facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ ​10-1 เปิดหูแล้วพูดน้อยๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ ​10-1 เปิดหูแล้วพูดน้อยๆ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 582

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ​10-1 เปิดหูแล้วพูดน้อยๆ
แบบอักษร

10. เปิดหูแล้วพูดน้อยๆ


ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ ซอนอูยังคงเปิดตาจดจ่ออยู่กับการแปลภาษาเยอรมัน นั่งหน้าคอมพิวเตอร์กดแป้นพิมพ์หาในเสิร์ชเอนจิ้นอย่างไม่หยุดหย่อนพร้อมกับกระดกกาแฟที่ปกติไม่ค่อยแตะต้องและทายาบรรเทาปวดแบบน้ำไว้ใต้ตาไว้เพื่อเอาชนะอาการอดหลบอดนอนราวกับมันจะช่วยทำให้เขาประครองสติเอาไว้ได้ และแน่นอนว่าการเอาชนะความง่วงของยูซอนอูก็เป็นเรื่องที่ใกล้เคียงกับคำว่าเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าเรื่องไหนบนโลกนี้ เขาปักหน้าผากไว้บนโต๊ะพลางปิดเปลือกตาลง แล้วอยู่ๆ ก๊อกๆ ก๊อกๆๆๆ ร่างกายก็ตกใจจนสะดุ้งลุกขึ้นกับเสียงเคาะประตู ‘รุ่นพี่ อยู่ไหมครับ จะบอกว่าตอนนี้นอนอยู่แบบนี้แล้วไม่แปลงานเหรอครับ’ เหมือนว่ามีเสียงแบบนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู แต่โชคดีที่เจ้าของเสียงเคาะประตูไม่ใช่โดยอง แต่เป็นแม่เขาเอง ลูกแม่ยังอ่านหนังสืออยู่เหรอ ซอนอูไม่ได้ยินน้ำเสียงอบอุ่นของแม่มานานมากแล้ว แถมในมือก็ยังมีจานใส่แอปเปิ้ลเหลืองสุกอยู่ด้วย

“พักบ้างนะ หักโหมเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพ”

“แม่...”

“แม่เห็นลูกของแม่ตั้งใจเรียนแบบนั้น ถ้าไม่กินอะไรบ้างจะหิวเอา”

เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งเหรอ ซอนอูพลอยยิ้มไปกับใบหน้าที่มีความเมตตาและยกยิ้มอย่างภูมิใจของแม่

อะฮ่าๆ ใช่แล้ว แม่ ถึงจะไม่ใช่งานของผม แต่ผมก็ตั้งใจทำการบ้านให้คุณรุ่นน้องอยู่แหละ

แม้เมื่อกี้ใบหน้าของเขาจะเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ก็ตามที ความจริงที่ว่าถึงมีปากก็ไม่สามารถพูดความจริงทั้งหมดออกมาได้กับแม่ที่ให้กำลังใจและปลอกแอปเปิ้ลให้อย่างสวยงามก็ทำให้ซอนอูอัดอึดใจ แม่... จริงๆ แล้วผมแอบชอบเด็กคนหนึ่ง แต่ไม่ได้สารภาพแถมยังไปแกล้งเขาอีก ชีวิตเลยไม่ปลอดภัยอีกต่อไป แล้วก็ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่เหมือนว่าคนในบ้านของเราทุกคนก็พลอยเป็นอันตรายไปด้วย แต่แม่ของซอนอูไม่มีทางรู้ความจริงนั้นอย่างแน่นอน เธอก็กำลังเพลิดเพลินกับความสุขด้วยภาพลักษณ์เหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่ของลูกชาย


ในที่สุดซอนอูก็ทำการบ้านที่โดยองฝากมาเสร็จอย่างปาฏิหาริย์และจบประโยคสุดท้ายพร้อมๆ กับช่วงฟ้าสางในรุ่งเช้าของวันนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้น่าประทับใจขนาดนั้นเพราะในชั่วขณะที่น้ำตาของความดีใจกำลังจะไหลลงมา เวลาในตอนนี้ก็เข้ามาสู่การมองเห็นอันเลืองรางห้านาฬิกา สามสิบนาที ไม่ต้องดูก็รู้ว่าถ้าเขานอนตอนนี้ ทุกอย่างก็จะสูญเปล่าแน่ๆ ซอนอูจึงพยายามทำทุกทางอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะความง่วง และเมื่ออยากตื่นจากความง่วงมิกซ์คอฟฟี่ก็คือสุดยอด ซอนอูผสมมิกซ์คอฟฟี่ห้าซองที่เหลืออยู่ในบ้านเทใส่แก้วใบใหญ่ เทน้ำร้อนชงก่อนจะเป่าให้เย็นลงเล็กน้อยแล้วดื่ม หลังจากนั้นก็รู้สึกตื่นขึ้นนิดหน่อยแต่มันก็กลับไปง่วงอีก เขารู้ดีว่าถ้าเหนื่อยมากจริงๆ ถึงจะฝืนยังไงมันก็ไม่มีทางดีขึ้นได้

จะนอนไม่ได้ นอนไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขาไม่ตื่นแน่ๆ ร้อยเปอร์เซ็น... มัน... หาววว

ยิ่งอ้าปากกว้างขึ้นหาวอย่างยืดยาวความง่วงก็ยิ่งถาโถมเข้ามา และสติของซอนอูที่หลุดไปในเพียงชั่วพริบตาก็กลับมาอีกทีตอนเวลาเก้าโมงเช้าเป๊ะ พอคิดว่าหากรีบก็จะถึงมหาลัยได้เร็วขึ้น จิตใจก็เลยร้อนรน แต่ถึงจะรีบแค่ไหนก็ต้องจัดการกับหัวที่มันเยิ้มเลยต้องสระผมด้วย พี่สาวคนรองก็หันไปหาน้องเล็กที่เดินไปมาทำน้ำหยดกระจายไปทั่วบ้านพร้อมกับตักเตือน ‘ลูกหมาที่ทิ้งบ้านแล้วบอกจะไปอยู่หอน่ะ ทำไมถึงกลับมายืนอยู่ที่บ้านได้ล่ะ’ ด้วยความที่ซอนอูไม่อยากพูดถึงความลำบากของตัวเองให้ใครฟังจึงทำเป็นหูทวมลมกับคำบ่นของพี่สาวคนรองก่อนจะออกจากบ้านไป ไม่มีทางๆ ไม่ได้เด็ดขาด เขาจะเล่าเรื่องถูกไล่ออกจากหอไม่ได้ เพราะความเป็นไปได้ที่จะโดนไล่ออกจากบ้านก็มีสูงเหมือนกัน

ใช้มือสะบัดผมที่ยังไม่แห้งดีไปมาแล้วหยิบกระเป๋าใบหนึ่งที่อยู่หน้าประตูห้องมาสะพาย หนักมาก... เมื่อรับรู้ถึงความหนักอึ้งของความหมั่นเพียรเมื่อคืน หัวใจซอนอูก็รู้สึกท่วมท้นขึ้นมา หากสะกิดเขาแค่นิดเดียวล่ะก็ น้ำตาก็สามารถไหลพรากออกมาได้เลย ไม่ใช่เพราะกลัวลีโดยองหรืออะไรแบบนั้น แต่เป็นเพราะภูมิใจในตัวเองมากๆ จริงๆ นะ นี่ไม่ได้โม้เลย ถึงคนอื่นจะบอกว่าไม่ใช่ก็ตามแต่พอตัวเองก็คิดแบบนั้นก็เลยตัดสินใจเอาเองว่ามันเป็นแบบนั้น แม้จะรู้สึกว่าคิดไปเอง แต่ก็แค่นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น

หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปในรถไฟใต้ดินโคลงเคลง ในที่สุดซอนอูก็ได้มายืนตรงหน้ามหาวิทยาลัยและมีการติดต่อจากโดยองเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ซึ่งมีเนื้อหาของข้อความว่า ‘รุ่นพี่อยู่ไหนครับ ทำไมสายแบบนี้ล่ะ ไม่ได้ลืมว่าผมมีเรียนเช้าใช่ไหมครับ’

มีทางจะลืมได้ด้วยเหรอครับ คุณรุ่นน้อง ผมน่ะ ตั้งใจจะไปให้ทันเวลาถึงขั้นไม่หลับไม่นอนเลยนะครับ


ซอนอูมือสั่นเทาและไม่สามารถโต้แย้งอะไรกลับได้เลย แม้จะโกรธเคืองแต่สัตว์กินพืชที่ไม่สามารถเถียงอะไรได้อย่างซอนอูก็กดพิมพ์ไปว่า ‘กำลังไป’ ก่อนจะร้องไห้แล้วร้องไห้อีกอยู่ในใจ เขามุ่งหน้าไปทางตึกที่โดยองรออยู่อย่างรวดเร็วราวกับลูกธนู  เมื่อพบเห็นโดยองเข้ามาในสายตาจึงหยุดยืนอย่างไร้สติแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากวิ่งมาวิ่งมา วันนี้ก็ขอให้ผ่านไปด้วยดีด้วยเถอะ ถึงขอพรแล้วขอพรอีก แต่ผ่านไปไม่นานก็ได้รู้ว่ามันเป็นการขอพรสั้นๆ ในวันที่ซวยไม่มีชิ้นดี

“สายห้านาทีนะครับรุ่นพี่”

“โทษๆ เอ่อ... เดี๋ยวเอางาน...”

“วันนี้ผมมีธุระ เลยกะว่าจะเข้าเรียนแค่ตอนเช้าแล้วก็ไปเลยครับ เพราะงั้น...”

“เพราะงั้นอะไร”

“เลยว่าจะกินมื้อเที่ยงเร็วหน่อยน่ะครับ”

เมื่อได้เผชิญหน้ากับใบหน้ายิ้มแย้มอย่างงดงามของโดยอง หัวใจของซอนอูก็ตกลงมาข้างล่างก่อนจะกลับมาที่เดิมในทันที โดยองล้วงหยิบของในกระเป๋ากางเกงตัวเองขึ้นมา ซอนอูมองอีกฝ่ายอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งก็เอียงหัวสงสัยแอบชะเง้อมองเงินในกระเป๋าสตางค์ที่ตุงอยู่ในกระเป๋ากางเกง จำนวนธนบัตรค่อนข้างเยอะสำหรับให้นักศึกษาพกเอาไว้ติดตัว แม้กระทั่งธนบัตรสีเหลืองที่มีภาพของชินซาอิมดัง* ที่สีเหมือนกับผักกาดหอม แต่ในความเป็นจริงธนบัตรที่คุณรุ่นน้องหยิบขึ้นมาก็ไม่ใช่ท่านนั้น แต่กลับเป็นทเวกเย ลีฮวังสีฟ้า**สว่างราวกับท้องฟ้าอันสดใสสองใบ ขณะนั้นความรู้สึกไม่ดีก็ส่งไปที่ปลายเท้าของซอนอูก่อนจะพันขึ้นมารอบตัว

“ผมเตรียมข้าวกล่องมื้อเที่ยงของผมแล้วเรียบร้อยครับ”

“แล้ว แล้วไงต่อ”

“เพราะงั้นช่วยซื้อนมเอาไว้กินแซนวิชมาให้หน่อยนะครับ”

โอ้โห ตอนนี้รุ่นน้องคนนี้กำลังพูดไร้สาระอะไรกันอยู่นะ เขาได้รับหน้าที่เป็นเบ๊มาหลายสัปดาห์ เพิ่งจะมีเรื่องคาดไม่ถึงอย่างวันนี้เป็นครั้งแรก จะให้ทำงานแทน ให้ซื้อข้าวกล่องให้ก่อนออกมาจากร้านที่กินอยู่ก็ได้ แต่การใช้รุ่นพี่ไปซื้อนมทั้งๆ ที่เขาออกจากบ้านมาถึงมหาลัยเพื่อเอาการบ้านมาให้อีกฝ่ายเนี่ย ตะลึงจนพูดไม่ออกเลย แต่พอจะเงยหน้าตะโกนออกไปอย่างมั่นใจว่า ไม่มีทางทำเด็ดขาด! สีหน้าของลีโดยองก็อ่อนโยนอย่างหาที่สุดไม่ได้ ถ้าเขาปฏิเสธพร้อมกับพูดคำหยาบคายอย่างไม่เคยได้ยินมาก่อนตั้งแต่เกิดมาใส่ใบหน้าอ่อนโยนแบบนั้น ก็มีภาพจินตนการขึ้นมาเรื่อยๆ ว่าคงจะโดนลากไปที่ไหนสักที่ที่ไม่มีใครหาเจอแล้วถูกฝังทั้งเป็น

ใช่ ฉันก็... เพิ่งถึงได้ไม่นานนี่ จะออกไปแล้วกลับมาใหม่ก็ไม่ยากซะหน่อย ใช่... มันเลี่ยงไม่ได้ เลี่ยง ไม่ ได้ จริงๆ ก็บอกว่าจะทำเพื่อคุณรุ่นน้องและควบคุมตัวเองไว้ ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น ชีวิตเบ๊มันกระจอกมากเกินไป...

ซอนอูรับเงินสองพันวอนที่อยู่ในมือโดยองมา แล้วบอกไปว่าตอนนี้ฉันไม่มีแรงเลยจริงๆ นะ ก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางที่ตัวเองเคยเดินมา โดยองมองภาพด้านหลังนั้นแล้วก็หัวเราะคิกคัก หลังจากกลืนเสียงหัวเราะลงไปแล้วก็กระแอมให้คอโล่ง เขาปรับสีหน้าใหม่ก่อนจะเรียกชื่อซอนอูที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ ‘รุ่นพี่ซอนอู’ สีหน้าน่ารักและเซ่อซ่าตอบสนองต่อเสียงนั้นด้วยการหันกลับมาข้างหลัง ซึ่งโดยองก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาแต่ก็กลั้นเอาไว้อย่างหวุดหวิด ‘เรียกทำไม’ โดยองจึงพูดต่ออย่างอ่อนโยนกับอีกคนที่ถามด้วยน้ำเสียงปนความหงุดหงิดพอสมควร

“ใช้เงินที่เหลือซื้อของหวานมาให้สองอย่างด้วยนะครับ”

ไอ้เจ้าบ้า ทำตัวเหมือนขยะ! นี่มันการล้อเล่นเรียกร้องความสนใจของเด็กประถมหรือไง! สองพันวอนในมือของซอนอูยับยู่ยี่ โดยองที่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ ก็พูดเสริมไปอีกอย่าง

“น่าจะเหลือร้อยวอนพอดีนะครับ”


ไปได้แล้วครับรุ่นพี่ คำบอกลาต่อจากนั้นก็ไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้ว่ามันน่ารำคาญยังไง ซอนอูกล้ำกลืนฝืนทนวิ่งไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ มหาวิทยาลัย ได้รับมิชชั่นให้ซื้อนมและของหวานด้วยเงินสองพันวอน และต้องเหลือกลับไปร้อยวอนด้วย เขาเดินทั่วร้านสะดวกซื้อหาทุกซอกทุกมุม สองพันวอน สองพันวอน พร้อมกับพึมพำสองพันวอนในลำคอเหมือนกับเด็กเจ็ดขวบที่ออกมาซื้อของตามคำสั่งเป็นครั้งแรกและท่องรายการที่ถูกวานใช้มา สุดท้ายด้วยคำชี้แจงอย่างใจดีของคุณรุ่นน้อง เขาก็ซื้อนมรสกาแฟกับลูกกวาดที่เป็นของหวานสองอันแล้วก็เหลือเงินร้อยวอนพอดี เป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง จากนั้นก็กลับมายังมหาวิทยาลัยที่มีโดยองอยู่อีกครั้งด้วยความร่าเริง โดยองฉีกแซนวิชไว้พลางอ่านหนังสือรอคุณรุ่นพี่อยู่ ซอนอูเข้าไปใกล้อีกฝ่ายด้วยความมั่นใจก่อนจะวางนมรสกาแฟกับลูกกวาดสองอันลงอย่างภูมิใจ หลังจากโดยองมองเหรียญมูลค่าร้อยวอนบนโต๊ะไม้หยาบก็รู้สึกว่าซอนอูที่ซื้อของมาได้ตามคำบอกใบ้แล้ววางลงด้วยสีหน้าอิ่มอกอิ่มใจแบบนั้นน่ารักดี เป็นรุ่นพี่ที่ยิ่งแกล้งยิ่งสนุกกว่าที่คิด

“ลำบากเลยนะครับ”

“ใช่เลย! กินให้อร่อยนะ งั้นเดี๋ยวฉันไปหาอะไรกินที่...”

“แซนวิชที่บ้านของผมอร่อยนะครับ”

“ฮะ”

“ไม่ได้ยินเหรอครับ”

“อะ อ๋อ... เปล่า แซนวิชของบ้านนายอร่อย อร่อยไง ดูเหมือนน่าอร่อยจริงๆ ด้วย ทำไมเหรอ”

โดยองถอนหายใจออกมายาวๆ กับรอยยิ้มที่เซ่อซ่าไร้เดียงสาของซอนอู ช่างเป็นคนที่ไม่มีทักษะความเข้าใจเอาซะเลยต้องอธิบายให้ฟังทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องนี้ ถึงจะคาดเอาไว้แล้วแต่มันก็ไม่ต่างจากที่คาดไว้เลยสักนิด

“มากินด้วยสิครับ ซื้อมาพอดีนี่ ต้องให้พูดตรงๆ ถึงจะเข้าใจหรือไงครับเนี่ย”

ไม่ใช่ ไม่ใช่ต้องพูดถึงจะเข้าใจ แต่ไม่ต้องพูดให้ฟังก็ได้ เขาอยากจะบอกออกไปแบบนี้ อย่างซอนอูน่ะจะไม่รู้ได้ไงกันนะ โดยองบอกว่าแซนวิชที่คุณป้านักวิจัยอาหารทำอร่อยแตกต่างจากที่อื่น ก็แค่หวังว่าอีกฝ่ายจะให้ชมว่ามันดีก็พอแล้ว แต่โลกนี้ก็ไม่ได้เป็นเป็นตามความคาดหวังของซอนอู ได้ขอว่าอย่าได้ยินคำว่ากินด้วยกันเถอะเลยทว่าสุดท้ายเขาก็ได้ยินคำนั้นอยู่ดี สำหรับโดยองจะไม่มีความเมตตาสักหนึ่งเปอร์เซ็นเลยเหรอ เขาแค่อยากจะกินข้าวในสถานการณ์ที่ปลอดภัย ซอนอูพิจารณาสายตาของโดยองก่อนจะพยายามอ้าปากบอกว่ามีนัดจะได้หลุดออกมาจากสถานการณ์นั้น แต่...

“ถ้าไม่ได้จะมีคนซื้อมื้ออาหารฟูลคอร์สมาให้ตอนเที่ยง ก็แค่กินพร้อมกับผมเถอะครับ”

เมื่อคำพูดกีดกันแบบนั้นออกมาเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นซอนอูเลยนั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยองและได้แต่เสียใจเพราะถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตอนไปซื้อนมก็น่าจะซื้อของตัวเองมาด้วย เขาควรจะรู้อยู่แล้วว่าลีโดยองจะตลบหลังแบบนี้ แต่เซนส์ของตัวเองก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่อยู่แล้วหรือไม่ก็ความคิดของลีโดยองก็ไม่ธรรมดาเอามากๆ


เฮ้อ โดยองมองซอนอูถอนหายใจ เฮ้อ เฮ้อ อยู่ตรงหน้าตัวเองก่อนจะส่ายหน้าไปมา ความรู้สึกอีกฝ่ายปรากฎออกมาบนใบหน้าอีกฝ่ายจนไม่สามารถทำเป็นไม่เห็นหรือไม่รับรู้ได้ ถึงจะไม่พูดว่า ‘ตอนนี้ฉันคิดว่าถ้านายไม่ทำแบบนี้กับฉันก็คงดี’ แต่เขาก็รู้หมด อาจจะเป็นความข้องใจที่ไม่ได้ซื้อเครื่องดื่มของตัวเองมาด้วยแล้วมันก็ไม่ผิดเพี้ยนเลย ลีโดยองที่แม่นเหมือนหมอดูจึงเปิดกระเป๋าค้นหาของท่ามกลางหนังสือหลายๆ เล่มก็มีกระติกน้ำอยู่ขวดหนึ่ง เป็นน้ำผลไม้ที่โดยองเอามาทุกเช้าจากผลไม้สดหลายอย่างๆ ที่ถูกเตรียมไว้ในตู้เย็นเสมอแล้วใส่เครื่องคั้นออกมาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับดื่ม จริงๆ แล้วถึงโดยองมีความมุ่งมั่นที่จะดื่มมันเพราะเป็นสิ่งที่คุณแม่เน้นย้ำว่าไม่ใช่เพราะเป็นของกิน แต่เป็นวิตามินที่ต้องกินทุกๆ วันและแม้มันจะอร่อยแต่ก็เป็นอาหารหนึ่งอย่างที่ไม่ค่อยถูกใจเขาเท่าไหร่

“ทานแซนวิชกับนี่ดูสิครับรุ่นพี่ น้ำผลไม้ที่ผมเอามาด้วยวันนี้ครับ”

“อะไรเนี่ย! ถ้านายมีน้ำอยู่แล้วทำไมถึงสั่งให้ฉันไปซื้อนมมาล่ะ”

แน่นอนว่า สายตาของซอนอูไม่มีทางมองว่าน้ำใจของโดยองเป็นสิ่งดีงาม ก็ตามที่พูดไปถ้ามีเครื่องดื่มอยู่แล้วจะยังวานใช้ไปซื้อนมอีก โดยองมองซอนอูที่กระฟัดกระเฟียดก่อนจะปาคำพูดไปเบาๆ

“แล้วยังไงครับ”

“...เปล่า ขอบคุณ จะดื่มอย่างอร่อยเลย”

สำหรับสุขภาพแล้วก็ต้องเป็นน้ำผลไม้อยู่แล้วสิ วะฮ่าๆๆๆ! ซอนอูหัวเราะอย่างเกร็งๆ ก่อนจะค่อยๆ กระดกดื่มน้ำผลไม้คั้นหวานๆ เค็มๆ นั่น ข่มความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นในใจ ตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมลีโดยองในวันวานถึงเอาแต่กระดกดื่มน้ำเย็นแบบนั้นตอนที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงข้ามกัน

อย่างงี้สินะ นายเองก็มีความแค้นเคืองเดือดดาลอยู่ข้างในแบบนี้สินะ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วจริงๆ

ตอนนั้นเขาดื่มน้ำเย็นเงียบๆ และก้มหัวขอบคุณโดยองที่อดทนกับความโหดร้ายที่ตัวเองเคยทำ


* แบงค์ห้าหมื่นวอน

** แบงค์พันวอน

ความคิดเห็น