greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 30 : อ่อนโยน (NC 20)

ชื่อตอน : ตอนที่ 30 : อ่อนโยน (NC 20)

คำค้น : เสี่ยวหลิว, หย่งเหวิน, ภรรยาที่ดี, ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.6k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2562 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30 : อ่อนโยน (NC 20)
แบบอักษร



ตอนที่ 30 : อ่อนโยน


คงต้องโทษหวังเสี่ยวหลิวที่ทำให้หวังหย่งเหวินเป็นแบบนี้

ร่างกายเขาเหมือนกับพวกหื่นกาม เป้ากางเกงเกือบจะนูนตลอดเวลาเมื่อเผลอคิดถึงร่างเปลือยเปล่าเมื่อคืน ภาวะคล้ายคนอดอยากหิวโซ ทั้งที่ไม่ได้เจอภรรยาแค่ 24 ชั่วโมง แต่ทุกอย่างดูราวกับว่ายากลำบากไปหมด   

“คุณหวังไหวรึเปล่าครับ”

ตอนที่อยู่ในห้องประชุม หัวหน้าจิ้งเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เห็นท่านผู้บริหารอายุน้อยขมวดคิ้วสีหน้าดูอดกลั้น ใจดูไม่ได้จดจ่อกับการพิชชิ่งงานเอเจนซี่ด้านหน้า หวังหย่งเหวินเพียงตอบกลับด้วยการส่ายศีรษะ แสร้งขึงขังทั้งที่กลางกายปวดหนึบ  

ใจคิดถึงแต่เสี่ยวหลิว... ถ้าเมื่อคืนมีโอกาสก็อยากจะใช้สองมือกอดร่างยั่วยวนที่เห็นผ่านหน้าจอไว้ จะทำโทษเด็กร้อนวิชาจนต้องร้องไห้ โทษฐานที่ทำให้เขาเกือบโดนความปรารถนาจุกอกจนตาย

ยิ่งจินตนาการยิ่งร้อนรนนั่งไม่ติดเก้าอี้ แอบเช็คข้อความใต้โต๊ะตอนที่ไม่มีคนสังเกต เมื่อคืนต่อสายหาเสี่ยวหลิวเท่าไหร่ก็ไม่ติด ชายหนุ่มอยากจะได้ยินเสียงครางหวานแทบคลั่ง ภาพนิ้วสอดลึกเข้าไปในช่องทางสีหวานที่ตอดรัดถี่รัวยังอยู่ในความทรงจำ ช่างยากเย็นนักที่หลังจากปลดปล่อยด้วยตัวเองแล้วจะข่มตาหลับได้ลง

“ขับให้เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอ”

“นี่ก็เร็วสุดแล้วครับบอส”

มือที่กำพวงมาลัยอยู่ชื้นเหงื่อ ซิ่นเฉิงเป็นลูกน้องสารพัดประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่พระเจ้าที่จะบันดาลให้ถนนตรงหน้าโล่งได้ เวลาเย็นแบบนี้ถนนแออัดไปด้วยรถยนต์ ไม่ต้องพูดถึงเส้นที่วิ่งไปทางเขตตงเฉิง อยากเหยียบคันเร่งแค่ไหนก็ทำได้แค่เหยียบเบรกย้ำ ๆ ให้รถไหลไปตามการจราจรที่ติดขัด

ซิ่นเฉิงโอดครวญ ปิดตาดูก็รู้ว่าที่บอสอารมณ์เสียตั้งแต่เมื่อคืนเพราะอะไร แล้วลูกน้องอย่างเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาวะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ น่าสงสารตัวเองชะมัด

เหยียบ ๆ ปล่อย ๆ จนถึงถนนที่เอื้ออำนวยกับมิเตอร์ความเร็วที่ 150 ขับเคลื่อนไปไม่เกรงใจกล้องตรวจจับความเร็ว รถหรูแล่นมาถึงจุดหมาย หวังหย่งเหวินคว้ากระเป๋าหนังเปิดประตูพุ่งตัวไปลิฟต์ มาถึงหน้าห้องก็แตะคีย์การ์ดเปิดเข้าไปอย่างแรง

“เฮียกลับมาแล้ว”

หอบหายใจด้วยไม่รู้เพราะเหนื่อยหรือว่าอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นทุกวินาที หัวใจเต้นระส่ำ รู้สึกปากแห้งจนต้องเลียให้ชุ่มชื้น ...สภาพโคตรเหมือนพวกโจรหื่นกามที่บุกขึ้นมาหาเหยื่อ

ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วห้อง ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มพลันเก้อค้าง

หวังหย่งเหวินคาดหวังอะไรอยู่หรือเปล่า ?

แน่นอน !  หวังหย่งเหวินคาดหวัง คาดหวังว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอกับภรรยาที่ยืนรอต้อนรับ จินตนาการถึงภาพเจ้าของดวงตาเรียวซึ่งช้อนมองเขาด้วยความเคอะเขิน ริมฝีปากน่าจุมพิตขยับเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ‘ยินดีต้อนรับกลับครับ’

มันควรจะเป็นแบบนั้น แต่เพราะห้องที่มืดสนิทและโทรศัพท์มือถือที่ยังวางอยู่บนโต๊ะรับแขกกลับทำเขาผิดหวัง หวังหย่งเหวินเดินตามหาภรรยาทุกซอกทุกมุม ปกติแล้วเสี่ยวหลิวมักจะอยู่ที่ห้องตั้งแต่บ่าย ทบทวนหนังสือและทำอาหารเย็นรับประทานเอง

ออกไปข้างนอกแต่ไม่เอาโทรศัพท์ไปด้วย เป็นห่วงเหลือเกินว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้น

ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้อง กำลังจะโทรหาซิ่นเฉิงให้ช่วยดูว่าเสี่ยวหลิวเพิ่งกลับมาถึงคอนโดหรือเปล่า เป็นจังหวะเดียวกับที่เห็นเจ้าตัวเดินออกมาจากห้องข้าง ๆ

“ฉันขอโทษนายจริง ๆ นะ... ทำให้ต้องลำบากเลย” เฮยอวิ๋นเดินมาส่งก้มหัวปลก ๆ  มองมือของเสี่ยวหลิวที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล เขาประคองมันขึ้นมา “เพราะฉันแท้ ๆ ” 

“ไม่เป็นไรครับ” เสี่ยวหลิวปลอบเพื่อนด้วยความเข้าใจ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้มันเกิด

ภาพตรงหน้าสร้างความไม่พอใจให้หวังหย่งเหวินยิ่งนัก ร่างสูงไม่คิดจะแอบ ตัดสินใจก้าวเข้าไปแสดงตนทันที

“เสี่ยวหลิว”

หันไปมองตามเสียงเรียก เห็นสามีแสดงสีหน้าเป็นห่วงเหลือแสน มือเรียวถูกกอบกุมด้วยชายอื่นนิ่งไม่ขยับออก หวังหย่งเหวินยิ่งหงุดหงิด เขาไม่คิดจะน้อยหน้า รีบจัดการโอบเอวคนข้าง ๆ เข้ามาแนบชิด 

โจ่งแจ้งจนใบหน้านวลขึ้นสีเรื่อ เสี่ยวหลิวอึกอักดึงมือออกจากเฮยอวิ๋นที่กำลังมึนงงกับสถานการณ์ พยายามขืนตัวออกจากเฮียเช่นเดียวกัน

 “คุณรูมเมทใช่ไหมครับ” เฮยอวิ๋นมองสำรวจ เคยเจออยู่ไม่กี่ครั้ง ปกติจะเป็นเช้ามืดที่ต้องออกไปเปิดร้าน เวลาเดียวกับที่เห็นคุณคนนี้ขึ้นรถหรูขับออกไปจากตัวคอนโด

หวังหย่งเหวินเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่งเมื่อมอง ‘ศัตรู’ ที่ไม่ได้อยู่ในฐานะจะเป็นศัตรูกับเขาได้ เชิดคางขึ้น อำนาจที่แผ่ออกมาผลักให้เฮยอวิ๋นก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ...น่ากลัว

“ผมเป็นสามีเสี่ยวหลิว”

“เฮียเหวิน” เอ่ยห้ามไม่ทัน เสี่ยวหลิวที่ไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากส่งสายตารู้สึกผิดให้เพื่อนข้างห้อง เขาไม่ได้ตั้งใจจะปกปิด แต่ว่าตอนนั้นมันจำเป็น และเขาก็ไม่คิดว่าหวังหย่งเหวินจะมีโอกาสได้มายืนทำอะไรอยู่แบบนี้

เฮยอวิ๋นไม่คิดว่าตัวเองฟังผิด กระนั้นกลับถามออกไปอย่างโง่ ๆ “คุณสองคน เอ่อ แต่งงานกัน ? ” 

หมอนี่ควรจะรู้ได้แล้วไหมว่า ‘สามี’ น่ะจะเป็นได้จากวิธีไหนบ้าง เบาปัญญาจริง ๆ  ชายหนุ่มซ่อนแววตาเหยียดหยาม แนะนำตัวเต็มยศด้วยท่าทางน่าเกรงขาม “ผมหวังหย่งเหวิน ผู้บริหารโรงแรมต้าจี๋ฉายสาขาปักกิ่ง สามีของคุณหวังเสี่ยวหลิว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

คนใหญ่คนโต !  เฮยอวิ๋นแทบร้องตะโกนออกมา ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่ว่าเพื่อนของเขาแต่งงานแล้ว แถมยังมี ‘สามี’ อีกด้วย หรือจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของรูมเมทผู้หล่อเหลาคนนี้ ก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนลืมแนะนำตัวเองบ้าง ว่าแล้วว่าทำไมถึงคุ้นหน้าคุ้นตา !  ที่แท้ก็หวังหย่งเหวินคนนั้น

หวังหย่งเหวินไม่ได้ให้ความสนใจ กระชับอ้อมแขนให้เสี่ยวหลิวเข้ามาแนบอก ก้มลงกระซิบข้างใบหู เบาแต่ก็ดังพอที่บุคคลที่สามจะได้ยิน

“ผมหาคุณในห้องไม่เจอเลยร้อนใจออกมาดู ที่รัก คุณหายไปโดยไม่บอกแบบนี้ ผมเป็นห่วงคุณมากเลยนะ”

เสี่ยวหลิวอ้าปากพะงาบ ถูกหวังหย่งเหวินพากลับเข้าห้องโดยไม่ทันเอ่ยลาด้วยซ้ำ แม้จะปิดประตูจนพ้นสายตาเฮยอวิ๋น แต่ร่างสูงก็ยังไม่ปล่อยเอว กลับยิ่งกอดเขาจมแนบอก ใกล้กันจนใบหูที่แนบกับสูทได้ยินเสียงหัวใจเต้นหนักหน่วง

“เฮียครับ...”

“คิดถึง” กล่าวพร้อมกับเชยคางขึ้นมามอบจูบล้ำลึก เสี่ยวหลิวไม่ปฏิเสธ เปิดรับความหวานที่เฮียส่งมอบให้

หวังหย่งเหวินอุ่นใจเมื่อได้รู้ว่าตัวเองยังเป็นที่ต้องการ ที่ผ่านมาก็กลัวว่าหลังจากเกิดเรื่องต่าง ๆ เสี่ยวหลิวอาจจะไม่รักเขาอีกแล้ว ถึงจะบอกว่าต่อจากนี้เสี่ยวหลิวจะมองใคร จะรักใครเขาก็ไม่ห้าม ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไรเมื่อเห็นคนตัวเล็กคุยกับผู้ชายคนอื่นอย่างสนิทสนม 

หวังหย่งเหวินยอมผละออกเมื่อเสี่ยวหลิวประท้วงในลำคอ ประทับริมฝีปากบนแก้มนิ่ม จากนั้นจึงก้มมองมือข้างที่ไม่ได้กำเสื้อสูทจนยับยู่ยี่ ข้างที่ไอ้หนุ่มคนนั้นมันถือวิสาสะแตะต้อง

“ไปโดนอะไรมา” ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทั้งมือถูกพันด้วยผ้าก๊อซ เขาประคองขึ้นมาดู โมโหอะไรก็ตามที่ทำให้เมียเขาได้แผล “เฮียจะพาไปหาหมอ”

เสี่ยวหลิวยิ้มบาง “ไม่เป็นไรครับ แผลไม่ได้ลึกมาก เฮียกลับมาไม่เจอหลิวใช่ไหมเมื่อกี้ พอดีหลิวว่างเลยไปช่วยเฮยอวิ๋นประกอบชั้นวางของ หลิวไม่ระวังตอนตัดพสาสติก เลยพลาดมาโดนเนื้อ” โทษความประมาทของตัวเอง ดีใจที่เฮียเหวินเป็นห่วงเขาขนาดนี้

เสี่ยวหลิวของเฮียเป็นคนดีเสมอ ดูสิตัวก็แค่นี้แต่ยังไปช่วยคนอื่นจนบาดเจ็บ ชายหนุ่มลืมความปรารถนาที่สะสมมาค่อนคืน ลูบกลุ่มผมสีอ่อนรักใคร่

“เจ็บมากไหม”

เสี่ยวหลิวพยักหน้าให้ มองคนที่หงายฝ่ามือเขาแล้วจูบปลอบประโลม

“เจ็บแบบนี้จะทำอาหารยังไง หยิบจับอะไรคงไม่สะดวก แล้วไหนจะอาบน้ำอีก” เสี่ยวหลิวคงลำบาก เขาไม่อยู่เกือบทั้งวันจะใช้ชีวิตได้สบายแค่ไหนเชียว 

“กลับไปกับเฮียนะ ไปอยู่ที่เฉาหยางด้วยกัน” 

บ่ายหน้าหนีแว่วเสียงอ่อน หลังจากคืนดีแล้วก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย จะให้เขาย้ายออกจากห้องที่อาศัยมานานหลายเดือน จะว่าผูกพันก็คงใช่ เขามีเพื่อนที่นี่ มีผู้ใหญ่ใจดีคอยช่วยเหลือ คอนโดแห่งนี้เป็นสถานที่ให้เขาพักพิงยามที่ไม่เหลือใคร แต่พอเฮียเอ่ยขอด้วยตนเอง ใจมันก็ทำท่าจะคล้อยตามจนน่าหงุดหงิด 

รออยู่หลายนาทีก็ยังไม่ได้คำตอบ เสี่ยวหลิวหลีกหนีด้วยการขอตัวไปอาบน้ำ ทิ้งให้คนตัวโตยืนมองตาม ก็เหมือนเมื่อก่อนที่หวังหย่งเหวินเคยทำเอาไว้ ปฏิเสธอะไรก็ตามที่เสี่ยวหลิวปรารถนา ถือว่าคราวนี้กรรมตามสนองแล้วกัน

หวังหย่งเหวินมีสีหน้าไม่สู้ดีกำมือแน่น อยากได้คำตอบที่ตนหวังไว้ เพราะอะไรเสี่ยวหลิวถึงตัดใจไปไม่ได้ จะเพราะรุ่ยจินเว่ยหรือเพราะเฮยอวิ๋นที่อยู่ในเมืองนี้ก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน  ร่างสูงอยากลงมือกระทำสิ่งชั่วช้า ลักพาภรรยากลับเฉาหยางเสียเดี๋ยวนี้เลย

ถ้าล้มเลิกความพยายามก็ถือว่าสบประมาณตัวร้ายของเรื่อง เห็นแผ่นหลังเปลือยเดินเข้าไปในห้องน้ำ หวังหย่งเหวินก้าวเดินตาม เอื้อมมือลองบิดลูกบิดดูพบว่าไม่ได้ล็อก คงเป็นเพราะเสี่ยวหลิวรีบร้อนเกินไป ความไม่ระวังทำให้ร่างสูงเปิดแง้มแทรกตัวเข้าไปข้างในได้ 

กวาดตามองไปยังต้นเสียงภายในตู้กระจกใส เห็นร่างเปลือยเปล่าขาวเนียนของภรรยากำลังยืนอยู่ใต้ฝักบัว เนื้อตัวเปียกปอนจากน้ำที่อาบ

จิตใจที่เคยสงบพลันลุกโชนทันที

เรื่องที่อยากได้คำตอบเอาไว้ก่อนก็ได้ หวังหย่งเหวินจัดลำดับความสำคัญเสร็จสรรพด้วยการย้อนกลับไปยังเป้าหมายแรก เขากลืนน้ำลาย อาศัยเสียงน้ำกลบเสียงฝีเท้าแผ่วเบา หายใจแรงเมื่อตระหนักได้ว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่ควร การกระทำที่อาจจะทำให้เขาโดนตบหน้า แต่ในส่วนลึกบอกว่าถึงจะโดนก็ยอม

...ถึงจะต้องตายก็ยอม

เสี่ยวหลิวปิดฝักบัวกดสบู่เหลวด้วยมือเดียว ขณะที่ลูบจนเกิดฟองก็ต้องระวังไม่ให้ข้างที่เป็นแผลโดนน้ำ เสี่ยวหลิวไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีใครกำลังยืนมองการกระทำของตน โดยไม่ละสายตา มือใหญ่ค่อย ๆ ปลดเนคไท ถอดเสื้อ กางเกง และชั้นในลงไปกองบนพื้น

เหมือนลมพัดวูบหนึ่งพร้อมกับเสียงเปิดตู้กระจก ยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวหลิวร้องอุทานเสียงหลงเมื่อกายเปล่าถูกทาบทับจากด้านหลัง

ตกใจอะไรกัน หวังหย่งเหวินรั้งเอวเล็กไม่ให้เคลื่อนหนี “หลิวเจ็บมืออยู่คงอาบเองไม่ถนัด... เฮียช่วยอาบให้นะ” ไม่ได้อธิบายคลายความสงสัย แถมยังกระซิบจุมพิตที่ลำคอขาว จุดอ่อนที่ทำให้เสี่ยวหลิวสะดุ้งหน้าแดงก่ำ คนที่ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อนไม่คาดคิดว่าผู้เป็นสามีจะตามเข้ามา ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้เขาล็อกประตูไปแล้วเหรอ ? 

ถึงสงสัยไปก็เปล่าประโยชน์ ในเมื่อเฮียเข้ามาได้แล้ว แถมยังเริ่ม ‘ช่วยอาบ’ โดยไม่รอคำอนุญาต กว่าเสี่ยวหลิวจะหาเสียงตัวเองเจอก็ไม่ทันการณ์ สามีมากเล่ห์ลูบไล้เกลี่ยฟองไปทั่ว รอยสัมผัสที่ทิ้งไว้พาให้รู้สึกแปลกประหลาดยิ่ง      

“หลิวอ-อาบเองได้” หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เสี่ยวหลิวพยายามแกะมือใหญ่อย่างทุลักทุเล เฮียปล่อยมือแต่ไม่ได้หนีไปไกล ช่วยลูบฟองบนแผ่นหลังและลาดไหล่

“อย่าดื้อสิ”

“ไม่ได้ดื้อ”

“ถ้างั้นก็อยู่เฉย ๆ  เฮียช่วยอาบจะได้เสร็จไวๆ ”

สุดท้ายก็ต้อง​ยอมอยู่นิ่งเพราะไม่รู้จะห้ามยังไง  ในหัวจินตนาการอย่างไม่รู้จบว่าคนด้านหลังอยู่ในสภาพไหน เขารับรู้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากกายใหญ่ สรุปได้ว่าคงเปลือยเปล่าไม่ต่างกัน

กลิ่นกายหอมคละเคล้าไปกับสบู่เบาบาง เสี่ยวหลิวออกมาอยู่คนเดียวหาสบู่ราคาแพงไม่ได้ ถ้าซื้อสบู่ท้องตลาดมาสุ่มสี่สุ่มห้าก็กลัวแพ้ เลยเลือกใช้สบู่เด็กไร้น้ำหอมเพื่อความปลอดภัย น่าแปลกที่มันเข้ากับเจ้าตัวเสียเหลือเกิน

บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา

แต่หวังหย่งเหวินทราบดีว่าลึกลงไป เสี่ยวหลิวปิดบังซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง

“จับอะไรน่ะครับ”

เอ่ยท้วงมือใหญ่ที่ลากจากเอวขึ้นมาถึงสีข้าง ทันใดก็ทาบลงบนแผ่นอกขาวลื่นไปด้วยฟอง

“เปล่านี่”

เปล่าอะไร เสี่ยวหลิวหันหน้ามามอง ส่งสายตาดุ ตอนนั้นเองที่มือของเฮียเริ่มที่จะบีบเคล้นทั้งสองข้าง​

“ไม่ได้จับตรงไหนเลย” หวังหย่งเหวินโกหกหน้าด้าน ๆ

ไฟปรารถนาในกายมันมากกว่าสำนึกของสามีที่ดี สันดานคนชั่วทำดีได้สามวันก็เผยธาตุแท้ ความอดกลั้นไม่เคยเป็นหนึ่งในคุณสมบัติเมื่ออยู่กับผู้เป็นภรรยาสองต่อสอง

เสี่ยวหลิวเม้มปากกลั้นเสียงครางมือยอดอกถูกคลึงด้วยท้องนิ้วโป้งไปมา ทั้งบีบทั้งบี้จนมันคัดแข็งเป็นไต ก่อนที่จะได้เอ่ยว่าอีกรอบหวังหย่งเหวินก็ผละจาก ทิ้งความปั่นป่วนไว้ที่ท้องน้อยของเขา เสี่ยวหลิวที่เหนื่อยมาทั้งวันมีหรือจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้ล่วงหน้า

ตั้งใจลูบไล้บั้นท้ายเหมือนกับทุกคืนที่นอนด้วยกัน​​ หวังหย่งเหวินยิ้มมองคนที่ก้มหน้างุดจากด้านหลัง เสี่ยวหลิวที่บาดเจ็บดูน่าทะนุถนอม อยากจะดูแลอย่างอ่อนโยนให้ทุกสัดส่วน 

คนตัวเล็ก​พยายามเบียดขาเข้าหาหวังปกปิดแก่นกายที่เริ่มแข็งขืนจากการปลุกเร้าไปทั่วกาย เขาคิดว่าถ้าอยู่นิ่ง ๆ ให้เฮียช่วยอาบก็คงจะเสร็จเร็วตามที่บอก แต่แมวน้อยถูกหลอกยังไงก็ยังถูกหลอกวันยังค่ำ ตอนที่หวังหย่งเหวินกำลังล้างคราบสบู่ออก เสี่ยวหลิวถูกนิ้วใหญ่แสร้งลากผ่านร่องเนื้อเต่งตึงโดยไม่ทันตั้งตัว​ สัมผัสเบาบางหมุนวนที่ขอบทางอ่อนนุ่ม สะโพกเล็กแอ่นสะท้าน ผลั้งเผลอกำมือข้างที่เจ็บ

ในที่สุดเสี่ยวหลิวก็ถูกหยอกล้อจนเสียการควบคุม เขาจับมือของหวังหย่งเหวินที่กำลังเลื่อนไปสู่ต้นขาด้านในไว้

“ไม่ชอบเหรอ”  

ตอบสามีที่เอ่ยถามเสียงพร่าด้วยการจับมือกลับมายังตำแหน่งเดิม เปลี่ยนเป็นกำรอบนิ้วใหญ่สองนิ้ว เสี่ยวหลิวบดสะโพกลงไปพร้อมเอี้ยวใบหน้ากลับมาพูดเสียงสั่น      

“หลิวชอบให้เฮียแตะตรงนี้มากกว่า”

บังคับดันให้เข้าไปในช่องทางคับแคบ หวังหย่งเหวินยิ้มร้าย รู้ทันทีว่าไฟปรารถนาในตัวภรรยาถูกจุดขึ้นแล้ว ไม่รีรอรีบขยับนิ้วเข้าออกปรนเปรอเอาอกเอาใจ สอดคว้านกระแทกแรงสุดข้อจนเสี่ยวหลิวครางหวานสุขสม

มองผ่านอกขาวกระเพื่อมขึ้นลงไปเห็นสิ่งที่ตั้งเด่นตั้งแต่เขาถูสบู่ให้ อดจะเลื่อนไปกอบกุมไว้ไม่ได้ หวังหย่งเหวินรูดรั้งแก่นกายสีสวยร้อนผ่าว การกระทำนั้นทำให้เอวเล็กเผลอขยับโยกสวนตามสัญชาตญาณ ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใด มีเพียงเสียงน้ำหยดกระทบพื้นและเสียงหอบหายใจดังสะท้อนก้อง

โดนกับดักมารร้ายที่สำเร็จวิชามานานจนได้ เสี่ยวหลิวไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนทำไปเมื่อคืนกำลังออกดอกออกผลรวดเร็วชนิดที่คาดไม่ถึง ความเขินอายถูกฉีกกระชากมลายหาย  สติแตกกระเจิงเป็นเศษเสี้ยวเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน ความซ่านเสียวบังเกิดห้ามไม่อยู่ หนีจากด้านหน้าก็โดนนิ้วทั้งสามดันกระแทกจากด้านหลัง 

“อะ อา”

“ถ้ายังปล่อยออกมาแบบนี้ก็ไม่สะอาดสักทีสิครับ”

หวังหย่งเหวินล้อเลียนเสี่ยวหลิวที่ปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาไม่หยุด ยิ่งถูกปรนเปรอก็ยิ่งปริ่มชื้นเต็มอุ้งมือ หวังหย่งเหวินถอนนิ้วแล้วบดเบียดแก่นกายขนาดใหญ่เข้าหาแทน ถูส่วนหัวสีเข้มป้ายวนของเหลวเหนียวเหนอะหนะ คนตัวเล็กครางชอบใจ ร่อนเอวส่ายรับตอบสนองไม่เคอะเขิน

“เมื่อคืนหลิวยั่วเฮียจนนอนไม่หลับ” แนบใบหน้าเข้ากับแก้มชื้น หอบหายใจแรงจนปอยผมสีอ่อนปลิดปลิว วันนี้เขาหมายมาดจะกลับมาลงโทษคนที่ทำให้ค้างคา

“หลิวเปล่ายั่ว”

“ไม่ยั่วจริงเหรอ ?  ใครกันวิดีโดคอลมาให้คนอื่นดูตอนจะช่วยตัวเอง” ขมเม้มเนื้ออ่อนตรงซอกคอ สร้างรอยรักประทับตราความเป็นเจ้าของจนทั่ว “ขอดูใกล้ ๆ ก็ขยับกล้องให้ บอกให้อ้าขากระแทกนิ้วแรง ๆ ก็ทำให้ อา ยั่วกว่าเมียคนนี้ไม่มีอีกแล้ว”

สรรพนามหยาบคายถูกเอ่ยเรียกเป็นครั้งแรก เสี่ยวหลิวสั่นสะท้านเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกกระดากเขิน เขากลับชอบที่เฮียเรียกตัวเองแบบนั้น ราวกับตอกย้ำสถานะว่าเขาอยู่ในตำแหน่งอะไร

“หลิวกำลังทำให้เฮียคลั่งตาย ทุกคืนที่นอนกอดกัน หลิวรู้ไหมว่าเฮียต้องอดใจแค่ไหน”

“แล้วใครบอกให้อดใจล่ะครับ” พูดแทบไม่ได้ศัพท์แต่ก็ยังต่อล้อต่อเถียง หย่งเหวินจับใบหน้าเล็กให้หันมาจูบร้อนแรง ทั้งสองแลกลิ้นจนน้ำสีใสหยดไหลถึงปลายคาง

ปากเล็กถูกจูบจนเจ่อแดงยังไม่ยอมหยุด เอ่ยเฉลยความในใจต่อ


“หลิวก็รอให้เฮียเอาหลิวตั้งนานแล้ว ไม่รู้เหรอ”


ทุกคืนแกล้งเบียดกายแสร้งหาไออุ่น แท้จริงคือพยายามปลุกเร้าอารมณ์ให้สามีทนไม่ไหวขึ้นคร่อมเสียที ไม่คิดว่าเฮียจะบื้อดูไม่ออก

ราวกับฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้น หวังหย่งเหวินสบถในลำคอกับสิ่งที่ได้ยิน บดจูบซ้ำอีกหน ครานี้รุนแรงจนได้เลือด แต่ทว่ากลับไม่มีใครสนใจ ต่างฝ่ายสอดพันเกี่ยวรัดจนเหนื่อยหอบ

“ช่างพูด” ขบกรามจนเป็นสันนูน ปวดร้าวลึกจนแทบทนไม่ไหว เสี่ยวหลิวเก่งกาจนักในเรื่องยั่วยวนด้วยวาจา มันทำให้หวังหย่งเหวินอยากลงมือทำบางอย่างที่หยาบช้าเสียเดี๋ยวนี้

“กำลังเชิญชวนต่างหาก” พลิกกายหันมาปะทะ เอนตัวพิงกับกระจกใส ใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บลูบใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาฉ่ำสบเข้ากับดวงตาคม กล่าวยืนยันคำพูดด้วยประโยคถัดไป


“ดูดนมหลิวทีสิครับ”


ฉุดไม่อยู่ คงเป็นคำนิยามที่เหมาะสมกับเสือคลุ้มคลั่งตัวนี้ หวังหย่งเหวินรั้งแผ่นหลังนายพรานพราวเสน่ห์เข้าหา ก้มหน้าอ้าปากครอบครองอย่างใคร่กระหาย

ได้ยินเสียงพรูลมหายใจเป็นสุขของภรรยา เสี่ยวหลิวสนับสนุนชายหนุ่มด้วยการแอ่นอกป้อนเข้าสู่โพรงปากอุ่นเต็มที่ ยินดีให้เฮียเหวินชิมเป็นครั้งแรก ปากสั่นเมื่อสามีดูดปลายยอดแรงจนเกิดเสียงดังน่าอาย  

“เสี่ยวหลิวเด็กไม่ดี ชอบให้เฮียดูดแบบนี้ใช่ไหม” เหลือบตาขึ้นมองแล้วแกล้งดูดอีกข้าง คราวนี้เกร็งลิ้นสะกิดถี่รัว เสี่ยวหลิวขย้ำกลุ่มผมสีเข้มหลับตาแน่นทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบรับดังอืออาในลำคอ กายพลันอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง 

หัวนมเล็กบวมแดงชื้นแฉะ ไล่วนเลียเป็นนาทีจนเมื่ออิ่มหนำก็ยังไม่มีใครยอมศิโรราบเดินไปยังทางออก สะใภ้ตระกูลหวังผู้ร่ำเรียนวิชาฝึกกายให้อดทน ไม่ยอมแพ้ปลดปล่อยก่อนสามี

หวังหยังเหวินแม้จะยังไม่ได้ขึ้นสวรรค์ ก็รู้สึกว่าได้ก้าวเท้าเข้ามาแล้วข้างหนึ่ง เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะได้สอนภรรยาให้รู้จักกับบทเรียนรักขั้นสุดท้าย ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยถึงสิ่งที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน

“เฮียต้องการหลิว อยากทำให้หลิวเป็นของเฮียสักที” 

กอดรัดภรรยาให้แนบชิดกันทุกสัดส่วน ให้ภาษากายแสดงออกว่าตนรักเสี่ยวหลิวมากแค่ไหน หลงใหลทุกอย่างที่เป็นเสี่ยวหลิว อยากจะครอบครองทุกพื้นที่กายขาวทุกตารางนิ้ว ทำให้เสี่ยวหลิวเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์

“แต่หลิวเจ็บมืออยู่”

ยั่วให้อยากแล้วดับฝัน ดวงตาคมเหลือบมองผ้าพันแผลที่มีละอองน้ำเกาะ โชคร้ายอะไรของเขากันหนักหนา ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่ไอ้ซิ่นเฉิงมันดับฝันกลางคัน แม้แต่เวลานี้ที่ทุกอย่างเป็นใจก็ยังมีอาการเป็นอุปสรรค

เสี่ยวหลิวยิ้มบางมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูทรมานสุดแสน ยกมือปลอบลำคอที่เกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน สายน้ำอุ่นไหลกระทบผิวเนื้อ พวกมันแทบจะระเหยเป็นไอเมื่อเจอบางสิ่งที่เร่าร้อนยิ่งกว่า ก็แค่แกล้งคนใจร้ายเล่นเท่านั้น

ที่ผ่านมาฟู่เสี่ยวหลิวคนนี้ไม่เคยยอมแพ้ จะลงมือทำอะไรก็ต้องให้ถึงที่สุด


“เพราะฉะนั้น...อ่อนโยนกับหลิวหน่อยนะครับ” 


หวังหย่งเหวินกระพริบตามองคนที่พลิกตัวเข้าหาผนังเพื่อซ่อนความเขินอาย เสี่ยวหลิวเท้ามือข้างเดียวโน้มตัวไปด้านหน้าจนแผ่นหลังเกือบขนานเป็นเส้นตรง สมองของสามีที่พร่าเลือนถูกมอมเมาด้วยตัณหา เมื่อได้สติแปลความหมายว่าตนได้รับสิทธิที่เฝ้ารอ

โน้มตัวทาบทับกล่าวขอบคุณข้างใบหูเล็ก ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่ขาวเนียน ความอ่อนโยนและความใจดีที่เสี่ยวหลิวมอบให้ มันทำให้คนชั่วอย่างหวังหย่งเหวินรู้สึกผิด อยากจะทำร้ายตัวเองให้เท่ากับสิ่งที่เสี่ยวหลิวเคยได้รับ 

เสี่ยวหลิวทำให้หวังหย่งเหวินต้องตั้งคำถามกับตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะมีทางไหนที่เขาสามารถรักคนตรงหน้าได้มากกว่านี้อีก 

หวังหย่งเหวินจับท่อนเนื้อสีเข้มถูไถกับช่องทางที่กำลังเต้นตุบเป็นจังหวะ ลมหายใจกระชั้นเมื่อได้ออกแรงดันส่วนหัวเข้าไปเป็นครั้งแรก

“ฮือ”

แม้จะฝึกฝนด้วยนิ้วจนคุ้นชิน ทว่าสิ่งที่ชำแรกเข้ามากลับสร้างความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง ผนังนุ่มถ่างตึงรัดรอบตัวตนที่แช่ค้างไม่กี่เซน

อบอุ่น บอบบาง แต่คับแน่นที่สุด ความรู้สึกที่บรรยายสร้างความกระสันอยากให้ระเบิดซ่าน หวังหย่งเหวินจูบซับขมับที่ชื้นเหงื่อ “ขอโทษ” ลูบปลอบประโลมกายเล็กอย่างใจเย็น ถ้าหลิวของเฮียเกร็งแบบนี้จะเจ็บ ผ่อนคลายเสียนะเด็กดี เฮียอยู่ตรงนี้แล้ว 

เสี่ยวหลิวน้ำตาคลอ เขาไม่คิดจะยอมแพ้ มือที่เป็นแผลกำแน่นทว่าความเจ็บกลับเทียบกับสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้ เรียวขาสั่นระริกต้องให้วงแขวนกว้างโอบพยุง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ตลอดเวลาที่เฮียขยับมอบความรักที่อัดแน่น ไม่มีการเร่งเร้าให้ประหม่า เสียงทุ้มเอ่ยถามอาการ ทั้งปลอบและให้กำลังใจ 

เป็นการร่วมรักที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่

เมื่อเริ่มปรับสภาพได้ มันก็ง่ายกว่าคราแรกมากนัก หวังหย่งเหวินผลักแก่นกายเข้าไปจนสุดลำ จากความเจ็บปวดเป็นความรู้สึกแปลกไหมที่ไม่อาจจินตนาการได้

คนที่ถูกคลื่นอารมณ์พัดพาไม่รู้ทิศรู้ทางก้มมองลอดหว่างขา ไม่เห็นช่องว่างใด ๆ ระหว่างสะโพกสอบซึ่งแนบติดกับบั้นท้าย ตระหนักว่าตนได้ตกเป็นของเฮียโดยสมบูรณ์ หวังหย่งเหวินยึดเอวเล็กไว้มั่น ครางเสียงต่ำเมื่อถูกบีบรัดแทบขยับไม่ได้ ชายหนุ่มเริ่มด้วยการเคลื่อนกายเนิบนาบ ตรงข้ามกับใจที่อยากกระแทกกระทั้นเข้าไปให้สาแก่

เสี่ยวหลิวเป็นลูกศิษย์ที่มักจะเรียนรู้อะไรได้เร็ว รวบรวมแรงลองขยับสอดรับเข้าหาสิ่งที่สวนมา หวังหย่งเหวินถึงกับคำรามไม่เป็นภาษา ฟังแล้วคล้ายสัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บทรมาน 

ยิ่งได้ยินก็ยิ่งได้ใจ ยิ่งบดบั้นท้ายเข้าหาแก่นกายร้อน      

“อืมม เด็กไม่ดี จะยั่วกันไปถึงไหน”    

“เฮียครับ ขอ หลิวขอมากกว่านี้ได้ไหม” 

ใครบาดเจ็บ ใครขอให้อ่อนโยน เหมือนจะจำไม่ได้ ในเมื่อคนพูดลืมเองแบบนี้ หวังหย่งเหวินก็ขอแสร้งลืมเช่นเดียวกัน

มากกว่านี้ใช่ไหม ผู้เป็นสามีเปลี่ยนความเร็วส่งแรงกระแทกเข้าไปจนสุด ถอนออกจนเกือบหลุดจากช่องทางสีหวาน จากนั้นส่งกลับเข้าไปใหม่ ตั้งใจเน้นย้ำกระแทกซ้ำถี่ที่จุดกระสันเสียวของคนตัวเล็ก เสี่ยวหลิวบิดตัวครางลั่นสุขสม น้ำตาที่คลอตรงหน่วยตาไหลหยดลงสู่พื้นทันที      

ผนังกระจกตู้อาบน้ำสั่นตามแรงที่ถูกโถมใส่ไม่ยั้ง สั่นดังกึกกักน่ากลัวจะแตกพังลงมาทุกวินาที หวังหย่งเหวินกังวลศีรษะเล็กที่โยกคลอนว่าจะกระแทกเข้าให้ ตัดสินใจปรับเปลี่ยนท่าดึงเสี่ยวหลิวขึ้นมาพิงอก เพราะความสูงที่แตกต่างจึงใช้แขนช้อนใต้ข้อผับเข่าขาวข้างหนึ่ง ยกขึ้นแล้วรั้งแยกออกกว้าง เปิดเผยแก่นกายสีสวยชูเด่นชี้เพดาน 

“หลิว อ๊ะ จะล้ม อื้อ ! ”

ถูกให้ยืนเขย่งขาเดียวในท่าน่าอายแถมไม่เว้นจังหวะให้ทรงตัว มือเล็กปัดป้ายคว้าจับวงแขนแข็งแรงไว้แน่น ขณะเดียวกันกับที่หวังหย่งเหวินกระเด้งเอวเสยขึ้นใส่ไม่ยั้งแรง สะโพกสอบกระแทกกระทั้นถี่ส่งลำเนื้อใหญ่เข้าออกราวกับเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุดทำงาน บั้นท้ายเปรอะเปื้อนถูกพวงแฝดเครียดเกร็งไหวตีเป็นจังหวะดังหยาบโลน 

มุมองศาที่เป็นใจและน้ำหนักที่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงส่งอวัยวะเพศของสามีให้เคลื่อนไปลึกกว่าเดิม เสี่ยวหลิวแหงนหน้าทิ้งศีรษะกับบ่าหวังหย่งเหวิน ดวงตามองทุกอย่างพร่าเลือนเหมือนกับฝ้าที่ปรากฎขึ้นบนตู้กระจกตอนนี้ รู้สึกมีความสุขจนต้องสำลักออกมาเป็นเสียงครางสะอื้น 

ถูกเชยคางให้หันกลับมาสบกับดวงตาคม ตรงข้ามกับความกระหายของเบื้องล่าง ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนมาประทับจูบหวานลึกซึ้ง ขบเม้มดูดกลืนริมฝีปากเล็กเนิ่นนานราวกับต้องการส่งมอบความรู้สึกที่อัดแน่นให้ การสอดประสานหลวมรวมกันเป็นหนึ่งดำเนินไปอย่างไม่รู้จบ กลิ่นกามรมณ์ลอยอบอวลสร้างบรรยากาศสนามรักอันตราตรึง แม้ต่อจากนี้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองจะยังคงจดจำจากเหตุการณ์นี้ได้คือสัมผัสของกันและกัน

กระซิบหอบหลังจากแลกลิ้นกับสามีว่าจวนจะถึงฝั่งฝัน หวังหย่งเหวินได้ยินเช่นนั้นจึงเอื้อมมือไปช่วยรูดรั้งแก่นกายด้านหน้าให้ ปรนเปรอทุกทางให้ผู้เป็นภรรยาอย่างถึงอกถึงใจ ไม่นานคนตัวเล็กก็ตอดรัดท่อนลำแข็งที่ฝังอยู่ในกายแน่น กระตุกปลดปล่อยสายธารออกมาใส่เต็มผนังกระจกตรงหน้า      

หวังหย่งเหวินเองไม่ต่างกัน โน้มใบหน้าหาที่ระบายด้วยการกัดลำคอขาวจนขึ้นรอย โหมแรงเสยกระแทกใส่ร่างอ่อนแรงรัวเร็วเป็นครั้งสุดท้าย 

"เสี่ยวหลิว" ปากครางเรียกชื่อคนรักแล้วฉีดความปรารถนาอัดเข้าสู่ช่องทางบวมแดง วงแขนแกร่งกดเอวเจ้าของชื่อลงมาให้รับไว้ทุกหยาดหยด ให้แน่ใจว่าน้ำเชื้อจะฝังแน่นในกายภรรยา

เสร็จสิ้นบทเรียนรักแล้วหวังหย่งเหวินจึงค่อย ๆ ปล่อยให้เสี่ยวหลิวยืนตามเดิม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าจูบแก้มที่แดงปลั่ง แก่นกายแช่ค้างถูกถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง ปรากฎน้ำกามขาวขุ่นไหลหนืดลงมาตามเรียวขาไม่ขาดสาย  

หวังหย่งเหวินเอ่ยประโยคที่ไม่กล้าคาดหวังการตอบกลับจากคนในอ้อมกอด จะกี่ครั้งหัวใจก็ยังเต้นแรงเมื่อต้องสารภาพอย่างตรงไปตรงมา​


“เฮียรักเสี่ยวหลิวนะ”  







------------------------------------------------------


หลังจากสอบเสร็จก็พยายามมาอัพให้เร็วที่สุดค่ะ ตอนนี้ยาวมากแต่งไป 11 หน้ากว่า จริง ๆ แก้ไปหลายรอบ ใช้พลังงานไปมากเลยค่ะTT เลยคาดหวังว่าจะสมกับที่นักอ่านเฝ้ารอกัน เราไม่รู้ว่าตอนหลังที่ผ่านมาใส่ฉากเรทมากไปรึเปล่า กลัวจะเบื่อกันฮืออ แต่เราอยากทดแทนจริง ๆ  อะไรที่อยากแต่งก็ได้แต่งสักทีTT

สำหรับ #ทีมมารเหวิน ที่ร้องอยู่ไม่ต้องร้องแล้วนะคะ เพราะ #ทีมบัวไม่ช้ำจะร้องเอง  55555555555

ความคิดเห็น