Little mermaid

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่44 กลางวันกลายเป็นกลางคืน

ชื่อตอน : ตอนที่44 กลางวันกลายเป็นกลางคืน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2562 07:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่44 กลางวันกลายเป็นกลางคืน
แบบอักษร

ตอนที่44 กลางวันกลายเป็นกลางคืน






กลับเข้ามาในรถ คมสันขยับรถออกจากซอยอย่างรวดเร็ว เส้นทางถูกเคลียร์จนเสร็จเรียบร้อย เขายกยิ้มมุมปาก ภารกิจที่นายน้อยมอบให้ เขาทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว


“ อามรณ์ดีอะไรคมสัน ” บีเอ็มไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นนอกรถ เขามัวแต่สนใจแพ็กลูกกระสุนช่วยนางฟ้าของเขาอยู่


“ ไม่มีอะไรครับนายน้อย ” สมสันเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเหยียบคันเร่งออกรถ


บีเอ็มหันหน้าไปมองโย่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยคำถามของนายน้อย โย่งจึงเอ่ยปากพูดอธิบายสั้นๆ “ คมสันเพียงแค่ใช้เล่ห์กลชั่วร้ายหลอกล่อให้อดิเรกเปิดทางฉุกเฉินสำหรับสืบสวนคดีร้ายแรงให้ เพื่อเปิดทางให้นายน้อยกลับบ้านได้เร็วที่สุดครับ ”


“ อ้อ ” บีเอ็มพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าคนที่เขาคุ้นหน้า ที่แท้ก็เป็นนายน้อยไม่ได้เรื่องคนนั้นนั่นเอง คนที่ชอบเอาเรื่องเดือดร้อนไปให้ตาแก่อดิเรกแก้ไขให้เป็นประจำจนเขานึกอยากสั่งสอนขึ้นมา


สิ้นสุดประโยค รถตำรวจจำนวนมากขนาบข้างรถของบีเอ็มทันทีที่พวกเขาออกมาจากซอกซอยพอดี โดยมีอดิเรกเป็นคนขับนำหน้ารถของพวกเขา เส้นทางที่คมสันส่งให้อดิเรก ไม่ใช่บ้านหลังที่นายน้อยอาศัยอยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นเส้นทางที่สามารถใช้ทางลัดที่ปลอดภัยมากที่สุดในการลัดไปที่หมูบ้านได้


ที่ทำแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจและอดิเรกรู้ว่าบ้านจริงๆที่ตระกูลเรียวไคอาศัยอยู่ไม่ใช่คฤหาสน์หลังเดิม


ความโกลาหลขนาดใหญ่เกิดขึ้นเพราะการปิดถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียด พวกเขาได้รับรายงานว่ามีการก่อการร้ายเกิดขึ้นในย่านกลางเมือง ผู้ร้ายมีอาวุธหนักจำนวนมากในมือ จึงต้องทำการออกไล่ล่า รวมทั้งคุ้มกันนายน้อยแห่งตระกูลเรียวไคให้กลับคฤหาสน์อย่างปลอดภัย


หากถามว่าทำไมตำรวจและทหารถึงให้ความสำคัญกับตระกูลนี้ คงเป็นเพราะต้นสายตระกูลเมื่ออดีตมีความสำคัญแน่นแฟ้นและคอยช่วยเหลือประสานงานกับหน่วยรัฐบาลในหลายๆเรื่อง ความแข็งแกร่งที่ลึกสุดหยั่งนั้นทำให้นายตำรวจใหญ่ๆก้มหัวเคารพอย่างไม่อับอายอะไร


เมื่อถึงรุ่นของอาทิตย์ แม้หลังจากที่ออกจากการรับราชการทหารแล้ว หันมาเอาดีทางด้านธุรกิจ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ตระกูลเรียวไคช่วยเหลือเอาไว้ทำงานในกรมทหารและตำรวจทั้งยังมียศสูงทั้งหมด พวกเขาเต็มไปด้วยความกตัญญูต่อตระกูลเรียวไค บารมีจากต้นตระกูลจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายเกรงใจตระกูลเรียวไคอยู่หลายส่วน




ในรถ


เอวาเม้มปากแน่น เขากำลังแพ็กกระสุนเงียบๆ สถานการณ์ที่คมสันจัดการกับกลุ่มวัยรุ่น เขารับรู้มันจากการควบคุมพลังของตนเองได้อย่างเชี่ยวชาญ รับรู้ว่าการ์ดจัดการกับกลุ่มอันธพาลอย่างไร


“ ทำไมถึงฆ่าเธอละครับ ” อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา เขาไม่ได้ใจอ่อน แต่ก็ไม่อยากให้ลงมือฆ่าในทันที เด็กๆพวกนั้นเพียงแค่ไม่ได้รับการสั่งสอนที่ดี แต่ผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะเอาชีวิตพวกเขาแต่อย่างใด


คนถูกถามยกเท้าออกจากคันเร่งชั่วขณะ ก่อนจะขับต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ คุณวาคงไม่ทราบว่า เธอคนนั้นเป็นใคร ” คมสันเว้นประโยคให้เอวาขบคิดเล็กน้อย เห็นว่าเอวาส่ายหน้าจึงตัดสินใจพูดต่อ


“ เธอเป็นเด็กหญิงอ่อนโยนแต่เพียงภายนอกเท่านั้น เรื่องเลวทรามต่ำช้ามากมายที่กลุ่มนั้นทำอยู่ในสายตาพวกเรามานานแล้ว แต่เพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่ของพวกเขาที่ยังมีประโยชน์ร่วมกัน เลยไม่มีการยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ”


หักพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายตามสัญญาณจราจรที่ขึ้นสีเขียวตลอดเส้นทาง “ ครั้งนี้ผมตั้งใจจัดการให้เด็ดขาดเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ผมไม่อยากให้กลุ่มวัยรุ่นนำพาความวุ่นวายมาให้นายน้อยและคุณวาภายหลัง เพื่อการนั้นจำเป็นต้องฝังความกลัวลงไปในจิตใจของพวกเขาเสียก่อน ”


เอวาพยักหน้าเข้าใจ การใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกมานับสิบปี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเก่งกาจไปมากกว่าการ์ดของลุงอาทิตย์ เอวารู้ดีว่าคนทั้งสองที่นั่งอยู่ด้านหน้า เคยสังหารคนมามากมาย สังเกตจากรังสีสังหารเมื่อไม่นานมานี้ เขาก็เข้าใจอย่างท่องแท้ ไม่แน่ว่า บางที กี้ที่เป็นผู้หญิงที่กำลังพยายามแพ็กลูกกระสุนช่วยเขาด้วยร่างกายแบบนั้น ก็อาจจะแข็งแกร่งมากๆด้วย


เอวามองกี้เล็กน้อย ก่อนจะกลับมาตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับอาวุธต่อ





เมื่อถึงจุดหมายที่คมสันระบุกับอดิเรกเอาไว้แล้ว อดีเรกเดินลงรถมาแล้วยิ้มทักทายคนในรถที่ไม่มีใครก้าวเท้าลงมาสักคนเดียว มีเพียงคมสันที่เลื่อนกระจกลงมา สั่งให้อดิเรกกลับไปทำงานของตนเองได้


“ ขอบคุณครับ ” อดิเรกยิ้มเต็มใบหน้า เขาดีใจเป็นที่สุด หลุดพ้นจากหายนะเสียที เร่งรีบเปิดประตูรถแล้วขับพาขบวนรถตำรวจที่ติดตามพวกเขามาตลอดเส้นทางไปด้วยทั้งหมด


“ เส้นทางต่อไปคงลำบากไม่น้อย ” คมสันพูดเบาๆ


แถวๆนี้คุ้นตาเอวาอยู่บ้าง คล้ายว่าเป็นแถวๆบ้านของเขา จดจำรายละเอียดปีกย่อยของเส้นทางไม่ได้มากเพราะเอวามัวแต่สนใจกับเรื่องอื่นที่คิดว่าสำคัญกว่า มาจนถึงวันนี้ เขาพึ่งรู้ว่าตนเองพลาดที่จะศึกษาเส้นทางสำหรับหลบหนีเอาไว้เสียแล้ว


ทุกคนเตรียมตัวจนเสร็จดีแล้ว ในรถมีน้ำและอาหารแห้งที่ซื้อเก็บไว้ขณะที่คมสันกำลังเจรจาซื้อขายรถอยู่ เอวาแบ่งให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งของในมิติซ้อนทัพ อาวุธสามารถอ้างว่าเอามาจากโกดังได้


บีเอ็มสะพายกระเป๋าหลังอันใหญ่ กวาดสายตามองทุกคนทยอยลงมาจากรถ สายตาเขาคมกริบน่าเกรงขาม ไม่มีท่าทีขี้เล่นอย่างที่มักจะปฏิบัติเป็นประจำ “ พร้อมทุกคนหรือยัง ” คนว่าแล้วไม่วายที่จะจับมือเอวาเอาไว้แน่นขึ้น มือขวาถือปืน ส่วนมือซ้ายยังคงจับมือนุ่มนิ่มไม่ยอมปล่อย


“ พร้อมแล้วครับ ” การ์ดทั้งสามขานรับ ในตอนนี้หญ้าเริ่มบรรเทาให้อาการทุกคนดีขึ้นตามลำดับแล้ว


เอวาพยักหน้าตอบแล้วดึงมือตนเองกลับ “ เอ็มต้องไว้ใจในตัววานะครับ ” จ้องตาคนตัวสูงอย่างแน่วแน่ เขาอยากช่วยเหลือในการต่อสู้บ้าง


ปึงๆๆๆ


เสียงกระแทกดังขึ้นจากอีกฝั่งที่พวกเขาใช้ไม้กั้นเอาไว้ บริเวณที่จอดรถแอบอยู่เป็นซอยเล็กๆ มีแยกเป็นสามทาง สองเส้นทางถูกปิดก้นด้วยอะไรใหญ่ๆหลายชิ้นที่หาได้แถวๆนี้ มีเพียงเส้นทางที่พวกเขาต้องการใช้ในการเดินทางเท่านั้นที่ยังพอมีช่องทางสำหรับเดินแทรกออกไปได้


เสียงกรีดร้องหวาดผวาดังระงมแล้ว พระอาทิตย์ถูกกลืนไปจนหมดสิ้น


จากกลางวันกลายเป็นกลางคืนในพริบตา


ความมืดคลืบครานเข้ามาอย่างน่าหวาดกลัว ผู้คนที่กำลังตื่นเต้นกับการได้ออกมาจากบ้านแสนสุขหลังจากที่หลบภัยอันตรายมาเป็นเวลานานตื่นตระหนก


จารจรติดขัดยิ่งกว่าตอนที่พวกเขาใช้รถเสียอีก


ความวุ่นวายขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีสิ่งแปลกๆค่อยๆแทรกเข้ามาในหมู่มนุษย์ เสียงกรีดร้องโวยวายแปลเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด ตื่นตระหนก หวาดกลัว


กลิ่นเลือดโชยมาปะทะจมูกพวกเขา หลายคนใช้ไฟฉายโทรศัพท์ของตนเองส่องมองด้านนอกรถเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงกรีดร้องถึงดูหวาดกลัวและเจ็บปวดสิ้นหวัง


ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนช็อคมาก หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก บางคนร้องไห้ บางคนโวยวายบางอย่างออกมาไม่หยุด แต่ที่ทุกคนทำในสิ่งเดียวกันคือพยายามขับรถหนีไปจากที่นี่


ทว่า เพราะรถแออัดอยู่บนถนน ทุกอย่างที่ต้องการทำจึงยากเย็นมาก ไม่สามารถขยับไปไหนได้ไกลเท่าที่ต้องการก็ต้องติดอยู่กลางถนนอยู่อย่างนั้น เสียงแตรรถดังกระหึ่มเรียกความสนใจจากซอมบี้ที่เริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ พวกมันเดินโซเซไปมาเข้าใกล้รถคันที่บีบแตรเสียงดัง


หลายคนลงรถวิ่งด้วยขาตนเอง ทว่าก็ถูกกระชากกัดกินอย่างหิวกระหาย การกระทำอันโหดร้ายแบบนี้ สร้างความหวาดกลัวขนาดใหญ่


“ ไปกันเถอะ ” เอวาพูดขึ้น ทุกคนกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็น ยังดีที่ก่อนจะออกมาจากบ้าน เอวาเอาไฟฉายมาหลายกระบอก เตรียมพร้อมในสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ไม่คาดว่าพวกเขาจะไม่สามารถกลับบ้านได้ทันอย่างที่เขาคิดเอาไว้


เหลือเพียง 1 กิโลเมตรจากที่นี่จะถึงบ้านของพวกเขา


การ์ดทั้งสามรวมทั้งบีเอ็มมีใบหน้าที่ตรึงเครียด ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว แต่ก็ยังแสดงท่าทีแปลกๆออกมาเล็กน้อย


เอวาเดินอยู่ข้างๆบีเอ็ม พวกเขาแทรกตัวผ่านสิ่งกีดขวาง เสียงร้องหลากหลายเสียงทำให้เอวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดสิ่งที่เอวาไม่ต้องการให้มันมาถึงก็มาจนได้


เอวากำปืนในมือแน่น เขาเดินตามบีเอ็มไปติดๆ


ปัง


กระสุนเจาะหัวซอมบี้ตัวแรกที่โผล่มา มันล้มลงนอนแน่นิ่ง บีเอ็มเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามกรอบหน้า “ ใช้พลังด้วยนะครับ ” เอวาไม่ลืมเตือนให้คนด้านหน้าเขาเล็กน้อย


คนยังพยายามปกป้องเขา ไม่ยอมให้ไปยืนด้านหน้า เอวาจึงจำเป็นต้องยืนอยู่ด้านหลังบีเอ็ม คอยแนะนำให้คนใช้พลังอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่ไม่ไหวจริงๆแล้ว เขาค่อยยื่นมือไปช่วยเหลือ


ซอบบี้ในระยะแรกยังไม่มีระดับ พวกมันจัดการง่ายที่สุด เอวาไม่ขัดขวางบีเอ็มเพราะมั่นใจว่าคนสามารถจัดการได้และค่อยๆเรียนรู้ให้ร่างกายคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านวันนี้ไป ทั้งเขา บีเอ็ม และการ์ดทั้งสามจะมีจิตใจแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น