Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ราชินี 2 (สปอยล์เนื้อเรื่อง)

ชื่อตอน : ราชินี 2 (สปอยล์เนื้อเรื่อง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 488

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2562 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ราชินี 2 (สปอยล์เนื้อเรื่อง)
แบบอักษร

========== บทนี้ยังมีส่วนสปอยล์เนื้อหา ใครยังไม่อ่านตั้งแต่ต้น ข้ามไปก่อนนะจ้ะ =========




เผ่าพันธุ์กิเลนนั้นมีเหลือน้อยนักในยุคนี้ กวาดตาทั่วหล้าปิศายที่มีเสี้ยวของสายเลือด​ของเผ่าพันธุ์นี้นับได้เพียงนิ้วของสองมือแค่นั้น ในจำนวนนั้นผู้มีสายเลือดกิเลนเข้มข้นที่ส่วนมากเป็นพวกราชวงศ์ เช่น ท่านหญิงมู่หรง และน่าประหลาดที่หนึ่งในนั้นคือตัวของข้าน้อย สายเลือดสูงส่งนี้อาจมาจากมารดาที่ตัวข้ามิเคยเห็นหน้า

แต่สายเลือดนี้ไม่ได้ทำให้ข้าใช้ชีวิตอย่างมีอภิสิทธิ์ในตำหนักของท่านหญิง สายเลือดกิเลนแสนเจือจางทำให้ตัวข้าถูกปฎิบัติเหมือนพวกปิศาจที่มิใช่สายเลือดบริสุทธิ์ ข้าถูกบัญชาให้เป็นนางกำนัลเล็กๆคอยรับใช้เหล่าบริวารของท่านหญิงเท่านั้น

ข้าน่ะเคยคิดว่าเพียงได้จ้องมองท่านหญิงจากระยะไกลก็พอใจแล้ว ชีวิตในช่วงทศวรรษแรกของข้าน้อยที่ตำหนักนี้จึงเป็นเพียงบ่าวที่ต่ำต้อยคอยรับใช้พระญาติของท่านหญิงแค่นั้น


ชีวิตบ่าวของข้าดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งวันในฤดูใบไม้ร่วงวันหนึ่ง ...

"อั่ก!!" 

เช้าวันนั้นข้าสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในช่องท้อง พยายามลุกขึ้นอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ แต่ความเจ็บปวดรุนแรงราวลำไส้บิดเป็นเกลียวทำให้ข้าร้องไม่ออก

ข้านอนตัวสั่นระริก ไม่มีแรงแม้แต่ลุกเดิน ได้ยินเสียงของเหลวเคลื่อนไหวในช่องท้องอย่างบ้าคลั่ง 

นี่ข้า ... ถูกวางยา?

ความเจ็บปวดราวช่องท้องถูกบิดควาน ตัวข้าที่ยังอายุน้อย เพิ่งเข้าสู่วัยรุ่นถึงกับหมดสติท่ามกลางเสียงร้องคำรามจากร่างกาย 

"ป้าดด แปร่ดดด แพร่ดๆๆๆๆๆ" 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าถูกคนที่เรียกว่าเพื่อนวางยา ...


...................................................

......................................

..............


แม้จะเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ข้าไม่ตาย

ข้าถูกวางยา ... สัญชาตญาณบอกข้าแบบนั้น กรีดร้องดังลั่นในหัวตอนที่ข้าลีมตาตื่น

'ต้องใช่แน่ มันวางยาผ่านไก่ดิบ'

วันก่อนหน้านี้พระญาติฝ่ายหนึ่งของท่านหญิงมู่หรงเสด็จมาเยี่ยม ท่านหญิงอยากสร้างความบันเทิงกับพระญาติ เลยพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่บ่าวไพร่ ตัวข้าซึ่งแม้เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้วแต่ร่างเดิมยังตัวเล็กแคระแกร็น ไม่สามารถเข้าไปตบตียื้อแย่งไก่สดที่โยนจากมือท่านหญิงไหว ได้แต่หลบมานั่งร้องไห้น้อยใจในโชคชะตาในเรือน

นังนั่น อดีตเพื่อนของข้าตนนั้นเลื้อยลากโครงไก่มาวางตรงหน้าข้า บอกว่าสงสารจึงแย่งส่วนที่เหลือมาให้

แล้วข้ารอดมาได้อย่างไรกัน?

ลุกขึ้นมา เดินขากางเข้าไปปล่อยพิษจากลำไส้และล้างตัวในส้วม ข้าจ้องมองเงาร่างของตัวเองผ่านกระจกมัว นางริษยาความงามของข้างั้นหรือ? ใจกระหวัดคิดถึงสายตาของนางที่มองท่านหญิงโมลี่ วาววามราวจะกลืนกิน 

... นี่หรือว่า ... คงคิดจะกำจัดข้าสินะ 

หึ! เสียใจด้วย! สัตว์เลื้อยคลานอย่างข้าน่ะทนพิษยิ่งกว่าปิศาจพันธุ์ใดในโลก

เพล้ง! 

ตวัดหางตบกระจกแตกอย่างแค้นเคือง 

'ฟ่ะ! ฟ้ากกก!' (แปล : เพื่อนทรยศ! ... เสียใจ! ข้าแค้นใจเหลือเกิน!)

แหงนคอ คำรามต่ำ นัยน์ตาลุกโชน​ 

"ฟ๊ออ!!!" (แปล : ฟ้าเป็นพยาน! ต่อแต่นี้ ตัวข้าผู้มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์แห่งกิเลนจะไม่ยอมให้ใครหักหลังข้าอีก! จำไว้!!!!)


....................................................

....................................................


จากวันที่ข้ารอดตายจากยาพิษ ข้าก็เริ่มคิดถึงแผนการอยู่รอดในตำหนักนี้ ข้าเริ่มไม่พอใจที่จะเป็นเพียงบ่าวน้อยในเรือนอีกแล้ว .... แต่ว่า บ่าวปิศาจสายเลือดไม่บริสุทธิ์อย่างข้าน่ะแม้มีหน้าตางดงาม แต่ไร้ผู้สนับสนุนจึงไม่สามารถลุกขึ้นมาปฏิวัติชีวิตของตัวเองได้อย่างนางเอกในนิทาน

จนกระทั่งฤดูร้อนในปีถัดมา มีเสียงเล่าลือว่าท่านหญิงทรงมีนิสัยเปลี่ยนไปและแสดงพฤติกรรมประหลาด ทรงเก็บตัวเงียบในตำหนัก แต่ทรงส่งเหล่าองครักษ์เงาไปขอคำปรึกษาเหล่าผู้ใช้เวทย์เกี่ยวกับตำนานกิเลนและบุตรแห่งเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ 

เล่าลือกันว่าท่านหญิงระลึกชาติว่าตนเป็นกิเลนบรรพบุรุษท่านนั้น และท่านกำลังตามหาคู่

... ท่านหญิงของข้ากำลังจะมีคู่ ...

ข่าวลือนี้ทำให้ข้าร้อนใจยิ่งนัก ตัวข้าเป็นเพียงบ่าวน้อย ถึงแม้จะมีสายเลือดกิเลน แต่บ่าวน้อยอย่างข้าไม่อาจเข้าไปถึงตำหนักใหญ่ของท่านหญิง อีกทั้งร่างของข้าในตอนนี้คือตัวเมีย ....

ในช่วงเวลานั้นท่านหญิงมู่หรงเลือกที่จะใช้ร่างของเพศเมีย ส่วนร่างของข้ายังอายุน้อยและอ่อนแอเกินกว่าจะแปลงเป็นอีกเพศได้

แต่มันยังมีวิธีที่จะเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่จนแปลงเพศได้ ... วิธีที่ข้าน้อยฝืนใจอย่างยิ่ง

... การสละพรหมจรรย์

เม้มปาก บิดมือ ตัวข้าใช้ชีวิตรักษาตัวเป็นบ่าวน้อยในตำหนักไม่มีตัวผู้ตัวใดมาข้องแวะ ที่ผ่านมาข้าตั้งใจว่าจะมอบพรหมจรรย์นี้แก่ท่านหญิงทันทีที่ข้าแปลงเพศได้ 

แต่ว่า ไม่มีเวลาแล้ว ข้าไม่มีทางเลือก ...

แล้วจะหาตัวผู้จากที่ไหนกัน? 

หลังจากการถูกวางยาและรู้เช่นเห็นชาติความฉ้อฉลหลายๆอย่าง ข้าไม่คิดจะไว้ใจตัวผู้ในตำหนัก เห็นทีว่าข้าคงต้องหาเอาจากข้างนอก



คืนเดือนแรมในฤดูร้อน ข้าตัดสินใจหนีออกจากตำหนักมุ่งหน้าสู่ป่าที่เล่าลือกันว่ามีฝูงของพวกสัตว์กินเนื้อชุกชุม คืนนั้นข้าลากถุงใส่ไก่สดไปด้วย โรยไก่ตามทาง แล้วหลบไปแอบหลังพุ่มไม้

เหม่อมองจันทร์สี้ยวคืนแรม ข้าคิดถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา วัยเด็กที่ไร้เดียงสาในบ้านของท่านแม่ การพบกันในวันแรกของข้ากับนายหญิง

ข้าน้อยกำลังจะทรยศนายหญิง มอบพรหมจรรย์แสนล้ำค่าให้ผู้อื่นแล้วล่ะขอรับ 

"กรุ่บ กรุ่บ กรุ่บ ขากก กรุ่บ? กรุ่บ?!? อึ่ก อ่อกก งี๊ดดดดด!!??" .... ตึ่ง! 

ยาออกฤทธ์แล้ว ข้าเช็ดน้ำตา ลุกออกมาจากพุ่มไม้ ตัวผู้สี่ขากำลังตะเกียกตะกายโงนเงนจากฤทธิ์ยาในไก่สด ที่จริงข้าไม่คิดว่าตัวผู้สายพันธุ์สัตว์กินเนื้อที่ไหนจะโง่พอจะเชื่อว่ามีไก่สดมากองอยู่กลางป่า ถ้าไม่โง่ก็ตะกละอย่างมาก--

"........................" "......................"  

นี่มัน .... ไอ้หมาโง่ตัวนั้น? ยังไม่ตายอีกเรอะ!

ถึงร่างของมันจะโตใกล้เต็มวัยแล้ว แต่ข้ามั่นใจว่ามันเป็นหมาตัวเดียวกับที่พาข้าไล่ตามรถม้าของนายท่าน ตอนนั้นข้าไม่ใส่ใจและไม่อยากรับรู้ข่าวของมัน นับตั้งแต่วันนั้นข้าไม่เคยได้ข่าวของมันอีก

แต่มันคือตัวผู้ และตัวเมียอ่อนแออย่างข้าไม่มีทางเลือก

กล้ำกลืนก้อนความขมขื่น น้ำตาหยาดไหล ข้าคิดถึงใบหน้าของท่านหญิง สะอื้นไห้ กลั้นใจใช้เชือกผูกร่างใกล้ไร้สติของไอ้หมาเป็นรูปกระดองเต่าเรียบร้อยงดงามเหมือนที่เคยเห็นท่านแม่ทำ จิกหนังคอลากเข้ากระท่อม

ใช้แส้ฟาดเรียกสติไอ้หมา

"เอ๋ง!"

"แปลงร่างมาให้ข้ายัดเยียดความเป็นสาวเสียดีๆ ไอ้หมาโง่!" ข้ากลั้นใจบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเครืออย่างยากลำบาก  

" งี๊ดดด?!"


คืนอัปยศคืนนั้น เพราะความรักที่มีให้ท่านหญิง ข้าน้อยได้เสียพรหมจรรย์ให้ตัวผู้เสียแล้ว


.....................................

.....................................


ข้าได้สติอีกครั้งด้วยกลิ่นหอมหวานราวกับดอกโมลี่ปลุกให้ฟื้นคืนสติ หอมหวานเหมือนกลิ่นกายของท่านหญิง

"ตื่นได้แล้ว นังบ่าวโง่!" 

ซ่า!

น้ำถูกสาดกระทบกับใบหน้า ความเย็นปลุกให้ตัวข้าฟื้นเต็มตา ... 

ทะ ท่านหญิง? 

นางยืนอยู่ตรงหน้าข้า ในเรือนของข้า ข้าถูกพาตัวกลับมาหลังจากหมดสติ? ทำไมล่ะ?

"ข้าไม่ได้เลี้ยงบ่าวอย่างเจ้าให้ใฝ่ต่ำ แต่สันดานสัตว์เลื้อยคลานอย่างเจ้ากลับใฝ่ต่ำอย่างเผ่าพันธุ์" ท่านหญิงเกรี้ยวกราด

เพี๊ยะ! 

แส้เฆี่ยนม้าถูกฟาดที่ขาขวา ข้าสะดุ้ง ก้มลงมองรอยแดง ... ร่างของข้า เป็นตัวผู้แล้ว

"ทั้งที่อุตส่าห์เก็บมาเลี้ยงจากหอคณิกา ข้าหวังว่าสายเลือดกิเลนจะทำให้เจ้าใฝ่สูง ... " 

เพี๊ยะ! 

"... แต่ไม่เลย สันดานไพร่ยังไงก็เป็นสันดานไพร่..." 

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! 

"... เห็นกับสายเลือดเดียวกัน ข้าถึงกับแอบให้คนไปช่วยบ่าวไร้ค่า แต่ไม่นึกเลย ไม่นึกเลยว่าสายเลือดไพร่ชั้นต่ำอย่างเจ้าถึงกับหนีออกมาจากวัง ..." 

เพี๊ยะ! ฉาดด! ฉาดด! เพี๊ยะ!!!!!! 

"... ต่ำยังไงก็ยังต่ำอย่างนั้น นังบ่าวโง่ะ---" 

ข้ามัดตัวเองเป็นรูปกระดองเต่าเสร็จพอดีกับที่จังหวะแส้ของท่านหญิงหยุดชะงัก มองหน้าแดงก่ำของนาง คลานเข้าไปคาบเทียนกับแส้ใต้เตียง คลานเข้าไปวางไว้ใกล้เท้า คลานออกมาหมอบ

"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ะ ดะ...ได้โปรด หละ ลงโทษข้าน้อยอีกทีเถิด ขะ ขอ รับ" ข้าตะกุกตะกักขวยเขินสะเทิ้นอาย

".............................."


แล้ววันนั้นข้าก็ได้สละพรหมจรรย์ให้ตัวเมียเป็นครั้งแรก


.....................................

.....................................


จากฤดูร้อนปีนั้น ข้ากลายเป็นบ่าวคนสนิทของท่านหญิง 


ชีวิตช่างสุขล้น ยามกลางวันข้าคอยดูแลบ่าวไพร่ในเรือนใหญ่ของท่านหญิง ยามว่างศึกษาตำราแพทย์และสมุนไพร ข้าเลือกเส้นทางนี้เพราะผู้ที่มีสายเลือดของสัตว์เลื้อยคลานสามารถรียนรู้การใช้พิษได้ดีกว่าปิศาจพันธุ์อื่น

ข้าเติบโตไต่เต้าจากบ่าวน้อยจนได้เป็นหัวหน้าพ่อบ้าน ดูแลกิจการในตำหนักอย่างเข้มงวดในตอนกลางวัน ส่วนยามกลางคืนนั้นข้าทำหน้าที่เป็นบ่าวบำเรออุ่นเตียงให้ท่านหญิง

ท่านหญิงน่ะ มีข้าเป็นบ่าวอุ่นเตียงเพียงตนเดียวเท่านั้น 

ความโปรดปรานนี้อาจมาจากรสนิยมของท่าน ผนวกกับการที่สายเลือดของเราใกล้กัน ข้าไม่อาจวางไข่ให้ท่านหญิงและท่านหญิงไม่อาจให้กำเนิดสายเลือดของข้า

ท่านหญิงไม่มีวันรักบ่าวต่ำต้อยอย่างข้า ข้ารู้ดี

แต่ท่านไว้ใจข้ามากพอที่จะเปิดเผยเรื่องราวในอดีต ความทรงจำของต้นตระกูลกิเลนในตำนานที่หลงรักบุตรของเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์จนถูกสาป ไปจนถึงความหวังว่าสักวันท่านจะถูกปลดปล่อยจากคำสาปนี้

เพราะไปล่วงเกินบุตรชายจนต้องหนีลงมาจุติ องค์เทพีจึงสาปตระกูลกิเลนให้ไม่สมบูรณ์พันธุ์จนสายเลือดของพวกเราน้อยลงแทบสูญหาย และสาปให้ความทรงจำของบรรพบุรุษกิเลนตกทอดไม่เลือนหาย ทุกครั้งที่เกิดใหม่

"มันเลวร้ายนัก เจ้าคงไม่เข้าใจ ...." 

".... ข้าจดจำทุกความทุกข์ยาก จำรายละเอียดของทุกคนในตระกูล บางคนข้าเป็นคนคลอดออกมาด้วยซ้ำ เด็กทารกที่ข้าอุ้มชู ลูกหลานของข้าในชาติก่อน แต่ข้าต้องกลับมาสมสู่กับใครสักคนที่รู้ว่าเป็นลูกหลานในอีกชาติ ... ข้า ... ขมขื่นนัก ขมขื่นเหลือเกิน" ท่านหญิงเคยบอกข้าแบบนั้นในคีนที่นางเมามาย

ตระกูลกิเลนนั้นมีภารกิจคล้ายกับตระกูลมังกรที่ต้องคอยค้ำชูเผ่าพันธุ์มนุษย์ สวรรค์ส่งพวกเรามาเพื่อให้กำเนิดราชวงศ์ปกครองมนุษย์ ถึงแม้จะเป็นตระกูลปิศาจที่ทรงอำนาจ แต่กิเลนและมังกรต่างหลีกหนีหน้าที่นี้ไม่พ้น

สำหรับตระกูลมู่หรง สวรรค์สั่งให้พวกเรารับหน้าที่เป็นราชินีคู่กับราชาจากผู้ที่มีสายเลือดของมังกร

แม้จะอยากต่อต้านเพียงใด ท่านหญิงมู่หรงที่เป็นกิเลนตัวเมียสายเลือดเข้มข้นที่สุดในแผ่นดินนี้ จำต้องยอมรับหมั้นองค์รัชทายาทที่มีเชื้อสายมังกร .... องค์รัชทายาทที่ท่านหญิงจำได้ว่าเป็นเหลนของตัวเอง  

"ข้าอยากลืม ข้าอยากตายแล้วลืมจนหมดสิ้น เจ้ารู้ไหมหนานกง ความตายน่ะไม่น่ากลัวเลยสักนิด นั่นเป็นพรจากพระเจ้าต่างหาก" ท่านหญิงบอกข้าในคืนที่รับหมั้น เมามายเศร้าสร้อยอยู่ในอกของข้า

ข้าได้แต่หวังว่าตัวข้าจะเป็นคนที่สวรรค์ส่งมาปลดเปลื้องคำสาป ... แต่ข้าไม่ใช่นาง


นางผู้นั้นมาที่โลกนี้ในปีที่สองหลังจากท่านหญิงถูกแต่งตั้งเป็นพระคู่หมั้น


คืนแรมของฤดูใบไม้ร่วง ข้ากกกอดท่านหญิงไว้กับอก นอนหลับอย่างเป็นสุขหลังทำหน้าที่อุ่นเตียงสมบูรณ์

พลัน ท่านหญิงสะดุ้งตื่น ลุกพรวดไปที่หน้าต่าง จ้องมองออกไปที่ความมืดมิด

"มาแล้ว คนคนนั้นมาแล้ว" ท่านหญิงเสียงสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น

ใคร? ข้างัวเงียรีบลุกตาม กำลังจะเอ่ยปากถามท่านหญิง แต่บรรยากาศรอบตัวของข้าบอกให้รู้ว่าท่านหญิงร่ายเวทย์ย่นระยะเพื่อไปหาคนคนนั้น

ข้าตื่นเต็มตา ตระหนักว่าท่านหญิงจะทิ้งข้าไปหา "คู่ที่แท้จริง" แล้ว

'ไม่ ข้าไม่ยอม!' จิตใต้สำนึกตะโกนลั่น ข้ารีบพุ่งตามประตูมนตราที่กำลังปิดลง ร่างแสบร้อนเจ็บปวดจนต้องกลายร่างเป็นสัตว์เลื้อยคลานเพื่อให้ทนมนตราชั้นสูงแบบนี้ได้

พลุ่บ! ตุบ! 

ตัวของข้าสัมผัสพื้นหญ้าในที่สุด

"แฮ่ฮ่ กรรรร" ทำไมไอ้หมาโง่ยืนอยู่ตรงหน้าข้า? แล้วท่านหญิง?


แก๊งง!!


"เฟ๊าะะะ?!?!" 

อะไรบางอย่างพุ่งเข้าเบ้าหน้าของข้า แรงจนหน้าหงายเงิบจอดับหมดสติ


.......................................

.......................

......


ข้าลืมตาอีกครั้งเมื่อจันทร์ครึ่งเสี้ยวลอยกลางฟ้า ชูคอแบบมึนงง จมูกพลันได้กลิ่นหอมหวานแปลกประหลาด เป็นกลิ่นที่ทำให้สติลับหาย กลิ่นที่กระตุ้นความต้องการของเพศผู้อย่างรุนแรง

"โอร๋ววววววว!! แอร๊ร๊!!!" 

เสียงไอ้หมา? ข้ารีบเลื้อยไปตามเสียงนั้น เห็นตัวเมียตัวนั้นนอนอยู่ ส่วนไอ้หมาวิ่งสี่ขาเข้าไปในป่าแล้ว

มีกลิ่นการผสมพันธุ์โชยมาจากร่างของตัวเมียตัวนั้น พร้อมกลิ่นประหลาดหอมหวานปลุกเร้าจนสติของข้าใกล้ลอยหาย

หมับบ!! แซ่ก!! "ฟ๊ออออ!!"

กลิ่นนั้นทำข้าเผลอตัวจนถูกจับดึงลงมาจากต้นไม้ ข้าตะเกียกตะกายจะลุกมารัดนางตัวเมีย แต่เรี่ยวแรงของนางมหาศาลจนแม้แต่ร่างของสัตว์เลื้อยคลานอย่างข้ายังถูกนางจับกดได้ รีบแปลงเป็นร่างสองขาเพื่อจะใช้พิษ แต่นางงับคอของข้าได้แล้ว 

ข้าแพ้ตัวเมียตัวนี้ราบคาบ ได้แต่นอนหมดแรงรอรับชะตากรรม

จึ่ก!! "อ๊าาาาา!!" แต่ท่านหญิงในร่างตัวผู้กลับย่องมาจัดการนางทางด้านหลัง ผสมพันธุ์กับนางจนท่านสุขสม ... อ่า .,, ในไม่กี่นาที

"โอ้ววว โอ๊วว โอ๊ววว อร้างงงง!!" ปรี๊ด "คร่อก"

"......................." "........................." หงายหลังหมดสติไปแล้ว

ข้าคิดว่าท่านหญิงอาจจะไม่ชินกับร่างของตัวผู้น่ะนะ

ตัวเมียตัวนั้นหันมามองข้า ข้าที่หน้ามืดกับกลิ่นผสมพันธุ์ของนางและไม่อาจสู้แรงของตัวเมียตัวนี้ได้จนต้องปล่อยเลยตามเลย


คืนนั้นข้าเสียตัวให้ตัวเมียตัวที่สอง

... และเป็นครั้งแรกที่ข้าติดสัด 



____________________________________








======== เขียนไปเขียนมาชักยาวกว่าที่คาด ขอตัดจบบทแค่นี้ก่อนนะ =======


หมายเหตุ อิฉันจินตนาการอิหนานกงคือคนนี้ล่ะนะ ดังนั้นจะจิ้นตอนอิหนานกงทำอะไรอุบาทว์ๆ ด้วยใบหน้าสวยๆ ของพ่อเฉินคุนก็ตามสบาย (ฝฝฝฝฝ+)





ความคิดเห็น