Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ชื่อตอน : Special Hokkaido 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 01:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Hokkaido 2/2
แบบอักษร

เขาว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอซึ่งมันก็จริงสำหรับพวกเขาทั้งสองคนในช่วงเวลา6วันที่ผ่านมาแม้พวกเขาจะได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอย่างซัปโปโรที่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นช่วงที่มีงานเทศกาลหิมะและน้ำแข็งแกะสลักที่คืกครื้นเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติไม่เว้นแม้แต่ชาวญี่ปุ่นแต่ทว่าคนก็มาเดินเที่ยวเล่นเยอะพอควร

นอกจากนั้นพวกเขายังได้เดินทางไปที่เมืองนิเซโกะที่เป็นสกีรีสอร์ทชื่อดังของฮอกไกโดแต่หากถามว่าเล่นเป็นรึเปล่าแน่นอนว่าไม่เลยและมันค่อนข้างจะยากสำหรับแสตมป์เพราะเขาล้มไปหลายรอบพวกเขาทั้งสองต่างเป็นมือใหม่ที่อยากลองเล่นสักครั้งหนึ่งดูจนมีคู่รักชาวญี่ปุ่นคู่หนึ่งได้เห็นพวกเขาเลยสอนเล่นแบบง่ายๆและแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณรวมทั้งขอถ่ายภาพด้วยเป็นที่ระลึกของความทรงจำดีๆในฮอกไกโด ที่ขาดไม่ได้คงเป็นโนโบริเบทสึแหล่งแช่ออนเซ็นเพื่อสุขภาพซึ่งที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่แสตมป์เองก็ภูมิใจนำเสนอให้กับสกายเพราะน้ำพุที่นี่เป็นน้ำพุที่นอกจากบริสุทธิ์แล้วนั้นยังมีลิงภูเขามากมายลงมาแช่น้ำออนเซ็นด้วยทำให้การแช่ออนเซ็นสำหรับทริปนี้ดูต่างไปจากเดิมยังมีสถานที่อีกมากมายที่เป็นสถานที่ดีๆสำหรับพวกเขาทั้งสองแม้ว่าจะมีการหลงทางบ้าง พลาดจากรถบ้าง(เผลอตื่นสาย)แต่มันก็คุ้มค่าในทุกๆสถานที่ที่พวกเขาได้ไปเยี่ยมเยือนเพราะมันก็ต่างสวยงามไปหมดหากจะให้เขาเล่าเรื่องราวทุกๆสถานที่นั้นมันก็คงไม่พอแน่ๆ

พรุ่งนี้ตอนเที่ยงก็หมดเวลาของทริปฮอกไกโดของพวกเขาแล้ว….ยังไม่อยากกลับเลย

“ยังไม่อยากกลับเลยเนอะ” 

แสตมป์เอ่ยขึ้นลอยๆในขณะที่สายตาของเขาทอดมองไปทางด้านหน้ามองทิวทัศน์ช่วงเวลาค่ำคล้ายอยากจะดื่มด่ำบรรยากาศนี้เอาไว้ สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของทริปคือฮาโกดาเตะ อีกหนึ่งสถานที่สุดฮอตที่ทุกทัวร์ที่ได้มาฮอกไกโดนั้นต้องมาปิดท้ายผู้คนมากหน้าหลายตาก็มาชมทิวทิศน์ความสวยงามของเมืองฮอกไกโดจากชั้นบน และฮาโกดาเตะเป็นสถานที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอันดับหนึ่งในสามเมืองของโลกซึ่งนับว่าเป็นที่น่ายินดีของชาวฮอกไกโดมากเพราะไม่ว่าใครได้ขึ้นมาต่างก็ยอมรับว่าภาพวิวตรงหน้านั้นสวยเกินที่จะละสายตาไปจากที่นี่ได้เลย และต้องขอบอกเลยว่าแสตมป์นั่งลุ้นแทบตายว่าเขาจะจองตั๋วมันทันรึเปล่าซึ่งมันก็ทันทำเอาเขาแทบอยากจะลัดมาที่นี่ให้ไวๆเลยแต่เพียงต้องอดทนไว้เพราะเขาอยากปิดทริปนี้ด้วยภาพที่แสนสวยงาม

“….”

“พี่สกาย?” แสตมป์ขมวดคิ้วเล็กน้อยที่อีกฝ่ายนั้นไม่ได้พูดจากับตนซึ่งมันผิดแปลกไปจากเดิมแสตมป์เลยเรียกอีกฝ่ายก่อนที่ดวงตาสีเข้มของเขาจะหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

สกายเองก็มองเขาอยู่ด้วยเช่นกันไม่ได้มองภาพวิวตรงหน้าเลยและที่มากกว่านั้นคือทำหน้ายักษ์ใส่เขาอีกราวกับว่าแสตมป์ได้ทำสิ่งที่เขาไม่ค่อยพอใจนัก

“พี่ไม่ชอบเหรอ?” แสตมป์ถามออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักแต่วิวตรงหน้ามันก็สวยดีไม่ใช่รึไงกัน

“เปล่า มันสวย…”

“แล้ว….?”

“พี่แค่ไม่ชอบที่แสตมป์ทำแบบนั้น….”

เมื่อได้ยินที่มาของใบหน้ายักษ์ของอีกฝ่ายทำเอาแสตมป์แทบอยากยกมือขึ้นมากุมขมับตัวเอง นี่ยังงอนเขาเรื่องเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเนี่ยนะ?!



30นาทีก่อน

“แสตมป์ เราต้องไปทางไหนกันต่อนะ?” ร่างสูงเอ่ยถามออกมาขณะที่เขาชะเง้อมองทางขึ้นไปชั้นบนตอนนี้คนก็เริ่มเยอะมากทำให้เขามองไม่ค่อยเป็นป้ายอะไรเท่าไหร่นักแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะจับมือของแสตมป์ไว้เพื่อไม่ให้เขาได้คลาดจากกัน

“เอ แปปนะครับ” แสตมป์พูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักเอาจริงๆถึงจะรู้ว่าคนเข้ามาก็เยอะอยู่ก็เถอะแต่พอคนเยอะจนเขาแทบมองอะไรไม่เห็นทำเอาเขาก็ไปต่อไม่ถูกเลยตัวของเขาเองก็พยายามชะเง้อมองหาทางที่จะขึ้นไปชั้นบนด้วยกัน


พลั่ก!


แต่ทว่าด้วยความประมาทของตนเองทำให้เขาไม่ได้ระวังจนเขาถูกใครสักคนชนไหล่ตอนเขย่งตัวขึ้นแล้วเสียหลักทันที

“แสตมป์?!”

“อ๊ะ ขอโทษนะ!”

 หญิงร่างใหญ่ที่ไม่ได้เพราะความอ้วนแต่เพราะความสูงและสัดส่วนคนหนึ่งที่เป็นชาวยุโรปรีบเอ่ยขอโทษแสตมป์เมื่อหล่อนเป็นคนชนไหล่อีกฝ่ายเอง แสตมป์พยักหน้าหงึ่กๆให้แล้วยิ้มเชิงว่าเขาไม่เป็นอะไรก่อนจะลุกขึ้นตามแรงดึงของสกายช้าๆ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมประมาทเอง”

“ค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ” หญิงคนนั้นเอ่ยขอโทษอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด แสตมป์เลยยกมือโบกไปมาเชิงว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆแต่เขาก็นึกบางอย่างได้

“ขอโทษนะครับ ขอถามทางที่ขึ้นกระเช้าด้านบนได้ไหมครับว่าไปทางไหน”

หญิงคนนั้นทำท่านึกคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดอะไรสักอย่างด้วยสำเนียงภาษาถิ่นตนที่แสตมป์และสกายไม่อาจฟังรู้เรื่อง

“ไปทางด้านซ้ายสุดเลยค่ะแล้วก็จะมี….” พอหญิงสาวได้บอกทิศทางการไปแล้วแสตมป์ก็ตั้งอกตั้งใจฟังเพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลในการเดินทางไปยังเป้าหมายสุดท้ายอย่างชมวิวในเมือง

“อ้อ ครับ ขอบคุณมากนะครับ” พอแสตมป์ได้เข้าใจแล้วเขาก็ยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายอย่างอัธยาศัยดีพร้อมยื่นมือให้เชิงขอบคุณ

จุ๊บ!

“!!!” ทั้งแสตมป์และสกายต่างอึ้งไปในทันทีที่หญิงสาวตรงหน้าพวกเขาดึงแสตมป์เข้ามาใกล้แทนแล้วหอมแก้มลงบนแก้มแสตมป์จนมีรอยลิปติดมาด้วย

“ด้วยความยินดีค่ะ บายๆ” หญิงสาวคนนั้นหัวเราะนิดๆเชิงชอบใจกับใบหน้าอึ้งของทั้งสองก่อนจะเดินออกไปแสตมป์เองที่ยังช็อตอยู่เขาก็นิ่งหงันไปเลยจะบอกว่าเขินก็เขินจะบอกว่าตกใจมันก็ตกใจจริงๆ

สกายที่ได้สติแล้วก็มุ่ยหน้านิดๆเขาไม่รู้หรอกว่ามันเป็นประเพณีหรือธรรมเนียมอะไรแต่การหอมแก้มแฟนของเขาต่อหน้าเขามันหยามมากเลยนะ! (หวง) สกายเลยหยิบทิชชู่ด้านหลังเป้ของแสตมป์ขึ้นมาลบลอยลิปสติกสีชมพูเข้มนั้นออกโดยไม่ได้พูดออะไร

ส่วนแสตมป์เองที่หลังจากสกายเช็ดให้เขาก็รีบทำเหมือนไม่มีอะไรโดยไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายเพียงแค่จูงมือให้อีกฝ่ายไปทางขึ้นกระเช้าเพื่อชมวิวด้วยกันจากด้านบนไวๆ



และนั่นก็ทำให้แสตมป์ไม่รู้เรื่องเลยว่าอีกฝ่ายกำลังเคืองนับจากนั้นจนถึงตอนนี้…ไม่น่าละ ทำไมไม่พูดอะไรออกมาเลย!

“พี่สกาย แต่ผมไม่ใช่ฝ่ายหอมแก้มเขานะ” จะมางอนอะไรเขากันล่ะ เขาไม่ได้เป็นฝ่ายหอมแก้มนะ!

“……..พี่หวง”

“ผมรู้ แต่มันผ่านไปแล้วนะแถมพี่ก็เช็ดให้จนมันหายไปแล้วไม่ใช่เหรอ” แสตมป์เลยแตะแก้มที่เคยโดนหอมออกมาเบาๆ

“ไม่อ่ะ มันยังไม่หมดเลย”

“หือ จริงอ่ะ งั้นเดี๋ยว….” แสตมป์ที่กำลังจะเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อหยิบทิชชู่ออกมาชะงักไปนิดๆเมื่อสกายจับไหล่ของเขาไม่ให้จับกระเป๋าเพื่อหยิบของในนั้นง่ายๆก่อนจะหอมแก้มแสตมป์เบาๆตรงบริเวณที่หฯงคนนั้นได้หอมแก้มเขาไป

“!”

“หายแล้ว” สกายเลยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผละออกมาอย่างพอใจส่วนแสตมป์เองก็หน้าแดงเล็กน้อยไม่ลืมที่จะตีแขนอีกฝ่ายด้วยแรงที่ไม่หนักมาก

“เดี๋ยวเถอะครับ!”

“คราวหลังระวังตัวหน่อยสิ ก็หวงนี่นา”

“เฮ้อ……” แสตมป์ถอนหายใจออกมาเบาๆกับความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นสกายเป็นแบบนี้ไม่สิ…นับครั้งได้ด้วยซ้ำเพราะสกายเองก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลหรือความอดทนนอกจากว่านั้นจะเกินความอดทนของเจ้าตัวจริงๆและที่เขารู้สึกได้อีกอย่างหนึ่งคือยิ่งพอได้คบกันนานขึ้นเท่าไหร่อีกฝ่ายก็เริ่มแสดงอาการหวงให้เขาเห็นมากขึ้นด้วยซึ่งมันก็ดูน่ารักดี

“ผมเข้าใจแล้วครับ คราวหลังจะระวังตัวนะ ขอโทษน้า” แสตมป์ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มของคนสูงเบาๆ สกายเลยจับมือที่อีกฝ่ายหยิกแก้มของเขาก่อนที่กุมมืออีกฝ่ายเอาไว้

“ถ้าใครทำอีกคราวหลังพี่จะทำให้เขาดูว่าแสตมป์เป็นของพี่” สกายพูดเชิงเล่นเชิงขู่เล็กน้อย แสตมป์ที่ได้ยินแบบนั้นก็มุ่ยปากนิดๆ

“อย่าได้ทำเชียวนะ!” แสตมป์เลยแยกเขี้ยวออกมาหน่อยๆเขาไม่รู้หรอกว่าอีกคนพูดจริงหรือเล่นแต่ทำจริงเขาได้โวยวายลั่นแน่!

“ไม่รู้ไม่ชี้หรอก ฮึ” แม้ว่าสกายจะตอบออกไปแบบนั้นทว่าก็เริ่มมีรอยยิ้มอกมาเล็กน้อย โกรธได้นานที่ไหนกัน…แปปเดียวเขาก็หายแล้วเพียงแต่แค่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกของเขาเท่านั้นเอง

“ครับๆ ยอมก็ได้”

สายลมหนาวที่เริ่มพัดพาขึ้นมาด้านบนนั้นทำให้ผู้คนที่แม้จะมากันมากมายแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือร้อนมากนัก หลายคนต่างมากันในหลากหลายรูปแบบบางคนก็มากับเพื่อนฝูง บางคนก็มากับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทและก็มีบางคนที่มาเป็นคู่รักอย่างพวกเขาทั้งสองคนและยิ่งค่ำมืดเมื่อไหร่แสงไฟจากเมืองด้านล่างยิ่งส่องสว่างสวยมากขึ้นเท่านั้นแสตมป์และสกายต่างรับบรรยากาศตรงหน้าด้วยความสุขและอิ่มเอมเล็กๆ

“เหนื่อยไหมครับคุณไกด์”

“ไม่เหนื่อยหรอกครับเพราะมีคุณลูกทัวร์อยู่ด้วยนี่นา”

 แสตมป์ว่าพลางขยับตัวไปซุกอีกฝ่ายนิดๆอย่างเอาใจ ตลอดที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นซะตลอดไม่ว่าจะในทริปหรือเที่ยวครั้งนี้นั้นมันไม่เหมือนกันเลย ในทริปเขาต้องเป็นคนหนึ่งที่รับผิดชอบทุกอย่างไม่ใช่ลูกทัวร์ที่ต้องรับผิดชอบแต่ในการเที่ยวครั้งนี้แม้ว่าจะมีการผิดพลาดขึ้นมาบ้างแต่เขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองรับผิดชอบอยู่ฝ่ายเดียวเพราะยังมีสกายอีกคนที่เหมือนคอยรับความรับผิดชอบของเขาไปอย่างทีละนิดไปด้วยและนั้นทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตนเองเหนื่อยเลย

“พี่ชอบทริปนี้นะ”

“จริงเหรอ?” แสตมป์ถามออกมาตื่นเต้นเมื่อได้ยินประโยคที่เขารอคอยอยู่ สกายหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะนั่งลงบนม้านั่งยาวด้านหลังที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาชมวิวกัน

“จริงสิ ทริปนี้เที่ยวได้คุ้มมากแถมพวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา” เมื่อพูดจบสกายก็ยกฝ่ามือเล็กขึ้นมาให้กางออกก่อนจะเลื่อนให้มาแนบที่แก้มอุ่นของเขาเบาๆ “อยู่ด้วยกันตลอดเวลาอย่างที่เคยคิดกัน ได้เที่ยวได้กินทุกอย่างที่อยากกินและแถมได้อยู่กับคนพิเศษแบบนี้ไง”

“ปากหวานนะเรา หมดเขาจะตายทั้งรังเอา” แสตมป์เลยอดที่จะแซวอีกฝ่ายแต่มันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่าทริปนี้เป็นทริปที่พิเศษสำหรับพวกเขาทั้งสองคนจริงๆเพราะพวกเขาได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาที่พวกเขาได้วางแผนด้วยกันและได้ไปในสถานที่ที่อยากไปแม้แสตมป์จะบอกได้ตรงนี้เลยว่าสิ่งดีๆในฮอกไกโดยังมีอีกมากมายที่พวกเขาทั้งสองคนยังไม่ได้ไปแวะชมเลยแต่ก็หวังว่าจะมีอีกสักครั้งหนึ่งที่ได้กลับมาที่เกาะแห่งนี้อีกก็มันเป็นสถานที่ที่เขาฝันเอาไว้นี่นาว่าตนเองก็อยากพาคนที่ตัวเองรักได้มาเที่ยวในทริปพิเศษที่เขาจัดขึ้นมาแบบนี้

และต้องเป็นคนนี้คนเดียวเท่านั้น :p

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” สกายได้จังหวะแซวคืนก็ไม่ปล่อยให้มันพลาดไปนิ้วยาวก็ยิ้มที่ริมฝีปากของแสตมป์เบาๆ แสตมป์เลยงับนิดๆเชิงหมั่นไส้เล็กน้อย

“โอ๊ยย”

“แบร่” แสตมป์ปล่อยนิ้วอีกฝ่ายเป็นอิสระเมื่ออีกฝ่ายได้ร้องโอดโอยออกมา สกายเลยสะบัดนิ้วชี้ของตนเองเบาๆจริงๆก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอกแค่เหมือนมีอไรมาหนีบนิ้วเขาเบาๆเอง

“แสตมป์ครับ”                                                         

“ครับ”

“หยิบน้ำในกระเป๋าเล็กของแสตมป์ให้พี่หน่อยพี่หิวน้ำแล้ว” สกายว่าพลางเอนตัวลงม้านั่งยาวอย่างสบายๆ แสตมป์พยักหน้าหงึ่กๆก่อนจะหยิบกระเป๋าที่อยู่ด้านข้างออกมา พวกเขาต่างมีน้ำกันคนละขวดสำหรับการเดินทางไปแต่ละที่แต่เท่าที่เห็นวันนี้คือสกายกินน้ำเก่งมากและมันก็หมดขวดก่อนพวกเขาจะขึ้นกระเช้ามาที่นี่ซะอีก สงสัยคงเหนื่อยน่าดูเลยและน้ำขวดเล็กที่เขาซื้อมาจะพอสำหรับอีกฝ่ายไหมนะ

“อืมม…” ด้วยความมืดที่พวกเขาทั้งสองอยู่ชั้นบนแสงดวงอาทิตย์ก็ลับฟ้าไปนานแล้วทำให้แสตมป์มองหาอะไรไม่เจอมือของเขาเลยควานหยิบขวดน้ำแทน

“…..?” แสตมป์ชะงักเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างในกระเป๋าของตนเอง…บางอย่างที่เขาไม่คุ้นเอาซะเลยมือที่จะหยิบขวดน้ำก็เลื่อนมาจับวัตถุบางอย่างที่เป็นกล่องเล็กๆแถมกล่องเรียบหรูสวยอีกต่างหาก

“มันไม่ใช่ของผมนี่นา ของพี่เหรอครับ?”

“ลองเปิดดูสิ”สกายไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่ายแล้วเชิญชวนให้อีกฝ่ายลองเปิดกล่องเอาเองเพื่อที่จะได้รู้คำตอบที่เจ้าตัวสงสัย แสตมป์เองก็ชั่งใจอยู่นิดๆแต่ก็ค่อยๆลองเปิดกล่องในมือของตน

ทันทีที่เขาเปิดกล่องนั้นทำเอาแสตมป์ชะงักไปทันทีแม้ว่าที่แห่งนี้จะค่อนข้างมืดแต่ภาพตรงหน้าของตนเองคือแหวนสองวง แหวนสองวงที่เป็นเงินแท้ชุบทองคำขาวทำให้มันดูเปล่งประกายแม้ว่าจะอยู่ที่มืดและมันไม่เพียงเช่นนั้นมันยังมีเพชรกะรัตเล็กๆฝังอยู่ด้านในเม็ดหนึ่งทั้งสองวงแถมนอกจากแหวนทั้งสองวงแล้วยังมีกระดาษเล็กๆที่สอดในกล่องนี้อีกด้วย

‘หมั้นกันนะครับ แสตมป์ J’

“พี่….”

“หมั้นกันนะ?” สกายโอบไหล่ของแสตมป์ที่กำลังอึ้งกับภาพตรงหน้าอยู่แล้วเนียนหอมแก้มของแสตมป์เบาๆ ส่วนแสตมป์เองก็หน้าแดงแผ่วออกมาอีกฝ่ายเอากล่องมาใส่ในกระเป๋าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ “ทำไมเงียบไปล่ะ ไม่อยากหมั้นกับพี่เหรอ?” พอไม่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายสกายก็ทำเสียงเหมือนหมาหงอยลงไปเล็กน้อย

ฟึ่บ…

แสตมป์ขยับไปสวมกอดอีกฝ่ายทันทีโดยใบหน้าของเขาก็ซุกลงอกที่อบอุ่นของอีกฝ่าย ความรู้สึกหลายๆอย่างของเขามันตีกันยุ่งเหยิงไปหมดเขาทั้งดีใจ ตกใจและตื้นตัน…ไม่เคยโดนขอหมั้นมาก่อนแม้จะเห็นมากมายในละครหรือนวนิยายเขาก็ไม่ได้คิดว่าสักวันจะมีโดยเป็นเรื่องของตัวเอง….มันอื้ออึงไปหมดเลย

สกายเองก็ยกมือมาลูบเรือนผมสีเทาของแสตมป์อย่างอ่อนโยนเบาๆก่อนที่มือของเขาจะวางลงบนหัวของอีกฝ่ายไว้อย่างนั้นส่วนมืออีกข้างก็โอบกอดเอาไว้

“พี่ไม่รู้จะทำยังไงให้มันโรแมนติคสำหรับพวกเราดี แต่คิดว่าเวลานี้แหละที่…!”

สกายยังเอ่ยไม่ทันได้จบแสตมป์ก็ดึงคอเสื้อของเขาให้ก้มลงมาก่อนที่แสตมป์จะประกบริมฝีปากเพื่อที่จะจูบอีกฝ่ายเบาๆ สกายเลื่อนมือของตนเองมาจับใบหน้าของแสตมป์ไว้แล้วจูบกลับไปอย่างไม่ยอมเหมือนกันทั้งคู่ต่างจูบกันไปมาอย่างอ่อนหวานและอ่อนโยนเวลาแบบนี้ไม่สนใจใครแล้ว

จนกระทั่งพอควรสกายก็เป็นฝ่ายผละออกเพราะกลัวแสตมป์จะหายใจเอาไม่ทันแต่ถามว่าเสียดายไหม….หึ (ยิ้มเป็นคำตอบ)

“ว่าไงครับ”

“ผมตกลงตั้งแต่เห็นแหวนแล้วครับ…” แสตมป์ตอบด้วยใบหน้าแดงก่ำสายตาก็หลุบลงไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายเรื่องอะไรจะให้เงยหน้าไปมองล่ะก็เมื่อกี้เขาตัวเริ่ม!

“.愛してるよ。(รักนะครับ)” สกายพูดภาษาญี่ปุ่นออกมาแม้เขาไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเหมือนแสตมป์แต่เรื่องแบบนี้เขาใส่ใจมากเลยนะ

“พูดเป็นด้วยเหรอครับ?”

“แน่นอนครับพี่เก่ง”

“จ้า งั้นเรามาคุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่นตลอดเลยเนอะ?” แสตมป์แกล้งแหย่อีกฝ่ายเล่นและมันก็ได้ผลเพราะตอนนี้สกายทำหน้ามุ่ยมากเลยทีเดียว

“ไม่เอาครับ พี่พูดเป็นแค่ประโยคเดียวเอง…” ให้พูดภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเขาก็ฟังไม่รู้เรื่องพอดีน่ะสิ

“ฮ่ะๆๆ ยอมรับซะทีนะ” แสตมป์หัวเราะออกมาก่อนจะบีบจมูกสกายอย่างหมั่นไส้ สกายเองก็เอามือบางออกจากจมูกของตนเองแล้วเข้าเรื่องต่อ

“เดี๋ยวพี่สวมแหวนให้นะ”

“ครับ”

สกายจับมือด้านซ้ายของแสตมป์ขึ้นมาด้านหน้าของตนเองมืออีกข้างก็หยิบแหวนในกล่องนั้นขึ้นมาก่อนจะค่อยๆสวมลงที่นิ้วนางให้อีกฝ่ายช้าๆ แสตมป์ตอนนี้นั้นเขาก็มองอีกฝ่ายอย่างละสายตาไม่ได้เลยคนคนนี้กำลังขอเขาหมั้นจริงๆเหรอเนี่ย…พวกเขาจะได้หมั้นแล้ว

จุ๊บ

หลังจากสวมแหวนเสร็จแล้วสกายก็จูบเข้าที่นิ้วที่สวมแหวนของอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะยิ้มออกมาไม่ยอมปล่อยมือจากแสตมป์ แสตมป์แอบเขินเล็กน้อยเลยมองทางอื่น

“จะให้ผมเขินตัวแตกรึไงครับเนี่ย…”

“ไม่เอาหรอก แสตมป์ตัวแตกแล้วพี่จะอยู่กับใคร ฮ่าๆ” สกายหัวเราะออกมาแล้วยอมปล่อยมือเรียวของอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะหยิบอีกวงขึ้นมาสวมส่วนแสตมป์เองก็ดูแหวนในมือของตัวเอง

“ผมมีความสุขนะ…” แสตมป์พูดออกมารอยๆในสายตาของเขายังไม่ละจากแหวนวงนี้แม้ว่าน้ำเสียงของเขานั้นกำลังสั่นคลอเล็กน้อย เขาไม่ได้โกหกเพียงแต่มันดีใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาเท่านั้นเอง

“พี่ก็มีความสุขครับ” สกายยกมือขึ้นมากุมมือด้านขวาของแสตมป์ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองสวมแหวนหมั้นเป็นอันเรียบร้อยแล้ว ความตั้งใจของสกายเองก็ไม่ได้อยากให้งานหมั้นยิ่งใหญ่อลังเขาแค่ของให้มีเขากับอีกฝ่ายก็พอแล้วเรื่องแต่งงานค่อยว่ากัน

“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าพี่จะหมั้นกับคนบ้าๆอย่างผมน่ะ” แสตมป์อมยิ้มออกมาก่อนจะปาดน้ำตาของตนเองนิดๆมันดีใจจนทำอะไรไม่ถูกและเพราะแบบนั้นทำให้น้ำตาของเขาเองก็ไหลออกมาไม่หยุดเช่นกัน

“ร้องไห้ทำไมครับ” สกายถามออกมาแม้จะรู้อยู่แก่ใจเขาเลยดึงแสตมป์มาใกล้ตนเองแล้วสวมกอดลูบหลังเบาๆคล้ายปลอบโยน

“ดีใจนะ…ฮึก”

“ครับๆ คนดีใจเขาไม่ร้องไห้กันนะรู้ไหม?” สกายจูบลงที่หน้าผากมนของอีกฝ่ายเบาๆส่วนแสตมป์เองก็ส่งเสียงตอบกลับมาเล็กน้อยโดยใบหน้าของเขาก็ไม่อยากผละออก

“รออีกสักหน่อย…ก็เป็นงานแต่งของเราแล้ว”

“จริงเหรอครับ?”

“ครับ วันนั้นแสตมป์จะได้ร้องไห้แบบนี้ใหม่แน่ๆ”

“พี่อ่ะ!” แสตมป์มุ่ยปากตัวเองเล็กน้อยแล้วกัดไหล่กว้างของอีกฝ่ายซะเลยแม้ว่าจะสวมเสื้อกันมาหลายชั้นก็เถอะ

“ฮ่ะๆๆ ต้องแกล้งเจ็บไหมครับ” สกายแหย่อีกฝ่ายเล่นแล้วหัวเราะเชิงชอบอกชอบใจ

เป๊าะ!

แสตมป์เลยเอาคืนใหม่โดยการดีดหน้าผากอีกฝ่ายเอาซะเลย เอาซิ ตรงนี้ไม่มีอะไรคลุมไว้ด้วย

“อ๊ะ กล้าเหรอเรา” สกายเลยจับตัวคนซนเชิงจะดุแต่แสตมป์กลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แทน

“กลัวทำไมล่ะครับ”

“เดี๋ยวก็จับคืนนี้เลย…” สกายพูดออกมาลอยๆด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ แสตมป์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วใส่อีกฝ่ายทันที

“จับอะไรครับ”

“เปล่าครับ” เรื่องอะไรจะให้บอกกันเดี๋ยวไก่ตื่นเป็นอันยุ่งหรอก

“บอกมานะ!”

“ไม่บอก ฮ่าๆๆ”

ตอนนี้ภาพวิวทิวทัศน์ตรงหน้าของพวกเขาไม่ได้โดดเด่นเป็นพระเอกของตอนไปแล้วแต่เป็นพวกเขาต่างหากที่กำลังโดดเด่นด้วยความสุขกันสองคน :p แบบนี้ก็ไม่เลวนักหรอกจริงไหม?

จบ Special Hokkaido

ฮาโกดาเตะ ประเทศญี่ปุ่น

_______________________________________________________________________________________________________________________________________

และก็จบไปสำหรับตอนพิเศษของคู่นี้แล้วนะคะ ต้องขออภัยที่มาลงช้าไปวันหนึ่งเพราะเมื่อวานไรท์ทำงานเสร็จก็เผลอหลับไปจนเช้าซะแล้วค่ะฮือY_Y ขอบคุณทุกๆคนที่คอยสนับสนุนไรท์และตัวละครของเรื่องนี้นะคะ ขออภัยในความผิดพลาดอีกที ต่อไปก็เป็นเรื่องใหม่แล้วค่ะ :D จะเป็นคู่ไหนกันน้า? ไรท์จะมาแปะลิ้งค์และชื่อเรื่องให้นะคะรับรองว่าสนุกไม่แพ้เรื่องนี้แน่ๆ สุดท้ายนี้ ไรท์อยากบอกจริงๆว่าเรื่องนี้จะจบสวยไม่ได้เลยหากไม่ได้คอมเม้นต์แนะนำของทุกๆคนที่ผลักดันให้ไรท์รู้จักแก้ไขและแก้เรื่องที่มีนั้น ไรท์เองก็จะพัฒนาต่อไปนะคะ ขอฝากเรื่องหน้าและเรื่องอื่นๆนานๆนะอย่าเพิ่งเบื่อกัน ฮือออ ขอบคุณจ้า! เจอกันวันพุธ!

อัพเดต : เรื่องใหม่มาแล้วนะคะ Chili Love ถึงพริกถึงขิง ค่า ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยน้า

ความคิดเห็น