พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปากไม่ตรงกับใจ (80%)...เอาเเล้วไง!!!

ชื่อตอน : ปากไม่ตรงกับใจ (80%)...เอาเเล้วไง!!!

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2562 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปากไม่ตรงกับใจ (80%)...เอาเเล้วไง!!!
แบบอักษร



เผียะ!!!

ชั่วพริบตามือใหญ่ก็ตะปบเข้าตรงซีกแก้มแดงก่ำ แล้วกระชากให้ใบหน้างามแหงนเงยในจังหวะที่เขาโฉบปากลงมากระแทกปากอิ่มอย่างดุเดือด   

จากนั้นพ่อคนเจ้าอารมณ์ก็จัดการลากเธอมาเหวี่ยงลงบนเตียง เรียกเสียงอุทานให้กระเด็นออกมาจากปากเจ่อที่โดนเขาปล้นจูบ ครั้นคิริมาตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นร่างใหญ่ก็กระโจนขึ้นไปทาบทับ      

“ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำบ้าอะไร!”    

“ก็จะทำให้คุณรู้ไง ว่าทำไมลูกน้องอย่างผมถึงเป็นผัวเจ้านายอย่างคุณได้” ขาดคำเขาก็ก้มลงดูดปากอิ่ม คิริมาพยายามเบือนหน้าหนี ระดมกำปั้นทุบไหล่กว้าง แต่แรงเท่านั้นเหมือนจะแค่สะกิดให้เขารำคาญเสียมากกว่า วินาทีถัดมามือใหญ่จึงรวบข้อมือเรียวทั้งสองข้างไปกดไว้กับเตียง      

แล้วมืออีกข้างของเขาก็เคลื่อนมาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาว พร้อมกันนั้นก็ยกตัวขึ้นให้มีพื้นที่ว่างเพื่อจัดการกับกระดุมเสื้อได้ถนัด โดยไม่นำพาอาการดิ้นรนอึกอักต่อต้าน ทำได้แค่นั้นเพราะปากของเธอยังมีปากหยักประกบดูดอยู่ ที่สุดเขาก็กระชากเสื้อเชิ้ตออกจากร่างเย้ายวนละลานตาท่ามกลางการหวีดร้องและผวาเฮือก พยายามจะบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากมือใหญ่แต่ไม่เป็นผล เธอจึงทำได้เพียงห่อไหล่ด้วยความกระดากอายสุดฤทธิ์           

“อา…น่าฟัดเป็นบ้า” เจ้าของลมหายใจหอบหนักๆ คำรามกระหึ่ม นัยน์ตาร้อนแรงปนหิวกระหายจ้องหน้าอกอวบใหญ่เกินตัวแล้วแลบลิ้นออกมาตวัดมุมปาก แต่แค่นั้นก็ทำให้เธอใจสั่นและตระหนกสุดขีด แล้วคิริมาก็หวีดร้องลั่นเมื่อเขาลงมือปลดตะขอเสื้อในแบบข้างหน้า แล้วโยนมันทิ้งอย่างไม่ไยดี

“ได้โปรดหยุดเถอะ อย่าทำอะไรฉันเลย ถ้าฉันทำให้คุณโกรธ…ฉันขอโทษ” เสียงสะท้านพร่ำวิงวอนพลางดิ้นรนให้ตัวเองเป็นอิสระอย่างสุดความสามารถ แล้วก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อเขาโน้มลงมาจนปลายจมูกเฉียดแก้มอิ่ม ก่อนจะกดจูบหนักๆ แล้วเคลื่อนไปกระซิบข้างหูน้อย  

“เอาไว้ ‘เสร็จ’ แล้วจะหยุด” ขาดคำเขาก็ตั้งท่าจะเคลื่อนปากมาปิดปากสีระเรื่อแต่เธอเบี่ยงหน้าหลบ ขณะยกมือดันไหล่กว้างเอาไว้ เรียกเสียงคำรามกลั้วลำคอหนา   

“ถ้าคุณโกรธที่ฉันบอกว่าไม่รู้จักคุณ ฉันขอโทษ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อฉันไม่รู้จักคุณจริงๆ” คิริมาเอ่ยเสียงสั่นระริก อยากจะบอกอีกฝ่ายใจแทบขาดว่าตัวเองความจำเสื่อมแต่จำต้องข่มกลั้นเอาไว้เพราะรับปากพ่อกับแม่แล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ฉะนั้นเธอต้องทำตามสัญญา   

“หุบปากคุณซะ! ผมไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น!”

เขาตะคอกกลับด้วยท่าทางเสียศูนย์ อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงทำให้เธอผวาจนอยากวิ่งหนี ทว่าแววตาเสียใจที่เจ้าตัวซ่อนไว้ไม่มิดกลับทำให้คิริมารู้สึกปวดแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายอย่างน่าประหลาด ค่อยๆ ยื่นมือสั่นเทาไปทาบตรงซีกแก้มสากทั้งสองข้าง ทำเอาร่างใหญ่นิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะสบประสานสายตากัน      

“แค่ฉันบอกว่าฉันไม่รู้จักคุณ ทำไมคุณต้องโกรธฉันด้วย” คิริมาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ เพราะไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอบอกว่าไม่รู้จักเขาในสมัยมัธยมอีกฝ่ายก็จะออกอาการเหมือนจะคลั่ง   

“เพราะผมคือคนที่ถูกลืมไง ผมจำทุกช่วงเวลาของเราได้ จำทุกอย่างที่เคยทำร่วมกันได้ และจำคำสัญญาได้ไม่เคยลืม คุณคงไม่รู้หรอกว่าคนที่จมปลักอยู่กับอดีตมันเจ็บปวดมากแค่ไหน”

เสียงแปร่งๆ เจือสะท้านถูกเค้นออกมาจากปากหยัก นัยน์ตาที่เคยเย็นชาเป็นนิจบัดนี้อัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด จนนิ้วสั่นระริกเผลอไล้แก้มสากอย่างปลอบประโลม        

“ฉันขอโทษ”

คิริมาเปล่งเสียงสะท้านออกมาจากปาก อัดอั้นตันใจที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้ กระวนกระวายใจที่เห็นเขาทำท่าจะเป็นจะตายเพียงเพราะเธอเอ่ยว่าไม่รู้จัก และแทบบ้าเพราะอยากจะปริปากพูดออกไปว่าแท้จริงแล้วนั้นเธอความจำเสื่อม ในหัวไม่มีเรื่องราวในอดีตหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

“ขอโทษ ฉันขอโทษ…”

หญิงสาวยังคงพร่ำเอ่ยขอโทษอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร แล้วเสียงก็ขาดหายไปในวินาทีที่ปากหยักทาบลงมาปิดปากอิ่ม แต่แล้วพงษ์สวัสดิ์กลับต้องชะงักเหมือนถูกน็อกกลางอากาศเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ คลอเคล้านัยน์ตากลมโต เขาถอนปากออก ซบหน้าลงตรงซอกคอระหง แล้วทุบกำปั้นหนักๆ ลงบนพื้นเตียงอย่างระบายบวกข่มกลั้นอารมณ์ ทำเอาคนที่นอนอยู่ใต้ร่างถึงกับสะดุ้งเฮือกและหลับตาปี๋        

บัดซบเถอะว่ะ! เขาทำเธอเกือบร้องไห้

เห็นอย่างนี้พงษ์สวัสดิ์ทำอะไรเธอไม่ลงหรอก มิหนำซ้ำยังรู้สึกผิด แต่ครั้นจะปล่อยอีกฝ่ายออกไปง่ายๆ ก็เกรงว่าเธอจะจำภาพด้านมืดของเขาติดตา อย่างน้อยเธอก็ควรออกไปด้วยอารมณ์อื่นที่ไม่ใช่หวาดผวาเพราะอาการเหมือนจะคลั่งของเขาเมื่อสักครู่ คนเก็บอารมณ์เก่งอย่างเขาสติแตกก็เพราะเธอ เพราะเธอบอกว่าไม่รู้จักเขา มันไม่มีอะไรทำให้เขาเป็นบ้าเป็นหลังได้มากเท่าเรื่องราวฝังใจในอดีตอีกแล้ว     

ชายหนุ่มยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่านั้น ท่ามกลางสภาพหัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ของคิริมา เธอพยายามดันร่างใหญ่ให้ยกตัวออกห่างแต่ไม่เป็นผล กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น     

ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…

แว่วเสียงคำรามอยู่ข้างหู สักพักเขาก็ยกตัวขึ้น ก่อนจะคว้าผ้าที่หลุดไปมาเหน็บเข้าตรงเอวสอบ ผละห่างจากร่างสั่นเทาโดยไม่มองหน้า แล้วก้าวลงจากเตียงไปรับโทรศัพท์ ส่วนคิริมาก็ลนลานกระชากผ้าห่มมาพันกายท่อนบน แล้วรีบลงจากเตียงไปคว้าบราเซียร์และเสื้อมาสวมใส่   

“ให้ช่วยไหมเจ้านาย”

น้ำคำยั่วอารมณ์ของคนที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ทางด้านหลังเธอตั้งแต่ตอนไหนทำให้คิริมาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบกลัดกระดุมเสื้อมือไม้สั่น       

สรุป! ไม่โมโห ไม่ฉุนเฉียวแล้วเหรอ

เขาจะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย?  

“ว่าไง ให้ช่วยไหม” คราวนี้คนอารมณ์แปรปรวนไม่พูดเปล่าแต่ยื่นปลายนิ้วกระด้างมาสะกิดไหล่มนยิกๆ เธอเบี่ยงไหล่หนี ขณะปากเค้นเสียงขุ่นคลั่กสวนกลับ      

“ไม่ต้องมายุ่ง!”

“จุ๊ๆๆ พูดให้มันเพราะๆ หน่อยสิเจ้านาย ไม่งั้นถูกจับขังไม่ให้ออกไปไหนไม่รู้ด้วยนะ”

ยังไม่ทันจะขาดคำเขาก็ร้องอุ๊บ เมื่อคนถูกก่อกวนที่เพิ่งติดกระดุมเสร็จหันมาซัดอกกว้างดังตุบอย่างอดใจไม่ไหวเพราะการเหน็บแนมด้วยคำว่า ‘เจ้านาย’ แต่นั่นกลับเป็นการตัดสินใจพลาดอย่างมหันต์เพราะยังไม่ทันจะดึงตัวออกห่างอีกฝ่ายก็กระชากร่างบางเข้าหา แล้วล็อกเอวคอดด้วยวงแขนกำยำ   

“ปล่อย!” คิริมาดิ้นรนขัดขืนพร้อมเอ่ยเสียงแข็งๆ แล้วหลุบตาลงต่ำเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอทำหน้าไม่ถูก ทว่าชั่วเสี้ยวนาทีถัดมาก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ เมื่อเขาดันคางให้เงยขึ้นมามองหน้า  

“ถ้าอยากให้ปล่อยก็อ้อนหวานๆ” น้ำคำเรียกร้องอย่างคนเผด็จการทำให้สาวเจ้าแทบอ้าปากค้างเพราะปรับอารมณ์ตามเขาไม่ทัน แต่เธอเคยอ้อนใครเสียที่ไหนกัน     

“ปล่อยฉันเถอะนะ” คราวนี้คนที่กำลังตกเป็นเบี้ยล่างกลั้นใจแยกเขี้ยวขอร้องด้วยเสียงที่พยายามให้หวานขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สมใจเขาถึงได้ส่ายหน้าทำท่ากวนๆ ชวนกรี๊ด      

“ม่ายยยย…ยังไม่หวาน”

“แล้วจะเอายังไง!” เหลืออดเธอก็กระแทกเสียงใส่ พร้อมมองใบหน้าหล่อลากไส้ทว่ายียวนกวนประสาทที่ลอยอยู่ใกล้แค่คืบเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ   

“เอ้า…ถ้าจะชวน ‘เอา’ แบบนี้ แล้วเมื่อกี้ดีดดิ้นทำไมแม่คุณ” มุมปากของเขากดเหมือนอมยิ้มหน่อยๆ แววตาวาววับมีประกายหยอกล้อ แต่แค่นั้นก็ทำให้คนกำลังถูกยั่วแทบสติแตก   

“อย่ามารวนนะ! ฉันถามคุณดีๆ ก็ตอบมาดีๆ สิ สรุปจะเอายังไงถึงจะยอมปล่อยฉัน”

นอกจากอีตานั่นจะไม่ยอมตอบคำถามที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อแล้ว ยังสาดสายตากรุ้มกริ่มมองมา ขณะตวัดลิ้นเลียมุมปากนิดๆ แล้วกัดปากคล้ายคิดหาวิธีกลั่นแกล้งเธอ     

“ก็เอาหวานๆ เอาแบบว่า…” พอจะพูดก็ยังไม่วายลวดลายลากเสียงยาว แล้วคนช่างเรียกร้องก็ดัดเสียงให้เล็กคล้ายผู้หญิง เอ่ยบอกว่าเธอจะต้องพูดยังไงเขาถึงจะพอใจ    

“ป๋าขาปล่อยครีมเถอะนะคะ อะไรงี้”

“ฮึ่ย…ไอ้คนบ้านี่!” เธอทำท่าฮึดฮัดพร้อมอุบอิบด่าทอ แล้วซัดกำปั้นใส่หน้าอกแกร่งสองที ก่อนที่เขาจะรวบมือเรียวไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่ แล้วยิ้มร่าท้าทายเมื่อเห็นเธอถลึงตาใส่     

“เอาไง จะพูดไหม ถ้าไม่พูดงั้นจูบนะ” คนเจ้าเล่ห์ไม่พูดเปล่า แต่ก้มลงมาหาจนปากจะชิดกับปากอิ่มอยู่รอมร่อ ลมหายใจผ่าวร้อนทำให้เธอจิตหลุด น่าเจ็บใจนัก! ไม่ว่าจะทำอะไรก็เสียเปรียบเขาไปหมด แถมผู้ชายร้ายกาจที่กำลังยืนค้ำหัวอยู่ยังทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างน่าโมโห   

“พูดแล้ว…พูดแล้ว…” คนโดนไล่ต้อนจนไร้หนทางหนีละล่ำละลักอย่างหมดมาดเย่อหยิ่ง และท่าทางเสียจริตแต่น่ารักเป็นบ้านั้นก็ทำให้พงษ์สวัสดิ์ถึงกับอมยิ้มด้วยความเอ็นดู       

“ถ้าจะพูดก็รีบพูดมา ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ” คนถือไพ่เหนือกว่าเร่งยิกๆ แววตาไหวระริกเมื่อเห็นท่าทางประหม่าจนแทบทำอะไรไม่ถูกของอีกฝ่าย  

“เอ่อ…ป๋าขาปล่อยครีมเถอะนะคะ” หลังจากลังเลอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ที่สุดคิริมาก็ต้องจำใจเปล่งเสียงที่พยายามปั้นแต่งให้หวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ออกมา      

“ยังไม่หวาน เอาใหม่”

“คนบ้า!” เธอแว้ดใส่อย่างเหลืออด นัยน์ตาดุวับจ้องหน้าหล่อๆ แต่กวนเข้าไส้คล้ายอยากจะต่อยเขาสักหมัด แก้มแดงๆ เหมือนจะแตกนั่นน่ากัดชะมัด     

“จะพูดไม่พูด ถ้าไม่พูดงั้น ‘จูบ’ นะ”

“ป๋าขาปล่อยครีมเถอะนะคะ” ที่สุดคิริมาก็ต้องกลั้นใจทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อน ถึงแม้ท่าทางจะเหมือนแยกเขี้ยวใส่ แถมตายังมองอย่างฟาดฟัน แต่ก็พอรับได้    

“หวานใช้ได้” เขาเอ่ยหน้าตาย แต่มุมปากยกขึ้น 

“งั้นก็ปล่อยสิ” เสียงสั่นๆ ต่อรอง

“ถ้าอยากให้ปล่อยก็รับปากมาก่อน ว่าจะไม่ไปเข้าห้องผู้ชายคนไหนอีก”

“ไม่ได้อยากเข้า แต่คิดว่าเป็นห้อง…” เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยให้ครบถ้วนกระบวนความก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ เมื่อปลายนิ้วกระด้างจรดลงบนกลีบปากอิ่ม

“ไม่ได้ให้เถียง แต่ให้รับปาก ว่าจะไม่เข้าห้องผู้ชายคนไหนอีก” คนเอาแต่ใจส่ายหน้า แล้วเอ่ยเสียงเข้มบีบบังคับให้เธอทำตามที่ตัวเองต้องการอย่างน่าหมั่นไส้

“โอเค รับปากก็ได้” คิริมาเอ่ยพร้อมทำท่าฮึดฮัด ผิวแก้มแดงก่ำทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนต้องยื่นมือไปไล้เบาๆ เป็นเชิงหยอกเอิน แต่แค่นั้นก็ทำเอาคนตัวเล็กใจสั่นไปหมด    

“ดีมาก เด็กดีของป๋า”

น้ำเสียงนุ่มละมุนพร้อมมืออุ่นที่วางบนศีรษะนิ่มสลวยแล้วลูบเบาๆ ทำให้คิริมาตัวแข็งทื่อ เหมือนหัวใจจะหลุดลอย ก่อนที่จะเตือนสติตัวเองว่าอย่าได้เผลอไปหลงใหลได้ปลื้มกับจอมวายร้ายอย่างเขาเด็ดขาด เมื่อกี้เธอก็เห็นด้านมืดของเขาแล้วนี่ เขาก็แค่แกล้งปั่นหัวเธอเล่นก็เท่านั้น      

“ปล่อยได้แล้ว” เธอปัดมือที่กำลังป้วนเปี้ยนจากแก้มเนียนนุ่มลากไล้แผ่วเบาชวนใจสะท้านมายังกลีบปากอิ่ม ก่อนจะเอ่ยท้วงเสียงสั่นอย่างไร้การควบคุม    

“โอเค ปล่อยก็ปล่อย”

พงษ์สวัสดิ์ยอมในที่สุด และวาจาที่หลุดออกมาจากปากหยักก็ทำให้คนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกและตาเหลือกถลน  

ฟอด!!!

คนเจ้าเล่ห์หลอกให้เธอตายใจ แล้วกดจมูกลงไปฝังตรงแก้มเนียนหนักๆ อย่างมันเขี้ยว ครั้นเห็นเธอยืนตะลึงตาค้างก็ทำท่าจะก้มลงไปหอมอีกสักฟอด แต่คิริมาก็ได้สติถอยกรูดหนีไปเสียก่อน คนที่ทำให้เธอลนลานยักคิ้วด้วยท่าทางร้ายๆ อย่างผู้กำชัย ก่อนจะเดินผิวปากลากเท้าไปยังโซนแต่งตัว      

ทันทีที่หลุดจากการก่อกวนจนไม่เป็นตัวของตัวเองคิริมาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเรียกสติ ก่อนจะรีบเดินไปคว้ากระเป๋าที่เธอทิ้งไว้ตรงโซฟาสีแดงเลือดนกตั้งแต่มาถึง เดินลิ่วไปเก็บมือถือที่หล่นอยู่ตรงพื้น แล้วลองกดโทรไปหาน้องชายอีกครั้งด้วยความร้อนใจ ขณะที่ขาก้าวไปยังประตู ทว่ายังไม่ทันจะก้าวข้ามธรณีประตูร่างใหญ่ของคนที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จก็โฉบมายืนพิงกรอบประตูเก๊กท่าดักหน้าเอาไว้ ในระหว่างที่รอให้คนปลายสายกดรับมือบางก็ผลักร่างใหญ่ให้หลีกทาง แต่นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วเขายังเลิกคิ้วท้าทาย ในจังหวะที่เธอยกมือดันอกกว้างอีกคราพ่อเจ้าประคุณก็ถือโอกาสคว้าไปจูบหลังมืออย่างหน้าตาเฉย      

“จะไปแบบไม่ลาเจ้าของห้องเลยเหรอ ไร้มารยาทไปหน่อยไหม”

คิ้วหนาที่พาดอยู่เหนือดวงตาร้ายๆ เลิกขึ้นทำท่ากวนๆ ตั้งท่าจะเอ่ยมากกว่านั้นแต่เธอรีบยื่นมือไปตะครุบปากจอมก่อกวนเอาไว้ เมื่อได้ยินเสียงของน้องชายดังเข้ามาในสาย             

“ตัวเล็ก…ตัวเล็กแอบขายคอนโดเค้าเหรอ” เสียงหวานติดจะสะท้านละล่ำละลักถามไถ่น้องชายด้วยท่าทางร้อนใจ ครั้นได้คำตอบว่าใช่เธอก็บ่นอย่างงอนๆ      

หลังจากแน่แก่ใจว่าตัวเองผิดเต็มๆ คิริมาก็พึมพำขอโทษเจ้าของห้องด้วยสภาพใบหน้าแดงก่ำเพราะอับอายเหลือแสน ก่อนจะทำเป็นกระชับสายกระเป๋าตรงไหล่เพื่อลดความประหม่า แล้วเตรียมก้าวออกจากห้องที่ไม่ใช่ห้องของตัวเองอีกต่อไป แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมหลีกทางให้ง่ายๆ เธอเลยต้องเงยหน้ามองเขาตาขวาง           

“ขอทางหน่อย”

“ทางไหน” เขารวนหน้าตาย นัยน์ตาไหวระริก   

“นี่คุณ!”

เห็นเธอกำหมัดตัวสั่นเทิ้มและแทบจะกรี๊ดใส่เพราะคุมสติไม่อยู่พ่อเจ้าประคุณก็แหงนหน้าระเบิดเสียงหัวเราะจนอกกระเพื่อม เขามันโรคจิตชัดๆ    

“คร้าบบบบ…”

โอ๊ย! ลากเสียงยาวกวนประสาท แถมยังทำหน้าแบบ…

ฮึ่ย…บทจะกวน จะอึน จะซึน ก็มาแบบจัดเต็ม อยากจะข่วนหน้ายียวนสักทีนัก   

“นอนที่นี่ก็ได้นะ มันดึกแล้ว” พงษ์สวัสดิ์กอดอกมอง ยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยชวนด้วยสีหน้าระรื่น

คนบ้าเอ๊ย! จะมาหยอด มาอ่อย มายั่ว อะไรเธอนักหนา แค่นี้ก็ใจสั่นไม่เหลือมาดเย่อหยิ่งแล้ว ถ้าโดนรุกหนักกว่านี้เธอไม่ลงไปละลายอยู่กับพื้นเลยหรือไง     

“ฉันไม่นอนห้องคุณ!” หน้าแดงๆ ท่าทางฮึดฮัดด้วยความขัดใจทำให้เขาใจเต้นโคตรแรง ยิ่งแกล้งยิ่งสนุก ผู้หญิงอะไรวะเวลาโมโหแล้วน่ามองเป็นบ้า  

“ห้องผัวก็เหมือนห้องเมีย” พงษ์สวัสดิ์เอ่ยเรียบเรื่อยคล้ายชวนคุย แล้วขยิบตาทำท่ากรุ้มกริ่มให้ ซึ่งคำว่า ‘เมีย’ ที่หลุดออกมาจากปากหยักของคนช่างยวนยั่วก็ทำให้คิริมาหน้าแดงซ่าน  

“เอ๊ะ! ก็บอกแล้วไงว่าไม่นอน” เธอถลึงตาใส่ เริ่มหัวร้อนเมื่อเขาชักจะพูดจาไม่รู้เรื่อง ทู่ซี้แถมยังดื้อด้านจนน่าหมั่นไส้ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าถึงยังไงเธอก็ไม่ยอมนอนห้องเขาอยู่แล้ว         

“ทำไมล่ะ ห้องผมกว้างจะตาย เตียงก็นุ่ม แอร์ก็โคตรจะเย็น แถมยังมีบริการพิเศษอีกด้วยนะคุณ ไม่สนหรือไง” คนซึนยังไม่วายร่ายยาวแบบภูมิใจนำเสนอ      

จะบ้าตาย! นี่นอกจากจะแกล้งโง่แล้ว ยังกวนประสาทเธออีกเหรอเนี่ย แถมมือที่เอื้อมมาไล้แก้มเธอเล่นนั้นยังทำให้ใจสั่นอีก สายตากรุ้มกริ่ม หลอกล่อ เชิญชวน และท้าทายในทีมันทำให้เธอแทบไร้การควบคุม เกลียดจริงๆ เลยคนร้ายกาจ เขาทำให้เธอหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนมาก่อน   


ทันทีที่หลุดออกมาจากห้องของจอมก่อกวนได้ เธอก็พุ่งเข้าไปในลิฟต์ด้วยท่าทางเหมือนกลัววิญญาณร้ายจะตามมาหลอกหลอน เอาจริงๆ ก็กลัวเขาตามมานั่นแหละ แต่กระนั้นคนที่มองตามแผ่นหลังบางยังไม่วายส่งเสียงหัวเราะหึๆ มาเขย่าขวัญสั่นประสาทให้เธอได้ผวา        

เพราะเกรงว่าเขาจะตามมาป่วนอีก และเธอก็ทั้งเหนื่อย ง่วง และหิว จนไม่มีอารมณ์ที่จะรับมือกับจอมวายร้าย ฉะนั้นคุณหมอสาวจึงไม่รอน้องชายที่ล็อบบี้ แต่เลือกมายืนรออยู่หน้าคอนโดซึ่งถูกสร้างเป็นสองตึกให้หันหน้าเข้าหากันด้วยท่าทางกระสับกระส่ายเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว และที่สำคัญคือเธอแสนจะไม่ชอบบรรยากาศวังเวงแบบนี้ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังสวนหย่อมตรงกลางระหว่างสองตึกซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ตรงนั้นไม่ได้น่ากลัวเพราะมีไฟส่องสว่าง มีมุมนั่งเล่นน่ารักๆ และลมเย็นๆ คงจะทำให้เธอใจเย็นลงได้บ้าง   

“อุ๊ย!”          

หลังจากหลุดอุทานน้อยๆ แล้วหันไปมองคนที่จงใจเดินมากระทบไหล่เธอก็เอ่ยไม่เต็มเสียงมากนัก “คุณไปนอนเถอะ ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอก เดี๋ยวน้องชายฉันก็มาแล้ว”

“ไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนซะหน่อย” เขาเอ่ยเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ยังไม่วายเอื้อมมือมาคว้ามือเรียวไปกุมไว้อย่างหน้าตาเฉย คิริมาเงยหน้าขึ้นมองคนที่การกระทำชักจะขัดๆ กับคำพูดตาขวาง    

“งั้นก็อย่ามายุ่งกับฉัน!” คราวนี้เธอกดเสียงต่ำสวนกลับพร้อมสบัดมือออกอย่างระอา ท่าทางเย่อหยิ่งไว้ตัว แถมยังตอกหน้าด้วยถ้อยคำที่เธอชอบใช้ขับไล่เขาในอดีต ทำให้พงษ์สวัสดิ์ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง     

เออ! รู้หรือไงว่าเขาเกลียดคำนี้เข้าไส้แม่คุณถึงได้ขยันสาดใส่หน้าจังวะ  

“นี่ป้า! หลงตัวเองไปป่ะ เอากันแค่ครั้งเดียว และเมื่อกี้ก็ยังไม่ได้เอา ฉะนั้นอย่าคิดนะว่าจะพิศวาสจนถึงขั้นเดินตามก้นต้อยๆ ที่มายืนอยู่เนี่ยมารอ ‘คนอื่น’ ไม่ได้มายืนเป็นเพื่อน อย่าเข้าใจผิด”         

วาจาที่อีกฝ่ายตอกใส่หน้าทำให้คิริมาถึงกับสะอึก เธอเม้มปากนิดๆ แล้วขยับออกห่าง ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงม้านั่งที่อยู่ห่างออกไป ทว่าอีกฝ่ายยังไม่วายเดินตามมานั่งลงข้างๆ     

พงษ์สวัสดิ์นั่งกอดอกมองคนที่กำลังชะเง้อคอรอน้องชายนิ่งๆ ก่อนสายตาคมกล้าจะปะทะเข้ากับผู้ชายสองคนที่เดินวนไปวนมาอยู่บริเวณนั้น ถ้าจับอาการไม่ผิดพวกมันกำลังลอบมองมาที่คิริมาเป็นระยะ พอเขาผุดลุกขึ้นแล้วก้าวเดินจากไปท่ามกลางความงวยงงของเธอสองคนนั้นก็ทำท่าจะปรี่เข้าหาคิริมา ทำให้เธอรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ชายสองคนนั้นกำลังคิดมิดีมิร้ายกับเธอ    

คำที่พ่อเคยเตือนมันเป็นความจริง?

ร่างบางลุกขึ้นยืน หมุนตัวเริ่มหาทางหนีทีไล่ แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อ...


อิอิ ไม่รู้ทำให้ขาหื่นผิดหวังไหม แต่เอาเป็นว่ารอให้หนูครีมดูก่อนว่านางจะท้องไหมจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่จากครั้งแรก ฉะนั้นครั้งสองก็รอก่อนเด้อจ้าใจร่มๆ เดี๋ยวจัดให้ อิอิ อีกอย่างอีป๋าก็แพ้น้ำตาเมียจ้า แต่ครั้นจะให้นางปล่อยเมียออกไปจากห้องง่ายๆ ก็กระไรอยู่ มาถึงถิ่นขนาดนี้ไม่ได้ทำก็ขอให้ได้แกล้งบ้างอะไรบ้าง อิอิ บอกนิดนึงว่าตัวร้ายเริ่มโผล่แล้วจ้า คนที่ว่าเรื่องไม่ขยับก็ไม่ต้องกลัวจ้าต่อจากนี้เนื้อเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน เอ้า…ใครรอยู่ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า ^^

###ปล.ตอนแรกว่าจะงดลงยาวๆ เพราะไม่สบาย และที่สำคัญคืออยู่ๆ ยอดวิวและยอดเม้นท์ก็ตกลงค่อนข้างมากจนเองงสุดๆ และถึงขั้นนอนไม่หลับเพราะกลัวนิยายไม่สนุก อีกอย่างก็เป็นห่วงความรู้สึกคนอ่านด้วยแหละกลัวไม่ได้ดั่งใจคนอ่าน แต่คิดอีกทีว่าอาจะมีอะไรผิดพลาดก็เลยลองมาลงให้วันนี้จ้า อ่านแล้วเม้นท์มาบอกกันบ้างนะคะว่าเป็นยังไง จะได้มาลงให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องเนาะ ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น