นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

คนงานหรือโจร (อัพครบ)

ชื่อตอน : คนงานหรือโจร (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2562 19:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
คนงานหรือโจร (อัพครบ)
แบบอักษร

​สัปดาห์ต่อมา

​และแล้วความฝันของแอนนี่ก็เป็นจริง เมื่อเธอได้มาเห็นสวนส้มของสามี มันกว้างและยาวไกลสุดลูกตา มีรถบรรทุกเข้าออกตลอดเวลา และในเข่งนั่นคือส้มทั้งหมด แต่ส้มเพียงลูกเดียวไม่สามารถสรุปได้ว่า ส้มในเข่งจะหวานทั้งหมด นั่นคือตรรกะที่เธอเรียนมา ช่างน่าสนุกนัก

แต่ที่สนุกกว่านั้นก็คือ เธอสามารถรั้งพี่สาวอย่างอันนา มาจากคุณพ่อที่สุดหวงลูกสาวของป๋าคินได้ นับว่าโชคดีที่สุดแต่ที่สองสาวต้องแปลกใจมาก ก็คือคนงานที่นี่ทำไมต้องโพกผ้าห่อหัว พันหน้าเห็นแค่ลูกตาที่โผล่ออกมา 

อันนายังอดสงสัยไม่ได้ว่านั่นคือ คนงานหรือโจรกันแน่ แล้วเจ้าของสวนเขาจะรู้มั้ยว่าใครเป็นใคร และที่รู้มาว่าที่นี่จ่ายเงินรายวัน ให้กับพนักงานแต่จะว่าไป ที่นี่ก็บรรยากาศดีเหมือนกัน 

ลุงกำนันบอกว่าตอนเช้าของที่นี่ อากาศจะเย็นหน่อย ตรงบริเวณเทือกเขามีหมอกปกคลุมไปทั่ว แต่วันนี้มาสายแล้วเลยไม่มีโอกาส ที่จะได้เห็นไอหมอก แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าไอหมอกหรือค่าpm 2.5 กันแน่ เพราะฝุ่นลอยฟุ้งอยู่บนอากาศ 

ธนาเลยต้องให้ทุกคนสวมแมสปิดปากกันหมด แถมต้องใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเป็นการป้องกันในเบื้องต้น บางสิ่งบางอย่างไม่ต้องรอให้ใครมาช่วย ถ้าทำเองได้ก็ทำไป

"แอนนี่..พี่อยากไปเก็บส้มแบบคนงานอ่ะ"

"จะดีหรอคะพี่อัน แอนนี่ว่าไปอยู่ที่เรือนโน้นดีกว่านะคะ ตอนนี้แม่กับคนงานกำลังทำกับข้าว เราจะได้กินข้าวเที่ยงกันแล้วค่ะ"แอนนี่ไม่อยากให้อันนาไป เพราะเกรงว่าจะเป็นลมแดด

"แต่นี่มันเพิ่ง11โมงเองนะ พี่ไปเองก็ได้นี่ไงพี่มีงอบกับถุงมือแล้ว"อันนายังดื้อดึงจะไปให้ได้

"อะไรกันครับสาวๆ น้องอันจะไปไหนครับเห็นใส่งอบ?"ธนาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เนื่องจากแดดร้อนมาก

"อันนาอยากเก็บส้มบ้างค่ะ มาถึงแล้วนี่คะปลัดเดี๋ยวไปโม้ให้ใครฟัง เขาก็คงไม่เชื่อถ้าเราไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง"

"จะดีหรอครับน้องอัน งั้นผมให้ลุงเชาพาไปดีกว่าลุงพาน้องอันไปเก็บส้มหน่อย อย่าไปไกลนะเอาแค่ใกล้ๆก็พอ เพราะเดี๋ยวเราจะกินข้าวเที่ยงแล้ว"

"ได้ครับ..เชิญครับคุณหนู"

"ลุงนำไปเลยค่ะ โบราณว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัดค่ะ"ลุงเชารูปร่างค่อนข้างสูง แต่เสียดายเธอไม่เห็นหน้าเขา ลุงเชาพาลัดเลาะมาตามทางเดิน เธอเห็นคนงานยืนมอง แต่ไม่รู้ว่ามองอะไรหรือว่าเสื้อผ้าเธออาจจะแปลกตา

"ลุงคะ..แล้วนี่ส้มพันธ์อะไรทำไมมันเตี้ยขนาดนั้นคะ แล้วจะหวานมั้ยคะลุง?"อันนาเอ่ยถามขึ้นเพราะเธออยากรู้ เห็นส้มมีตั้งหลายพันธ์

"เขาเรียกส้มบางมดครับคุณหนู"

"หนูชื่ออันนาค่ะ ลุงไม่ต้องเรียกคุณหนูหรอกค่ะ"

"ครับหนูอัน"

"แล้วทำไมส้มบางมด มาอยู่ที่นี่ล่ะคะบางมดไม่อยู่ฝั่งธนฯหรอคะลุงเชา"ลุงเชาแอบขำ แต่ไม่กล้าหัวเราะ

"มันคือพันธ์ของส้มครับคุณ..เอ่อ หนูอัน ตอนนี้ปลูกได้หมดแหละครับ ทั้งสระแก้ว ภูเรือจังหวัดเลยก็ปลูกครับ ที่ดินอุดมสมบูรณ์ปลูกได้หมดแหละฮะ..เอ่อครับ"

"ลุงนี่รอบรู้จังนะคะ แล้วลุงอยู่ที่นี่มานานหรือยังคะ หนูหมายถึงว่าอยู่ในสวนส้มปลัดเนี่ยค่ะ"

"ครับ..เมื่อวาน คือเมื่อวานพ่อกำนันบอกว่า จะปลัดธนาจะมาถึง แล้วจะมาที่สวนส้มแต่ลุงนะอยู่มานานแล้วครับ ตั้งแต่ปลัดเรียนมัธยมครับ"

"โห..นานนะคะนั่นนะ แล้วเราจะเก็บหรือยังคะอันว่าเราเดินมาไกลแล้วค่ะ แล้วเราจะเก็บลูกแบบไหนคะ?"ลุงเชาเอื้อมมือไปเด็ดส้มจากต้นมาลูกหนึ่ง แล้วยื่นให้อันนาดู

"ถ้าเราอยากได้ส้มหวาน ก็ต้องเลือกผิวแบบนี้ครับ แต่สวนนี้ผมไม่อยากจะคุย คือมันหวานทุกลูกครับคุณอัน แล้วอยากเป็นชาวสวนหรือครับ?"

"ก็ดีนะคะ..เป็นชาวสวนส้ม หนีจากมลพิษในกรุงเทพฯที่นี่ไม่มีเสียงรถ ให้หนวกหูไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องประชุมทั้งวัน ให้เสียสุขภาพจิตแต่อันได้แต่คิดค่ะ แล้วลุงล่ะคะคิดอยากจะไปปลูกส้มเองมั้ยคะ?"

"ไม่ดีกว่าครับ ไม่อยากไปเป็นคู่แข่งพ่อกำนัน มันต้องลงทุนครับ มันมีปัจจัยหลายอย่างทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย การลงทุนมีความเสี่ยงครับ"ดูเหมือนลุงเชาจะมีความรู้ดีจัง คนงานที่นี่ต้องมีความรู้เรื่องดินฟ้าอากาศด้วยหรือเปล่า

"แล้วรายได้ต่อวัน ลุงสามารถเบี้ยงครอบครัวได้มั้ยคะ?"อันนาถามลึกเข้าไปอีก ตาลุงคนนี้ใส่โคโลญจ์ด้วยหรือไง เขาเป็นชาวสวนที่มีรสนิยมมาก ใช้กลิ่นck1ด้วยหรือ?

"ก็พอครับ ถ้าไม่ฟุ้งเฟ้อก็อยู่ได้ครับคุณอัน"

"แล้วลุงเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงมั้ยคะ?"

"รู้สิครับ คนไทยทุกคนต้องรู้ครับ เพราะในหลวงท่านว่าไว้ คนที่นี่ต่างก็ยึดถือและที่สำคัญพ่อกำนันนั่นแหละครับ ได้นำหลักการของท่านมาใช้ แบ่งปันชาวบ้านมีงานทำ"ลุงเชาพูดไหลลื่น คงไม่ใช่คนสวนธรรมดาแน่

"อันรู้สึกเวียนหัวค่ะลุง เหมือนแดดมันร้อน"

"งั้นไปนั่งตรงโคนต้นไม้นั้นก่อนนะครับ ค่อยๆเดินครับคุณหนู คงไม่เคยอยู่กลางแจ้งแบบนี้ ไหวมั้ยครับ?"หญิงสาวพยักหน้า ลุงเชาพาเธอมานั่งที่โคนต้นไม้ใหญ่ อันนาสติดับวูบเธอไม่รู้สึกอะไรแล้ว

"อันนา..โธ่เอ้ย..คุณหนูทำไมเหยาะแหยะแบบนี้นะ และก็สามหาวอยากจะเก็บส้ม ไปซื้อกินเถอะอย่างคุณไม่เหมาะกับที่นี่หรอก"ร่างสาวถูกอุ้มพาดบ่า เดินกลับมาที่ห้องพักของธนา

"น้องอัน..เป็นอะไรวะ?"

"เมาแดดนะสิ เดี๋ยวฉันจัดการเอง แกไม่ต้องยุ่ง"ชายหนุุ่มที่แบกร่างไร้สติ บอกกับธนาเขาเลยต้องถอยห่างออกมา

"อย่าให้เสียเรื่องล่ะ"

"รับรองได้"

คนพูดเดินกลับมาพร้อมกับ ผ้าขนหนูผืนเล็ก เขาแตะเข้าตามใบหน้าซีดเผือดนั้นเบาๆ ก่อนจะเช็ดตามซอกคอ ตามแขนเรียวเล็กนั้นด้วยความเป็นห่วง 

นานเกือบครึ่งชั่วโมง ร่างเล็กนอนเหยียดยาวเริ่มไหวติง หญิงสาวขมวดคิ้วเพราะมีอะไรเย็นๆอยู่ตรงหน้าผาก ดวงตาสลึมสลือค่อยๆมองไปทั่วบริเวณ แล้วที่นี่ที่ไหนกันนะ ทำไมเธอไม่คุ้นเลย

"อันนา..เป็นไงบ้าง?"

"คะ-คุณ..ที่นี่ที่ไหนกัน แล้วคุณทำไมมาอยู่นี่ เมื่อกี้ฉันเดินอยู่ในสวนส้ม แล้วก็เด็ดส้มฉันไปกับลุงเชา หลังจากนั้นฉันก็เหมือนจะเป็นลม แล้วลุงเชาล่ะเขาไปไหน แล้วคุณทำไมมาอยู่นี่ตอบมาสิ"

"โอ้ยยย..ใจเย็นสิคุณเมื่อกี้คุณเป็นลม ผมก็เลยต้อแบกคุณมานี่ ตัวหนักยังกับกระสอบข้าวสาร"

"ว้าย..ไอ้คนบ้าคุณหาว่าฉันอ้วนหรือไง?"หญิงสาวทุบคนข้างกายเป็นพัลวัล

"โอเคๆผมขอโทษ คุณเป็นลมเมื่อกี้คุณว่าลุงเชาหรอ แต่ผมไม่เห็นมีใครเลยนี่นา อย่าบอกนะว่าคุณเดินละเมอเข้าไปในสวนส้มนั่น แล้วนั่นส้มคุณผมเนี่ยต้อแบกทั้งคุณทั้งส้ม กว่าจะมาถึงนี่หลังแทบหัก"

​"แล้วมาทำไมที่นี่ล่ะ งานการไม่มีทำหรือไง?หรือคุณว่างมาก"เขาขยับเข้ามาใกล้ จนเธอได้กลิ่นกายของเขา ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์นัก

​"มี..แต่ไม่ทำ ผมอยากมาหาคุณไง อันนาฟังผมสักนินะคนดี"พอร์ซลงนั่งตรงหน้าเธอ ผู้ชายปากเสียจะมาไม้ไหนกัน

"มาหาทำไม?"

"ก็คิดถึง..ผมรอลุ้นอยู่ว่าแอนนี่จะชวนมาได้มั้ย อันนาที่ผ่านมาผมรู้แล้วว่า..."

"พูดมารู้ว่าอะไร ถ้าไม่พูดฉันจะกลับ"หญิงสาวทำท่าจะลุก แต่ต้องลุงนั่งเหมือนเดิม

"อันนา..คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย?"

"ทำไมหน้าคุณลอยไปลอยมา มันหวิ่งๆฉันอยากได้ยาดมหรือยาหม่องนะ"ชายหนุ่มลุกขึ้นไปควานหาสิ่งที่เธอต้องการ ตามโต๊ะ ในลิ้นชัก ก่อนจะได้ยาหม่องมาแล้วยื่นให้เธอ

"อันนานอนลงเถอะ ผมจะดูแลคุณเองคุณด่าจะว่าหรืออะไรผมไม่เถียง แต่ตอนนี้คุณนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวผมจะเช็ดตัวให้"เธอพยักหน้า เพราะต้านทานความเหนื่อยล้าไม่ไหว ถ้าตอนนี้เขาทำอะไรเธอ ก็คงไม่มีแรงต่อต้านเขาแน่ๆ 

พอร์ซบรรจงซับเหงื่อที่ผุดอยู่ตามใบหน้าของหญิงสาว ที่เขาต้องมาดักรอพอรู้ว่าเธอมาด้วย ชายหนุ่มดีใจจนเนื้อเต้นพอรู้ว่าเธอมาด้วย บางสิ่งบางอย่างที่เคยพูดไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงได้พูดไปแบบนั้น หรือเพราะความหยิ่งทะนงของตัวเอง 

ร่างบางเริ่มกระพริบตาถี่ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มแต่ตอนนี้ซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด แก้มเนียนใสจนเห็นเส้นเลือดฝอยเรียงราย จะว่าไปผู้หญิงคนนี้สวยงามทั้งใบหน้า รูปร่างแต่ติดอยู่ตรงเธอปากกล้า เธอคงเติบโตมาแบบฝรั่งแต่พ่อหวงนี่สิ ท่าทางจะเรื่องใหญ่ ส่วนมาดามแม่ของเธอเขาเคยคุยมาบ้างแล้ว ถ้าจะจีบเธอโดยเข้าทางว่าที่แม่ยาย คงพอจะเป็นไปได้หน่อย

"อันนา..คุณเป็นไงบ้าง ค่อยๆลุกนะเดี๋ยวก็หน้ามืดอีก"เขาพยุงเธอลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวปัดผมยาวของเธอไปไว้ด้านหลัง กลิ่นกายสาวหอมละมุนจนเขาเผลอสูดดมเข้าปอด คิดว่าเธอคงไม่รู้ตัว

"คุณโกหกฉัน"

"โกหกหรอ?..เรื่องอะไรแล้วทำไมคุณถึงคิดว่าผมโกหก"เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ไม่มีทีท่าว่าจะหลบแต่อย่างใด

"คุณโกหกฉันว่าคุณเป็นลุงเชา ทุกคนรวมหัวกันทั้งน้องสาวฉัน ทั้งเพื่อนคุณทำแบบนี้เพื่ออะไร แล้วทำไมต้องโกหกด้วย บอกมาทำอย่างนี้เพื่ออะไร?"หญิงสาวฮึดฮัด จนเขาต้องจับมือสองข้างของเธอ วางไว้ที่หน้าขาโดยมีมือของเขากุมมือบางไม่ห่าง

"อันนา..คุณฟังผมนะ ผมรู้ว่าผมเป็นคนปากเสีย ตั้งแต่ผมกลับมาจากนิวยอร์กคราวนี้ ผมถามตัวเองว่าผมคิดยังไงกับคุณ อันนาผมชอบคุณผมไม่ได้โกหก แต่ที่ต้องทำแบบนี้เพราะถ้ามาพบคุณเลย ผมคิดว่าคุณอาจจะไล่ตะเพิดผมไปให้พ้น ผมก็เลย.."

"ปลอมเป็นลุงเชา?"

"ครับผมไม่เถียง ผมอยากรู้ว่าคุณคิดอะไร ยังไง รังเกียจคนงานมั้ย?"

"ฉันไม่รังเกียจคนงาน แต่ฉันรังเกียจคุณ เพราะปากคุณกับใจคุณไม่ตรงกัน ฉันได้กลิ่นน้ำหอมคุณ ฉันเห็นนาฬิกาที่คุณใส่ คนงานที่ไหนจะใส่น้ำหอมยี่ห้อนี้ จะใส่นาฬิกาแพงแบบนี้ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณไม่จริงใจ ตั้งใจหลอกฉันทุกคนหลอกฉัน ไว้ใจไม่ได้กระทั่งน้องสาวตัวแสบของฉัน" 

​"อันนาแต่ว่าผม..."

​"พอ..หยุดพูด"

"คะ-ครับ'

"หลบไปฉันหิวข้าว ลุกขึ้นสิทำอะไรของคุณ?"

"ผมจะคุกเข่าอยู่แบบนี้ จะไม่ลุกไปไหนจนกว่าคุณจะให้อภัยผม อันนาได้โปรด"หญิงสาวไม่ได้สนใจคำขอพูดของเขา 

"คุณนี่สงสัยจะดูหนังจีนมากไป หลบไปอยากคุกเข่ายันเช้าก็เรื่องของคุณ ถ้าว่างมากขนาดนั้น.."

"อันนา..รอก่อนสิคุณ..เดี๋ยว"หญิงสาวไม่ฟังเสียง พอลุกขึ้นได้ก็เดินลิ่วออกไปจากห้องนั้นทันที

​"ไอ้พอร์ซ..น้องอันโกรธแกหรอ?"

​"แกเดาไม่ออกหรือไง เดินยังกะจะไปตามควายขนาดนั้น คงอารมณ์ดีมั้งแกกับเมียแกด้วย ที่อันนาโกรธไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก"

"เอ้า..จริงหรอเนี่ย ซวยแล้วเมียจ๋าน้องอันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ บรรไลแน่คราวนี้"ธนาครางในอก

"ใช่..เธอบอกว่า ไว้ใจใครไม่ได้เลยแม้แต่น้องสาวเธอ"สองหนุ่มเดินคอตกมาที่กระท่อม ที่จัดไว้ให้คนงานพักเหนื่อย และเอาไว้เป็นที่กินข้าว เห็นอันนานั่งหันหลังให้ ขณะที่เมียเขาพยายามง้อพี่สาวอยู่

"พี่อันอย่าโกรธพวกเราเลยนะคะ เราทำทุกอย่างเพื่อให้พี่อันกับคุณพอร์ซ ได้ปรับความเข้าใจกัน ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลยนะคะ"

"..."

"พี่อัน แอนนี่ขอโทษค่ะ แต่เมื่อกี้คุณพอร์ซเขาช่วยพี่อันไว้นะคะ ไม่งั้นล่ะก็แย่แน่เลยค่ะ แดดร้อนขนาดนั้น เขายังมีความดีอยู่บ้างนะคะ"

​"ลุงเชาต่างหากที่ช่วยชีวิตพี่ นายนั่นหลอกพี่ว่าเป็นคนงาน แต่งตัวเป็นเหมือนโจรนั่น คิดสงสัยตั้งแต่แรกละ แอ้ปไม่เนียนเลยพี่จะกลับบ้าน ไปส่งพี่ที่บ้านพิมพ์ คืนนี้พี่จะค้างที่นั่น"

​"แต่ว่า..."

"มีปัญหาใช่มั้ย งั้นพี่จะกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เลย ถ้าจะไปค้างบ้านพิมพ์ยังมีปัญหาอีก"

"พี่อัน.."

"นายนั่นเขาอายุเท่าปลัด ปล่อยให้เขาคิดเองเถอะแอนนี่ เธอสองคนอย่าไปคิดแทนเขา ถ้าอายุเขาปูนนั้นถ้าเขาไม่มีหัวคิด ก็ปล่อยเขาอย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยาก"

"พี่อัน..แอนนี่ขอโทษ แอนนี่แค่บอกคุณพอร์ซว่าพี่อันจะมาด้วย ก็เท่านั้นเองนอกนั้นแอนนี่ไม่รู้เรื่องค่ะ ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แอนนี่สาบานได้ค่ะ"อันนาหรี่ตามองน้องสาว แอนนี่พยักหน้าว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ

​"งั้นสองคนนั้นก็รวมหัวกัน เชอะ!อันนาอ่อนแอก็จริง แค่เป็นลมแดดเท่านั้น เฮ้อ!ถามจริงเถอะ นายนั่นมีดีอะไรทำไมถึงเชียร์กันนัก"

​"พี่อัน..คุณพอร์ซเขาอยู่เมืองไทย เขาอยู่ที่นี่แอนนี่แค่อยากให้พี่อันพิจารณาเขา และเขามาที่นี่เพราะพี่อันนะคะ"

"แล้วอยู่ที่โน่นทำไมเขาไม่คุย ทำไมไม่พูดล่ะวันจะกลับเขายังไม่ลาพี่เลย"อันนาเอ่ยถาม แต่เขาลาแล้วนี่ เธอยังบอกว่าเดินทางปลอดภัย

"อืมม..แต่ก็ช่างเถอะ ถือว่าหายกันที่เมื่อกี้เขาช่วยพี่ แต่ทำไมต้องแกล้งเป็นคนงานด้วย พี่ว่าเขานะเหมือนโจร พี่ไม่ได้ว่าคนอื่นคนร้ายกาจ พอไม่ต้องพูดแล้วจบ.."

​"หนูอัน..แอนนี่ไปกินข้าวเถอะลูก แม่เตียมสำรับให้แล้ว หรือว่าให้พี่ธนายกมาตรงนี้ดีกว่านะจ๊ะ"

​"ค่ะงั้นเราช่วยนะคะ"

"พี่อันนั่งเถอะค่ะ แอนนี่จัดการเองเดินไปเดินมาเดี๋ยวอาจจะหน้ามืดนะคะ"อันนาเลยต้องนั่งลงที่เดิม ลมพัดเอาไอแดดมากระทบผิวจนเธอแสบร้อน

​"อัน..ดื่มน้ำหน่อยนะ คุณจะได้สดชื่นน้ำแดงหวานเย็น แก้กระหายได้ครับ เมื่อกี้คุณเป็นลมร่างกายอาจจะขาดน้ำ ดื่มหน่อยนะหรือจะให้ป้อนผมทำได้นะ"

​"ไม่ต้อง..ฉันไม่ได้เป็นง่อย มือสองข้างยังใช้งานได้ ขอบคุณเชื่อใจได้มั้ยน้ำแดงเนี่ย?"แม้จะพูดจาประชดประชัน แต่เธอก็รับแก้วน้ำไปจากเขา ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

"เอาอีกมั้ยเดี๋ยวผมไปเอามาให้ รอเดี๋ยวนะผมจะเอาเหยือกใส่มาเลยจะดีกว่า"ชายหนุ่มก้าวยาวๆออกจากซุ้มไป เป็นจังหวะเดียวกับธนากับภรรยายกสำรับมาที่ซุ้ม

"น้องอัน..วันนี้แม่ทำแกงแค แล้วก็ลาบหมูแล้วก็ต้มยำกระดูกหมู แต่ว่าแกงแคอาจจะขมนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่ากินได้มั้ย?"

"กินได้ทุกอย่างค่ะ คนอื่นกินได้อันก็กินได้ค่ะ อากาศร้อน อาหารเย็นใช่มั้ยคะไอขึ้นเลย"

"พี่อัน..นั่นควันขึ้นค่ะไม่ใช่ไอเย็น นี่ค่ะข้าว แล้วช้อนกับส้อมครบนะคะ คุณพอร์ซนั่งเลยค่ะ"

"ขอบคุณครับ แอนนี่ส่งแก้วมาพี่เอาน้ำให้ อากาศร้อนแบบนี้ ได้น้ำแดงหวานเย็นแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย"พอร์ซรินน้ำแดงจากเหยือกให้อันนาก่อน แล้วยังบริการให้ทุกคนอีก

"อันว่ารสชาดดีนะคะ นี่เขาเรียกแกงแคหรอคะแต่ไม่เห็นมีดอกแคเลยนะ"

"มันเป็นชื่ออาหารพื้นบ้านครับ มีชะอม แล้วดก็กวางตุ้ง แล้วนี่มะระขี้นกกินแล้วรักษาโรคดีครับ เขาเรียกหวานเป็นลม ขมเป็นยาครับคุณ"

"เป็นหมอหรอคุณนะ?"

"เขาเรียกว่ารอบรู้ครับ"พอร์ซตักอาหารให้อันนา จนเธอยกมือห้าม

"มันเยอะไปแล้ว คุณกินสิดีต่อสุขภาพ"

"ครับ..ช่างยอกย้อนนัก"

"อะไรนะ?"

"เปล่านะครับ ผมบอกว่าอาหารแบบนี้ย่อยง่าย เพราะมีไฟเบอร์สูงกินแล้วท้องไม่ผูกครับ"แอนนี่สะกิดสามี ให้ดูคนที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วสินะ ต่อไปพอร์ซต้องจัดการเองแล้วแอนนี่กับสามีคงไม่ต้อง เดี๋ยวจะโดนตำหนิอีก

"นี่ครับส้มที่คุณเด็ดมา ถ้าหวานแสดงว่าคุณดูเป็นว่าควรเก็บลูกไหน แต่ถ้าเปรี้ยวต้องไปเก็บอีก จะได้แยกแยะถูก"พอร์ซแกะเปลือกส้มให้ แล้ววางให้ในจาน

"ไม่เอาหรอก เดี๋ยวฉันเป็นลมอีกเดือดร้อนคนอื่นเปล่าๆ"

"ไม่ใช่ให้คุณไปตอนนี้นี่ แดดร่มลมตกก่อนสิเดี๋ยวผมพาไป ถ้าคุณเป็นลมเดี๋ยวผมช่วยเองครับ"

"ขอบคุณ..ก็หวานดีนะแล้วทำไมพอเวลาเราซื้อราคาถึงแพงจัง บางมดแบบนี้ราคาก็น่าจะ50-60บาทนะคะปลัด"

"ครับ..หน้าสวนก็ราวๆ20บาท กว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ผ่านพ่อค้าหลายมือครับ น่าเห็นใจคนซื้อกินฮะ"

"สวนพงษ์ธนา..ชื่อปลัดนี่คะ"

"ครับ..เราประทับตราตะกร้าทุกใบครับ รวมทั้งลังกระดาษนั้นด้วยฮะ"ช่างน่าสนุกมากทีเดียว อันนาได้อาหารมื้อกลางวันแล้ว เธอเติมพลังมาเพรียบแบบนี้ ต่อให้เก็บส้มเป็นเข่งก็คิดว่าน่าจะทำได้

"แล้วส่งที่ไหนบ้างคะ?"

"ก็ตลาดไทยเป็นหลักฮะ นอกนั้นเขาก็กระจายไปทั่ว ไปถึงอตก.นั่นแหละฮะ"ธนาอธิบายจนอันนาคิดว่า เขาน่าจะเหมาะกับงานแบบนี้มากกว่า แล้วถ้าวันหนึ่งเขาอยากกลับมาทำสวนบ้าง มันจะเกิดอะไรขึ้นนะ

"แอนนี่..พี่ว่าที่นี่น่าอยู่กว่านิวยอร์กอีกนะ"

"ค่ะ..พี่ธนาว่าไงคะ?"ธนาโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ ที่นี่จะมาเมื่อไหร่ก็ได้แต่เมียสำคัญกว่า แต่ถ้าเธอเอ่ยปากว่า อยากมาอยู่ที่นี่เขาพร้อมจะทำตามอยู่แล้ว

​"ก็แล้วแต่ภรรยาผมครับ พี่ดีใจที่แอนนี่ชอบเรามีสวนส้ม เนื้อที่เกือบร้อยไร่ครับเป็นมรดกตกทอดมาจากปู่ย่าตายาย บอกว่าให้พวกเราทำกินต่อไป แต่ขออย่างเดียวห้ามขาย แต่ถ้าซื้อเพิ่มไม่ว่าเลย"

​"แอนนี่ชอบที่นี่แล้วสิคะ ที่นี่ไม่มีมลพิษหรือมีแต่ก็น้อย และที่สำคัญน้ำใจของคนงานสิคะ เหมือนญาติสนิท ที่นี่มีหลายอย่างที่นิวยอร์กไม่มี ทุกคนทำงานเพื่อเงินจริงๆนะคะ แอนนี่สัมผัสได้"

คิดก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวแม่ยายจะหาว่าพี่เอายาสั่งให้เมียกิน เลยคล้อยตามสามีทุกอย่างครับ"

"พูดได้ดีค่ะคุณปลัด แหมๆเค้าคนนะคะไม่ยอมให้ชักจูงหรอกค่ะ แม่กับป๋าไม่บังคับหรอกค่ะแล้วแต่แอนนี่ ตอนนั้นแอนนี่ไม่คิดว่าพี่ธนาจะทำจริงนี่คะ แค่บอกว่าถ้าตามแอนนี่ไปอยู่นิวยอร์กได้ แอนนี่ยินดีจะแต่งงานด้วย แต่ถ้าพี่ธนากลับมาตำแหน่งปลัด ก็ตกไปเป็นของคนอื่นแล้วนะสิคะ"

"โธ่..นึกว่าอะไร อาชีพชาวสวนเป็นอาชีพที่ไม่มีกฎเกณฑ์ เราเป็นนายตัวเองเหนื่อยก็พัก มีเวลาอยู่ครอบครัวตลอด พี่ไม่ได้ยึดติดตำแหน่งหรอกครับ ไม่ใช่ว่าเราเกษียณแล้วยกตำแหน่งนั้น ไปให้ลูกหรือให้เมีย แต่สวนส้มนี่สิพอเราแก่เฒ่าทำไม่ไหวลูกๆของเรา ยังได้รับช่วงต่อนะแอนนี่ว่าจริงมั้ย?"

นั่นสินะทายาทสืบทอดธุรกิจได้แล้วที่นั่น พี่ชายเธอก็อยู่แถมน้องชายก็อยู่ อีกหน่อยเฮียโจก็ต้องมีลูกหลายๆคน ช่วยกันดูแลกิจการของครอบครัว แล้วสามีของเธอต้องทิ้งทุกอย่างที่นี่ไป จะสายไปมั้ย ถ้าต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง 

​"พี่ว่าปลัดพูดถูก ตอนนี้อยู่ที่เธอนะแอนนี่"

​"ค่ะพี่อัน..แอนนี่อยากสร้างบ้านตรงนี้ เผื่อว่าวันข้างหน้า ลูกจะได้มีที่วิ่งเล่นเช้ามาได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้กลิ่นดอกส้มด้วยนะคะพี่อัน"

"ค่อยๆคิดครับคุณภรรยา ทุกอย่างต้องค่อยๆคิดสำหรับพี่ยังไงก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่เมียจะตัดสินใจครับ"ธนาโยนเผือกร้อนให้เมียเต็มๆ แล้วเธอจะตัดสินใจยังไง เขายอมรับได้เสมอ...






​เรื่องนี่จะอัพไปจนครบทุกคู่จ้า ผิดที่ไรท์เองตอนแรกคิดแค่คู่ของเฮียโจกับพิมพ์ แต่ตอนนี้เป็น2-3 อาจจะมีคู่ที่4 และจะปิดด้วยวาคิมน้องพี่อันนะคะเห็นด้วยกด1ไม่เห็นด้วยกด0ค่ะขอบคุณที่ติดตามนะ เจอกันตอนหน้าค่ะ📌📌📌

ความคิดเห็น