Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 56 หม้อไฟ

ชื่อตอน : บทที่ 56 หม้อไฟ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 188

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2562 12:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 56 หม้อไฟ
แบบอักษร

​        มีเวลาพักแค่ครึ่งวัน แต่ทีมงานก็ขับรถพาจูอี้หลงเข้าเมือง บอกว่าอยากกินสเต็ก ขอจูเหล่าซือสงเคราะห์หน่อยเถอะ

        "ผมอยากกินหม้อไฟ" จูอี้หลงทำหน้าหงิกหน่อยๆ เหมือนเด็กน้อยขี้งอแง    

        "พี่สั่งให้แล้ว แต่ที่ร้านน่ะ มันจองห้องส่วนตัวไม่ได้ มันไม่ว่างเลยล่ะ พี่เลยว่าเราจองห้องในโรงแรมแล้วสั่งอะไรขึ้นมากินในห้องจะดีกว่า" หลินชิงหูอธิบาย    

        "ใช่" จูไฉ่หงสนับสนุน    

        "เดี๋ยวให้พวกน้องๆเขาสั่งสเต็ก สั่งอะไรกันให้เต็มที่ ของอาหลงก็กินหม้อไฟที่สั่งไว้ก็แล้วกัน แบบนี้ดีออก เป็นส่วนตัวดี ใครจะกินอะไรก็ได้กิน" หลินชิงหูกล่อมต่อ    

        "ถึงจะรสชาติไม่สะใจเหมือนไปนั่งในร้านหม้อไฟ แต่ก็คงไม่ถึงกับแย่กระมัง" เขาส่งยิ้มเอาใจจูอี้หลง    

        "ช่วยไม่ได้ ตอนนี้จูเหล่าซือกลายเป็นเซเลปแล้วนี่นา จะไปนั่งกินอะไรกลางร้าน เดี๋ยวจะทำร้านเขาแตกเปล่าๆ" จูไฉ่หงพลอยยิ้มหวานไปด้วย   

        จูอี้หลงได้แต่รับคำ อืม เบาๆ การประสบความสำเร็จนี่มันต้องแลกด้วยอะไรมากมาย เขาแค่อยากจะแสดงบทบาทต่างๆให้ดีที่สุด อยากจะประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงคนนึง แต่เขาไม่นึกเลยว่า ความสำเร็จของเขาในครั้งนี้จะต้องแลกด้วยชีวิตของเขาทั้งชีวิต    

        ถ้าเขายังเป็นนักแสดงตัวเล็กๆที่สื่อไม่ค่อยให้ความสนใจอยู่ บางที... บางทีเขาอาจจะไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องของไป๋อวี่มากจนเกินไป เขาอาจจะไปเที่ยวที่ไหน ไปกินข้าว เล่นเกมส์ ร้องคาราโอเกะกับไป๋อวี่ได้อย่างไม่ต้องกังวล บางทีเขาอาจจะไปเที่ยวต่างประเทศ เดินจูงมือกับไป๋อวี่โดยไม่มีใครใส่ใจอะไรเลยก็ได้    

        จูอี้หลงนึกเสียใจ ที่ความสำเร็จของเขากลับกลายมาเป็นอุปสรรค ทำให้เขาต้องยอมแม้กระทั่งทำร้ายคนที่เขารักสุดชีวิต    ไม่รู้ว่าไป๋อวี่จะเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่เยี่ยหลานโทรมาคราวนั้น จูอี้หลงก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรเรื่องไป๋อวี่อีกเลย ไม่มีใครในทีมงานเต้ามู่เอ่ยถึงไป๋อวี่อีก ถ้าเป็นเฉพาะทีมของเขาเองมันจะไม่น่าแปลกใจเลย นี้แม้แต่ทีมของเต้ามู่ก็ยังไม่มีใครพูดถึง ...พวกนั้นจะรู้อะไรหรือเปล่านะ... จูอี้หลงเริ่มหวาดระแวง 

        ...เหล่าไป๋ไม่น่าจะทำอะไรให้คนต้องคิดไปเรื่อยเปื่อย ทำไมไม่ยอมเข้าใจว่าเกอเป็นห่วงนาย ...ขอนายถอยออกไปซักก้าวเถอะ เวลาจะช่วยให้นายถอยออกไปได้เรื่อยๆ แล้วทุกอย่างก็จะกลายเป็นอดีตไปเอง แล้วนายจะไม่เจ็บปวดอีก ....แล้วตัวเขาเองก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีก จูอี้หลงมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ยกมือขึ้นกดบริเวณทรวงอกอย่างลืมตัว หลินชิงหูเห็นเข้า กำลังจะเอ่ยปากถามเพราะคิดว่าเขารู้สึกไม่สบาย แต่โดนจูไฉ่หงรั้งแขนเสื้อไว้ เธอสั่นหัวเป็นเชิงห้ามเขาเบาๆ หลินชิงหูเข้าใจในทันที     

        เสียงโทรศัพท์ดังอืออือ เขาสบตากับจูไฉ่หงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย    

        ถังซันโทรมา พวกนั้นมาถึงที่โรงแรมแล้ว หลินชิงหูจองห้องไว้ให้แล้ว ขอแค่รับกุญแจจากเค้าเตอร์ก็ขึ้นไปได้เลย มันเป็นโรงแรมขนาดกลาง ที่มักจะมีพวกเซลแมนมาพัก เพราะมันสะอาดสะอ้าน บริการดี และให้ความเป็นส่วนตัวสูง    

        "ทางโรงแรมโทรมาน่ะ เขายกของกินขึ้นไปให้แล้ว พี่เร่งเขาไว้ เรามีเวลาค่อนข้างน้อย เดี๋ยวให้ใครซักคนไปรับกุญแจที่เค้าเตอร์ ส่วนพวกเราก็แยกๆกันขึ้นไป ไม่อยากเข้าไปเป็นกลุ่มใหญ่ คนจะสังเกตเห็นเปล่าๆ"

        วันนี้นายคงต้องตัดสินใจแล้วล่ะ ว่านายจะกินหม้อไฟที่ฉันเตรียมไว้ให้อย่างเอร็ดอร่อย หรือว่านายจะเทมันทิ้ง.... หลินชิงหูอดนึกถึงภาพไป๋อวี่นอนขดแช่อยู่ในน้ำซุปหม้อไฟไม่ได้ จนเผลอปล่อยกิ๊กออกมา จูไฉ่หงทำตาเขียวปัด .... พี่หลินนี่ จริงๆเลย ไม่รู้หรือไงว่าฉันกำลังหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ หลินชิงหูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความ เสียงติ๊ง ทำให้จูไฉ่หงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ

        "พี่กำลังนึกถึงหม้อไฟที่มีเนื้อปลาขาว* เต่งๆลอยอยู่น่ะ"

        จูไฉ่หงสำลักลมหายใจดังพรวด ก่อนจะทำตาเขียวใส่หลินชิงหูอีกครั้ง หลินชิงหูก้มหน้าลงพิมพ์ข้อความอีก

        "เธอว่า วันนี้มังกรจะได้กินเนื้อปลาขาวไม๊?"    

        "ระวังจะโดนน้ำซุปหม้อไฟลวกเอาเสียโฉมล่ะ" จูไฉ่หงพิมพ์ตอบมาขำๆ แต่มันทำให้หลินชิงหูหน้าซีดเผิอด เขารีบหันไปหาจูอี้หลง    

        "อาหลง พี่ว่า วันนี้อย่าเพิ่งกินหม้อไฟเลย" จูอี้หลงหันมาเลิกคิ้วถาม    

        "โรงแรมส่งข้อความมา ถ้าจะกินหม้อไฟต้องรออีกสองชั่วโมงน่ะ เขาสั่งจากร้านมาให้ เขาไม่ได้ทำเอง คิวมันยาวเพราะทางร้านต้องทำให้แขกในร้านก่อน" หลินชิงหูโกหกหน้าตาเฉย เขาอธิบายได้คล่องเพราะมันเป็นประสบการณ์ที่เขาเคยเจอมากับตัวจริงๆ    

        "เอางั้นก็ได้ครับ" จูอี้หลงรับคำอย่างว่าง่าย ตอนนี้ ความคิดถึงไป๋อวี่ทำให้เขาไม่นึกอยากอาหารเลย ต่อให้เป็นหม้อไฟก็เถอะ    

        จูไฉ่หงส่งสายตาเป็นเชิงถาม หลินชิงหูจึงก้มลงพิมพ์ข้อความ    

        "พี่กลัวใจไป๋เหล่าซือจริงๆ เกิดเขายกหม้อไฟสาดหน้าอาหลงเข้าให้ จะว่ายังไง.."    

        "พี่กลัวว่าเขาจะเป็นประเภท ถ้าข้าไม่ได้ใครก็อย่าหวังจะได้ น่ะ"    

        "ไม่ก็พวก ทำอย่างนี้แล้วคุณจะได้มีผมแค่คนเดียว .... พี่กลัวว่ะ"    

        จูไฉ่หงหน้าซีด เธอพิพม์ข้อความตอบ    

        "แบบนี้ อย่าปล่อยพวกเขาตามลำพังเลย"    

        "แล้วเขาจะเปิดอกคุยกันยังไง.... เด๋วพี่จะหาวิธีเอง เธอไม่ต้องห่วง"

        จูไฉ่หงขมวดคิ้ว สีหน้าไม่สู้ดี เธอลืมนึกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับจูอี้หลง หากพวกเขาตกลงกันไม่ได้ ...แต่พอนึกดูอีกที จูอี้หลงเป็นทั้งมวยจีนแล้วก็มวยไทย มีชื่อเสียงของพ่อที่เป็นถึงประธานสมาคมวูซูรับประกันอยู่ เขาคงไม่ยอมให้ไป๋อวี่ทำอะไรได้ง่ายๆกระมัง .... แต่เขาก็คงจะทำแค่ปัดป้อง คงไม่กล้าทำร้ายไป๋อวี่หรอก .... เห็นๆอยู่ว่าเขาหวงไป๋อวี่ขนาดไหน...    

        จูไฉ่หงก้มลงพิมพ์ข้อความหาถังซัน    

        "ไป๋เหล่าซือเป็นยังไงบ้าง.... เขาคงจะไม่ทำร้ายอาหลงของฉันนะ"    

        "ฉันนี่แหละที่จะทำ ไม่ต้องรอให้ถึงมือไป๋เหล่าซือหรอก" ถังซันตอบมา     

        จูไฉ่หงอยากให้เลี้ยวรถกลับแล้ว เธอนึกเสียใจที่คิดทำอะไรโง่ๆอย่างนี้     

        แต่ตอนนี้เธอแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว... รถเลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดรถของโรงแรม.... ทุกคนเตรียมตัวจะลงจากรถ...



*(白鱼 ไป๋อวี๋ ออกเสียงใกล้เคียงกับชื่อ 白宇 ไป๋อวี่)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}