นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

โดนซักฟอก (อัพครบ)

ชื่อตอน : โดนซักฟอก (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2562 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
โดนซักฟอก (อัพครบ)
แบบอักษร

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน

​พอร์ซต้องผิดนัด เรื่องที่จะไปกินข้าวมื้อกลางวันกับเพื่อน ป่านนี้อันนาจะรอเขาหรือเปล่า แต่เธอคงไม่รอแน่นอน เพราะเรื่องเมื่อวานแล้วยังไม่ตอนเช้าอีก พอเขาได้รับโทรศัพท์จากบิดา ก็รีบบึ่งรถออกมาเลย ไม่ทันได้ร่ำลากันเขาเจอกานดา แม่ของธนาเลยฝากบอกอันนา ว่าเที่ยงนี้เขาจะไปทานมื้อกลางวันด้วย

แต่นี่บ่ายแล้วยังเคลียร์งานให้ลูกค้า ไม่แล้วเสร็จแล้วตอนนี้ก็หิว จนแสบไส้ไปหมดแล้วเขาเห็นคุณย่ามาด้อมๆมองๆ คงอยากถามว่าจะกินอะไรหรือเปล่า? ย่าจะจัดมาให้เพราะนั่นคือหลานรัก

"พอร์ซ...พ่อว่าแกเหม่อๆนะ เป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่กลับมาคราวนี้แกแปลกๆไป หรือว่าแอบไปมีแฟนโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ บอกมา"

"ไม่ใช่หรอกครับ ผมแค่เหนื่อยนิดหน่อยเอง"

"ภู..แม่ไม่ใช่หรอกน่าหลานแค่เหนื่อย พอร์ซย่าทำข้าวให้กินเอามั้ยลูก?"คุณย่ายังมองว่าหลานชายยังเป็นเด็กเสมอ

"พี่พอร์ซมีแฟนค่ะพ่อ หนูรู้ค่ะ"น้องสาวโพล่งออกมา เพราะพี่ชายไม่ยอมพูด

"ใช่ที่ไหนล่ะไอ้ตัวแสบ พูดไปเรื่อยเปื่อยเลย"พี่ชายยังไม่ยอมรับ

"พ่อจะเชื่อหนูมั้ยคะ ว่าพี่พอร์ซมีแฟนแล้วจริงๆ"น้องสาวยืนยัน

"ยอมรับมาเถอะน่าว่าเรื่องจริง มีก็มีสิเออ จะมากั๊กอยู่ทำไม แล้วเธอเป็นใครลูกเต้าเหล่าใคร พ่อกับแม่รู้จักมั้ย?"พ่อร่ายยาว ถามละเอียดยิบ

​"พ่อไม่รู้จักหรอกครับ เธอไม่ใช่คนแถวนี้"

​"แสดงวาาที่น้องพูดมาเป็นเรื่องจริง แกก็อายุขนาเดนี้จะมีแฟน ก็ไม่เห็นเป็นไรแต่ก็น่าจะพามาให้ พ่อแม่พี่น้องรู้จักบ้าง เราเป็นผู้ชายต้องให้เกียรติเขานะ"

"พ่อ..เรายังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนหรอกฮะ เราเจอกันที่นิวยอร์ก ตอนไปงานแต่งไอ้ปลัด แล้วผมก็พูดไม่ดีกับเธอ..."

"แล้วตอนนี้แกก็ชอบเธองั้นสิ?"

"คิดอยู่ข้างเดียวครับ เพราะเธอไม่ได้มีใจให้ผมเลยฮะ"

"แล้วเธอเป็นใครพ่อแม่อยู่ที่ไหน?"

"กรุงเทพฯฮะ พ่อแม่เธอเป็นเจ้าของบริษัทประกอบรถยนต์ ผมเคยเจอแม่เธอที่นิวยอร์ก แต่พ่อยังไม่เคยเจอฮะ แต่ได้ข่าวว่าคุณป๋าเธอดุมากครับพ่อ ท่าทางคงจะยากฮะแต่ผมบอกไปแล้ว ว่าผมชอบเธอ"

"สวยมั้ย..?"

"ฮะ.."

"อายุเท่าไหร่?"

"ก็ราวๆ25-26ครับ"

"แน่ใจนะว่าเธอยังไม่มีแฟน แล้วเขามาที่เชียงใหม่หรือไง?"

"ครับ..แม่เธอกับแม่ยายไอ้ปลัดเป็นเพื่อนกัน เธอมากับแอนนี่เมียไอ้ปลัดธนา"

"พ่อว่าแกชอบเขามากแล้วสิ เพราะผู้หญิงในเชียงใหม่ สวยๆก็เยอะแยะไม่เห็นแกจะชอบใครเลย แม่หนูคนนั้นคงเป็นคนพิเศษสินะ คิดให้ดีนะพ่อไม่ว่าถ้าลูกจะชอบใคร แล้วน้องรู้หรือเปล่า?"

"โธ่..พ่อป่านนี้ไอ้แทนไทย คงเล่าให้ยัยบีมฟังหมดแล้วล่ะครับ"

"ระยะทางมันไกลนะพอร์ซ ถามใจตัวเองให้ดีเขาคงแค่มาเที่ยว แต่เดี๋ยวเขาก็กลับต่อจากนั้นจะทำยังไง?"นั่นสิต่อจากนั้นจะทำยังไง เขายังมองไม่เห็นทางเลยสักนิด แต่ใจเธอเอนเอียงมาทางเขาบ้างหรือเปล่า เขาเองก็ยังไม่แน่ใจ

​"แม่มาแล้วค่ะ..ทำไมดูเงียบๆจ๊ะพ่อลูก น้องบีมมีอะไรหรือลูก?"

​"แม่บัวต้องถามพี่ชายเองค่ะ ว่าไปทำอะไรมาพ่อซักฟอกไปรอบหนึ่งแล้ว ท่าทางจะโดนอีกนะคะโอป้าแม่ซักให้ขาวเลยนะคะ อิอิ"พอร์ซหันไปเข่นเขี้ยวให้น้องสาวตัวแสบ ไม่เคยมีเรื่องอะไรที่เป็นความลับได้เลย

"ว่าไง..อย่าบอกนะว่าลูกชายแม่ไปก่อเรื่องอะไรไว้?"แม่บัวกอดไหล่ลูกชาย แม้อายุไม่ใช่เด็กตัวน้อย แต่บุตรชายก็ยังน่าห่วงเรื่องหนึ่งที่แม่บัวห่วงมาก ก็คือเรื่องผู้หญิงหรือว่าจะเป็นเรื่องนี้

"แม่เดาไม่ผิดหรอก"ภูริเดชบอกภรรยา

​"ว่าไงนะ?..พี่พอร์ซมันจริงอย่างที่พ่อบอกหรือ บอกแม่มา?"

​"แม่ขา..ดื่มน้ำก่อนนะคะแม่มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำหวานให้ชื่นใจก่อนนะคะ"น้องบีมยื่นแก้วน้ำส่งให้ผู้เป็นแม่ แม่บัวยกน้ำดื่มจนหมด ก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาในห้องทำงานลูกชาย บ้านนี้มีออฟฟิตอยู่ในตัว ต่อขยายออกมาจนสุดรั้ว

​"ว่าไงมันเรื่องอะไรกันพ่อลูก มีอะไรที่แม่ยังไม่รู้อีกงั้นหรือ?"แม่บัวเดินมานั่งตรงหน้าลูกชาย พอร์ซนั่งแก้งานในมือ แต่ไม่มีสมาธิเอาซะเลย เพราะมารดาจ้องหน้าอยู่แบบนั้น

​"ถามลูกชายสุดที่รักดีกว่า เมื่อคืนไม่ได้กลับมานอนบ้านนี่นา แม่ไม่รู้หรือไง?"ภูริเดชถามภรรยา

"แม่รู้..แต่ว่าลูกไปค้างบ้านธนานี่ แล้วยังไงปกติลูกก็ไปอยู่บ่อยๆ หรือว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น พี่พอร์ซบอกแม่มา"พอร์ซถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อชายหนุ่มถูกมารดา คาดคั้นเอาความจริงจากเขา

​"แม่..มันไม่มีอะไรหรอกครับ คือผมไปชอบกับน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เราไปเจอกันที่นิวยอร์ก เธอเป็นพี่สาวของเมียไอ้ปลัดครับ เธอชื่ออันนาครับแม่"

​"แล้วอันนานี่เป็นใคร แม่รู้จักมั้ย?"

"ไม่รู้หรอกครับ แม่ของอันนากับแม่ของแอนนี่เมียปลัดเป็นเพื่อนกัน เราเจอกันที่นิวยอร์กฮะ แล้วผมดันไปบอกว่า เธอไม่ใช่สเป็คผมครับแม่"

"ก็ในเมื่อเธอไม่ใช่สเป็คของลูก แล้วพอร์ซจะไปคิดอะไรล่ะ แม่ก็ว่าอยู่ตั้งแต่ลูกกลับมา ลูกเหม่อชอบกลหรือว่าลูกชายแม่.."

​"ครับผมชอบเธอ.."

​"จริงหรือลูก แล้วพ่อแม่เธอเคยเจอลูกมั้ย?"

"ครับ..แม่เธอใจดีฮะ แต่คุณป๋าเธอดุมากผมว่าน่าจะดุพอๆกับพ่อที่มีลูกสาวมั้งครับ?"

"พอร์ซเอ้ย...ลูกเขามีพ่อมีแม่ แล้วลูกไปทำรุ่มร่ามกับเธอหรือเปล่า?"มารดาจ้องหน้าลูกชาย

"เปล่านะแม่ ไม่กล้าแม่แต่จะคิดเธอไม่เหมือนคนที่ผมเคยรู้จัก ดูเธอมีเสน่ห์ทำงานเก่ง แต่ปากจัดน่าดู"

"เหอะ..คงพอกันกับลูกชายแม่มั้ง ดีสมน้ำหน้าแม่ว่าอาจจะใช่ คนที่จะปราบลูกชายแม่ได้ละมั้ง"

"แต่เธอกำลังจะกลับกรุงเทพฯ ในอีกไม่กี่วันแล้วล่ะครับ ผมว่าเราคงไม่เจอกันอีกแน่ๆ แต่ผมชอบเธอฮะ"พอร์ซบอกมารดาไปตามความจริง

"พอร์ซ..ลูกจะบอกแม่ว่า เป็นรักแรกพบอย่างนั้นหรือลูก?"

"ฮะ..ไม่รู้สิ เมื่อตอนงานแต่งไอ้ปลัด มีผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นนักบิน มาจีบเธอแล้วผมก็รู้สึกไม่ชอบ"

"เขาเรียกว่าหึง"

"ผมรู้ครับแม่ แล้วหลังจากนั้น..."

"คิดถึงเธอ จนเหม่อลอยแสดงว่าผู้หญิงคนนี้ เธอต้องมีเสน่ห์ดึงดูด ทำให้ลูกชายเราเป็นถึงขนาดนี้ พ่อว่าไงคะลูกชายที่หวงความโสด ตอนนี้กำลังจะอินเลิฟ พ่ายแพ้แก่ผู้หญิงกรุงเทพฯ ทั้งเชียงใหม่สวยๆเยอะแยะไม่มอง เธอน่าจะสวยนะทำให้ลูกชายแม่ อาการหนักขนาดนี้แล้วยังไง เย็นนี้ก็จะไปบ้านปลัดอีกหรือไง?"

"ครับ..แต่ขอแก้งานให้ลูกค้าก่อนนะฮะ"

พอร์ซก้มหน้าทำงานต่อ ขณะที่แม่บัวกับสามีกำลังสังเกต ว่าลูกชายคนโตคงจะชอบเด็กผู้หญิงคนนั้น แล้วเธอเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันนะ เธอก็คงไม่ธรรมดา

สองสามีภรรยากับลูกสาวอีกคนจูงมือกันออกมาด้านนอก อยากรู้จริงๆว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นใครกัน ที่สามารถทำให้ลูกชายแม่บัวเฝ้าถวิลหาได้ถึงเพียงนี้ ตั้งแต่เกิดมากระทั่งอายุจะ30ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ลูกชายตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่เคยมองสาวใด แต่ตอนนี้พอร์ซเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่กลับจากงานแต่งปลัดธนา

“พี่พอร์ซไปกินข้าวเร็ว เดี๋ยวค่อยมาทำต่อแล้วจะเสร็จมั้ยเนี่ย ทำงานด้วยจิตใจเหม่อลอยแบบนั้นนะ”

“ออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวพี่ตามไป ขอโทรฯหาไอ้ปลัดก่อน”

“ค่ะ..เร็วๆนะพี่พอร์ซเค้ารอกินข้าวอยู่ แม่ออกเวรมาคงหิวข้าวแล้ว”

น้องสาวพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไป ชายหนุ่มหยิบมือถือมาโทรฯหาเพื่อนสนิท คิดย้อนไปย้อนมาเหมือนอย่างที่พ่อพูด ระยะทางที่เขากับเธอจะคบกันช่างอยู่ไกลเหลือเกิน แล้วจะมีปัญหาอะไรมั้ยถ้าเขาจะคบกับเธอ ว่าแล้วพอร์ซต้องโทรฯหาเพื่อนก่อน อย่างน้อยก้ได้รู้ว่าอันนาทำอะไรอยู่

“ไอ้ปลัด..ฉันขอไปกินมื้อเย็นเลยแล้วกันนะ ตอนนี้งานยุ่งมากเลยแก้งานให้ลูกค้ายังไม่เสร็จ เดี๋ยวถ้าเสร็จแล้วจะตามไป”

[ได้สิแกไม่ต้องรีบหรอก เคลียร์งานให้เสร็จแล้วค่อยมา เย็นนี้มีอาหารปิ้งย่างที่บ้าน น้องอันหรออยู่กับเมียฉันด้านในไอ้พอร์ซฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าแกคิดยังไงก็ควรจะบอกน้องอันเขาไป ว่าแกชอบเขาหรือไม่ชอบ ย่าปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้มันไม่ดีว่ะฉันอึดอัดแทน]

“ไอ้ปลัดแกฟังนะฉันไม่ได้ปล่อยให้คาราคาซัง แต่ฉันไม่มีโอกาสได้พูดต่างหากล่ะ คุณอันปิดกั้นทุกอย่างแต่ก็ไม่เป็นไร แค่บอกเขาว่าเย็นนี้ฉันไปแน่ไม่เกิน6โมงฉันถึงบ้านแก ตกลงนะขอเคลียร์งานก่อนแล้วกัน”

[ได้สิรีบมาแล้วกัน อย่าให้เขาต้องรอนาน เพราะคะแนนแกจะตกบอกเลย]

“โอเคตามนี้แหละ”พอร์ซวางมือถือลงที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินออกมาที่โต๊ะอาหารอย่างเซ็งๆ ทุกคนหันมามองเขาเป็นจุดเดียว

“พอร์ซ..แม่เขาทำไข่เจียวกรอบๆให้ด้วยนะ”

“ขอบคุณครับ”

“จ่ะ..กินเถอะลูกจะได้มีแรงทำงาน ข้าวปลาไม่กินวันๆไม่รู้กินอะไรบ้าง”คุณย่าลูบผมหลานชาย ทั้งๆที่เขาก็โตเป็นหนุ่มใหญ่ แต่ทุกคนที่บ้านก็ยังคิดว่า เขาคือเด็กชายตัวเล็กๆ มันถึงเวลาแล้วหรือที่พอร์ซจะมีคู่ครอง?

“มันไม่ค่อยหิวครับย่า”

อาหารมื้อกลางวันเลยมาจนบ่าย ไม่มีเสียงพูดคุยต่างคนต่างก้มหน้าก้มตากินข้าว ทั้งพ่อทั้งแม่ไม่มีใครพูดถึง เรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนากันเมื่อซักครู่นี้เลย

“แม่คะ..ถ้าแม่จะต้องมีหลานสะใภ้ แม่จะว่ายังไงคะ?”หมอบัวเอ่ยถามแม่สามี 

“หลานย่ามีแฟนแล้วอย่างนั้นรึ?”คุณย่าหันไปถาหลานชาย

“ยังหรอกครับคุณย่า ผมแอบชอบเขาฮะ เธอไม่ได้มองผมเลยด้วยซ้ำ แล้วต้องทำไงครับคุณย่า ให้เธอมองผมบ้าง”

“เราก็ต้องมั่นใจว่าเราเป็นคนดีหรือเปล่า ถ้าเราคิดว่าเราเป็นคนดีก็ไม่ต้องกลัวอะไร สวยมั้ยเธอน่ารักหรือเปล่า พามาให้ย่าดูหน่อย”อันนี้และเรื่องยากที่สุด ร้อยหนึ่งเอาขี้หมาก้อนเดียว พนันว่าอันนาไม่มีทางที่มาบ้านเขาแน่นอน

“หนักใจหรือไงไอ้เสือ?”

“ครับพ่อ อันนาไม่เหมือนคนอื่น เธอไม่ชอบเซ้าซี้เธอเป็นผู้หญิงทำงาน ครอบครัวเธอเป็นนักธุรกิจเพราะเธอทำงานคู่กับพ่อแม่ และก็น้องชายอีกคนฮะ”

“พ่อว่าท่าทางแก จะรู้รายละเอียดเรื่องของเขามากไปแล้ว อย่างนี้ก็แสดงว่า แกคงรักเขาไปแล้วใช่หรือเปล่า?”

"พ่อจีบแม่ยังไงฮะ ผู้หญิงต้องทำยังไงเขาถึงจะสนใจเราบ้าง กับคนอื่นผมไม่แต่กับอันนาผมรู้สึกว่า ผมแคร์เธอฮะ"

"พ่อกับแม่เจอกันตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องจีบยากเพราะพ่อบอกเลย ว่าพ่อรักเขาตั้งแต่ตอนที่แม่เรียนมัธยม แล้วเราก็คอยเป็นกำลังใจให้กัน พ่อก็รู้สึกเหมือนกัน"

"รู้สึกอะไรครับ?"

"เพราะเราอยู่ห่างกันนะสิ ตอนนั้นแม่เขาจบมอปลาย เขาตั้งใจจะเรียนหมอ ตั้งแต่วันที่สอบเขานอนไม่หลับ ยิ่งวันประกาศผลสอบ แม่เราเป็นลมร้องไห้ใหญ่ คิดว่าตัวเองสอบไม่ได้แน่ๆ แต่แม่ก็ได้"

"แล้วพ่อรักแม่มั้ยครับ?"

"รักสิรักมากด้วย พ่อคิดมากเพราะแม่เขาต้องเรียนนาน 5-6 ปี ตอนเรียนจบ แม่ย้ายมาเป็นหมอที่เชียงใหม่ คุณย่าก็มาด้วยเราแต่งงานกัน หลังจาก ที่แม่คลอดน้องบีมเขาก็ไปเรียนต่ออีก ตกลงแม่เรียนหมอเกือบ10ปีนะ"

"พ่อหึงแม่มั้ยครับ?"

"หึงสิ..เมียพ่อทั้งคนนะเว้ย? จะบอกให้เลยนะแม่แกเขารู้ดี ว่าพ่อเนี่ยนะหวงเขามาก ไม่เชื่อไปถามน้าหมออีฟได้เลย"

"เฮ้อ..ครับผมรู้ แต่ตอนนี้ผมต้องทำไงครับ พ่อ อันนาถึงจะแคร์ผมบ้าง"พอร์ซเริ่มท้อใจ เพราะเธอไม่ได้มีท่าทีว่าสนใจเขาสักนิด

"ตื๊อ..ตื๊อเท่านั้น ถ้าลูกบอกว่าชอบเขา ก็ต้องแสดงจุดยืนให้เขาได้เห็น ว่าเราจริงจังไม่ได้ทำแค่เล่นๆ ผู้หญิงเขาชอบคนจริงจังไม่เหลาะเหละ จงเห็นเขาสำคัญ มอบดอกไม้ให้เขาในวันสำคัญ เช่นวันเกิด วันครบรอบที่คบกัน หรือในโอกาสพิเศษอื่นๆ มันมีอีกเยอะว่าแต่แกเถอะ กับแม่หนูคนนี้แกมั่นใจเทใจ กับเขาเท่าไหร่ ถ้าต่ำกว่า70% อย่าหวังพ่อว่ายาก"พอร์ซฟังที่พ่อพูด พร้อมกับม้วนงานใส่กระเป๋า

​"ครับพ่อ วันนี้อาจจะค้างบ้านไอ้ปลัดอีกวัน พรุ่งนี้ผมจะมีข่าวดีมาบอกนะครับ ว่าดรอปหรือไปต่อ แม่ครับ ทุกๆคนผมชอบอันนา ผมจะจีบเธอเอาใชช่วยลูกด้วยนะฮะแม่ ฟอดด รักคุณย่านะครับ ฟอดด รักแม่ด้วย จุ๊ฟยัยตัวแสบ ถ้าไอ้แทนมันมาพูดอะไร โปรดฟังหูไว้หู ฟอดด ขอบคุณครับพ่อ ไปนะฮะ"พอร์ซโบกมือให้ทุกคน ก่อนจะขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

​"ไอ้ลูกบ้า มาหอมพ่อทำไมวะ? ขับรถดีๆนะไอ้เสือ"

"ครับพ่อ..รักนะครับทุกคน..."

​"ให้มันได้อย่างนี้สิหลานย่า แม่บัวนี่แม่กำลังจะมีหลานสะใภ้หรือไง แล้วหน้าตาแม่หนูคนนั้นเป็นยังไงบ้างนะ?"

​"คุณย่าขาหนูมีรูปค่ะ เธอน่ารัก ตัวเล็ก พี่แทนบอกว่าเธอเก่งมาก นี่ค่ะแม่ พ่อดูสิคะหนูว่าเธอน่ารัก"น้องบีมยื่นมือถือให้มารดาดูรูบ ที่แทนไทยถ่ายมาให้ดู

"ก็น่ารักดีนะ แต่พี่ชายเราจะจีบเขาติดรึแม่ว่า ถ้าเขาทำงานเก่ง ก็ยิ่งจะมีคนมาจีบเขาเยอะ พอร์ซเอ้ย..แม่หวั่นใจจังลูก"หมอบัวเอาใจช่วยลูกชาย อยู่มานานไม่เคยเห็น ว่าลูกชายจะชอบใครแต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่ ณัฐบดินทร์จะสละโสดแล้วหรืออย่างไร

​18:00น.

​พอร์ซไปคุยงานกับลูกค้าที่โครงการ กว่าจะเสร็จงานก็เกือบจะ16:30 จากแม่อายขับรถไปถึงฝาง6โมงเย็นพอดีเปะไม่ขาดไม่เกิน แต่พอมาถึงบ้านพ่อกำนัน แต่บ้านดันเงียบกริบ ขนาดดุ๊กดิ๊กยังเหลือแต่โซ่

"มาหาใครคะคุณ หล่อจังอ่ะ"หญิงสาววัยน่าจะเกิน25ปั่จักรยานมาจอดใกล้รถเขา พอร์ซหยิบมือถือขึ้นมากำลังจะโทรฯหาธนา แต่มือถือแบตฯหมด หน้าจอดับสนิท

"ให้มันได้แบบนี้สิวะ น้องครับบ้านนี้เขาไปไหนหรอครับ ทำไมบ้านเงียบจัง"หญิงสาวส่งยิ้มให้ตาเป็นประกาย พอร์ซไหววูบที่สันหลัง ทำไมเธอคนนี้ถึงแต่งตัวสีรุ้ง เหมือนมีงานวัด

"เขาอยู่บ้านโน้น บ้านเพื่อนฉันเองตามมาสิจะพาไป รถจอดไว้เถอะ"

"ไม่ดีกว่าฮะ คุณนำไปเลยคุณ..."

​"ฉันชื่อพุทจีบ ผู้หญิงสาวสวยที่สุดในบ้านดงตาล ก็คือฉันนี่เอง"ดูหญิงสาวมั่นใจตัวเองเหลือกำลัง เธอปั่นจักรยานนำหน้าไปแล้ว

​"โอเค..แต่งตัวเป็นผ้า7สี7ศอกเลยแม่คุณ เขาสวยที่สุดในหมู่บ้านเลยหรือ  ใครบอกเขานะ?"

ชายหนุ่มขับรถตามสาว ที่ปั่นจักรยานนำหน้าจนมาพบบ้านหลังหนึ่ง เป็นลักษณะบ้านชั้นเดียว ตกแต่งอย่างดี กลิ่นเหมือนอาหารทะเลปิ้งย่างลอยมาปะทะจมูก ถ้าได้น้ำจิ้มซีฟู้ดรดเด็ด คงจะแซ่บมากทีเดียว

"ไอ้ปลัด..ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?"พอร์ซลงจากรถ เดินเข้ามาหาเพื่อนกับแทนไทยน้องชายของเขา กำลังอาบน้ำให้หมาอยู่หน้าบ้าน

"เอ้า..ฉันก็ไปยืนบ้าอยู่หน้าบ้านแก กระทั่งเจอผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวเป็นเกราะเพชร7สี เอ้า..ไปไหนแล้วล่ะ เธอบอกว่าแกอยู่ที่นี่ เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอสวยที่สุด แห่งบ้านดงตาลจริงหรอวะ?"

"ไม่รู้หรอเว้ย..แต่ที่รู้ๆเมียฉันเธอสวยที่สุดแล้ว อะไรเมียงมองหาใคร น้องอันอยู่ข้างในแน่ะกำลังช่วยแม่ทำน้ำจิ้มอยู่ แต่คืนนี้เราจะค้างที่นี่นะแกเอาเสื้อผ้ามามั้ย ถ้าไม่มีของฉันมีพร้อมนะ"

"ไม่เป็นไรฉันเตรียมพร้อม ขอไปหาอันนาก่อนนะ"

"อืม.."พอร์ซเดินเข้าบ้านนี้มา เห็นรูปตั้งอยู่หลังตู้เย็น เห็นคนตัวเล็กทำหน้าทะเล้น เขาเลยนึกออก 

"นี่บ้านคุณพิมพ์หรอเนี่ย น่ารักดีแท้ นึกว่าบ้านใครเจ้าตัวแสบเอ้ย.."

"คุณมาได้ไง?"

"ก็ขับรถมาไงครับ อันนาไปดับผมหน่อย"

"ไปไหนของคุณ เรากำลังจะกินข้าวกันนะ"ชายหนุ่มถือวิสาสะ จูงมือคนตัวเล็กมาที่รถแต่เธอก็ยังทำหน้างุนงงสงสัย

"อันนา ผมอยากขอโทษคุณทุกเรื่อง ที่ผ่านมาผมมันไม่ได้เรื่อง แถมปากไม่ดีได้โปรดรับดอกไม้ไว้นะครับ ต่อไปนี้ผมจะเดินหน้าจีบคุณ อย่างเป็นทางการเตรียมตั้งรับได้เลย ผมจะไม่รามือแน่ๆบอกเลย"อันนารับช่อดอกไม้มาถือไว้ อีตานี่บ้าดีเดือดดีแท้

​"คุณนี่บ้าที่สุด.."

"ยังไงอ่ะ?..ก็ผมแสดงให้คุณเห็นแล้ว ว่าผมเอาจริงคนเราก็ต้องบ้ากันบ้าง ในเมื่อเป็นคนดีแล้วคุณเมินใส่ผมไง"

"แล้วแบบนี้คิดว่าจะได้ผลงั้นสิ"

"โบราณบอกว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นถ้าความพยายามของคนเรา มันเป็นเรื่องใครบางคน ไม่เห็นความสำคัญ มันก็ใช้ไม่ได้แล้วสุภาษิตนี้ คุณว่ามั้ย?"

"พูดเยอะไปแล้วคุณนะ"

"อยากให้คุณเข้าใจไง อันนาผมไม่ได้พูดเล่นนะ ผมเอาจริงระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับผม ค่าเครื่องบินไม่กี่บาท ผมไปหาคุณทุกอาทิตย์ยังได้เลย"

"แน่ใจหรือไงที่พูดออกมา ถ้าคุณจะจีบฉันนะฉันว่าคุณไปคุยกับคุณป๋าก่อนเถอะ ว่าท่านยอมหรือเปล่า?"นั่นสิพ่อของเธอ ได้ข่าวว่าหวงลูกสาวโคตรๆ

"อันนา..เคยได้ยินมั้ยว่า อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสื้อ ผมพกความจริงใจไปเกินร้อย คุณป๋าคุณต้องเห็นความดีของผมแน่ อย่างน้อยแม่คุณก็น่าจะอยู่ข้างผม เชื่อเถอะแม่คุณไม่ใจร้ายหรอก"

"ดูคุณมั่นใจจัง เข้าบ้านเถอะค่ะ ไปช่วยคุณป้าทำน้ำจิ้ม แล้วเมื่อกี้คุณเจอสาวสวยที่สุดในหมู่บ้านมั้ย?"พอร์ซพยักหน้า อันนาคงหมายถึงแม่สาวใส่เสื้อผ้าเป็นสีรุ้งเมื่อครู่แน่

ทุกคนในบ้านต่างก็หันมามองเป็นจุดเดียว เมื่ออันนาเดินเข้ามาพร้อมกุหลาบแดงช่อใหญ่ในวงแขน ใช่ต้องบอกว่าในวงแขนเพราะช่อใหญ่มาก

"โหยๆๆ.อิจฉาจังค่ะ กุหลาบทั้งเชียงใหม่ทำท่าว่าจะหมดไปแล้วมั้งคะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็หมายความว่า..?"

"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละน่า ไปจัดอาหารเลยเธอพูดมาก"

"อั่นแน่...เขินๆๆหน้าแดงแก้มแดงแบบนี้ คุณพอร์ซได้ไฟเขียวแล้วใช่มั้ยคะ?"แอนนี่แซวใหญ่ พอร์ซยกนิ้วโป้งให้

"ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง แต่นี่แค่เริ่มต้นครับยังต้องผ่านอีกหลายด่าน ไม่รู้ว่าหนทางไปบ้านอันนาโรยด้วยขวากหนาม หรือกลีบกุหลาบกันแน่ ผมอยากให้เป็นอันหลังนะครับแม่"กานดาหันมาสนทนาด้วย เมื่อเพื่อนลูกชายเอ่ยถาม

"แม่ว่านะ คงจะอันแรกมากกว่า แต่อย่าลืมนะว่าอุปสรรคขวากหนาม มันคือสิ่งพิสูจน์คนอะไรก็ตามที่ได้มาแบบง่ายๆ มันมักจะไม่มีคุณค่าแต่ในทางกลับกัน สิ่งไหนก็ตามที่ได้มาแบบยากๆ โบราณว่ามันจะมีค่าเสมอ แม่กับพ่อเอาใจช่วยนะลูก ต้องสู้เท่านั้นจ่ะ"พอร์ซเดินเข้าไปสวมกอดกานดาอย่างขอบคุณ

"ขอกอดแม่หน่อยนะครับพ่อกำนัน แม่เขาพูดโนใจผมที่สุดฮะ"

"กอดพอหรือยังล่ะ ถ้าพอแล้วก็ปล่อยเมียพ่อเลย"กำนันปันส่งสายตาอำมหิตมาให้ พอร์ซเลยต้องปล่อยจริงๆก็อยากจะแกล้งกอดให้นานๆ ดูสิว่าพ่อกำนันจะมีปฏิกิริยายังไง

"เรียบร้อยจ่ะ คอหมูย่างน่ากินมากๆเลย หนุ่มสาวกินกันได้เลยนะจ๊ะ ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่เพราะอาหารแบบนี้ หมอห้ามให้กินได้ชิ้นสองชิ้น"

"หมอเป็นอื่นนะแม่ ไม่ใช่คนในครอบครัวซะหน่อยนี่ครับ"ธนาเอ่ยขึ้นขำๆ

"ไม่เชื่อไม่ได้สิ เพราะแม่เขากลัวไม่ได้อุ้มหลาน เราเองก็เหมือนกันรีบๆเข้าเถอะถ้าท้องภายในปีนี้ พ่อจะมีรางวัลให้อย่างงามเลยหละ"พ่อกำนันถึงขนาดติดสินบนลูกชายกับสะใภ้

"พ่อ..อย่าท้าดีกว่า พ่อเตรียมรางวัลไว้เลย กลับมาคราวหน้าพ่อจะได้รับข่าวดีเชื่อผม"พ่อกำนันชะงักนิดหนึ่ง เมื่อลูกชายบอกว่ากลับมาคราวหน้า แล้วเรื่องที่พูดกันไว้คงไม่เป็นผลสินะ

​"พ่อ-แม่ ผมหมายถึงเราจะกลับไป เพื่อจะคุยกับครอบครัวแอนนี่ครับ เมียผมยืนยันนอนยันแล้วฮะ ว่าเราจะกลับมาอยู่ที่นี่ แต่อาทิตย์หน้ามีงานสำคัญฮะเราต้องกลับไปก่อน แม่ไม่ต้องเตรียมตัวนานหรอกครับ เตรียมรางวัลไว้ให้เราสองคนเลยจะดีกว่า"

​"คุณแม่อย่าเชื่อพี่ธนานะคะ เขาดีแต่โม้ค่ะ"

"ใช่..แน่จริงแกเสกเด็กเข้าท้องเมียแกให้ได้ก่อน แล้วฉันถึงจะเชื่อว่าน้ำยาแกดีจริงๆมั้ยที่รัก?"พอร์ซหันไปพยักพเยิดกับคนข้างกาย

"บ้า..ใครเป็นที่รักของคุณ ชอบมั่วไปเรื่อยคิดเองเออเองทั้งนั้น"

ทุกคนต่างก็ลุ้นอยากให้คู่นี้ลงเอยกันมาก แต่ก็ได้แต่หวังว่าอันนาจะเปิดโอกาสให้พอร์ซบ้าง จริงอยู่ที่ผ่านมาเขาอาจจะพลั้งเผลอพูดอะไรไม่เข้าท่า แต่ตอนนี้เขาแสดงจุดยืนแล้วว่า 

"อันนาผมจะเดินหน้าต่อไป คุณเสร็จผมแน่"

"อย่าดีแต่โม้นะคะ..เพราะคนสวยอย่างฉันมีคนเข้าคิวรอเพรียบค่ะคุณ"ดูเหมือนว่าเธอจะพูดท้าทายเขา แต่ชายหนุ่มไม่ย่อท้อแน่ เขาจะเดินหน้าจีบเธออย่างที่พูดเอาไว้ เพราะต่อไปเขาจะรุกเธอหนักแน่ แต่จะผ่านด่านคุณป๋ามั้ย นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องกล้าเผชิญไม่ลองก็ไม่รู้​....






💖💖💖ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ส่งมารัวๆค่ะ คนเขียนดีใจที่ยังมีคนอ่านอยู่  มาต่อให้ครบจบตอนแล้วนะคะ แล้วคู่นี้จะได้เจอกันหรือเปล่านะต้องลุ้นกันต่อไปค่ะ ไม่ทราบว่าคนอ่านยังรอ เป็นกำลังใจให้เราหรือเปล่านะ???✌✌✌

ความคิดเห็น