ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ว้าย อย่ามีเรื่องกันนะ

ชื่อตอน : ว้าย อย่ามีเรื่องกันนะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ว้าย อย่ามีเรื่องกันนะ
แบบอักษร


ฝากกดไลก์แฟนเพจให้นักเขียนด้วยน๊า ขอบคุณมากจ้า ลิงค์อยู่หน้านิยายเลย

ว้าย อย่ามีเรื่องกันนะ

            “แน่ใจแล้วนะมินนี่ว่าคราวนี้มาถูกทาง”

            หลังจากฉันพาพี่แจสเปอร์ขับรถวนไปวนมาเข้าตรอกโน้นออกซอยนี้อยู่หลายรอบ เขาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

            “แน่สิ คิดว่าเป็นบ้านหลังตรงหน้านี่แหละ หมู่บ้านนี้ชัวร์”

            ฉันยืนยันหนักแน่น หมู่บ้านนี้ค่อนข้างใหญ่แบ่งออกหลายโซนและมีซอยหลายซอยมาก รูปร่างของบ้านแต่ละหลังก็เหมือนกันอย่างกับฝาแฝด นี่ขนาดว่าถามพี่รปภ.ปากทางเข้าหมู่บ้านมาแล้วนะยังขับรถหลงเลย

            “นั่นไงๆ มีผู้ชายใส่แว่นยืนอยู่หน้าบ้าน นั่นแหละพี่กัปตันขับเข้าไปจอดหน้าบ้านเลย”

            พอรถยนต์จอดสนิทฉันก็ลงจากรถไปก่อน พี่กัปตันยืนยิ้มต้อนรับอยู่บริเวณรั้วหน้าบ้าน เค้าเป็นผู้ชายตัวโตผิวขาวจัด หุ่นนักกีฬา ผมเกรียน หน้าตาสุภาพยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนมาจากโลกคนละใบกับผู้ชายปากร้ายที่อาสามาส่งฉันราวฟ้ากับเหว แค่พี่แจสเปอร์หล่อกว่าเท่านั้นเอง อิอิ

            “สวัสดีค่ะ ใช่พี่กัปตันนะคะ” ฉันยกมือไหว้ทักทาย

            “ใช่ครับน้องมินนี่ พี่กัปตันครับ บ้านพี่หายากไหมครับเกรงใจจังเลยที่รบกวนน้องมินนี่ต้องเอาซูกัสมาส่งให้ถึงบ้านเลย”

            “ไม่เป็นไรค่ะ มินนี่มีคนใจดีขับรถมาส่งไม่ได้ลำบากอะไรเลย” ฉันชี้มือไปที่รถยนต์ของพี่แจสเปอร์แล้วยืนเป้แคปซูลใส่เจ้าเหมียวน้อยไปให้พี่กัปตัน

            “นี่ค่ะเจ้าลูกแมวจอมซน มินนี่เพิ่งรู้ว่ามันชื่อซูกัส แมวเหมียวน้อยฉันพากลับบ้านแล้วน๊าอย่าซนหนีเที่ยวอีกล่ะ”

            “โชคดีมากเลยนะครับที่เจ้าซูกัสมาเจอกับน้องมินนี่ ไม่งั้นมันคงแย่แน่เลยพอดีวันนั้นพี่เอาเจ้าซูกัสกับน้องแมวตัวอื่นไปให้วัคซีนมารู้ตัวอีกทีเจ้าดื้อนี่ก็หายไปแล้ว น้องมินนี่ชวนเพื่อนเข้ามาดื่มน้ำในบ้านพี่ก่อนนะครับพี่อยากจะขอบคุณที่ช่วยเลี้ยงน้องซูกัสให้ตั้งหลายวัน”

            “เอ่อ คือ จะไม่เป็นการรบกวนพี่กัปตันเหรอคะ”

            ฉันหันมองกลับไปยังพี่แจสเปอร์ที่นั่งรออยู่ในรถ

            “ไม่รบกวนอะไรเลยครับน้องมินนี่ เถอะครับอย่างน้อยให้พี่ได้เลี้ยงน้ำสักแก้วก็ยังดี พี่อยู่บ้านคนเดียวในบ้านมีน้องแมวอีกหลายตัวเลย” พี่กัปตันหน้าตากระตือรือร้นมาก นี่ถ้าฉันมาเพียงคนเดียวก็ว่าไปอย่าง

            “งั้นเดี๋ยวมินนี่ขอเดินไปบอกกับพี่ที่มาด้วยก่อนนะคะว่าพี่เค้าจะสะดวกเข้าไปไหม”

            “ได้ครับเดี๋ยวพี่เปิดประตูบ้านไว้แล้วขอเข้าไปรอด้านในนะครับ”

            พี่กัปตันมั่นอกมั่นใจมากไปแล้ว หากฉันพูดให้พี่แจสเปอร์ยอมเข้าไปในบ้านไม่ได้ล่ะ ผู้ชายคนนั้นยิ่งเดาใจยากอยู่ด้วยสิบทจะดีก็ดีใจหายบทจะร้ายขึ้นมาก็ไม่ฟังใครทั้งนั้นเหมือนกัน

            ฉันเดินอ้อมตัวรถไปทางด้านข้างฝั่งคนขับยกมือทำท่าเคาะกระจก

            “มีอะไรอีก ทำไมไม่ขึ้นรถจะนอนอยู่นี่ว่างั้น” พอลดกระจกมาได้พี่แจสเปอร์ก็แสดงสกิลของปากเลเวลสิบออกมาทันที

            “เปล่า แต่พี่กัปตันเค้าชวนเข้าไปดื่มน้ำในบ้าน เค้าอยากขอบคุณที่พี่แจสเปอร์กับน้องมินนี่เอาเจ้าแมวเหมียวน้อยมาส่งให้ เข้าไปเป็นเพื่อนมินนี่หน่อยนะ นะคะ”

            ฉันทำสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต เอาจริงๆ เกิดมายังไม่เคยทำหน้าตาบ๊องแบ๊วแบบนี้ใส่ใครเลยนะ แม้แต่คุณพ่อของฉันเองก็เหอะ

            “อยากกินน้ำเดี๋ยวฉันซื้อให้ก็ได้ไม่เห็นต้องเข้าไปกินในบ้านคนแปลกหน้า”

            เอ่อ… คือมันคนละเรื่องป่ะเนี่ย ฉันไม่ได้อยากกินน้ำฟรีหรอกนะแต่ฉันไม่อยากเสียมารยาทตะหาก

            “ถ้าพี่แจสเปอร์ไม่ยอมเข้าไปเป็นเพื่อน งั้นมินนี่ขอเข้าไปแพ็บเดียวนะ นะคะ”

            พี่แจสเปอร์ย่นคิ้ว เมื่อเห็นท่าว่าเค้าจะไม่เข้าไปด้วยแน่ฉันเลยหันหลังกลับกะว่าจะเข้าไปสักครู่เดียวก็จะรีบออกมา อย่างน้อยพี่กัปตันก็มีน้ำใจชวนเข้าไปในบ้านแล้ว

            “รอก่อน เดี๋ยวฉันจะเข้าไปด้วย” คนขี้เก๊กส่งเสียงเรียกก่อนจะตามออกมา ฉันส่งยิ้มดีใจไปให้เขา แต่พี่แจสเปอร์ทำหน้าเหมือนรำคาญกลับมา

            “พี่แจสเปอร์ใจดีจัง”

            ฉันเดินเข้าไปคลอเคลียจับแขนของเขา พี่แจสเปอร์ทำเหมือนจะขืนตัวเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้ฉันเอามือคล้องแขนเค้า แล้วเดินเข้าไปในบ้านของพี่กัปตันพร้อมกัน บ้านของพี่กัปตันเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นเนื้อที่ค่อนข้างกว้างมีสนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้าน พอเราสองคนเดินเข้าไปในรั้วบ้านก็พบพี่กัปตันยืนรออยู่ในส่วนที่เป็นห้องรับแขก

            “ไอ้แจสเปอร์!”

            พอผู้ชายสองคนเห็นหน้ากันพี่กัปตันก็ชี้หน้าพี่แจสเปอร์ทันที

            “ไอ้หมูตัน… มึง”

            พี่แจสเปอร์ชี้หน้ากลับไปท่าทางเหมือนจะมีเรื่องสุดๆ อย่าบอกนะว่าสองคนนี้เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน งื้อ ซวยแน่แล้วมินนี่เอ๋ย

            พี่แจสเปอร์ค่อยๆ แกะมือของฉันออกจากแขนเค้าช้าๆ สายตายังจ้องหน้าพี่กัปตันอยู่ตลอดเวลา

            “พี่แจสเปอร์คะ” ฉันส่ายหน้าพลางร้องเรียกเสียงหลงแต่ก็เหมือนจะช้าเกินไปเสียแล้ว เมื่อพี่แจสเปอร์พุ่งปรี่เข้าไปหาพี่กัปตันราวกับพายุ

            “อย่านะ!... อ้าวซะงั้น”

            จู่ๆ ผู้ชายสองคนก็โผเข้ากอดกันกลมปล่อยให้ผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างยืนยืนงงเป็นไก่ตาแตก

            “ไอ้แจสเปอร์กูไม่ได้เจอมึงนานหลายปีเลยนะ คิดถึงมึงว่ะเพื่อน” พี่กัปตันยิ้มดีใจ

            “5ปี ว่าแต่มึงเปลี่ยนชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ไอ้หมูตัน มึงผอมลงไปเยอะเลยจนกูเกือบจำไม่ได้ มึงกลับมาอยู่เมืองไทยนานแล้วเหรอวะ”

            “อือ กูกลับมาปีกว่าแล้ว” พี่กัปตันพยักหน้าให้พี่แจสเปอร์ แล้วมองเลยมายังฉันซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของพี่แจสเปอร์

            “แล้วนี่น้องมินนี่กับมึง?”

            ฉันยกมือขึ้นโบก เพื่อให้รู้ว่าฉันยังอยู่ที่นี่อีกคนนะอย่าลืมสิ

            “เรื่องมันยาวไว้กูจะเล่าให้ฟังทีหลัง”

            พี่แจสเปอร์หันมามองหน้าฉัน “มาสิ อยากกินน้ำไม่ใช่เหรอ”

            นี่เป็นเพื่อนกันว่างั้น ตกใจหมดเลย


ความคิดเห็น