ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.9 (1/2) [ เจ้าวาฬน้องใหม่ของชมรมน้ำใสใจจริง ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.9 (1/2) [ เจ้าวาฬน้องใหม่ของชมรมน้ำใสใจจริง ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2562 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.9 (1/2) [ เจ้าวาฬน้องใหม่ของชมรมน้ำใสใจจริง ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

9

เจ้าวาฬน้องใหม่ของชมรมน้ำใสใจจริง

พระอาทิตย์ตกของใครหลายคน...เป็นความรู้สึกที่เหนื่อยล้า หมดแรง...เศร้าสร้อยเหมือนการจากลาของแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

แต่พระอาทิตย์ตกของใครอีกหลายคน กลับเป็นภาพที่โรแมนติก...ที่น้อยครั้งเราจะได้มีโอกาสนั่งชมภาพที่หายากนั้นกับใครคนสำคัญ

...ผมกำลังเป็นอย่างหลัง

แสงอาทิตย์ที่กำลังจะตกลงที่ริมทะเล บันทึกเอาไว้ด้วยภาพย้อนแสงที่มีแผ่นหลังกว้างของใครคนนั้น...อยู่ร่วมเฟรม

ใคร...ที่แม้จะหันหลัง แต่ก็เอี้ยวหน้ากลับมายิ้มบางๆ ให้กับคนหลังกล้อง

ใครคนนั้นที่กำลังเดินเข้ามาแล้วก้มกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

แม้เพียงแผ่วเบาแต่ก็หนักแน่นจนทำให้หัวใจที่เป็นเพียงก้อนเนื้อแทบแหลกสลาย...แหลกลงไปเพราะความอบอุ่นของเขาคนนั้น


















“ที่เข้ามาใหม่นั่นน้องปีหนึ่งใช่ไหมจ๊ะ หาที่นั่งก่อนเลยลูก เดี๋ยวพอประธานมาเราจะได้เริ่มประชุมกันเลย”


ปีหนึ่งน้องใหม่สามคนพยักหน้าแล้วยิ้มแห้งๆ ให้รุ่นพี่ในห้องชมรม ที่เป็นน้องใหม่แท้ๆ แต่กลับเข้าประชุมสายตั้งแต่วันแรกที่มีนัด


เหตุมันเกิดเพราะความอุตริอยากกินมื้อเที่ยงในร้านไกลๆ เลยเปิดประสบการณ์ด้านอาหารผาดโผนด้วยการซ้อนสามน้องบัวลอยออกไปกินสเต๊กเจ้าดังที่หน้าปากซอยนู้น แถมขากลับต้นข้าวยังบอกให้เจ้าวาฬเลี้ยวซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งที่คลับคล้ายคลับคลาว่ามันจะเป็นทางลัดไปทะลุหลังมอได้ไวขึ้น แต่บาปบุญนำพาให้ไปเจอสุนัขเจ้าถิ่นฝูงเบ้อเร่ออยู่ตรงกลางซอย คุณขวัญใจเฟรชชี่เลยแหกปากร้องแล้วบิดไม่คิดชีวิต รู้สึกตัวอีกทีก็ไม่รู้ว่าไปโผล่อยู่ในซอยเปลี่ยวๆ ตรงไหนของโลกนี้ก็ไม่รู้


เดือดร้อนให้ต้องจอดรถลงมาตั้งหลักถามทาง Google Map อยู่ตั้งนานกว่าจะเลี้ยวเข้าถนนเส้นหลักได้ถูกทาง แถมเข้าประชุมสายจากเวลานัดเดิมไปตั้งเกือบสิบนาที


เจ้าวาฬหันมองหน้าเพื่อนแล้วขำคิก ความตะกละเป็นเหตุกันแท้ๆ เกือบจะโดนหมางาบขากันหมดทั้งกลุ่มแล้ว


ประตูห้องชมรมถูกเปิดออกอีกครั้งแล้วพี่ผู้หญิงคนเดิมก็กลับเข้ามาด้วยสีหน้าแช่มชื่น แก๊งน้องปีหนึ่งที่นั่งตัวลีบกันอยู่ขยับตัวขึ้นนั่งหลังตรง ลากเก้าอี้ให้เข้าชิดกับโต๊ะประชุมที่จัดแบบตัว U ขึ้นอีกนิด จะได้มองเห็นจอและหน้าประธานได้ชัดๆ


“มาแล้วจ้ะ ปีหนึ่งที่มาใหม่ก็รู้จักพี่เค้าเอาไว้นะลูก นี่ประธานชมรมสุดหล่อของเราเอง”


บ้าน่า!


“สวัสดีครับ”


พี่พระจันทร์ยิ้ม!


ร่างเล็กรีบก้มหน้าหลบสายตาคมที่มองตรงมาทางนี้พอดี ก็ภาพในวันประกวดยังติดตา กลิ่นดอกไลแลคยังติดจมูกอยู่เลย ถึงจะผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วแต่เหตุการณ์ชวนให้หัวใจแทบระเบิดแบบนั้นเราจะลืมลงได้ยังไง


ฮือ ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากันเลยสักนิด


เคยเป็นกันไหม ที่ว่าถึงแม้เราจะไม่ได้เงยหน้า แต่สัญชาติส่วนหนึ่งของมนุษย์จะบอกให้เรารู้สึกว่าเรากำลังถูกคุกคาม เช่นว่า รู้ตัวโดยอัตโนมัติว่าถูกมอง หรือรู้ตัวโดยอัตโนมัติเมื่อเดินคล้อยหลังมาแล้วคนเบื้องหลังซุบซิบถึงเรา


เจ้าวาฬกำลังเป็นแบบนั้น พี่พระจันทร์ยิ้มเหล่มองเจ้าวาฬตลอดเลย ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองด้วย เพราะต้นข้าวกับตุ้งติ้งที่นั่งประกบทั้งสองข้างยังสะกิดเจ้าวาฬแล้วถามว่าพี่เค้ามองอะไรมึง


อุแง ขอเครื่องช่วยหายใจที TT


“พี่เรียกทุกคนมาประชุมวันนี้ เพราะชมรมของเรากำลังจะทำโครงการปลูกปะการังเทียมที่สัตหีบกันนะครับ เราได้ดำเนินการไปบ้างแล้วบางส่วน โดยพี่แอนเป็นคนประสานงานทำเรื่องไปยังฐานทัพเรือสัตหีบเพื่อที่จะให้เราได้ลงพื้นที่ไปดูสถานที่จริง ศึกษาปัญหาและแหล่งปลูกปะการังเทียม รวมถึงขอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาให้คำแนะนำกับเราในเรื่องนี้”


“ส่วนน้องๆ ทุกคนนะก็เตรียมตัวลงพื้นที่กับพวกเรานะจ๊ะ วันเสาร์นี้เราจะออกเดินทางตอนสิบโมง ไปถึงที่นั่นก็คงบ่ายพอดี เข้าที่พักแล้วก็ออกไปฟังบรรยายกับการสาธิตอะไรเล็กน้อย แล้ววันอาทิตย์เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะลงพื้นที่จริงกัน เดี๋ยวพี่หมูแดงจะแจกรายละเอียดของทั้งสองวันนี้ให้ ส่วนใครที่เสาร์อาทิตย์นี้ติดภารกิจอื่นแล้วให้มาลงชื่อกับพี่หมูแดง เดี๋ยวน้องจะต้องซ่อมกิจกรรมอื่น ไม่อย่างนั้นจะไม่ผ่านชมรมนะจ๊ะ”


“เสียค่าใช้จ่ายไหมครับ” เสียงทุ้มของคนฝั่งตรงข้ามยกมือขึ้นถาม ถ้าเจ้าวาฬจำไม่ผิดเขาน่าจะเป็นพี่ปีสองคณะวิทย์ฯ นี่แหละ


“ไม่เสียครับ เราจะใช้งบชมรมออกทั้งหมด แต่ถ้าน้องคนไหนอยากจะพกเงินติดตัวไปเพื่อใช้ซื้อของส่วนตัวอย่างอื่นก็ไม่ว่ากันนะครับ แล้วแต่น้องจะพิจารณาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง”


“จ้ะ ส่วนของที่ควรจะเตรียมไปแน่ๆ ก็คือหมวก ปลอกแขนหรือไม่ก็เสื้อแขนยาว ครีมกันแดด แล้วใครเมาเรือก็เตรียมยาแก้เมาเรือไปด้วยนะจ๊ะ มีใครมีคำถามอะไรอีกไหม”


“น้องคนนั้นเป็นอะไรรึเปล่าครับ เห็นก้มหน้าตลอดเลย”


“...”


“น้อง”


“วาฬ”


“ห...หืม?”


“พี่เค้าทักมึง”


ร่างบางเบิกตาโตแล้วเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกที่แอบก้มเขียนอยู่บนหน้าตักของตัวเองแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องประชุม ตอนนี้ทุกคนกำลังจ้องเขาเป็นตาเดียว รวมไปถึงพี่พระจันทร์ยิ้มด้วย


“นี่น้องที่ได้ตำแหน่งขวัญใจนี่หว่า”


เสียงพี่ผู้ชายปีโตๆ คนหนึ่งพูดพร้อมกับชี้มาทางเขา


“เออใช่ งุ้ย ตัวจริงน่ารักจังค้าบน้อง”


“อยากเลี้ยงดูน้องตะเร้ก”


ปีหนึ่งแจกยิ้มให้กับพี่ๆ ในห้องพร้อมกับยกมือไหว้ไปรอบๆ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่สบตาได้แวบเดียวก็ต้องหลบ ก็คือคนที่ยืนอยู่หน้าห้องนั่นแหละ


“เป็นขวัญใจเหรอครับ”


แต่ทำไมดูเหมือนว่าพี่จะไม่เข้าใจ ยิ่งเจ้าวาฬพยายามไม่มองพี่ก็ยิ่งเรียกซ้ำเข้ามาเป็นรอบที่สามแล้ว


“เป็นขวัญใจของใครครับ”

เนี่ย!


“กรี๊ดดดด กูว่ากูไม่ไหว”


“กูก็ไม่ไหวอีต้น ฮือ ทำไมพี่เค้าดีขนาดนี้ ใจกู๊”


“กูต้องทำไงพี่เค้าถึงจะถามกูแบบนั้นบ้าง โอ๊ย อิสสา”


ไม่ใช่แค่เพื่อนข้างๆ ที่นั่งหวีดร้องกับเสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยถามมาจากหน้าห้อง แต่รวมไปถึงคนในชมรมก็วี้ดวิ้วใส่เจ้าวาฬกันใหญ่ จากสายตาของตัวเองที่จะมองเห็นปลายจมูกของตัวเองรำไร มันแดงยิ่งกว่าปากกาแดงที่เขียนบนกระดานไวท์บอร์ดตรงนั้นเสียอีก เจ้าวาฬเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงเพื่อไม่ให้หลุดยิ้มออกไป เพราะคนที่ถามก็ยังเห็นทำหน้าเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่เลย


แต่คนถูกถามน่ะสิ จะตายแล้ว


“ถ้าใครมีอะไรอยากถามเพิ่มเติมให้มาถามพี่หลังเลิกประชุมได้เลยนะจ๊ะ ส่วนใครที่ไม่มีอะไรขัดข้องก็แยกย้ายกันไปเรียนได้จ้ะ เบอร์ที่เขียนอยู่บนกระดานนี่เบอร์พี่เองนะ มีอะไรก็โทรมาได้”


พี่แอนแนะนำยังไม่ทันจบ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พอได้ยินคำว่าแยกย้าย คนในห้องก็แตกฮือเหมือนผึ้งเจอหมี รวมไปถึงแก๊งของเจ้าวาฬเองก็ด้วย วันนี้เราจะทำผิดกฎจราจรกันด้วยการซ้อนสามอีกครั้ง เพื่อกลับไปเรียนต่อที่คณะในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า


ถึงแม้ตึกกิจกรรมนิสิตที่เป็นศูนย์บัญชาการของแทบทุกชมรมจะอยู่ไม่ไกลจากตึกเรียน แต่แดดเปรี้ยงๆ ในเวลาบ่ายกว่าก็ไม่ได้ปรานีผิวเราขนาดจะให้เดินกินลมกลับไปถึงคณะได้ ใครที่แข็งใจทำแบบนั้นก็ควรจะกลัวตัวเองระเหิดสักนิด ร้อนกว่านี้ก็พระอาทิตย์อยู่หน้าบ้านแล้ว


ควานมือลงไปในกระเป๋าเป้กี่ทีก็ยังหากุญแจรถไม่เจอเสียที คิ้วสวยเริ่มขมวดมุ่นแล้วเทของในกระเป๋าออกมากองให้ต้นข้าวกับตุ้งติ้งช่วยกันหา แต่มันไม่มีนี่นา หรือว่าเจ้าวาฬจะเอาไปวางทิ้งไว้ในห้องชมรมข้างบน


“เอาแบบนี้ก็แล้วกันนะ ต้นข้าวกับตุ้งติ้งนั่งพี่วินกลับไปก่อนได้ไหม เราจะเข้าไปหากุญแจรถในตึกอีกที”


“หาคนเดียวเหรอ ให้พวกกูไปช่วยเปล่า”


“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจะเข้าเรียนสายกันหมด ยังไงฝากจองที่นั่งให้เราด้วยก็แล้วกันนะ”


ร่างเล็กส่งกระเป๋าเป้ให้เพื่อน แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นมาที่ตึกกิจกรรมชั้นสอง สายตาแน่วแน่ตรงไปยังห้อง 202 ที่เป็นห้องของชมรมน้ำใสใจจริง เคาะประตูเบาๆ ก่อนจะดันบานกระจกใสเข้าไปข้างใน ไฟในห้องถูกปิดหมดแล้ว แต่หัวโต๊ะยังมีใครคนหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ท่ามกลางความมืด แสงแดดที่ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาสว่างพอที่จะทำให้มองเห็นได้ว่าคนตรงนั้นก็คือพี่พระจันทร์ยิ้ม ร่างเล็กหายใจติดขัดตอนที่พี่เงยหน้าขึ้นมาสบตา ก่อนจะก้มหัวให้แล้วรีบเดินตรงไปยังที่นั่งเดิมของตัวเอง มองบนโต๊ะก็แล้ว ก้มลงไปมุดหาใต้โต๊ะก็แล้ว ดึงกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาดูก็แล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววของกุญแจเจ้ากรรมแม้แต่เงา


เงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งหนึ่ง อยู่ดีๆ พี่ก็เดินมาซ้อนด้านหลังตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แถมยืนอยู่ใกล้เสียจนเจ้าวาฬต้องเว้นระยะห่างด้วยการถอยมายืนเอาสะโพกชิดโต๊ะ ร่างสูงกอดอกจ้องมองคนตัวเล็กที่ทำหน้าเลิ่กลั่ก ใจหนึ่งก็อยากจะดุที่วันนี้ไม่ยอมมองหน้ากัน แต่อีกใจก็ดุไม่ลง เพราะเจ้าตัวเล็กกำลังยืนมือพันกันอย่างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน


คลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


“ของพี่”


“ครับ?” อะไรของพี่นะ


“จะไปตึกวิทย์ฯ ใช่ไหม”


อยู่ดีๆ ร่างสูงก็เปลี่ยนเรื่องพูดไปเสียดื้อๆ ถามคำถามที่เหมือนไม่ใช่คำถาม และไม่ต้องการคำตอบ เพราะพอพูดจบเขาคนนั้นก็ควงกุญแจรถหรูในมือเดินนำออกไปจากห้อง ไม่ถามเจ้าวาฬด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้นี้หาอะไรอยู่


การได้ขึ้นมานั่งบนรถคันนี้อีกครั้ง ทำให้คนตัวเล็กหลังตรงอย่างเกร็งๆ จริงๆ มันเกร็งตั้งแต่ตอนที่พี่สั่งให้เจ้าวาฬคาดเข็มขัด แล้วมือเล็กๆ มันก็สั่นเสียบผิดเสียบถูก จนพี่ต้องจับมือคาดให้อย่างถูกที่ ความรู้สึกที่อยากจะโพล่งถามออกไปว่าเรื่องดอกไลแลคกับผ้าเช็ดหน้านั่นมันยังไง เก็บคำถามนี้มาหลายวันแล้ว อยากจะฟันธงแต่ก็กลัวว่าเราจะเข้าข้างตัวเอง มองหน้าพี่สลับไปสลับมาอยู่หลายทีก็ไม่กล้าถามออกไป ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่รู้เรื่องเจ้าวาฬต้องกลับไปนอนร้องไห้เพราะความหวังแตกสลายเป็นผุยผงแน่


เรื่องบ้าบอที่ไม่ว่าจะคิดวนไปวนมากี่ครั้ง มันก็ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้เลย


พอรถเคลื่อนจอดที่ลานจอดรถหน้าตึกคณะวิทยาศาสตร์ น้องปีหนึ่งปลดเข็มขัดออกแล้วไหว้ขอบคุณพี่ที่มาส่ง จะด้วยแอร์เย็น เพลงเพราะ หรืออะไรก็ไม่รู้ทำให้หลังเอ่ยคำขอบคุณแล้วก็ยังไม่ยอมลงจากรถสักที พี่พระจันทร์ยิ้มหันหน้ามามองราวกับมีคำถาม หรือมองไล่ให้รีบๆ ลงไปได้แล้วก็ไม่รู้ แต่เจ้าวาฬกำลังรวบรวมความกล้า นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วกลั้นใจเป็นไงเป็นกัน อย่างมากก็แค่หัวใจวายตาย ถามออกไปเลย ไม่มีอะไรจะหนักหนากับหัวใจไปได้มากกว่านี้แล้ว


“พี่ครับ คือผม...”


“เลิกเรียนกี่โมง”


“เอ่อ...แล็บคงเสร็จหกโมงครึ่งครับ”


“อืม”


อืม?


อืมอะไร แค่นี้เหรอ?


น้องปีหนึ่งเหวอไปนิดหนึ่ง ที่ประโยคสนทนาแบบไม่ปะติดปะต่อนั้นหยุดลงเสียดื้อๆ แล้วพี่ก็หน้านิ่งเสียจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี การรีบขึ้นไปเรียนคงจะดีที่สุดแล้วมั้ง


ส่วนคำถามนั้นก็ลืมไปเถอะ จังหวะไม่ดีแล้ว


“รอ”


“อะไรนะครับ”


“เย็นนี้...รอ”


ขวัญใจเฟรชชี่กะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าพี่หมายถึงอะไร แต่ดวงตาคมกริบที่หันหน้ามามองเจ้าวาฬหลังจากพูดจบ เล่นเอาน้องปีหนึ่งแทบอยากกระโดดหนี ก้มหน้าหลบสายตาพี่อีกแล้ว อยากจะไหว้ขอร้องเหลือเกินว่าอย่าใช้สายตาแบบนั้นมองมาอีกได้ไหม มันชวนให้คิดไกลเหลือเกินว่าพี่กำลังบอกอะไรเขา


ปีหนึ่งกลั้นยิ้ม ยกมือเสยผมตัวเองจนหูแทบเลือดออก ยิ่งพอมองเข้าไปในกระจก ยังเห็นว่าพี่ยังมองมาด้วยสายตาแบบเดิม ยิ่งตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในทันที


“ผ...ผมขึ้นเรียนก่อนนะครับ ขอบคุณครับที่มาส่ง”


ตัดสินใจเผ่นน่ะสิ ขืนอยู่ต่อก็จองศาลาแปดสั่งกระเพาะปลาเพิ่มได้เลย!


ไอ้สายตามีประกายระยิบกับยิ้มมุมปากแบบนั้นน่ะ ใครไหวก็เชิญ เพราะเจ้าวาฬไม่ไหว ขออนุญาตวิ่งขึ้นตึกให้เร็วสุดชีวิตก่อนก็แล้วกัน


...เลยไม่ทันได้เห็นว่า คนที่เพิ่งขับรถหรูมาส่งตัวเองถึงคณะ หยิบกุญแจรถเวสป้าน้องบัวลอยออกมาควงเล่นอยู่ในมือ...






TBC


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น