OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 เวลาที่หยุดนิ่ง

ชื่อตอน : บทที่ 3 เวลาที่หยุดนิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2562 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 เวลาที่หยุดนิ่ง
แบบอักษร

บทที่  3  เวลาที่หยุดนิ่ง

รุ่งเช้าเสียงก๊อกแก๊กในครัวทำให้ชายหนุ่มลืมตามองก่อนจะพบกับร่างของชาช่าที่เดินถือชามบางอย่างที่ควันลอยออกมาและเมื่อหันมาเห็นชายหนุ่มจ้องมองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงขอโทษ

“ข้าคงทำให้ท่านตื่นนอน” 

ชูไม่ตอบแต่เฝ้ามองกิริยาที่ชาช่าทำ  ชาช่าเดินมานั่งข้างเตียงก่อนจะใช้ช้อนคนเป่าบางสิ่งในชาม

“ทานยาก่อนและข้าจะนำอาหารมาให้”  ชาช่าค่อยป้อนยาในชามก่อนจะยิ้มออกมา “ท่านเป็นคนแรกที่กินยาของข้าแล้วไม่บ่นว่าขม”

“ข้าก็รู้ว่ามันขมถึงบ่นออกมา  ก็ไม่ได้ทำให้ความขมของยาลดลง”  ชูบอกออกมาเสียงราบเรียบ

ชาช่าหัวเราะ “นั้นซิท่านพูดถูก” 

ชูมองอากัปกิริยาของชาช่าก่อนจะระบายยิ้มออกมา  น้อยครั้งนักที่เขาจะยิ้มอย่างนี้

“เจ้าช่วยข้าเอาไว้ไม่กลัวเหรอ” 

“ช่วยชีวิตคนใยต้องกลัวด้วย”  ชาช่ามองจ้องชายหนุ่ม

“แต่ข้าเป็นคนแปลกหน้า”

ชาช่าส่ายหน้ายกยิ้ม “ไม่หรอกถ้าเป็นวันแรกนะใช่แต่นี้ข้าอยู่กับท่านมาสองเดือนแล้วนะยังแปลกหน้าอีกเหรอ” 

“...”  สิ่งที่ชาช่าพูดทำให้ชูถึงกับนิ่งพูดไม่ออก 

“เอาล่ะ  อีกสักพักข้าจะพอกยาให้ท่านและทำแผลให้ท่านใหม่” 

ชูพยักหน้าก่อนจะเฝ้ามองชาช่าที่เก็บข้าวของ ร่างเล็กที่เดินไปมาภายในบ้านหยิบจับข้าวของเก็บกวาดภายในบ้าน  นางหันมายกยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยนางจะมานั่งทอผ้าที่ริมหน้าต่าง  เสียงทอผ้าที่ดังขึ้นมาภายในกระท่อมที่เงียบ  ทำให้จิตใจของชูรู้สึกถึงความสงบ  มองใบหน้าที่มุ่งมั่นของหน้า ใบหน้าที่ระบายยิ้มน้อยๆกับสิ่งที่กำลังทำ  ชูรู้สึกดั่งเวลาภายในกระท่อมหยุดนิ่ง มีเพียงแค่เขาและนาง หัวใจที่เต้นส่งเสียงดังออกมาทำให้ชูต้องยกมือกุมหน้าอก

“ข้าชอบที่ตรงนี้  เพราะมันสามารถทำให้ข้ามองออกไปดูข้างนอกได้”  ชาช่าบอกและหันมายิ้ม “เอาไว้ท่านหายข้าจะพาท่านไปเที่ยวแถวนี้รับรองว่าสวยมากๆ  แล้วผ้าผืนนี้ข้าจะทอให้ท่านเพราะว่าอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้วท่านควรมีเอาไว้ใช้” 

ชูมองหญิงสาวตรงหน้าที่สามารถพูดจ้อได้โดยที่เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเลย  จนชาช่าหันมามองด้วยสายตาเศร้า

“ท่านคงหาว่าข้าเป็นผู้หญิงที่พูดมากใช่ไหม”  ชูส่ายหน้า “ยังไง ก็ถือว่าเป็นค่ารักษาก็แล้วกัน”

ชูขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยออกมา

“ค่ารักษา” 

ชาช่าพยักหน้าหัวเราะ “ใช่ซิ  ค่ารักษาของข้าก็คือให้ท่านฟังข้าพูดก็เท่านั้นเอง  เพราะข้าไม่ค่อยมีเพื่อน”  ชูมองก่อนจะเอ่ยออกมา

“พ่อแม่เจ้าล่ะ” 

ชาช่าหันมายิ้มเศร้าสร้อย “พวกท่านเสียไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก  และตั้งแต่นั้นข้าก็ไม่มีใครอีกเลยแม้กระทั่งเพื่อน  ข้าต้องอยู่คนเดียวมาตลอด  สิ่งเดียวที่พอจะมีค่าในตัวข้าก็คือการเป็นหมอรักษา” 

ชูสะอึกอึ้ง “ขอโทษ” และนี้เป็นครั้งแรกที่ชูเอ่ยขอโทษออกมา  “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะเหงา..”  ชูมองใบหน้าของชาช่าอย่างครุ่นคิดทำไมนางยังยิ้มได้  หัวเราะได้  หัวใจของเขาเจ็บแปล็บเมื่อนึกถึงครอบครัวของตนเอง

ชาช่ายิ้ม “นี้อย่าคิดมากเลย  สำหรับข้าแล้วทุกวันนี้มีความสุขดี  และมีความสุขขึ้นอีกเมื่อมีท่านอยู่ฟังข้าพูด”  ชูทำสีหน้าสงสัย “ก็เพราะว่าท่านไม่ช่างพูด  ไม่โอ้อวดตนหรือบังคับใครไง  ชอบทำหน้านิ่งๆเฉยๆ  แต่ข้าไม่สนใจหรอกนะว่าท่านจะฟังหรือไม่ขอแค่เวลาพูดแล้วมีคนอยู่ข้างก็พอ”  ชาช่าอธิบาย 

“งั้นข้าจะจ่ายค่ารักษาให้เต็มที่เลยก็แล้วกัน” ชูบอกออกมาอย่างขำๆ

ชาช่าหัวเราะ “ท่านอย่าเบื่อก่อนก็แล้วกัน”  ชาช่าเอ่ยก่อนจะก้มลงทอผ้าต่อ  และหลังจากนั้นก็จะได้ยินเสียงของชาช่าที่พูดไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข จนแม้กระทั่งเคที่เดินมาหาด้านหน้าก็อดที่จะแค้นเคืองในใจไม่ได้  ได้แต่เดินหนีกลับไป


ชูลุกขึ้นนั่งได้แล้วก่อนจะมองชาช่าที่เดินหมุนไปรอบๆ และมองชูไปด้วย  พร้อมขมวดคิ้วมุ่น

“ข้าจะตัดเสื้อให้ท่านใส่แต่ว่า  ตัวท่านสูงใหญ่จริงๆ  ไม่รู้ว่าผ้าที่ทอเอาไว้จะพอหรือเปล่า” 

ชูมองชาช่าที่ขมวดคิ้วบ้าง ยิ้มบ้างอยู่ข้างตัวก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“เจ้าไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้” 

ชาช่าส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกนะ  อย่างน้อยข้าก็ต้องดูแลท่านให้ดีจนกว่าจะหาย” 

ชูพยักหน้าอย่างยอมแพ้และปล่อยให้ชาช่าวนรอบตัวตนเองเพื่อนวัดตัวของเขา

ชาช่ามองบาดแผลที่ตามตัวของชูก่อนจะยิ้มออกมา

“ดีจริงข้านึกว่ายาของข้าจะไม่ได้ผลแล้ว”  แล้วก็เริ่มพอกยาใหม่ ก่อนจะเอ่ย “นี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะทำแผล  ต่อไปท่านก็จะต้องพยายามขยับร่างกายแขนขาบ้างเพื่อให้พละกำลังฟื้นคืน” 

ชูพยักหน้าช้าๆ  ตลอดหลายวันที่ผ่านมาชาช่าดูแลเขาเป็นอย่างดีมาตลอด  รวมทั้งเขาด้วยที่เฝ้ามองชาช่าทำนู้นทำนี้  มองดูชาช่าในท่าทางต่างๆ  ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำเขาตลอดจนกระทั่งการทำแผลให้  และเฝ้ามองดูนางทอผ้าเดินไปมาพูดคุยและยังเป่าขลุ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะด้วย  มันทำให้ชูมีความสุขที่ได้อยู่แบบนี้จนลืมแม้กระทั่งว่าตนเองมีเป้าหมายอะไร  ลืมเลือนไปทุกสิ่งราวกับเวลาหยุดหมุนอยู่แค่ตรงนี้  ที่นี้ที่กระท่อม


ชาช่าเดินลุยในน้ำก่อนจะพยายามคว้าปลาในน้ำและถึงแม้จะพลาดไปหลายครั้งแต่ในที่สุดก็จับได้  ปลาที่ดิ้นแรงจนกลัวว่ามันจะหลุดจึงใช้สองมือจับและชูขึ้นมาและร้องเสียงดัง

“ดูซิข้าจับปลาได้แล้ว!!!!” 

ชูซึ่งเพิ่งจะเดินได้  แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะออกแรงมากนักยืนมองอยู่ที่ริมแม่น้ำพร้อมกับพยักหน้าและยิ้มตอบ เขาชอบที่ผู้หญิงคนนี้มองเขาด้วยสายตาที่มีแต่รอยยิ้มความสนิทสนม  ไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่รอบตัวเขา  ไม่มีท่าทางหวาดกลัว  ไม่มีท่าทางรังเกียจเขา   และทุกครั้งที่ได้มองมันทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นจนไม่สามารถที่จะถอนสายตาออกมาได้เลย 

ชาช่าเดินเข้ามาหาก่อนจะหัวเราะ  

“ดูซิครั้งแรกเลยที่ข้าจับได้  หัวใจของข้ายังเต้นแรงอยู่เลย”

ชูมองคนตรงหน้าที่ใบหน้าชุ่มไปด้วยน้ำ  แก้มแดงกล่ำเพราะตากแดด   ก่อนจะทรุดนั่งลงจนหน้าของชูและชาช่าเท่ากัน  ชาช่าชะงักเมื่อได้ใกล้ชิดกับใบหน้าของชูจนหน้าแดงมากขึ้นไปอีก

ชูยิ้มพราวก่อนจะก้มลงสัมผัสที่ริมฝีปากของชาช่าแผ่วเบาก่อนจะถอนออกมา  ชาช่าตกใจกับกิริยาของชูจนปลาหลุดมือและร้องออกมา

“ว้าย!!” 

ชูยืนขึ้นก่อนจะขำชาช่าโมโหที่ชูแกล้งก่อนจะชี้หน้า

“ท่านแกล้งข้านี้นา  วันนี้ข้าจะไม่ให้กินข้าวด้วยแล้ว” ชาช่าเอ่ยอย่างงอนๆ ใบหน้ายังคงแดงกล่ำด้วยความเขินอาย  

“ก็ได้เดี๋ยวข้าจับให้ใหม่สองตัวเลย”

ชาช่าหันมาด้วยใบหน้างอ “แต่มันไม่เหมือนกันนี้  ข้าจะภูมิใจมากกว่าที่ตัวเองจับได้” 

ชูมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยออกมา

“งั้นจะให้ทำยังไงเจ้าถึงจะหายโกรธ” 

ชาช่าทำท่านึกก่อนจะเอ่ยออกมา

“ท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”

ชูมองก่อนจะพยักหน้า  “ได้เรื่องอะไร” 

ชาช่ายกยิ้ม “รอให้ท่านหายก่อนเถอะ” 

ชูมองใบหน้าเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวก่อนจะยิ้มออกมา 

“คงไมใช่ให้ข้ามาเป็นทาสเจ้าหรอกนะ” 

ชาช่าขำก่อนจะเดินนำหน้าไปที่กระท่อม  ชูเดินตามแต่สักพักก็ได้รับสัญญาณอะไรบ้างอย่างจนกระทั่งต้องเอ่ยออกมา

“เจ้าเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ  ข้าจะขอเดินไปตรงนั้นสักประเดี๋ยว” 

ชาช่าหันมามองอย่างเป็นห่วง

“ระวังนะ  ฟ้าใกล้มืดแล้วอันตราย”

ชูยิ้ม “ถ้าเห็นว่านานแล้วข้ายังไม่เข้าไปเจ้าก็มาตามข้าได้” 

ชาช่ามองตามด้วยความกังวล “เอาเป็นว่าถ้าข้าเป่าขลุ่ยแล้วท่านก็กลับมานะ”  ชูพยักหน้าหันเดินเข้าไปในป่าทึบ


ชูยืนนิ่งใบหน้าเรียบสนิทเย็นชาเช่นเดิม  ซาไนมองก่อนจะรู้สึกเจ็บปวดใจ  นี้เป็นเพียงใบหน้าเดียวที่นางได้เห็นแต่ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้กับได้เห็นใบหน้าที่อ่อนโยนยิ้มเล่นหัวและสายตาที่ชูมองก็อบอุ่นอ่อนโยนยิ่งนัก  ซาไนอยู่ในห่วงคำนึงจนกระทั่งเสียงเย็นชาของชูเอ่ยออกมา

“เจ้ามาช้ายิ่งนัก” 

ซาไนก้มหน้าเอ่ยขอโทษก่อนจะเอ่ยออกมา “ความจริงข้าทราบนานแล้วเพียงแต่ว่าท่านสลบอยู่ดังนั้นข้าจะคอยอยู่แถวนี้และสร้างข่ายมนตร์เอาไว้รอบๆเพื่อป้องกันพวกอสูรที่ตามหาท่านด้วย” 

ชูกำหมัดแน่น “สรุปว่าเป็นพวกใดกันแน่!!” 

“เป็นคนขององค์ชายใหญ่”  ซาไนเอ่ยออกมา

ชูไม่แปลกใจเลยว่าเป็นพี่ใหญ่ “ข้าก็ว่าแล้ว เพียงแต่ว่าพี่รองล่ะไม่ได้รู้เรื่องหรือ” 

ซาไนส่ายหน้า “องค์ชายรองถูกสั่งให้นำทัพไปรักษาเขตแดนทางด้านตะวันออกคงไม่รู้เรื่องอันใดและปานนี้ก็ยังไม่ได้กลับเข้ามา” 

ชูขมวดคิ้ว “เป็นไปไม่ได้ที่พี่ใหญ่จะทำเรื่องใดไม่ปรึกษาพี่รอง” 

ซาไนฟังขมวดคิ้ว “การก่อกบกฎครั้งนี้ไม่ได้มาจากปากขององค์ชายรองแต่มาจากท่านเสนาบดีที่ออกหน้า  และตอนนี้ท่านเจ้าอสูรกับโฟโฟก็โดนคุมขังอยู่” 

ชูนิ่งใช้ความคิด  “งั้นเจ้านำสารนี้ไปให้พี่รองดูและถ้าเขาจะร่วมมือกับข้าก็ให้ทำตามที่ในสารบอกแต่ว่าถ้าเขามีท่าที่ไม่ประสงค์จะร่วมมือเจ้าก็จัดการได้เลยและควบคุมกองกำลังทั้งหมดเอง”  ซาไนรับคำสั่งก่อนจะจากไป พอดีกับที่เสียงขลุ่ยของชาช่าที่เริ่มดังขึ้น  ชูเดินไปหาเสียงนั้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม


ชาช่านั่งเป่าขลุ่ยอยู่ที่เก้าอี้ทอผ้าสายตาก็เฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง  จนกระทั่งประตูปิดลงเสียงขลุ่ยจึงเงียบพร้อมกับรอยยิ้มที่ชาช่าส่งมาให้กับชู  ชูมองก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะตัวเล็กๆที่วางกับข้าวเอาไว้จนเต็มโต๊ะ 

“ข้าทำเพื่อท่านเลยนะ” ชาช่าเอ่ยเสียงใสก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามพร้อมกับอธิบาย “นี้ดูซิผัดผักนี้ข้าก็รวมสารพัดผักเพื่อบำรุงร่างกายของท่าน ส่วนจานนี้เป็นเนื้อเอาไว้บำรุงอวัยวะซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกายส่วนนี้......”

ยังไม่ทันที่ชาช่าจะเอ่ยจบ  เนื้อชิ้นหนึ่งก็ตรงเข้าปากของชาช่าจนต้องรีบเคี้ยว

“กินเถอะ  ไม่ต้องบรรยายหรอก” ชูเอ่ยพร้อมกับยิ้มขำชาช่าที่ส่งสายตาค้อนมาให้ก่อนจะคีบอาหารส่งมาที่จานของชู

“งั้นก็กินมากๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง” 

“เจ้าเองก็ด้วย  ไม่ใช่บำรุงข้าเสียจนตัวเองต้องอด”

ชาช่าหัวเราะ “นี้ข้าเป็นหมอย่อมต้องดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”  ชูพยักหน้า  “นี้พรุ่งนี้ข้าจะไปเก็บสมุนไพรท่านจะไปกับข้าหรือเปล่า”  ชูมองชาช่าที่เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยก่อนจะพยักหน้า

“เอาซิ  ข้าก็เบื่อนั่งๆนอนอยู่ที่บ้านแล้ว” 

“แต่ว่าจะไหวหรือเปล่า   ร่างกายท่านยังเคลื่อนไหวไม่ดีเลย  ถ้าออกแรงมากๆจะ..” 

“ไม่ต้องห่วง  ข้าก็ย่อมรู้ตัวเองดีว่าไหวหรือไม่”  ชูเอ่ยเสียงเยียบเย็น 

ชาช่ามองก่อนจะยิ้ม  ชาช่าไม่รู้หรอกว่าเสียงเยียบเย็นนี้ทำให้ใครต่อใครกลัวนักหนาแต่กับชาช่ากับเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติ จนบางครั้งชูก็อดแปลกใจไม่ได้  ถึงน้ำเสียงที่เอ่ยจะไม่มีความแข็งกร้าวแต่ว่าก็ยังคงไปด้วยความเยียบเย็นแต่ชาช่ากับเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้เกรงกลัวเสียงของชูแต่อย่างใด 


รุ่งเช้าชาช่าลุกมารอชูที่หน้าประตูแต่เช้าชูเปิดออกมาก็พบกับรอยยิ้มที่ทำให้รอบสดใสจนชูเองยังต้องยิ้มตามออกมาด้วย  ชาช่าเดินเข้ามาเอียงคอมองชูอย่างพิจารณา                

“ความจริงเวลาท่านยิ้มก็น่ารักดีนะ” 

คำว่าน่ารักเมื่อชูฟังแล้วกับรู้สึกตลกที่ชาช่านำมาใช่เปรียบกับตนเอง  จนต้องขำออกมา

“เจ้าขำอะไร” ชาช่าเอ่ยถาม

ชูส่ายหน้าก่อนจะคว้าตะกร้ามาถือเสียเองพร้อมกับทำมือให้ชาช่าเดินนำไป  ชาช่าเดินนำพร้อมกับคำพูดมากมายที่พูดออกมาชวนชูคุย  ชูมองร่างน้อยที่ยังส่งเสียงพูดคุยไม่หยุด  ชาช่าไม่ได้ต้องการคำตอบเพียงแต่ต้องการที่จะพูดเท่านั้นชูเองก็ไม่ต้องการตอบได้แต่เพียงฟังอย่างเดียวและก็ยิ้มกับเสียงที่คุยจ้อไม่หยุดแม้แต่ลมที่พัดยังสามารถนำมาคุยได้เป็นเรื่องเป็นราวจนชูต้องยิ้มออกมา

“นี้ไม่เมื่อยหรือไงพูดไม่หยุด” 

ชาช่าหันมามองก่อนจะส่ายหน้า “ไม่หรอก  ท่านเป็นคนแรกที่ได้ฟังแบบนี้นะ  สำหรับข้าเองถ้าไม่ได้สนิทกับใครก็คงไม่พูดขนาดนี้” 

“เจ้าว่าเป็นเพราะสนิทกันงั้นเหรอ  แล้วข้าไปรู้จักสนิทกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!” 

ชาช่ามองชูที่ย้อนถามมา “ก็ตั้งแต่ท่านป่วยไม่รู้สึกตัวข้าต้องคอยคุยเป็นเพื่อนท่านแล้ว  หรือว่าท่านไม่รู้”  ชูพยักหน้ายอมรับ  จริงอยู่ช่วงนั้นที่เขาไม่ได้สติแต่ก็ยังมีความรู้สึกว่ามีเสียงหนึ่งที่คอยพูดคอยเรียกเขาอยู่



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น