Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 4 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 4 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2563 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 4 [Rewrite]
แบบอักษร

 

​พี่ชายเพื่อน 4 

 

 

 

เขมินท์ลูบหัวลูกชายที่นอนหลับไปแล้วอย่างเป็นกังวล เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้เขมินท์เครียดและความคิดเริ่มตีกันในหัวไม่หยุด ไหนจะความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบคลุมจิตใจ เพราะถ้าเตชิตทำอย่างที่พูดออกมาจริงๆ ตนเองคงไม่อาจสู้ได้ 

 

“แม่จะปกป้องโมเดลเองครับ จะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นมาทำลายรอยยิ้มของโมเดลเด็ดขาด” เขมินท์บอกตัวเองอย่างเข้มแข็งแม้ความจริงจะอ่อนไหวมากก็ตาม ถ้าหากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน เขมินท์ก็อยากจะตื่นจากฝันร้ายนี้สักที 

 

ครืน ครืน…. 

 

เสียงข้อความที่ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่กำลังสั่นแจ้งเตือนก็ทำให้เขมินท์ที่กำลังใช้ความคิดชะงักขึ้นมา ตนเองเลยหยิบขึ้นมาดูก่อนจะรีบกดปิดลงด้วยความหงุดหงิดทันที  

 

ข้อความจากคนที่เขมินท์ไม่คิดว่าจะส่งมา เตชิต วินิชราชกุล….. 

 

‘นับเวลาถอยหลังไว้ด้วยล่ะ!’ 

 

“คนแบบคุณนี่มัน….” เขมินท์ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าผู้ชายคนนี้ได้จริงๆ ผู้ชายแย่ๆที่เริ่มรังควานชีวิตของตนเอง ขนาดในช่วงเวลาที่เขมินท์ลำบากนั้นตนเองก็ไม่เคยคิดโทษพ่อของลูก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเขมินท์เองก็มีส่วนผิด ลูกอาจจะเกิดมาจากเรื่องที่ผิดพลาดก็จริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีในชีวิตของเขมินท์เลยด้วยซ้ำ  

 

โมเดลคือของขวัญ โมเดลคือสิ่งที่ทำให้เขมินท์พยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตนเองนั้นไม่เคยคิดจะเอาลูกไปเรียกร้องค่าเลี้ยงดูด้วยซ้ำ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับจะมาเรียกร้อง  

 

เรื่องแบบนี้มัน…. เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ เขมินท์จะทำยังไงดี ทำยังไงให้พ้นจากผู้ชายที่ชื่อเตชิต ทำไมยิ่งคิดยิ่งไม่เห็นหนทางจะหลุดพ้นผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ 

 

ในวันต่อมา เขมินท์พยายามยิ้มกับลูกชายเหมือนเดิมแม้อาจจะดูฝืนมากไปหน่อย แต่หากหากเขมินท์ทำหน้าเครียด โมเดลก็อาจจะสงสัยว่าตนเองนั้นเป็นอะไร ทำให้ในวันนี้เขมินท์เลยทำทุกอย่างตามปกติจนลูกชายที่นอนหลับไปหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จเลขาก็มาเคาะประตูห้องทำงานก่อนจะเดินเข้ามาแจ้งเหมือนทุกครั้งที่มีคนมาขอพบ 

 

“พี่เขมคะ มีคนมาขอพบค่ะ” 

 

“ลูกค้าเหรอ วันนี้พี่ไม่มีนัดกับลูกค้านะ” 

 

“ไม่ใช่ลูกค้าค่ะ แต่ถือว่าเป็นแขกวีไอพีของบริษัทเรา ซึ่งแขกท่านนี้ก็กำชับว่าจะขอพบพี่เขมให้ได้ภายในวันนี้ค่ะ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมกลับ” 

 

“งั้นก็พาไปรอที่ห้องรับรองแขกก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามไป” 

 

“เอ่อ… น้อยหน่าก็บอกแขกแบบนั้นค่ะ แต่เค้าไม่ยอมตอนนี้เลยรอพี่เขมอยู่หน้าห้องแล้ว” 

 

“เฮ้อ งั้นเชิญเข้ามาเลย เดี๋ยวพี่ขอน้ำมาเสิร์ฟให้แขกด้วยนะ” 

 

“ได้ค่ะพี่เขม คุณหญิงรวีวรรณคะ เชิญเข้าห้องได้เลยค่ะ” พอเขมินท์ได้ยินชื่อที่เลขาของตนเองพูดออกมาก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้ 

 

คุณหญิงรวีวรรณงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่า…… 

 

“คุณหญิงแม่… มาได้ยังไงกันครับ” เขมินท์ที่เห็นว่าแขกวีไอพีเป็นใครก็อดที่จะตกใจไม่ได้ถึงแม้จะรู้ชื่อของแขกที่เข้ามาขอพบวันนี้แล้วก็ตาม แต่ถึงจะตกใจแต่ก็ต้องเก็บความตกใจไว้ก่อนจะส่งยิ้มถาม ถึงแม้ภายในใจจะหวั่นใจไม่น้อยว่าคุณหญิงรวีวรรณมาหาตนเองด้วยเหตุผลใดและทำไมถึงรู้ว่าเขมินท์ทำงานอยู่ที่นี่ 

 

“หนูเขม สบายดีมั้ยคะ” รวีวรรณถามก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้องเองโดยไม่รอคำเชิญ เพราะเธอมาที่นี่ด้วยความร้อนใจและอยากรู้เรื่องราวต่างๆทุกเรื่องจนจิตใจมันร้อนรุ่มอยู่ไม่เป็นสุข 

 

“สบายดีครับ คุณหญิงแม่ล่ะครับ” 

 

“สบายดีค่ะ ที่คุณแม่มาวันนี้ เพราะคุณแม่รู้มาว่าหนูเขมเป็นภรรยาของพี่เตชิตใช่มั้ยคะ” 

 

“ต้องขอโทษคุณหญิงแม่ด้วยครับ เขมไม่ใช่ภรรยาของเขา” 

 

“แต่หลานของคุณแม่เป็นลูกพี่เตชิตนี่คะ” 

 

“ครับ แต่เรื่องของเราเป็นแค่ความผิดพลาด ไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาไม่ได้รักเขม อีกอย่างตลอดหลายปีที่ผ่านมาลูกไม่เคยมีเขาในชีวิตอยู่แล้ว ถ้าจู่ๆเขากลับเข้ามาโมเดลจะปรับตัวลำบาก” 

 

“แต่เด็กคนนั้นคือทายาทของวินิชราชกุลนะคะหนูเขม เขาเป็นทายาทคนโตของตระกูล หนูเขมจะให้เค้าเติบโตโดยไร้สายเลือดของคนเป็นพ่อไม่ได้” 

 

“เขมขอโทษนะครับคุณหญิงแม่ แต่เขมขอบอกว่าโมเดลจะเติบโตได้โดยไร้พ่อ เพราะพ่อของเขาก็เห็นลูกเป็นเพียงสิ่งของ ถ้าหากคุณเตชิตมีความเป็นพ่อเต็มตัวเมื่อไรเขมก็จะยอมให้เขาดูแลลูก แต่ตอนนี้เค้าไม่มีแม้แต่ความเป็นพ่อ จะให้มาเลี้ยงเด็กคงเป็นไปไม่ได้ คนไม่รู้จักความรัก ไม่สามารถดูแลใครให้ดีได้หรอกครับ”  

 

รวีวรรณเข้าใจว่าหนูเขมคงเจ็บปวดมาเยอะ การที่ต้องตั้งท้องคนเดียวโดยไม่มีคนดูแลมันคงลำบากมาก หนูเขมเองก็ไม่มีญาติที่ไหนเหลืออยู่แล้วด้วย ในตอนช่วงวัยเรียนหมาลัยเธอเองก็รับรู้จากลูกสาวของเธอตลอดว่าเพื่อนสนิทได้รับทุนจากมหาลัยทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมแต่ก็ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเงินในการใช้จ่ายประจำวัน ชีวิตของหนูเขมลำบากมามาก จู่ๆเธอและเตชิตเข้ามาวุ่นวายแบบนี้ ไม่แปลกใจที่จะถูกหนูเขมตอบออกมาแบบนี้เหมือนกัน 

 

“แต่ถ้าคุณหญิงแม่อยากมาเจอโมเดล เขมไม่ว่านะครับ แต่สำหรับเขา เขมคงยอมให้เจอลูกไม่ได้” 

 

“คุณแม่เข้าใจค่ะ แต่คุณแม่บอกตรงๆนะคะ คุณแม่อยากให้หนูเขมกับพี่เตชิตแต่งงานกันเพราะทั้งคู่ก็มีลูกด้วยกันจนโตขนาดนี้แล้ว ความรักเกิดขึ้นได้ถ้าหนูเขมกับพี่เตชิตยอมเปิดใจ อีกอย่างคุณแม่ก็รักหนูเขมเหมือนลูกคนหนึ่ง คุณแม่ก็อยากเห็นหนูเขมกับพี่เตชิตมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ หลานของคุณแม่ก็จะได้ไม่ขาดพ่อด้วย” 

 

“ขอบคุณนะครับที่คุณแม่หวังดี แต่เขมยังยืนยันคำเดิม เขมกับคุณเตชิตเรารักกันไม่ได้หรอกครับ เขมคงไม่มีวันรักผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนนั้นและเขาคนนั้นก็คงไม่มีวันมารักเขมที่ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์เท่าเทียมกับตนเองด้วยเหมือนกัน เราทั้งสองคนต่างกันเกินไป” 

 

“เฮ้อ เอาเป็นว่าคุณแม่จะไม่บีบคั้นหนูเขมนะคะ คุณแม่จะยอมรับการตัดสินใจของหนูเขม แต่ยังไงวันนี้คุณแม่ขอรอเจอหลานได้มั้ยคะ คุณแม่อยากเห็นหลานชัดๆ” 

 

“ได้สิครับ แต่โมเดลเค้าเพิ่งนอนกลางวันไป คุณแม่ไปนั่งดูโทรทัศน์รอตรงโซฟาได้นะครับ เดี๋ยวเขมขอเดินไปดูน้องๆหน่อย บอกให้เอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟแต่หายเงียบไปเลย” 

 

“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะหนูเขม” 

 

“เต็มใจครับคุณหญิงแม่” 

 

พอเขมินท์เดินพ้นจากห้องทำงานไป คุณหญิงรวีวรรณก็เดินไปตรงโซนโซฟาที่ข้างๆโซฟามีที่นอนปิกนิคของเด็กวางอยู่โดยมีร่างเล็กๆของหลานชายนอนกอดตุ๊กตาหลับสนิทอยู่ เธอเลยนั่งลงโซฟามองหลานชายด้วยความเอ็นดู แต่พอมองหน้าหลานชายที่หลับอยู่ชัดๆแบบนี้แล้วอดคิดไม่ได้ว่า ช่างเหมือนพี่เตชิตของเธอเสียเหลือเกิน  

 

แต่เธอจะทำอย่างไรดี ที่จะทำให้ทั้งสองคนมารักกันเพื่อที่หลานชายจะได้มีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้าพร้อมตาและเธอเองก็มั่นใจว่าหนูเขมของเธอนี่แหละเหมาะกับลูกชายคนโตที่สุด เพราะหนูเขมมีความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ซึ่งก็เหมาะที่จะเป็นว่าที่นายหญิงคนต่อไปของตระกูลวินิชราชกุลที่สุดในสายตาของเธอ! 

 

โมเดลตื่นขึ้นมาในยามบ่ายก็ลุกขึ้นและเดินเข้ามากอดเขมินท์ที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะด้วยความงัวเงีย ก่อนจะโดนเขมินท์หอมแก้มและหยิบทิชชู่เปียกมาเช็ดหน้าให้ลูกชายเบาๆเพื่อที่โมเดลจะได้หายงัวเงียจากอาการง่วงนอน 

 

“โมเดลครับ หันไปไหว้คุณย่าก่อนครับ” พอเห็นลูกชายหายงัวเงียจากอาการเมาขี้ตาแล้ว เขมินท์ก็บอกลูกชายให้หันไปไหว้คุณหญิงแม่ที่นั่งรอให้โมเดลตื่นที่โซฟา โมเดลที่โดนคุณแม่บอกแบบนั้นก็หันไปไหว้ผู้ใหญ่พร้อมรอยยิ้มหวานที่ทำให้คุณหญิงรวีวรรณยิ่งเอ็นดูจนอยากเอาตัวหลานกลับไปอยู่ด้วยกันเสียตั้งแต่วันนี้เลย 

 

“สวัสดีฮะคุณย่า” 

 

“สวัสดีครับคนเก่ง มาให้ย่าดูหน้าใกล้ๆหน่อยได้มั้ยครับ 

 

“ไปสิครับโมเดล เดินไปให้คุณย่าดูใกล้ๆนะครับ” โมเดลที่ตอนแรกไม่กล้าเดินเข้าไปหาก็เงยมองหน้าคุณแม่ก่อนก่อนและพอคุณแม่อนุญาต โมเดลก็ค่อยๆเดินเข้าไปหาคุณหญิงรวีวรรณที่อ้าแขนรอหลานชายให้เข้ามาในอ้อมกอด และพอโมเดลเข้าไปกอด คุณหญิงรวีวรรณก็หอมแก้มหลายชายตัวน้อยที่น่าเอ็นดูจนพอใจ แม้ว่าเค้าโครงหน้าของหลานชายจะเหมือนกับพี่เตชิตของเธอ แต่ก็ได้ดวงตาหวานๆของหนูเขมมา  

 

ช่างเป็นอะไรที่ลงตัวจริงๆ ได้ทั้งพ่อทั้งแม่มาอย่างลงตัว 

 

“คุณย่าเป็นคุณย่าของโมเดลเหรอครับ” 

 

“ใช่ครับ เป็นคุณย่าของโมเดล” 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลมีคุณย่าแล้ว” โมเดลหันมาบอกเขมินท์ด้วยความดีใจ เพราะตั้งแต่ที่โมเดลเริ่มจำความได้ โมเดลก็อยู่กับเขมินท์เพียงแค่สองคนและก็มีเพื่อนร่วมงานของตนเองเท่านั้น ญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆก็ไม่มี แต่พอคุณหญิงแม่มาเจอโมเดล เขมินท์ก็รับรู้ว่าลูกชายคงจะดีใจไม่น้อยเลยที่มีญาติผู้ใหญ่ในชีวิตเพิ่มอีกคน 

 

“ครับคนเก่ง งั้นตอนนี้โมเดลคุยกับคุณย่าก่อนนะครับคุณแม่ต้องทำงานก่อน” 

 

“ได้ครับ คุณย่าครับคุณย่าเล่นกับโมเดลนะครับ” 

 

“ได้สิครับคนเก่ง” 

 

เขมินท์ที่นั่งทำงานไปด้วยก็คอยเหลือบมองคุณหญิงรวีวรรณและลูกชายที่ชวนคุณหญิงรวีวรรณเล่นต่อจิ๊กซอร์ที่ยังต่อไม่ครบ ซึ่งทั้งสองคนก็ดูเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด โมเดลเองก็สนิทกับผู้เป็นย่าได้อย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็คงเพราะมีสายเลือดเดียวกันเลยเข้ากันได้ง่ายกว่าปกติ 

 

หลังจากที่จัดการงานที่ค้างไว้และเคลียร์จนเรียบร้อยแล้ว เขมินท์ก็พาลูกชายมากินข้าวเย็นที่ร้านอาหารที่คุณหญิงรวีวรรณจองไว้ ซึ่งเป็นร้านที่หรูมากจนโมเดลที่ไม่เคยเข้ามาตื่นตาตื่นใจสุดๆ เพราะความหรูหราที่เพิ่งเคยเห็น 

 

“คุณแม่ครับ ร้านนี้แพงไปรึเปล่าครับ” 

 

“ไม่แพงหรอกค่ะ แม่อยากให้หนูเขมและโมเดลกินอะไรอร่อยๆก็เท่านั้น อย่าไปคิดถึงราคาเลย” 

 

“แต่ยังไงเขมก็เกรงใจครับ” 

 

“ไม่เอาค่ะ ไม่พูดเรื่องเกรงอกเกรงใจกันแล้ว สั่งอาหารดีกว่านะคะ เดี๋ยวโมเดลจะหิวมากกว่านี้”  

 

ในเมื่อโต้เถียงคุณหญิงแม่ไม่ได้ เขมินท์เลยจำใจต้องสั่งอาหาร แต่พอเห็นราคาก็แอบตกใจไม่น้อยเพราะมันแพงกว่าที่เขมินท์คาดคิดไว้มาก เพราะถึงจะเป็นวันพิเศษในรอบปีตนเองก็คงไม่มีปัญญาพาลูกชายมากินที่ร้านแบบนี้หรอก 

 

“คุณแม่ครับอันนี้อะไรครับ”  

 

“ไหนครับ อ๋อ ไข่ปลาคาร์เวียร์ครับ” 

 

“โมเดลกินได้มั้ยครับ” 

 

“ได้สิคะโมเดล เดี๋ยวคุณย่าสั่งให้นะคะ” คุณหญิงรวีวรรณตอบอหลานชายก่อนที่จะหันไปมองรูปอาหารก่อนก็พบว่าที่หลานชายอยากจะกินคือสลัดที่มีส่วนประกอบของคาร์เวียร์ เห็ดทรัฟเฟิล มันฝรั่งรองพื้นอีกที และยังมีปูคอร์นิช ล็อบสเตอร์ และน้ำส้มสายชูบัลซามิกหมัก 30 ปี เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านนี้เลยทีเดียว ถือว่าสายตาของหลานชายของเธอมาตรฐานสูงใช้ได้เลย 

 

ส่วนเขมินท์ที่เห็นราคาอาหารที่ลูกชายเลือกก็อยากจะเอามือก่ายหน้าผากเหลือเกิน เป็นแค่สลัดแท้ๆ ยังมีราคาแพงตั้งจานละสามหมื่นกว่า ทำไมลูกชายของตนเองถึงเลือกเมนูที่มีราคาแพงขนาดนี้กัน 

 

“หนูเขมล่ะคะ สั่งอะไร” 

 

“คุณแม่สั่งให้เขมเลยก็ได้ครับ เขมไม่รู้จะสั่งอะไร” 

 

“เอาเพิ่มฟัวกราสองที่และขอไวน์แดงด้วย อ๋อ น้ำส้มคั้นสำหรับเด็กด้วยจ้ะ” คุณหญิงรวีวรรณสั่งอาหารเพิ่มหลังจากสั่งสลัดให้หลานชายไปแล้ว พอพนักงานรับออเดอร์เสร็จก็เดินออกไป ระหว่างรออาหารหลานชายก็ชวนเธอคุยถึงเรื่องนู้นเรื่องนี้เรื่อยๆ จนเธอรู้สึกแปลกใจที่หลานชายพูดชัดและยังสื่อสารได้เก่งเกินเด็กวัยเดียวกันแบบนี้ 

 

“หนูเขมจ้ะ โมเดลทำไมถึงมีพัฒนาการมากกว่าเด็กวัยเดียวกันแบบนี้” และเธอก็ไม่คิดจะเก็บความสงสัยไว้เลยเลือกที่จะถามหนูเขมออกไป 

 

“โมเดลเป็นเด็กที่มีไอคิวสูงครับ เลยมีพัฒนาการได้เร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน” 

 

“อ๋อ เหมือนพี่เตชิตเลย พี่เตชิตเค้าก็เป็นเด็กที่มีไอคิวสูงจนเข้ากับเด็กวัยเดียวกันไม่ได้ โตมาเลยเป็นแบบนี้ ไม่สนใจใครเอาเสียเลย” 

 

“โมเดลคงไม่เหมือนเขาหรอกครับ โมเดลเค้าเข้ากับคนง่ายกว่าคนๆนั้นเยอะ” 

 

“ดีแล้วค่ะ ถ้าเหมือนพี่เตชิตคงไม่ดีเท่าไร คนแบบลูกชายคุณแม่มีแค่คนเดียวก็พอ สงสารคนรอบข้าง” เขมินท์แอบยกยิ้มขันเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่คุณหญิงรวีวรรณพูดแบบนั้นและมันก็เป็นความจริงอย่างที่คุณหญิงรวีวรรณว่าเสียด้วย ว่าคนรอบข้างของผู้ชายคนนั้นน่าสงสาร  

 

คนนิสัยไม่ดี เหอะ! 

 

“อาหารมาแล้วครับ เราหยุดพูดถึงเขากันดีกว่า” เพราะถ้ากำลังกินอาหารอร่อยๆแพงๆอยู่แล้วพูดถึงผู้ชายคนนั้นต่อ เขมินท์คงกินไม่ลงแน่ๆ เพราะคงฝืดคอเกิดไปหรือถ้าพูดถึงมากๆเข้าก็อาจจะมาโผล่ตรงหน้าได้ ถ้าเป็นแบบนั้นคงแย่ยิ่งกว่าเดิม เพราะมาแค่ชื่อยังทำให้อาหารไม่อร่อย ถ้าตัวเป็นๆโผล่มาตรงหน้าเขมินท์คงไม่อยากจะกินข้าวไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ หรือถ้าจะมีความหมายตรงๆก็คือ ตายไปเลยยังดีกว่าที่จะมาเจอหน้ากัน….. 

 

 

 

คุณหญิงรวีวรรณที่เดินเข้ามาในบ้านอย่างมีความสุขหลังจากที่มื้อค่ำแสนสุขผ่านพ้นไปแถมก่อนจะแยกย้ายกันกลับมาหลานชายตัวน้อยของเธอหอมแก้มของเธอพร้อมพูดจาน่ารักน่าชังอย่าง ‘ฝันดีนะครับคุณย่า วันหลังมาหาโมเดลอีกนะครับ’ ซึ่งคนอายุมากแบบเธอจะต้องการอะไรในชีวิตอีก แค่อยากเห็นลูกเห็นหลานมีความสุขก็เท่านั้นและตอนนี้เธอจะทำอย่างไรให้ลูกชายจอมแข็งกร้าวของเธอและความใจแข็งของหนูเขมให้กลับมารักกันได้  

 

เธอมองไม่เห็นลู่ทางที่สองคนนี้จะมีโอกาสมารักกันเลยแม้แต่นิดเดียวในตอนนี้! 

 

“ไปไหนมาครับคุณแม่ ทำไมกลับบ้านค่ำจัง วันนี้ไม่มีงานสังคมที่ไหนนี่ครับ” เสียงลูกชายของเธอเอ่ยทักขึ้นเมื่อเธอเดินมาถึงห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก เพราะถ้าปกติลูกชายของเธอคงไม่อยู่รอทักเธอแบบนี้หรอก 

 

“ไปธุระสิคะพี่เต” 

 

“ไม่ใช่ว่าคุณแม่ไปเจอเขมินท์มาแล้วหรอกนะครับ”  

 

“พี่เตรู้ได้ยังไงคะ” 

 

“ผมรู้ทุกอย่าง แล้วก็พอจะเดาได้ด้วยว่าคุณแม่ไปหาเขมินท์ทำไม” 

 

“คุณแม่ก็ไปเยี่ยมหนูเขมกับหลานและคุณแม่ก็รู้ด้วยว่าพี่เตตามกวนใจหนูเขมอยู่ นิสัยไม่ดีเลยนะคะ คุณแม่ไม่เคยสอนให้พี่เตของคุณแม่รังแกคนที่อ่อนแอกว่าแบบนี้” 

 

“เขมินท์น่ะเหรอครับอ่อนแออย่างที่คุณแม่ว่า ปีกกล้าขาแข็งเสียขนาดนั้น” แถมเขมินท์ยังยืนเถียงและตบหน้าเตชิตอยู่เลย อ่อนแอตรงไหนกัน 

 

“ก็พี่เตชิตไปตามรังควานหนูเขมก่อน แล้วตามรังควานน้องแบบนี้คุณแม่ว่าไปขอให้น้องยอมแต่งงานด้วยดีกว่าไหมคะ หลานคุณแม่จะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ขาดพ่อ” 

 

“ไม่ครับ ผมไม่ได้รักเขมินท์และผมต้องการแค่ลูกเท่านั้น คุณแม่เป็นคนพูดเองนี่ครับว่าถ้าผมมีหลานให้คุณแม่ คุณแม่จะเลิกพูดเรื่องคู่ครองของผมเสียที” 

 

“ใจของพี่เตของคุณแม่ช่างด้านชาเสียจริง คุณแม่ไม่ยอมรับแค่หลานมาคนเดียวหรอกค่ะ ถ้าพี่เตไม่พาหนูเขมมาด้วย คุณแม่คงต้องไปพูดคุยกับหนูพลอยไพลินให้มาตบแต่งกับพี่เตและพี่เตก็จะขัดขวางคุณแม่ไม่ได้ด้วยถ้าคุณแม่คิดจะทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ” 

 

“คุณแม่อย่าบีบบังคับผมด้วยวิธีนี้นะครับ” 

 

“ถ้าไม่อยากแต่งงานกับหนูพลอยไพลินก็ทำให้หนูเขมยอมแต่งงานด้วยให้ได้นะคะ ไม่งั้นคุณแม่ทำจริงๆแน่ เฮ้อ…. เหนื่อยจัง คุณแม่ขอตัวไปพักก่อนนะคะ เล่นกับหลานชายทั้งวันเหนื่อยมากเลย แต่เอ๋….. พี่เตชิตคงไม่เข้าใจความเหนื่อยที่เล่นกับเด็กสินะคะ เพราะโมเดลหลานของคุณแม่เค้าไม่เคยได้เล่นกับพ่อตัวเอง หึ!” ก่อนจะเดินขึ้นห้องไปคุณหญิงรวีวรรณไม่ลืมที่จะทิ้งคำพูดแทงใจดำให้แก่ลูกชายอีกชุดใหญ่ ซึ่งก็เป็นคำพูดที่ทำให้คิ้วของเตชิตกระตุกด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย  

 

ไม่สิ.. เตชิตหงุดหงิดมากตั้งแต่ที่คุณแม่เอ่ยปากว่าจะให้แต่งงานกับพลอยไพลินแล้ว ผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นเป็นผู้หญิงที่เตชิตไม่อยากจะเกี่ยวข้องด้วยที่สุด เพราะพลอยไพลินเกาะติดยิ่งกว่าปลิง ไม่อายชาติวงศ์ตระกูลเลยสักนิดที่ตามตอแยผู้ชายที่เค้าไม่ได้รัก ถ้าหากได้แต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ชีวิตของเตชิตคงไม่พบความสงบสุขและถ้าเตชิตคิดจะต่อกรกับคุณแม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน  คุณหญิงรวีวรรณไม่ใช่คนที่จะต่อกรด้วยง่ายๆแบบนั้น กว่าที่เตชิตจะขึ้นมาเป็นผู้บริหาร คุณแม่ก็บริหารบริษัทของตระกูลที่มีมูลค่าเป็นพันๆล้านเพียงคนเดียวตั้งแต่ที่คุณพ่อเสียไป เล่ห์เหลี่ยมของคุณหญิงรวีวรรณแพรวพราวเกินกว่าที่จะคาดคิดได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เตชิตต้องกลับไปตั้งหลักใหม่  

 

ในเมื่อสิ่งที่คิดคงไม่อาจจะทำต่อไปได้ เพราะคุณแม่ก็ยื่นคำขาดมาแล้วแบบนี้…. 

 

 

 

................................................................................. 

เตชิตหรือจะสู้คุณหญิงรวีวรรณได้ หึ! 

ความคิดเห็น