จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความตายของผู้เป็นอมตะ

ชื่อตอน : ความตายของผู้เป็นอมตะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 08:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความตายของผู้เป็นอมตะ
แบบอักษร

เสียงสั่นสะเทือนครืนใหญ่..

เสียงนี้สะท้านมาถึงจิตซึ่งดิ่งลึกข้ามมิติ..

จิตของแคทกับออยที่อยู่ไม่ห่างจินดาพิสุทธิ์หรือริต้า...

แคทออยสบตากัน..

“..พวกนางมาแล้ว..”เสียงแคทพูด..

ออยพยักหน้า..

ที่แคทหมายถึง..ก็คือเทวีแวมไพร์เรนี่..ส่งกำลังเข้ามาปะทะกับสำนักสูญญตาแล้ว..

เวลานี้..ไม่มีเทวีแห่งสงครามคอยรับมืออีก..ต่อให้แคทไปรับมือเอง..ก็อาจจะตายได้..เพราะทิ้งจิตแห่งเทวีสงครามไปแล้ว..

“..เราต้องให้คนอื่นรับมือไปก่อน..”ออยพูดอย่างไม่นำพา.. “..ริต้าจะได้ตำราของราชาแวมไพร์รุ่นที่สามแล้ว..”

จิตที่คอยตามติดริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์ไม่ห่างของออยยังคงนิ่งสงบสมกับเป็นเจ้าสำนักฝ่ายอารามขาวที่เน้นการปฏิบัติธรรมตามหลักจิตสูญญตา..

แต่แคทซึ่งเป็นเจ้าสำนักฝ่ายตึกแดง..ที่เน้นเรื่องการต่อสู้..กลับกระวนกระวายเพราะผิดไปจากสิ่งที่เคยชินมาตั้งแต่แรก..

“..แคท..เธอต้องปล่อยวาง..ไม่เช่นนั้น..ธาตุไฟจะแทรกเข้ามา..เธอจะเจ็บหรืออาจจะตายได้..”ออยเตือนสติ..

“..ฉันห่วงทุกคน..”

“..ตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าทำตามแผนที่วางไว้..”ออยพูด.. “..นิ่งที่สุด..ว่างที่สุด..ปล่อยวางที่สุดนะแคท..”

เจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดงพยายามนิ่ง..

อาการพลุ่งพล่านเริ่มลดลง..

ออยพยักหน้า..

“..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..เราก็ต้องทำตามหน้าที่ของเรา..แคท..”ออยปลอบอีก..

แคทพยักหน้า..ยอมรับว่าแม้จะเก่งกาจเป็นเจ้าสำนักฝ่ายตึกแดง..แต่บทจะสงบ..ก็สู้ออยยังไม่ได้..

จิตทั้งสองดวง..ตามติดจินดาพิสุทธิ์ที่หายเข้าไปในม่านมิติอย่างไม่ลดละ..แม้จะมีเจ้าชายอนัตตรัยตามติด..แต่เขาไม่มีทางเห็นแคทกับออยได้เลย...

นอกจากจินดาพิสุทธิ์ที่สามารถรับรู้การคงอยู่ของจิตแห่งนายแม่ทั้งสอง..

เหมือนอีกคนที่รับรู้ได้..คือเจ้าหญิงอจินไตยนั่นเอง..

.....

ระยะห่างเป็นอนันตกาลนับจากนั้น..

คิตตี้ผลักประตูห้องที่แคทกับออยนั่งกรรมฐานเข้าสมาธิอยู่..

นายแม่ทั้งสองหลับตาพริ้ม.นิ่งสงบ..

คิตตี้นิ่งมองนายแม่ทั้งสองชั่วขณะ..

มือแข็งแรงของกัษษากรจับบ่าคิตตี้..เธอเดินตามคิตตี้เข้ามาอย่างไม่ห่าง..

สาวเสียงอสูรหันขวับ..

“..นายแม่ทั้งสองกำลังติดต่อกับริต้าอยู่..ทำในสิ่งที่เป็นความหวังสุดท้ายของเรา..”คิตตี้พูด..

“..เราต้องทำในสิ่งที่แม้จะมีความหวังเลือนรางก็ต้องทำ..”กัษษากรพูด.. “..สู้..พัวพัน..ยือเยื้อการต่อสู้ให้ยาวนานที่สุด..และ..”กัษษากรจูบสาวเสียงอสูร.. “..คิตตี้..ฉันพร้อมแล้ว..”

คิตตี้พยักหน้า..

“..ต้องรับมือตามแผนที่วางไว้..กัสจัง..”สาวเสียงอสูรมองใบหน้าของลูนาร์วูแมนที่เป็นสามี..

กัษษากรน้ำตารื้น..

“..ฉันคงทนไม่ได้..ถ้าเสียเธอไป..”

“..เธอมีพลังความเป็นอมตะที่ได้จากการข้ามมิติ..วางเธอไว้สำหรับการปกป้องสองนายแม่..ก็สมควรอยู่แล้ว..”

“..ฉันไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น..”กัษษากรสะท้อนใจ..

การเสียสละชีวิตจะทำเป็นลำดับขั้น..คนที่จะต้องเสียสละเป็นอันดับสุดท้าย.คือกัษษากร..

คิตตี้วางแผนไว้..ถ้าจะต้องตาย..คือตายก่อน..

“..กัสจัง..ต่อให้เราผ่านเรื่องนี้ไปได้..มันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี..”คิตตี้ปลอบ.. “..ฉันจะต้องตายก่อนเธอ..”

เสียงครืน ๆ ..

กัษษากรเช็ดน้ำตาที่น้อยครั้งจะหลั่งไหล..คิตตี้พูดอีกว่า..

“..เธอเคยรับดาบจนตัวตายเพื่อปกป้องฉัน.แต่ครั้งนี้..ฉันจะไม่ให้เธอทำแบบนั้นอีกแล้วนะ..”

กัษษากรผละออกอย่างซึมเซา..คิตตี้พยักหน้า..

“..ไปกันเถอะ..ไปสู้ศึกสุดท้ายกัน..”

ขณะจะขยับร่างออกไป..ก็ได้ยินเสียงคราง..และผิดปรกติบางอย่าง..

คิตตี้ใจหาย..หันมาเห็นนายแม่ตึกแดงมีอาการเหมือนเลือดลมพลุ่งพล่านจนเลือดไหลออกจากปาก..

กัษษากรพูดว่า..

“..ไปดูนายแม่ของเธอก่อน..หวังว่าคงไม่เป็นอะไรไปนะ..”

คิตตี้ทั้งพะวักพะวงทั้งร้อนรน..กัษษากรตัดสินใจเด็ดขาด..

“..ฉันจะไปสู้กับเทวีแวมไพร์ก่อน..เธอไปดูอาการนายแม่..อย่าช้า..”

คิตตี้ไม่มีเวลาจะตั้งแง่หรืออะไรทั้งสิ้น..รีบผวาเข้าไปหานายแม่ตึกแดง..และเดินจิตสูญญตาเป็นพลังถ่ายเทเข้าไป..ให้นายแม่ตึกแดงรู้สึกดีขึ้น..

กัษษากรฝืนหันหน้าเดินจากไป..

ภายนอก..ศึกใหญ่เริ่มขึ้นแล้ว...

แต่สำหรับกัษษากร…ความคิดหนึ่งแว่บขึ้น…

ดาบราชินี…กำลังแห่งแม่พระธรณี…ความเป็นอมตะจากการข้ามมิติ…

บางทีมันอาจจะทำอะไรได้มากกว่าที่วางแผนกันไว้…

....

ในที่แห่งอนันตกาล..

แคว้นสนธยา..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์โอบร่างเจ้าหญิงอจินไตยไว้..พาลอยละล่องในม่านแห่งมิติ..ซึ่งใช้ความว่างของวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุดพาแทรกเข้ามา..

เจ้าชายอนันตรัยสีหน้าหงุดหงิด..ลอยตามไม่ห่าง..

สองผู้ที่ใช้วิชาอากาศมนตรา..สามารถแทรกผ่านมิติในแคว้นสนธยาได้..

อจินไตยกวาดสายตามองเห็นอนันตรัยรู้สึกชิงชังเจ้าชายคนนี้ยิ่ง..

ดื้อไม่ยอมแพ้แบบไร้น้ำใจนักกีฬา..ตระบัดสัตย์..น่ายินดีหรืออย่างไรกับคนเช่นนี้..

อนันตรัยรู้สึกขัดใจกับจินดาพิสุทธิ์นัก..

เป็นผู้หญิง..คิดอย่างไรมาแย่งผู้หญิงของข้า..

เป็นผู้หญิง..ถือดีอย่างไรที่เอาชนะข้าได้..

และถือดีอย่างไรมาแตะต้องของของข้า..

ยิ่งคิดยิ่งแค้น..

เสียอจินไตยไปไม่ตรงกับแผนที่วางไว้..แถมยังเสียเกียรติต่อหน้าชาวแคว้นสนธยาทั้งหลาย..

เจ้าชายอนันตรัยไม่อาจจะทำอย่างไรได้นอกจากลอยตาม..แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทำอะไรในระยะไกลได้นั่นคือแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..

อนันตรัยส่งแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกยืดยาวออก..

ปลายแห่งแพรพรรณที่ยืดยาวจะยึดเกาะกุมแขนของเจ้าหญิงอจินไตย..

เจ้าหญิงที่ไร้พลังแห่งชาวสนธยาอุทานออกมา..

แต่แล้ว..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของจินดาพิสุทธิ์ก็สะบัดกันไว้..

ปัดแพรพรรณของเจ้าชายอนันตรัยทิ้ง..

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..ท่านคงไม่เลิกราง่าย ๆ แน่..”

อนันตรัยแค่นเสียง..

“..บังอาจกับข้าใช่ไหม..จินดาพิสุทธิ์..”

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ท่านควรจะรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีนะอนันตรัย..แต่แม้ท่านจะชนะ..ข้าก็ไม่ยอมรับท่าน..”

เจ้าชายอนันตรัยส่งแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกโจมตีอีกครั้ง..

“..อจินไตย..ข้าพึงใจท่านมาตั้งแต่ยังแรกรุ่น..มีใจต่อท่านตลอดมา..ท่านสร้างเงื่อนไขคนที่คู่ควร..ต้องสำเร็จวิชาอากาศมนตรา..ข้าก็บากบั่นเพื่อท่านจนเป็นผลสำเร็จ..ข้ารักท่าน..”

อจินไตยแค่นเสียง..

“..ความรักไม่อาจจะแข็งขืน..ข้าไม่เคยพึงใจท่านเลยแม้แต่น้อย..อนันตรัย..จะบีบบังคับข้าหรืออย่างไร..”

อนันตรัยมีท่าทีราวกับทารกดื้อดึง..ถ้าหากเรียกในภาษาโลกปัจจุบัน..คือ..งี่เง่า..

เป็นชายที่ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย..

ชายแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราทั้งสองต่างปะทะกันอีกครั้ง..

เนื่องจากชายแพรพรรณนั้นยืดยาวได้แข็งอ่อนได้..มันจึงถูกร่ายรำเป็นเพลงหมัดรุ้งสนธยาและหมัดสูญญตาอีกครั้ง..นี่เป็นการประลองที่ไม่เป็นทางการ..สู้กันด้วยแพรพรรณ..

เจ้าชายอนันตรัยผลักสองมือ..ผลักพลังอากาศมนตราโจมตีใส่จินดาพิสุทธิ์อีกทางหนึ่ง..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..ผลักสองมือใช้พลังอากาศมนตราต้านทานไว้..

ตอนนี้ไม่เหมือนกับที่ผ่านมา..

จินดาพิสุทธิ์มีจิตน้ำไหลในน้ำนิ่ง..เรียนรู้วิชาหมัดสูญญตาและท่าเตะม่านเมฆอย่างไม่รู้ตัว..เคล็ดลับการใช้เพลงหมัดกับท่าเตะ..เมื่อผนวกกับวิชาอากาศมนตรากับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่ตนเองมี..ทำให้ก้าวหน้ากว่าเดิมหลายเท่า..ยังจะมีวิชาสามสิบเจ็ดท่าร่างเคลื่อนไหวยิงปืนแบบเครซี่พิสตอล..ต่อให้อนันตรัยมากันอีกสามคนก็ไม่ใช่คู่มือนางแล้ว

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของจินดาพิสุทธิ์ปัดป้องแพรพรรณของเจ้าชายอนันตรัย..พร้อมกับจู่โจมในรูปแบบที่เป็นวงกลมแบบหมัดสูญญตา..

อนันตรัยอุทานเบา ๆ ..เมื่อพลังอากาศมนตรากลุ่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่..

ไม่ทราบจะรับมืออย่างไรดี..เพราะพลังอากาศมนตรา..นอกจากจะโจมตีผ่านการผลักของสองมือแล้ว..ยังแผ่พุ่งออกมาจากท่าเตะม่านเมฆที่จินดาพิสุทธิ์ใช้อย่างพร้อมเพรียงกัน..

อนันตรัยถูกพลังอากาศมนตราเข้าติด ๆ กัน..มิหนำซ้ำ..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของจินดาพิสุทธิ์..ก็แปรสภาพเป็นแผ่นแข็ง..กระแทกใส่ร่างของเจ้าชายอนันตรัยจนมองแทบไม่ทัน..

แพรพรรณของอนันตรัยเหมือนตกห้อยราวกับคนท้อแท้สิ้นหวัง..ไม่มีใครบังคับมันได้อีก..ลอยอยู่ไม่ห่างจากอีกฝ่าย

อจินไตยใช้มือไขว่คว้าไว้ได้..พูดขึ้นว่า..

“..เจ้าของเจ้าฝีมือต่ำต้อย..ไร้ยางอาย..ขาดคุณธรรม..เจ้าจงละทิ้งเจ้าของเจ้าเสียเถิด..เจ้าไม่คู่ควรกับเขา..”

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของอนันตรัยเหมือนมีชีวิต..จากอ่อนล้าไร้แรง..กลับแข็งขืนเคลื่อนไหว..

อนัตตรัยเวลานี้บาดเจ็บสาหัส..กระอักเลือด..หมดทางสู้..เจ็บช้ำที่สัญลักษณ์แห่งผู้ซึ่งฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จมีปฏิกริยาอีกแบบหนึ่ง..

อจินไตยเหลือบมองเจ้าชายผู้พ่ายแพ้แว่บหนึ่ง..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..จินดาพิสุทธิ์แห่งนครจันทรา..จึงคู่ควรกับเจ้า..จงมาเป็นแพรพรรณให้กับนางเสียเถิด..ความเสียสละ..ทรงคุณธรรม..มั่นคงในรักแท้..ยอมสละได้แม้ชีวิตเพื่อส่วนรวม..เป็นคุณธรรมที่คู่ควรจะรับใช้..”

อนันตรัยกระอักเลือดจากปาก..ร้องว่า..

“..ไม่..ท่านแม้ไม่ชมชอบข้า..แต่ก็ไม่ควรจะกระทำเช่นนี้..อจินไตย..”

“..ข้าไม่ได้กระทำอันใด..เพียงแต่..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของท่าน..ไม่ยินดีในความไร้ยางอายของท่านแม้แต่น้อย..”

“..ท่าน..ท่าน..”

อนันตรัยร้อง..

แต่เหมือนแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่เป็นผ้าแพรชายยาวซึ่งพันรอบตัว..ค่อย ๆ คลายออก..ปล่อยจากการจับยึดจากชีวิตและร่าง..และม้วนเลื้อยไปพันรอบตัวจินดาพิสุทธิ์.เชื่อมกับร่างนางเป็นชีวิตใหม่ของมัน

แพรสองชุด..สี่ชายแพร..ครั้นเมื่อสยายกางออก..ทำให้ดูคล้ายมือทั้งสี่ของเทพเจ้า..

อนันตรัยเจ็บช้ำจนแทบจะตายตรงนั้น..

แม้แต่แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกซึ่งเป็นความภูมิใจของผู้สำเร็จวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..ยังต้องสูญเสียไป..

จินดาพิสุทธิ์ถอนหายใจ..

“..อจินไตย..นี่จะดีหรือ..อนันตรัยแพ้แล้วนะ..ทำไมไปยึดของของเขามาอีก..”

“..ริต้า..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเป็นแพรที่มีชีวิต..เธอไม่สงสารแพรพรรณของอนันตรัยบ้างหรือ..เค้าไม่ควรจะฝืนใจรับใช้คนไร้อย่างอายอย่างอนันตรัยนะ..”

พลางยิ้มและพูดอีกว่า..

“..ถ้าสักวันหนึ่ง..เธอเป็นคนต่ำช้าไร้ยางอาย..แพรพรรณทั้งสอง..ก็จะไม่ยอมรับและไปจากเธอเอง..ริต้า..”

พร้อมกับหันไปทางอนันตรัย..

“..ทุกสิ่ง..เป็นการตัดสินใจของแพรพรรณของท่านเอง..อนันตรัย..ท่านเป็นคนไร้ยางอายที่แม้แต่แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกยังไม่ยอมรับ..”

เจ้าชายอนันตรัยเจ็บปวดจนแทบตาย..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เขาบาดเจ็บมาก..กว่าจะฟื้นฟูเรี่ยวแรงคงจะล่องลอยไปไกลเกินกว่าจะหาทางออกของมิติเจอ..ฉันว่า..เธอคงไม่ปล่อยให้เขาเป็นแบบนี้ใช่ไหม..ริต้า..”

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..ใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของตัวเอง..พุ่งไปรัดร่างอนันตรัย..

และพาออกมาจากทางเดินแห่งม่านมิติ..

.....

ในขณะที่ในด้านบนของตึกทรงกลด..

ศศินากับแพคเกจยังคงคุมเชิงอยุ่กับทหารองครักษ์ของเจ้าชายอนันตรัยที่มีหน้าที่ดูแลตึกทรงกลดโดยเฉพาะ..

สองนางกำนัลสององครักษ์ถูกคร่ากุมเพราะไม่อาจจะต้านทานการถูกรุมได้..

น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ..ปะทะจนหมดแรง..ก็ต้องพ่ายแพ้เป็นธรรมดา..

แต่จะมากจะน้อย..ทหารองครักษ์ของตึกทรงกลด..ยังคงมีคุณธรรม..ยังยกย่องให้เกียรตินักสู้ทั้งสี่..

ศศินากับแพคเกจกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี..

ก็เผอิญช่องว่างระหว่างมิติเปิดออก..ร่างของคนสามคนปรากฏ..แต่หนึ่งในนั้นกลับถูกมัด..

ทหารองครักษ์ทอดถอนใจ..มองดูเจ้าชายอนันตรัยผู้เป็นนายโดยตรง..

อนันตรัยร้องว่า..

“..จับพวกมันทั้งหมด..ฆ่าพวกมัน..”

ทหารองครักษ์มองหน้ากัน..ก่อนที่หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟจะพูดว่า..

“..องค์ชาย..พวกเราชาวแคว้นสนธยายิ่งเป็นตำหนักชิงพลบ..ยิ่งต้องถือคุณธรรมและซื่อสัตย์..การกระทำของท่านในตำหนักใหญ่..ถือว่าเป็นสิ่งที่รับได้ยากยิ่ง..”

ชาวสนธยาจะมีพลังพิเศษ..รับรู้ทุกเรื่องราวด้วยจิต..ดังนั้น..แม้จะเกิดเหตุที่ตำหนักใหญ่..ทหารองครักษ์ก็รับทราบได้..

อจินไตยแค่นเสียง..

“..บอกกล่าวพวกท่านไว้..ต่อให้เจ้าชายอนันตรัยชนะเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ข้าก็ไม่อาจจะยอมรับและตกเป็นของเขาได้..”

จินดาพิสุทธิ์กลับเดินไปที่ทหารเอกนางกำนัลทั้งสี่ที่ถูกคุมตัวอยู่..ส่งสายตาอ่อนโยน..

พร้อมกับหันไปทางหัวหน้าองครักษ์นามวิหคไฟ..

“..เรื่องราวทุกเรื่องราว..ข้าเป็นผู้สั่งพวกเขา..มีอันใดให้กล่าวกับข้า..พวกเขาเป็นคนของข้า..”

หัวหน้าองครักษ์พยักหน้า..

“..ความผิดของพวกเขา..คือบุกรุก..ขโมยทรัพย์สินแห่งตึกทรงกลด..แต่นั่นเป็นเพราะเราไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นคนของท่าน..เพราะพวกเขาใช้ผงไร้ลักษณ์..หากพวกเขาเป็นคนของท่านจริง..ย่อมไม่มีความผิดเพราะท่านมีสิทธิ์ในตำราแต่แรกอยู่แล้ว..”

อนันตรัยร้องคำราม..

“..พวกมันสังหารคนของข้า..”

เขาจะมากจะน้อยก็เป็นชาวสนธยา..การจะรู้ว่าปีศาจแวมไพร์สองตัวที่เป็นอดีตบริวารของราชาแวมไพร์สิตา..ต้องถูกทำลายไป..ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น..เพียงแต่จะด้วยฝีมือใครยากระบุเพราะทั้งศศินากับแพคเกจ..ใช้ผงไร้ลักษณ์ปิดบังตัวเองทั้งสองคน..

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟพูดขึ้นว่า..

“..ท่านแม้จะเป็นผู้บังคับบัญชา..แต่การปฏิบัติอันใดของพวกเราชาวแคว้นสนธยาและตำหนักชิงพลบ..ล้วนแต่ไม่อาจจะปิดบังชาวแคว้นสนธยาได้เพราะพวกเราต่างมีอำนาจในการล่วงรู้ความจริงทั้งสิ้น..ฉะนั้น..การสะสางทุกสิ่งอัน..ข้าจำเป็นจะต้องทำให้เป็นแบบแผนแห่งความเป็นธรรม..ถึงแม้ท่านจะเป็นเจ้าชายอนันตรัยก็ตาม..”

การมีอำนาจล่วงรู้ความจริงทุกสิ่งอันของชาวสนธยา..ทำให้การกระทำตามคุณธรรมและแบบแผน..เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ..ไม่อาจจะทำอะไรตามใจชอบได้..

การที่เจ้าเมฆแดงบอกว่า..เจ้าชายอนันตรัยจะรับผลจากการกระทำของตัวเอง..จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้..เพราะเรื่องราวน่าอายแพร่ขยายไปทั้งแคว้นแล้ว..เพียงแต่ความต้องการและทิฐิที่บังตา..ทำให้ทำในสิ่งที่ชาวสนธยายากจะยอมรับได้..

อำนาจใด ๆ ..ท้ายที่สุด..ก็ต้องอยู่ใต้อำนาจแห่งการรับรู้ความจริงของทั่วทุกคน..

เวลานี้..การกระทำของเจ้าชายอนันตรัยไม่เป็นที่ยอมรับ..ดังนั้ง..การจะสะสางอันใดที่เกี่ยวกับเจ้าชายอนันตรัยย่อมต้องรอบคอบ..

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟพูดขึ้นว่า..

“..ท่านเลี้ยงปีศาจต่างมิติไว้สองตน..ผู้ซึ่งไม่อาจจะต้องแสงสว่างได้..แม้ปีศาจทั้งสองจะเป็นสมบัติของท่าน..แต่ก็ไม่มีอำนาจจะให้พวกมันกระทำการใดที่นี่..มันอาจจะต้องปกป้องตำราสำคัญที่ท่านเก็บไว้..แต่ก็ไม่มีสิทธิ์จะอาละวาดฆ่าใครต่อใครได้ตามใจ..พวกมันตกตายด้วยแสงสว่าง..ก็ถือว่าเป็นเรื่องสุดวิสัย..มิหน้ำซ้ำ..ท่านยังคงรับปากเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราว่าจะมอบตำราให้..คนของนางมาเอาตำราถือว่าสมควรอยู่เพราะกระทำตามสิ่งที่ท่านได้ลั่นวาจาไว้..”

เจ้าชายอนันตรัยร้องทั้งที่ถูกมัดด้วยแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกแน่นหนา..

“..ข้าเปลี่ยนใจแล้ว..ข้าไม่ให้ตำราพวกนาง..”

“..แต่กระนั้น..คนของเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราก็มาหยิบฉวยตำราตามที่ท่านตกปากรับคำแต่แรก..การเปลี่ยนใจของท่านได้กระทำในภายหลัง..”

“..วิหคไฟ..เจ้าช่าง..”อนันตรัยร่ำร้อง..

“..การที่ท่านเปลี่ยนใจ..ถือเป็นการตระบัดสัตย์แห่งตัวท่านเอง..แต่ก็ยังถือว่าท่านไม่ควรจะสูญเสียข้าวของให้ใคร..การตัดสินความผิดเพียงแค่..ให้คนของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์คืนตำราให้..ก็นับว่าลุล่วงแล้ว..ที่ผ่านมาเป็นการเข้าใจผิด..เพียงแค่ขอโทษกันและกันก็สิ้นสุดเรื่องราว..คนของเจ้าหญิงไม่ได้ทำร้ายใครถึงแก่ชีวิต..เพียงบาดเจ็บจนหมดทางสู้..แปลว่าไม่มีเจตนาร้าย..”

การละเว้นไม่ฆ่าฟัน..กลับกลายเป็นผลดีต่อทุกคนในเวลานี้..

ทั้งศศินากับแพคเกจมองหน้ากัน..

จินดาพิสุทธิ์ร้องว่า..

“..แพค..พี่นา..คืนตำราเขาไป..”

ศศินาเม้มปาก..

“..ริต้า..ไม่ได้นะ..”

“..ไม่ต้องห่วง..”จินดาพิสุทธิ์แย้มยิ้ม..พยักหน้าให้อจินไตย..

เจ้าหญิงอจินไตยพยักหน้ารับ..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..ท่านหัวหน้าองครักษ์..การที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ถูกตระบัดสัตย์..ท่านคิดว่า..จะต้องชดเชยกันอย่างไร..”

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟส่ายหน้า..

“..ข้าไม่อาจจะตัดสินได้..”

“..แต่หากว่าเปลี่ยนเป็น..ให้เจ้าหญิงแห่งจันทราได้อ่านตำราผ่านตาหนึ่งครั้งแล้วส่งคืนเจ้าของล่ะ..สามารถทำได้หรือไม่..”

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟชะงัก..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..จิตแห่งชาวสนธยาล่วงรู้และเชื่อมถึงกันหมด..ลองสอบถามกันดู..แม้จะเป็นนักปราชญ์..ตุลาการแห่งแคว้น..ท่านก็สามารถฟังความเห็นได้..”

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟพยักหน้า..

การล่วงรู้ซึ่งกันและกันทั้งแคว้น..มีข้อดีตรงนี้..

หัวหน้าองครักษ์นิ่งครู่หนึ่ง..

ก่อนที่จะพูดขึ้นว่า..

“..ทุกคนที่จิตเชื่อมถึงของชาวแคว้นสนธยา..ต่างมองว่า..สิ่งที่เจ้าหญิงอจินไตยได้ร้องขอ..เป็นสิ่งที่สามารถทำได้..เพราะจะมากจะน้อย..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ย่อมได้โอกาสอ่านหนึ่งครั้งเป็นค่าตอบแทนการตระบัดสัตย์ของเจ้าชายอนันตรัย..แล้วก็คืนตำราให้เจ้าของเดิม..”

แพคเกจอุทานเบา ๆ

“..อ่านหนึ่งครั้ง..ริต้า..เธอจะรู้เรื่องหรือนี่..”

ศศินาเม้มปาก...ริต้าแต่เดิมไม่ใช่คนเรียนเก่ง..อ่านตำราหนึ่งครั้งจะจำได้หรืออย่างไร..

ตัวเองหยิบตำราขึ้น..จินดาพิสุจน์กับอจินไตยเข้ามารับตำราพร้อมกัน..

พร้อมกับชายแพรแห่งทางช้างเผือก..เลื้อยปราดดุจงู..พันกระปุกหมึกที่หาได้จากในห้อง..

ทุกคนอุทานออกมาเมื่ออจินไตยดึงสมุดเปล่าเล่มหนึ่งออกมา..

ศศินากับแพคเกจอุทานดังกว่าเพื่อน..

“..ริต้า..อย่าบอกนะว่า..”แพคเกจคราง

จินดาพิสุทธิ์เปิดตำรา..อจินไตยผู้รอบรู้..ค่อยอ่านให้ฟัง..ภาษาแม้แปลกประหลาด..ยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจ..แต่อจินไตยสามารถอ่านได้เป็นอย่างดี

จิตที่เชื่อมโยงถึงกัน..ของเจ้าหญิงทั้งสอง..เหมือนทำงานโดยสอดประสานอย่างดี..ชายแพรด้านหนึ่งจุ่มหมึก..เขียนทุกอย่างที่อ่านได้ลงไปในสมุดเปล่า..

ศศินาอึ้ง...

“..ลอกทั้งเล่มเลยใช่ไหม..”

อนันตรัยร้องลั่น

“..ข้าไม่ให้เจ้าทำเช่นนี้..จินดาพิสุทธิ์..”

แต่เหมือนไม่มีใครฟังเขา..

อจินไตยพลิกกระดาษอย่างรวดเร็ว..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกชายหนึ่งของจินดาพิสุทธิ์..จุ่มหมึกและเขียนอักษรไม่หยุดยั้ง

อนันตรัยร้องลั่นอย่างแค้นใจ...

“..ไม่..”

แพคเกจได้แต่หัวเราะหันไปสบตากับศศินา

“..สุดยอดเลย..พี่นา..ริต้ากับอจินไตยคิดอะไรแบบนี้ได้ยังไงกัน..”

ศศินาหัวเราะเช่นกัน..และสบตากับแพคเกจ..

“..น้องฉันธรรมดาที่ไหน..ทั้งคิตตี้กับริต้าเลย..แสบทั้งคู่..”

แพคเกจชะงัก..คิตตี้หรือ..

ศศินารู้สึกว่าตัวเองพูดผิดก็โอบไหล่แพคเกจ..

“..ขอโทษนะ..ฉันไม่น่าพูดถึงคิตตี้เลย..”

“..ไม่เป็นไรหรอกพี่..ฉันแค่..”แพคเกจถอนใจ.. “..เป็นห่วง..คิตตี้มีกัสจังดูแลอยู่แล้ว..ฉันไม่คิดอะไรอย่างที่จะทำให้พี่เสียใจหรอก..แต่เทวีแวมไพร์จะทำอะไรไปถึงไหนแล้ว..ริต้าจะทำในสิ่งที่ทุกคนในโลกของเราต้องการได้ทันการหรือไม่”

พูดถึงเทวีแวมไพร์..ศศินาก็มือเย็นเฉียบ..จิตใจหวนนึกถึงบุคคลสำคัญที่สุดของตนเอง

พ่อ..แม่..พี่ดิน..และ..ลูก

........

ในอีกมิติที่ไกลโพ้น..

ร่างหนึ่งคุกเข่ากับพื้นดิน..เลือดอาบร่าง..

ก่อนหน้านี้…ร่างแข็งแรงเปี่ยมพลัง…ผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงสุดที่คนทั่วไปจะรับได้…

ชุดดำเกาะอกทับด้วยแจ๊คเก๊ตแดงเวลานี้แดงฉานเพิ่มขึ้น..

ดาบเล่มหนึ่งร่วงหล่นที่พื้น..

ร่างอันน่าเกรงขามของเทวีแวมไพร์จิกศีรษะเธอ..

“..ฉันไม่อยากทำอย่างนี้กับเธอเลยนะ..กัสจัง..”

เทวีแวมไพร์ดึงร่างบอบช้ำปวกเปียกของลูนาร์วูแมนหรือกัษษากรขึ้น..

“..จะช้าเร็ว..เธอก็ต้องเห็นทุกคนที่เธอรู้จัก..ต้องตายอยู่ดี..”

พลางแค่นเสียง..มองไปรอบ ๆ

แวมไพร์บริวารของนางตายเกลื่อน..

ระเบิดแสงยูวีที่ติดมาด้วย..มีผลต่อการฆ่าแวมไพร์ขนาดนั้น..

“..บุกมาขอเดี่ยวกับฉัน..เธอก็รู้ว่า..มันเปล่าประโยชน์..”

กัษษากรแค่นเสียง..

“..ไม่ว่าอย่างไร..ฉันก็ไม่มีวันตาย..”

เทวีแวมไพร์หัวเราะ

“..ที่ฉันละเว้นเธอ..เป็นเพราะเราเคยมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน..แต่สำหรับการฆ่า..ไม่ใช่ว่าจะฆ่าไม่ได้หรอกนะ”

กัษษากรตาเบิกกว้าง..

เทวีแวมไพร์มีดวงตาที่เหี้ยม..

การบุกเข้ามาสู้ก่อนโดยไม่บอกใคร..มีความคาดหวังว่า..น่าจะตัดกำลังนางได้สักเล็กน้อยก็ยังดี

แม้จะเจ็บจะปวด..แต่ไม่ควรจะตาย..พลังอมตะจากการข้ามมิติยังคงมีอยู่..

“…เธอรักสาวเสียงอสูร…ก่อนหน้านั้น…ฉันฆ่าคนที่เธอรักถึงสองคน…และท้ายสุด…ฉันคงไม่มีทางหยุดฆ่าทุกคนที่เธอรักที่หลงเหลือ…ไม่มีเหตุผลที่เธอจะอยู่ร่วมกับฉันอีก…”

กัษษากรในสภาพยับเยินพยายามเผยอปากพูด…

“…เรนี่…”…แต่พูดได้เท่านั้นเทวีแวมไพร์ก็หัวเราะ…

“…แม้ว่า…ฉันอาจจะพึงพอใจเธออยู่บ้าง…แต่ให้ตายไปกี่ภพชาติ…เธอก็คงไม่อาจจะรักฉันไปได้…สู้ตัดใจให้เธอตายไปเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า…”

นางจรดปากกับต้นคอลูนาร์วูแมน…

เจ้าหญิงหลงมิติจากเผ่าจันทราเบิกตากว้าง…

ร่างบิดเกร็งดิ้นรน…กำลังแม่พระธรณีจากสายรัดเอวแผ่เต็มที่…แต่ไม่อาจดิ้นรนจากการคร่ากุมของเทวีแวมไพร์ได้แม้แต่น้อย…

“…เธอจะ…”กัษษากรดิ้นรนสุดแรง

“…แค่ดูดมันออกมา…นอกจากกำลังจากแม่พระธรณีที่อยู่ในสายรัดเอวสีทอง…ทั้งสายเลือดแท้แห่งจันทรา…และทั้งพลังอมตะจากการข้ามมิติ…ฉันก็แค่ดูดมันออกมา…และเพียงแค่เธอไม่มีพลังที่ทำให้เธอไม่มีวันตาย…ฉันก็ฆ่าเธอได้แล้ว…กัสจัง…ลิ้มรสความตายครั้งที่สองเถอะ…”

คมเขี้ยวฝังที่ต้นคอ…

กัษษากรบาดเจ็บบอบช้ำ…แม้จะยังใช้กำลังแม่พระธรณีได้…ก็เปล่าประโยชน์…เทวีแวมไพร์ไม่สนใจกับพลังมหาศาลนี้เลย…

มือของเทวีแวมไพร์ข้างหนึ่งเงื้อขึ้น…

กรงเล็บแหลมคม…จะแทงลงมาปลิดชีวิตทันที่ที่พลังอมตะของการข้ามมิติหมดสิ้น

กัษษากรไม่มีแรงแล้ว…ตาปรือ…

“…สิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุดในตอนนี้… “กัษษากรคิด…”…คือการที่เห็นเธอตายไปต่อหน้าต่อตาฉันอีกคน…คิตตี้…ขอโทษนะที่ฉันเห็นแก่ตัว…ฉันไม่น่าจะให้เธอเจ็บปวดเลย…ขอโทษที่ต้องตายให้เธอเห็นอีกครั้ง…”

พลังอมตะแห่งการข้ามมิติกำลังสูญสิ้น…

เทวีแวมไพร์จ้วงกรงเล็บลงมา…

นี่คือความตายของลูนาร์วูแมน…หรืออีกครั้งที่ต้องตายของเจ้าหญิงแห่งเผ่าจันทรา…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น