email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 6 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 6 {100%}
แบบอักษร

 

 

“นินาวทางนี้” ฉันเดินไปหา อาร์ค แฟรงค์และก็เมล ที่ตอนนี้นั่งอยู่ใต้ตึกของคณะ 

“พวกแกไม่มีเรียนกันหรือไง” ฉันถามเพื่อนหลังจากนั่งลงเสร็จแล้ว 

“มีเรียนตอนสี่โมงเย็นโน่น”อาร์คตอบพร้อมกับโยนถั่วเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับก้มลงไปเล่นเกมส์ในมือต่อ 

“แกหละ” 

“หมดแล้ว”ฉันตอบเพื่อนไปก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักใจเพราะเรื่องอะไรหนะหรอฉันว่าทุกคนคงเดาได้ไม่อยากหรอกนะว่าเรื่องไหน เรื่องของฟิวเจอร์นั่นแหละ พักหลังๆมานี้เขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแต่ที่เขาเปลี่ยนไปมันก็ดีอยู่นะแต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันไม่เหมือนเดิม 

“ทำไมไม่กลับห้องว่ะมานั่งทำไมเกะกะตา” ฉันจิกตาใส่ไอ้อาร์คที่แซะกวนฉันเลยฟาดมือไปตบหัวมันอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ 

“ไอ้นาว!” ฮึ ขึ้นหละสิ เล่นกับใครไม่เล่น ความจริงทุกคนที่เห็นฉันต่างบอกว่าฉันเป็นคนเรียบร้อย สวย งามอย่างกับนางในวรรณคดี แต่ฉันบอกเลยว่าฉันตรงข้ามเกือบทั้งหมดนะ และที่สำคัญเพื่อนสนิทของฉันนั้นล้วนแต่เป็นผู้ชายไม่แปลกหรอกว่าพวกนี้มันจะพูดแรงเล่นแรงกับฉันทำราวกับฉันว่าเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิงบอบบาง และสาวๆในคณะวิศวะไม่มีใครที่จะเรียบร้อยหรอกนะ เพราะเรานั้นสวย ถึก และบึกบึน 

“หรือว่ารอใครกันแน่” แฟรงค์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำสายตาเลศนัยมาให้ อีกต่างหาก 

“เปล่ารอใครสักหน่อย” ฉันกอดอกทำหน้างอนใส่เพื่อนที่เอาแต่รุมกวนฉันอ่ะ 

“อ้าวไอ้นี่ ฉันล้อเล่นเองนะเว้ย จริงจังขนาดนั้นเชียว” 

“ช่างเหอะ ทำงานดีกว่า” ฉันหยิบงานขึ้นมาทำ เพื่อจะให้ตัวเองลืมเหตุการณ์บางอย่างที่มันทำให้ฉันไม่เข้าฟิวเจอร์เลยจริงๆ ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ ตอนนี้เขาต้องการอะไรกันแน่ 

“นาวๆ นั่นไอ้ฟิวเจอร์นี่ ทำไมมันเดินมาทางเราว่ะ” เมลหันมาถาม ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะเดินมาหา ฉันหันไปทางที่เมลกำลังมองอยู่ก็เจอฟิวเจอร์จริงๆ ที่กำลังเดินตรงดิ่งมาทางนี้ โดยไม่สนใจรุ่นน้องที่ไหว้เลยสักนิดเดียว หน้าก็นิ่งแถมยังเย็นชาได้อีก 

“หวัดดี ฟิวเจอร์ ทำไมถึงมานี่ได้ว่ะ” แฟรงค์เอ่ยถามเขาทันทีที่ถึงโต๊ะพวกเรา ส่วนคนมาใหม่ก็พูดขึ้น 

“หวัดดี ขอนั่งด้วยคนก็แล้วกันนะ” ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็นั่งลงข้างฉันทันที ฉันจึงหันซ้ายหันขวาไปมองรอบๆใต้ตึกคณะ ไม่ผิดจากที่คิดไว้ สายตารุ่นน้องที่มองมาทางฉันกับฟิวเจอร์อย่างสงสัย ส่วนผู้หญิงนี่มีทั้งทำหน้าตาฟิน ยิ้มราวกับยินดีให้กับเรา และสายตาริษยา มันทำให้ฉันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเลย ไม่ชอบเลยการตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นเรื่องที่ดีฉันไม่ว่าแต่นี่มันใช่เรื่องดีที่ไหนกันหละ โอ้ยทำไมต้องทำให้เป็นจุดเด่นด้วยเนี่ย (ฉันคร่ำครวญในใจ) ส่วนคนนั่งๆข้างก็นั่งเก็กหน้าหล่ออยู่ได้ ถ้าฉันตบหัวเราทิ่มนี่มันจะผิดไหมเนี้ย 

“มานั่งนี่ทำไม ไม่เห็นหรือไงคนมองใหญ่กันเยอะแล้วนะ” ฉันหันไปต่อว่าเขาทันที ส่วนเขาหนะหรอนั่งยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ข้างๆอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ก่อนจะฉวยงานของฉันไปทำอย่างหน้าตาเฉย 

“ทำไมจะนั่งไม่ได้ในเมื่อเราสองคนเป็นแฟนกันหนิ” 

“ฟิวเจอร์!!!” ฟิวเจอร์พูดออกมาเสียงดังจนคนที่อยู่แถวนั้นหันมามองทางนี้ หัวใจฉันนี่เต้นแรงมาก คงเพราะกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ ชีวิตแสนสงบสุขในรั้วมหาลัยคงกำลังจะหมดลงเพราะคำพูดของเขา 

“อะไร แล้วโปรเจ็คเราหละทำถึงไหนแล้ว อ้าวเงียบ ถามไม่ตอบอยากโดนหรือไง ฮึ ดูทำหน้าเข้า” ฟิวเจอร์เย้าฉันอีกครั้ง จนอารมณ์ฉันมันเริ่มจะโมโหแล้ว ไหนบอกว่าจะไม่บอกใครเรื่องระหว่างเรา แต่ไหงวันนี้ดันกลับคำแบะประกาศปาวๆ ไม่อายใคร 

“ไม่ต้องมายุ่งเลย ! ” ฉันพูดจบก็ดึงกระดาษออกจากมือเขาแล้วขยับถอยห่างคนนิสัยไม่ดี 

“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ก็เธอเป็นเมียฉันนะ อื้อ” ฉันรีบขยับเข้าไปใกล้เขาอีกครั้งพร้อมกับตะครุบปากฟิวเจอร์ไว้แน่นไม่ให้พูดอะไรไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว แล้วก็ดูสายตาพวกเพื่อนฉันมันมองมาสิ ดูก็รู้ว่ามันพอใจอย่ากับอะไรที่แฟนของฉันประกาศต่อหน้าคนอื่นแบบนี้  โอ๊ยทำไมฟิวเจอร์ เขาถึงชอบทำให้ฉันอายแบบนี้ตลอดนะ และฉันก็ต้องสะดุ้งอีกแล้วฉันรีบดึงมือตัวเองออกจากปากฟิวเจอร์แทบไม่ทันเพราะเขาเอาจมูกโด่งมาหอมมือแถมยังเอาลิ้นมาเลียฝ่ามือฉันอีกด้วย เจ้าตัวกลับยอ้มมุมปากส่วนฉันก็มองเขาด้วยสายตาขวาง 

“ฟิวเจอร์ ทุเรศ ! มาเลียมือทำไมเนี้ย คนบ้าเอ้ย” ฉันเหวใส่เขาทันที 

“ทุเรศอะไร ทำออกจะบ่อย แล้วใครบอกให้มือหอมเองหละ ก็อยากดมอยากเลียหนะสิ” รับรู้ได้ถึงไอร้อนที่ออกมาจากหน้าของตัวเองและคงแดงเถือกไปถึงคอแล้วหละ พอหันไปทางเพื่อนตัวดีทั้งสามตัวที่ตอนนี้เอาแต่นั่งหัวเราะอยู่ และส่งสายตาเย้ยมาอีก ฉันอายจะแย่อยู่แล้วนะ แต่เขากลับไม่อายบ้างหรือไง หึย ! หมั่นไส้จริงๆ หน้านี่ก็หนาเกิ๊นไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหรือไง 

“นินาว พวกฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วก็จะออกไปซื้อของที่หน้าม.หน่อยอ่ะ อยากได้อะไรไหม” เมลพูดบอก ดูก็รู้ว่ามันไม่อยากอยู่ขัดจังหวะฟิวเจอร์ ทำไมฉันถึงรู้หนะหรอ ก็เพราะว่าฉันเห็นเขาส่งกระดาษอะไรบางอย่างให้เพื่อนฉัน และฉันก็เห็นหนะสิ ฮึ เจ้าเล่ห์แถมแผนสูงอีกด้วย 

“ไม่มีหรอก พวกแกไปเหอะ” ฉันตอบเพื่อนไปก่อนจะยิ้มให้พวกมัน 

“โอเค งั้นพวกฉันไปนะ กลับมาน่าจะไปเรียนเลย” พวกมันเก็บของแล้วก็เดินออกไป ฉันหันไปทางคนที่ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ฟิวเจอร์” ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่เปล่งออกไป เป็นการบอกเขาว่าฉันรู้นะว่านี่เป็นแผนของเขาอ่ะ 

“อะไร เรียกทำไมครับ” เฮอะยิ้มเขายิ้มด้วยแหละทุกคนแถมทีแบบนี้หละมีพูดครับ ปกติพูดที่ไหนกันหละ 

“รู้นะว่าที่พวกเพื่อนฉันมันออกไป เป็นแผนของนาย” ฉันพูดไปด้วยและจ้องหน้าเหมือนจับผิดเขาให้จนมุม จนฟิวเจอร์ต้องหันหน้าหนี ฮึ แบบนี้แหละแผนเขาชัวร์ล้านเปอร์เซ็น นินาวคนนี้คอนเฟิร์ม 

“แผนอะไร เปล่ามีซะหน่อย” พูดไปด้วยหลบตาไปด้วย 

“แน่จริงอย่างหลบตาสิ” ฉันกอดอก กดดันมองเขาให้พูดออกมาว่ามันเป็นแผนของเขาแต่ดูเหมือนว่าคนหน้าหนาจะไม่ยอมพูด ซึ่งท่าทีแบบนั้นมันทำให้ฉันนรู้สึกว่าแพ้เขาอีกแล้ว และไม่เคยจะชนะคนอย่างฟิวเจอร์ได้เลย เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกิน 

“เปล่าหลบตาซะหน่อย คิดไปเองแล้วเธอหนะ” พูดจบก็ใช้มือเรียวของตัวเองมาหยิกแก้มฉันอย่างแรงจนฉันสะดุ้งตัวอย่างแรง ก่อนจะปัดมือเขาออก พร้อมกับหน้าที่แดงก่ำไปหมด แพ้อีกแล้วฉันแพ้เขาอีกแล้ว และบอกเลยว่าบุคลิกแบบนี้ของเขาทำเอาหัวใจฉันทำงานอย่างหนัก ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเย็นชาแค่ไหน หัวใจฉันมันก็เต้นแรงเพราะเขาอยู่ดี 

“ฮึ” ฉันหลุดหัวเราะในลำคอออกไปให้ฟิวเจอร์ได้ยิน จนเจ้าตัวเลิกคิ้วเป็นการถาม 

“อะไร หัวเราะทำไม” 

“เปล่าซะหน่อย ทำงานไปเลย” ฉันปรับสีหน้าให้นิ่งเหมือนเขาก่อนบอกเขาเสียงเข้ม ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ และได้แต่สงสัยว่าทำไมวันนี้ฟิวเจอร์เขาดูแปลกๆ ไปไม่เหมือนเดิมที่เคยเป็นมา เมื่อก่อนเขาไม่เคยมาเรียนพร้อมกับฉัน ไม่เคยไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ไม่เคยมานั่งรอด้วยกันแบบนี้ หรือเจอกันที่อื่นในมหาลัยเขาจะทำเป็นไม่รู้จักฉัน แต่พอมาวันนี้เขากลับทำทุกอย่างสวนทางอย่างที่เคยเป็นมาหรือแม้แต่บอกให้คนอื่นให้รับรู้เรื่องของเราคบกันอยู่ ทำไมเขาเปลี่ยนไปแบบนี้นะ ยิ่งคิดยิ่งหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ 

“พี่นินาวคนสวยของน้อง สวัสดีครับ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกที่ดังมาแต่ไกล ก่อนจะเจอกับสองหนุ่มหล่อที่หาตัวจับได้ยากไม่แพ้คนข้างๆฉันนี่ และสองคนนั้นคือสายรหัสสวยหล่อของฉันนั่นเองที่เดินเข้ามาหาพร้อมกับยิ้มหวานมาให้ จนสาวๆที่นั่งอยู่แถวนี้ละลาย กรี๊ดออกมาอย่างปิดอารมณ์ไม่มิด ฉันเลยหัวเราะออกมากับความฮอตของรุ่นน้อง ไม่รู้จะฮอตไปไหน ใครเรียกก็ไม่หันและไม่สนใจใครเลย ตรงดิ่งมาหาฉันอย่างเดียว 

“หวัดดีจ๊ะหนุ่มๆ ว่าไง ทำไมออโต้กับไนล์ถึงมาหาพี่พร้อมกัน” 

“น้องหนึ่งไปรายงานตัวกับพี่หรือยังอ่ะ” ฉันพยักหน้าบอกน้องก่อนจะพูดบอก 

“น้องมารายงานตัวกับพี่แล้วตอนเที่ยงน่ะ อ้อแล้ววันนี้ตอนเย็นเราสองคนว่างไหมหละ พี่ว่าจะเลี้ยงน้องหนึ่ง ต้อนรับเข้าสายเราหน่อยหนะ” ฉันพูดจบหนุ่มๆทั้งสองก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มหวานประจบฉัน ฮ่าๆๆ มันจะเป็นแบบนี้แหละเวลาที่ฉันเลี้ยง สายรหัสคนอื่นมันจะเลี้ยงน้องสายแค่ครั้งเดียว แต่กับฉัน ฉันเลี้ยงรหัสน้องกับหลานรหัสเนี้ยบ่อยจนเราสนิทกันเลยหละ 

“ว่างสิครับ พี่สาวคนสวยของเราเลี้ยงทั้งทีไม่ว่างได้ไงเนอะออโต้” ไนล์พูดอย่างอารมณ์ 

“ครับ ผมว่างเสมอถ้าเป็นพี่นินาวชวน” ออโต้พูดพร้อมกับทำตาแพรวพราว ถ้าสาวๆมาเห็นคงกรี๊ดคอแตกกันเลยทีเดียว ฉันได้แต่ส่ายหน้ากับนิสัยเจ้าชู้ของน้องมัน 

“ฮ่าๆ โอเค งั้นเดี๋ยวตอนเย็นพี่จะโทรบอกอีกทีว่ากินร้านไหนแล้วกันนะ” 

“ครับ อ้าวพี่ฟิวเจอร์สวัสดีครับ” ออโต้กับไนล์มองไม่เห็นฟิวเจอร์จริงหรอเนี่ย แล้วดูเขาทำหน้าเข้าสิเหมือนจะลุกไปเตะน้องเลยนะนั่น อ้อฉันลืมบอกไปน้องรหัสกับหลานรหัสฉันมันเป็นคนกวนอวัยวะเบื้องล่างมากเลย แถมไม่สนด้วยว่าใครเป็นใคร และที่สำคัญน้องมันไม่ชอบหน้าฟิวเจอร์เท่าไหร่ 

“อืม แน่ใจนะว่ามึงสองคนพึ่งเห็นกู” ประโยคหลังเนี่ยพูดเบาๆเหมือนบ่นแต่เสียใจฉันได้ยิน สองหนุ่มมองหน้าเขาแต่ไม่พูดอะไร ก่อนจะหันมาหาฉัน 

“พี่นินาว งั้นผมสองคนขอตัวก่อนนะครับ ” พูดจบสองหนุ่มก็ยกมือไหว้ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ส่วนฟิวเจอร์ก็หันขวับมามองฉัน พร้อมกับสายตาเย็นชาถ้าเป็นแบบนี้หละก็แสดงว่าต้องโกรธฉันแน่ๆ แล้วก็ต้องพูดเหมือนฉันเป็นคนผิดอีกตามเคย 

“ทำไมไม่เคยบอกว่ามีสายรหัสเป็นผู้ชายทั้งหมด” นั่นไงผิดจากที่คิดไว้ไหมหละนั่นหนะ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว