของคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งน้อยคนที่จะรู้เรื่องด้านมืดของท่าน

ลูอิสที่นั่งรออยู่บริเวณหน้ห้องผ่าตัดร่วมกับคนอื่นๆ เจมส์ที่มองเจ้านายของตัวเองที่เอาแต่นิ่งไม่พูดและไม่สนใจสิ่งรอบข้างเหมือนภายในใจกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

“คุณลูอิสครับ ทานน้ำสักหน่อยเถอะนะครับ”

“อือ ขอบใจมากเจมส์ ขอบใจมากที่เป็นธุระจัดการทุกอย่างแทนฉัน”

“ไม่เป็นไรครับ มันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้ว คุณลูอิสก็เหมือนกันนะครับ คุณก็ต้องมีหน้าที่อยู่เป็นกำลังใจให้คุณบีมนะครับ ตอนนี้คุณบีมเหลือคุณแค่คนเดียวแล้วนะครับ”

“อือ ฉันรู้ เจมส์นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก นายไปดูแลช่วยคุณกั้งเขาจัดการงานศพเถอะ ฉันอยู่ตรงนี้รอบีมออกมาได้”

“เอาแบบนั่นเหรอครับ เออ..พอดีว่า..”

“เอาน่าฉันโอเค ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ไปเถอะฉันฝากนายด้วยจัดการทุกอย่างให้ดีให้เหมาะสมด้วยนะ”

เจมส์พยักหน้ารับทราบแล้วเดินหันหลังไปจัดการตามที่เจ้านายสั่ง

เมื่อทุกคนจากไปกันหมดแล้ว ลูอิสที่เอาศีรษะพิงไปกับผนังหน้าห้องผ่าตัดที่รอหมอออก ซึ่งมันนานมาก เขานิ่งและหลับตาวันนี้ใจและร่างกายเขารู้สึกอ่อนล้ามากๆ ทุกอย่างมันประเดประดังเข้ามา ช่วงจังหวะที่เขากำลังจะหลับตาพักสักครู่ก็ได้ยินเสียงประตูห้องผ่าตัดได้เปิดออกมา พร้อมกับคุณหมอที่ทำการผ่าตัดคนรักของเขา ลูอิสที่เห็นรีบลุกขึ้นสอบถามทันที

“คุณหมอครับ คุณหมอคนรักผมเป็นอย่างไรบ้างครับ”

นายแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ ได้ดึงหมวกสีเขียวและแมสที่ใช้ปิดปากออก นายแพทย์จ้องมองคนรักของคนป่วยซึ่งเขาพอจะรู้บ้างว่าคนที่พึ่งเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้คือเจ้าสัวสุรศักดิ์ผู้อุปการะคอยส่งเงินมาช่วยคนที่ป่วยคนที่ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาลท่านก็คอยจ่ายให้ทุกคนมาเป็นเวลานานมากซึ่งน้อยคนที่จะรู้ว่าท่านทำให้สังคมมากมาย

“ขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวคนรักของคุณด้วยนะครับ เออส่วนคนไข้เราได้ทำการผ่าตัดเอากระสุดทุกอย่างออกมาได้หมดแล้วนะครับ ตอนนี้คงจะต้องรอให้คนป่วยพักฟื้นสักระยะนะครับ”

ลูอิสที่ได้ฟังก็รู้สึกโล่งใจที่การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตอนแรกเขาวิตกกังวลมากกว่านี้

“แต่ว่า...”

ลูอิสที่ยิ้มๆ อยู่ก็ถึงกับค้าง ซึ่งดูจากสีหน้าและแววตาของคุณหมอแล้วเหมือนท่านกำลังติดหนักที่จะบอกอะไรเขาเกี่ยวกับคนรัก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น