Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 52 ผมตายแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 52 ผมตายแล้ว

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 180

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 52 ผมตายแล้ว
แบบอักษร

​        ดูเสี่ยวหลานจะไม่สนใจการพูดคุยของทั้งสามคนนัก เธอไปสนใจเกมส์คอมพิวเตอร์เพื่อเสริมทักษะทางภาษาของลูกชายจูไฉ่หงที่วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าวมากกว่า ทำให้จูไฉ่หงโล่งใจขึ้นเยอะ พวกเขามานั่งที่ห้องรับแขก แต่แทนที่จะนั่งบนโซฟา กลับพากันนั่งลงพนพื้น ล้อมรอบโต๊ะกระจกตัวเตี้ยที่บนโต๊ะมีแต่ของขบเคี้ยวและกระป๋องเบียร์ 

"สรุปแล้ว เลขาหลี่ก็ไม่รู้ว่าไป๋เทียนจ้าวคุยอะไรกับจูเหลาซือ" จูไฉ่หงเอ่ยปาก 

"อือ เขารู้แค่ว่า ต้องคุยกันเรื่องไป๋อวี่แน่นอน เขาได้ยินไป๋เทียนจ้าวบอกคุณนายไป๋ว่าจูเหล่าซือเป็นคนฉลาด แค่พูดไม่กี่คำก็เข้าใจแล้ว" ถังซันอธิบายเรียบๆ แต่หัวคิ้วขมวดเป็นปมแน่น 

"พูดอะไรล่ะ" หลินชิงหูถาม ถังซันยักไหล่ 

"ไป๋เทียนจ้าวเอ่ยเรื่องการตอบแทนด้วย" เขาเล่าต่อ 

"อะไรล่ะ .... อย่าให้เดาได้ไหม" หลินชิงหูทำท่านั่งไม่ติด ฮึดฮัดอยู่ จูไฉ่หงต้องจับต้นแขนเขาเพื่อเตือน 

"ไม่ต้องเดา ..." ถังซันเสียงห้วน กล่าวต่อโดยไม่หยุดให้ใครขัดคอ 

"วันถัดมาไป๋เทียนจ้าวก็เรียกดูแฟ้มแผนงานวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม แล้วนัดพีดีรายการนั้นกินข้าว" คราวนี้ทั้งหลินชิงหูและจูไฉ่หงต้องอ้าปากหวอแล้ว 

"เลขาหลี่ก็นั่งอยู่ด้วย ได้ยินเต็มสองหู ว่าเจ้านายของเขา เอ่ยสนับสนุนจูเหล่าซืออย่างอ้อมๆ" ถังซันลดเสียงลง แล้วกล่าวต่อ 

"แล้วก็ไม่ใช่แค่งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เท่านั้นนะ เขายังเรียกดูแผนงานของครึ่งปีแรกด้วย หลังจากนั้น ทางบริษัทของนายก็ได้รับข้อเสนอ หลายๆอย่างจากทาง CCTV... ไม่ใช่เหรอไง" เขาพยักเพยิดไปทางหลินชิงหู 

"พี่อย่าบอกฉันนะ ว่าที่อาหลง ไม่ติดต่อกับไป๋อวี่ เพราะว่าค่าตอบแทนเหล่านี้" จูไฉ่หงอุทานเสียงดัง 

"เธออย่าพูดพล่อยๆไปนะไฉ่หง" หลินชิงหูเสียงดังบ้าง 

"เธอก็รู้ว่าจูเหล่าซือไม่ใช่คนอย่างนั้น" เขาเอามือตบโต๊ะเร่าๆ นัยตาเริ่มขวาง 

"แล้วจะให้ฉันคิดยังไง ในเมื่อเรื่องมันประจวบเหมาะอย่างนี้ เป็นใครก็ต้องคิดว่าจูเหล่าซือ ตัดความสัมพันธ์กับไป๋เหล่าซือ เพราะได้รับผลตอบแทนที่พ่อของไป๋เหล่าซือมอบให้" จูไฉ่หงตบโต๊ะบ้าง 

"ที่เลขาหลี่เล่าเรื่องพวกนี้ให้พี่ซันฟัง ก็เพราะเขาคิดอย่างนั้นไม่ใช่หรือยังไง" เธอหันไปถามถังซัน ถึงมือจะชี้นิ้วเร่าๆ แต่นัยน์ตาเริ่มแดงแล้ว 

ถังซันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ใส่ใจเสี่ยวหลานที่สะกิดหลังเขา 

"ถ้าจูเหล่าซือทำอย่างนั้นจริงๆ ฉันจะไปชี้หน้าด่าเขา เอาให้เขาได้อับอายผู้คนไปทั่ว ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ฉันจะทำจริงๆ" ถังซันเอ่ยโดยไม่มองหน้าใคร จูไฉ่หงแหงนหน้าขึ้นดูเสี่ยวหลาน 

"จะเอาอะไรเหรออาหลาน" เธอถาม 

"คุณย่าบอกว่าไปกินข้าวได้แล้ว" 

มื้อค่ำวันนั้นเป็นมื้อที่เงียบงันสุดๆ มีแต่คุณย่า อาสง สามีของจูไฉ่หงกับเสี่ยวหลานเท่านั้น ที่คอยชวนพูดคุย สายตาของหลินชิงหูมองถังซันอย่างไม่เป็นมิตร ถังซันเอง ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน ไม่ยอมมองหน้าใคร เหมือนในใจกำลังคิดอะไร หมกมุ่นอยู่ จูไฉ่หงก็ทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ ทำให้คุณย่าของอาสงต้องคอยพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อช่วยประคับประคองบรรยากาศบนโต๊ะกินข้าว 

"สรุปแล้ว.... เรายังจะหาโอกาศให้พวกเขาได้มาพูดคุยกันไม๊" จู่ๆจูไฉ่หงก็โพล่งขึ้นมา 

"ต้องสิ ต้องเจอหน้ากันแล้วคุยกันให้รู้เรื่อง" ถังซันยืนยัน 

"จูเหล่าซือของเธอยังมีเรื่องมากมายที่ต้องอธิบายกับไป๋เหล่าซือ" ถังซันวางตะเกียบ หันไปกล่าวขอบคุณคุณย่า ก่อนจะลุกพรวดขึ้น ในชามข้าวยังมีข้าวเหลืออยู่เกือบครึ่งชาม 

เสี่ยวหลานรีบวางตะเกียบ ลุกขึ้นวิ่งตามถังซันที่ก้าวพรวดๆไปที่ประตู 

"ไม่ส่งนะ... " จูไฉ่หงตะโกนตาม ทำให้คุณย่าที่กำลังยันกายลุกขึ้นเพื่อจะไปส่งที่ประตูตามมารยาทเจ้าบ้านต้องกลับทรุดนั่งลงไปอีก ทอดถอนใจเพราะรู้ดีว่าบรรยากาศการพูดคุยกันของทั้งสองทีมในวันนี้ไม่ค่อยดีนัก 

ไป๋อวี่ค่อยๆเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาถอดเสื้อตัวนอกออกยื่นให้ถ้งซันก่อนจะรูดขยายเน็คไทแล้วปลดออกทางศรีษะ ตอนที่เขาพยายามปลดกระดุมที่เอวกางเกง เขาก็ปวดกระเพาะอีก จนต้องสูดหายใจเฮือกใหญ่ ถังซันหมุนตัวออกจากฉากผ้าที่กางกั้นบริเวณเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากบริเวณลานสตูดิโอ เขาเดินไปหาเสี่ยวหลาน กระซิบบอกเธอให้เอายามาให้ไป๋อวี่ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับทีมงานช่างภาพ ที่กำลังปรับจัดฉากและวัดแสงกันอยู่ 

ถังซันเดินกลับไปหลังฉาก ไป๋อวี่เปลี่ยนเป็นกางเกงตัวใหม่แล้ว เขากำลังยัดชายเสื้อยืดตัวในเข้าไปในเอวกางเกง ถังซันตัดสินใจเอ่ยปากเบาๆ 

"พี่คุยกับคุณหลินคุณจูแล้ว...." ไป๋อวี่มีอาการชะงักงันอย่างเห็นได้ชัด 

"พวกเขาตกลงจะหาหนทางให้นายได้มีโอกาสเจอกับจูเหล่าซือ" ไป๋อวี่สูดจมูก สบัดหน้าหนี 

"เจอทำไม ผมไม่มีอะไรจะพูดกับเขา..." น้ำเสียงที่เบาหวิว แฝงไปด้วยความน้อยใจ จนถังซันต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

"นี่มันเวลาอะไรแล้ว นายอย่ามาปากแข็งหน่อยเลย... " ไป๋อวี่ไม่สนใจ หันไปหยิบเสื้อที่แขวนบนราวข้างตัว... 

"โอเค เดี๋ยวพี่โทรไปบอกยกเลิก..." ถังซันทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับหมุนตัวจะเดินออกมา แต่ก็ต้องรีบหมุนตัวกลับไป เมื่อได้ยินเสียงดังกราว ไป๋อวี่ทรุดลงนั่งยองยอง มือก็ดึงเสื้อลงมาด้วย ทำให้ไม้แขวนเสื้อโลหะหลายอันร่วงลงกระทบพื้น 

"โทรไปบอกเลย โทรไปบอกเลย ว่าผมตายแล้ว ผมตายแล้ว เขาไม่ต้องกลัวอะไรอีก ผมตายแล้ว" ไป๋อวี่เงยหน้าที่ชุ่มด้วยน้ำตาขึ้นมองถังซัน ปากละล่ำละลัก จนลิ้นพันกัน อารมณ์ที่พุ่งขึ้นมาคับในอกทำให้เขาหายใจไม่ทันจนน้ำลายแทบจะฟูมปาก ก่อนที่ไป๋อวี่จะยกแขนเสื้อขึ้นถึงปาก ถังซันก็รีบผวาเข้าหา ทรุดลงใช้แขนของเขาเองซับน้ำลายบนปากไป๋อวี่ 

"พี่ซัน..." เสียงเสี่ยวหลานเรียกจากนอกฉากกั้น พอถังซันเออเบาๆ เสี่ยวหลานก็ก้าวเข้ามาหลังฉากพร้อมขวดน้ำกับยาในมือ เธอไม่แสดงอาการประหลาดใจหรือตกใจที่เห็นไป๋อวี่นั่งยองยองอยู่ เธอยื่นขวดน้ำกับยาให้ถังซัน นัยน์ตาไม่ยอมแม้แต่จะมองหน้าไป๋วี่ 

"จะให้เรียกช่างแต่งหน้าตอนนี้เลยหรือว่าจะรอให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก่อน" เธอถามถังซัน 

"ไปเรียกมาเลย ... คนของเรานะ" ถังซันกำชับ สไตลิสต์ของทางบริษัทโฆษณาทำผมแต่งหน้าให้ไป๋อวี่แล้ว แต่เขาจะปล่อยให้พวกนั้นมาเห็นไป๋อวี่ในสภาพนี้ไม่ได้ แค่เติมหน้ากลบร่องรอย ช่างแต่งหน้าของไป๋อวี่เอง ทำได้อยู่แล้ว 

ถังซันล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาซับบริเวณรอบดวงตาไป๋อวี่เบาๆ 

"อาอวี่ อย่าทำอย่างนี้เลยนะ .... นายก็อยากเจอเขาไม่ใช่เหรอ" 

"เขาจะมาเจอผมเหรอ" ไป๋อวี่ถาม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง 

"มาแน่ เกอรับรอง ยังไงนายก็จะได้เจอเขาแน่ๆ" ถังซันยืนยัน ไป๋อวี่ใช้มือทั้งสองข้างจับต้นแขนถังซันไว้ สายตาเหมือนจะถามย้ำคำพูดของถังซัน 

"เกอรับปากนายได้เลย" ถังซันยืนยันพร้อมกับยื่นน้ำกับยาให้ไป๋อวี่ ที่รับมากินอย่างว่าง่าย 

เสี่ยวหลานถือซองเจลเย็นเดินกลับเข้ามาพร้อมกับช่างแต่งหน้า ทั้งสามคนช่วยไป๋อวี่แต่งตัวแต่งหน้า เสี่ยวหลานใช้เจลเย็นช่วยประคบตาให้ไป๋อวี่ เธอไม่โวยวายเหมือนเคย เสี่ยวหลานเงียบงันแต่ใครๆก็ไม่มีเวลามาประหลาดใจ.... แม้แต่ถังซัน... 

... ขอให้ผ่านงานนี้ไปก่อน...ถังซันคิด ขอให้ผ่านวันนี้ไปก่อน... นายอย่าเพิ่งทำมันล่มเลย อาอวี่ ถังซันแทบจะยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวแล้ว ..... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}