facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (1/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (1/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 18:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.8 (1/2) [ เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

8

เจ้าวาฬน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

Moon’s Story* *


การโคจรมาเจอกันระหว่างโลก พระอาทิตย์ และพระจันทร์

มีความบังเอิญอยู่ในนั้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์

มีพรหมลิขิตอยู่สองเปอร์เซ็นต์

มีโชคช่วยอยู่สามเปอร์เซ็นต์

ที่เหลืออีกเก้าสิบสี่เปอร์เซ็นต์...ผมตั้งใจ










“อ่านอะไรอยู่วะ”


เป็นเอกเดินมาถามผมก่อนจะนั่งลงที่ก้อนหินใหญ่ข้างๆ กัน รอน้องคณะต่อไปมาถึงฐานของเรา สัปดาห์แรกพบที่จัดขึ้นเพื่อทำกิจกรรมสนุกสนานๆ แทนการรับน้องแบบว้ากรุนแรงที่เพิ่งยกเลิกไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ผมแขวนป้ายฉายาพระจันทร์ยิ้ม ยืนประจำที่ฝ่ายสันทนาการ


มันก็คือกระทู้ที่เต็มไปด้วยหมอกควันและกลิ่นไอของความเงียบเชียบ มืดดำ และว้าเหว่ที่สัมผัสได้ผ่านสำนวนการเล่าเรื่อง คนคนนั้นเขาเป็นโรคซึมเศร้า โรคที่เป็นเหมือนฝันร้ายของคนที่ต้องเผชิญกับมัน นึกภาพตามสิว่าวาฬ 52 Hzผู้โดดเดี่ยว มันจะหนาวแค่ไหนถ้าต้องอยู่ตัวเดียวในทะเลโดยไม่มีใครสามารถสื่อสารกับมันผ่านคลื่นเสียงได้เลย


นั่นคือโทนหม่นๆ ของกระทู้นี้ที่ผมสัมผัสได้


ผู้เล่าทำให้ผมรู้สึกจมลงไปในน้ำด้วยกันกับเขา ผ่านตัวอักษรที่เชื่อมเราเข้าไว้ด้วยกัน เขาเป็นเด็กมัธยมปลายที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ ผู้เขียนกระทู้ ‘เจ้าวาฬเดียวดายใต้ทะเลดำมืด’

“เกาะไหล่กันมาอย่าให้หลุดนะคะน้องๆ ตามพี่มาทางนี้เลย”


พอได้ยินเสียงของสตาฟนำเด็กๆ มา ผมก็เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วคว้าโทรโข่ง มองจากสีของป้ายชื่อแล้วคงจะมาจากคณะวิทยาศาสตร์ คณะบ้านใกล้เรือนเคียง ตึกเยื้องกันไปไม่กี่สิบก้าวเอง


คำสั่งจับคู่บัดดี้ทำให้ปีหนึ่งวิ่งวุ่นสลับกันจนงงไปหมด ผมยืนหัวเราะพร้อมกับตีกลองทอมไปด้วย บางครั้งก็คว้าโทรโข่งมาร้องเพลงเองเพราะหน้าที่สร้างความบันเทิงให้ชาวบ้านคืองานของเรา ของรางวัลสำหรับเกมหาลูกบอลมาเรียงตัวอักษรให้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งที่เด็กๆ อยากได้หรอก แต่ที่เขารีบจับคู่แล้ววิ่งหาลูกบอลไปทั่วมันเป็นเพราะคู่สุดท้ายที่ช้าที่สุดจะถูกลงโทษต่างหาก


จะมีน้องอยู่คนหนึ่งที่ใครๆ ก็พูดถึงกันว่า ‘คนนั้นน่ารัก’ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเด็กผู้หญิง


“ขอปะแป้งหน่อยครับ”


ผมเดาไม่เก่งเท่าไหร่ เด็กผู้ชายคนนั้นผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาเปล่งประกายสดใสตอนที่เพื่อนเข้ามาขอจับคู่ อาจจะมองผิดไปว่ามีแววหม่นอยู่ในส่วนลึกของแววตาคู่นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เบิกบานเหมือนดอกทานตะวัน จะเคยซึมซับเรื่องหนักใจอะไรมาสักครั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้


เป็นเจ้าวาฬที่ตัวเล็กนิดเดียว


ผมไม่ทราบว่ามันเกิดจากอะไร แรงดึงดูดหรือสิ่งเร้าชนิดไหนมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมแบบนี้ ใบหน้าเนียนใสนั่นขาวสนิทจนทำให้ผมเดินเข้าไปหาพร้อมกับถังสี ก้มหน้าลงเตรียมตัวป้ายสีลงไปบนผิวขาว อยากจะขยำขยี้ให้เละตุ้มเป๊ะ แต่ปลายนิ้วกลับไม่เชื่อฟังที่สมองสั่ง เพราะมันฟังแต่เสียงหัวใจ


ผมเขียนชื่อของผมลงไปบนหน้าผากของน้องคนนั้น คนตัวเล็กมีแววตาเขินอาย น่ารักจนต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้ และรีบลบมันออก ขีดหนวดแมวสามขีดลงไปบนแก้มแทน


“น้องเจ้าวาฬ”


“น่ารักจังครับ”


“ย้ายมาเรียนคณะพี่ไหม” เสียงแซวดังขึ้นอยู่ตลอดจนถึงช่วงหมดเวลา


รุ่นพี่มายืนเรียงหน้ากระดานกันเพื่อจับมือและบอกทางให้พวกปีหนึ่งเดินไปยังฐานต่อไปซึ่งเป็นฐานของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ผมถือวิสาสะใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีตอนที่น้องเดินมาถึง ใช้ฝ่ามือหนาขยี้กลุ่มผมของเขา สะกิดแป้งขาวๆ ที่แห้งอยู่ที่แก้มให้ร่วงลงไปเพื่อไม่ให้มันบดบังความสวยงามที่โลกควรเห็น


ถ้าแก้มนี้เป็นของผม ตอนที่นอนอยู่แล้วดึงแก้มเล่นมันจะดีแค่ไหนกัน

น้องมองป้ายชื่อที่ผมแขวนคออยู่ รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่ข้อความมันเป็นแค่ฉายา ได้แต่ภาวนาในใจว่าเด็กปีหนึ่งจะจำเบอร์โทรของผมได้ ไม่อยากปล่อยมือนุ่มนิ่มนั้นเลยแต่ก็ต้องปล่อยเพราะไอ้เป็นเอกตีมือผมจนเกือบเขียว เรียกเสียงหัวเราะสดใสจากเจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี


เหมือนหัวใจของผมลอยออกไปตามเสียงหัวเราะของเขาด้วยเลย


ฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล ที่หลังจากนั้นผมเอาแต่พะวงกับโทรศัพท์ของตัวเอง ตื่นเต้นตอนที่รอเบอร์แปลกโทรมาหา


น้องเดินเรียงแถวไปแล้ว แต่กระเป๋าเป้ที่สะพายหลังอยู่รูดซิปไม่หมด สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลร่วงลงมา มันคงเป็นสมุดบันทึกตารางเรียน เอาไว้เขียนไดอารี่หรือจดการบ้าน


“น้อง...”


ไม่ทันแล้ว


คิดว่าเก็บไว้ก่อน ค่อยเอาไปให้เอกตะวันเพื่อนที่อยู่ในคณะวิทย์ฯ ส่งคืนเจ้าของให้อีกที แต่ความบังเอิญที่วิ่งวนอยู่รอบๆ ตัวเรามันหาโอกาสที่จะพุ่งชนเราอยู่ทุกเมื่อ


เพราะความเสียมารยาทเปิดเข้าไปอ่านข้อความของตัวเองเป็นเหตุแท้ๆ ผมถึงได้เห็นว่าข้อความในสมุดกับข้อความในกระทู้ที่อ่าน มาจากคนเขียนคนเดียวกัน



บันทึกของวาฬ 52******Hz วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ....

เคยรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวไหมครับ เหมือนวาฬตัวเดียวที่อยู่ใต้ท้องทะเลลึก

มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลยใช่ไหม

ไม่เป็นไรนะ...คุณมีผมเป็นเพื่อน

เพราะผมเอง ก็กำลังรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน



เป็นเราเองเหรอตัวเล็ก


คุณอาจไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกกระตุกหัวใจเหมือนโดนไฟช็อต จนกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเข้ามาทำให้รู้สึกได้เอง แต่สำหรับผม มันได้เกิดขึ้นแล้ว ในวินาทีที่รู้ว่าเด็กคนนั้น ก็คือ ว.52 ผู้เหน็บหนาว


ผมถือสมุดเอาไว้กับตัว เยือกเย็นไปทั้งหัวใจเมื่อได้รู้ความลับอันแสนโหดร้ายของมหาสมุทร ทะเลไม่เคยสนใจว่าเหยื่อคือผู้ใด ต่อให้เป็นเจ้าวาฬน้อยผู้เดียวดาย น่าสงสารมันก็จะโถมเข้าใส่ถ้าหากว่าเรากำลังโงนเงน อ่อนแอ


อีกนานแค่ไหน น้องถึงจะมีโอกาสโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือน้ำ สัมผัสกับความงดงามของเส้นขอบฟ้า


จริงๆ แล้วความบังเอิญของโลกใบนี้มีมากกว่านั้น เพราะคืนปฏิญาณตนเจ้าตัวเล็กขี่มอเตอร์ไซค์เวสป้าสีแดงออกมาทางซอยโรงเรียนสาธิตฯ ที่อยู่หลังคณะของผม ฟ้าคงอยากให้ผมไปส่งน้องเลยสั่งให้รถน้องเสียตรงนั้นพอดี ชาติชายชาตรีอย่างเราจึงโยนหีบเลือกตั้งให้เพื่อนและยืมรถมันมาอย่างไว


แผงยาแก้ปวดลดไข้ธรรมดาถูกยื่นไปให้ เพราะในรถมีอยู่แค่นั้น เจ้าตัวรับไว้ด้วยมืออันสั่นเทา ผมไม่แน่ใจว่ามันคืออาการของโรคหรือเปล่าเลยเหล่ตามองนิดหนึ่ง อ๋อ...คงไม่ โรคนี้มันคงไม่ทำให้คนนั่งยิ้มหน้าแดงกับยาแก้ไข้ได้หรอก


น่ารักจังโว้ย


“เดินไปไหนเหรอครับ”


ผมหันหลังกลับมามองคนตัวเล็กที่เรียกเอาไว้ก่อนที่จะข้ามถนน พอดีผมจอดรถเอาไว้หน้าคอนโดฯ นั้นก่อนเพราะร้านหนังสือฝั่งตรงข้ามไม่มีที่จอดรถยนต์ แล้วดูสิ เจ้าวาฬน้อยจะต้องเป็นคนจิตใจดีขนาดไหนกันนะ ถึงยอมถอดเสื้อกันฝนของตัวเองส่งให้ผม โดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าจะคืนเมื่อไหร่


“ขึ้นไปพักได้แล้วนะครับคนเก่ง พรุ่งนี้มีงานเปิดโลกกิจกรรมแต่เช้า”


น้องกลั้นยิ้มแล้วพยักหน้าก่อนจะวิ่งเข้าประตูคอนโดฯ ไป เลยถึงเวลาที่ผมต้องเข้ามาในร้านหนังสือแล้วเลือกซื้อหนังสือที่จะทำให้เข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาสักสองสามเล่ม ตั้งใจอ่านและสรุปความมันจนจบในคืนนั้น เพราะหลังจากที่ได้รับรอยยิ้มสดใสจากเค้า พันธะสัญญาระหว่างเราก็ถูกสร้างขึ้นในใจ มันคงจะดีกว่าถ้าหากว่าผมจะไม่ปล่อยให้เขาสู้อยู่คนเดียว

จับมือกัน

ไปด้วยกัน











‘ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบางรายจะเบื่ออาหาร ลองทานผลไม้หลากสีดูทีละนิด จะช่วยลดอาการเบื่ออาหารได้’

“ไอ้กงยู มึงเห็นน้องคนที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้านข้าวคนนั้นมั้ย ที่ดูเหมือนตัดสินใจไม่ได้ว่าจะกินอะไรอะ มึงไปทำยังไงก็ได้ให้เค้ามานั่งกินข้าวกับเราที”


“ทำไมต้องกูวะ”


“เข็มขัด Gucci รุ่นที่มึงบอกว่าอยากได้...”


โน่น พูดยังไม่ทันจบมันเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายโน่นแล้ว


เพื่อนแต่ละคนจะมีความสามารถพิเศษและแรงขับเคลื่อนพลังงานที่แตกต่างกัน งานนี้เหมาะกับไอ้ยู งานต่อไปอาจถึงคิวของเป็นเอก


เจ้าวาฬผู้น่ารักเหวอไปนิดพอเห็นผมเดินมานั่งตรงข้ามกับเขา หันไปยิ้มและคุยกับเพื่อนผมบ้าง แต่กลับเก้อเขินที่จะคุยกับผม ยกเมนูขึ้นอ่านอย่างลังเลใจ แววตาของเขามีความสับสน ท้อแท้ เหนื่อยหน่ายเหมือนไม่อยากจะทานอะไรสักอย่างบนโลกนี้ ทุกคนลุ้นไปหมดเพราะเหลือน้องเป็นคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้สั่งอาหาร


“ถ้ายังไม่หิวมาก ลองอะไรเบาๆ อย่างสลัดผลไม้หรือซุปสาหร่ายดูไหม”


ปีหนึ่งที่ลังเลใจไม่รู้จะสั่งอะไรเลยยอมรับอาหารแนะนำจากผม พอมันมาเสิร์ฟ ก็ก้มหน้าลงจิ้มมะเขือเทศเข้าปากตัวเอง สายตาล่อกแล่กมองผมทีมองถ้วยสลัดที บางทีก็ก้มหน้ากลั้นยิ้มจนแก้มแดงๆ แทบจะระเบิดตู้มออกมา เข็มขัด Gucci ไม่ได้แพงเกินไปที่จะยอมจ่ายเพื่อซื้อรอยยิ้มอันสดใสนั้น


ผมซื้อเวลาที่จะได้อยู่กับน้องให้นานขึ้นอีกนิด ด้วยการบอกว่าจะเอาเสื้อกันฝนคืนให้ และถือโอกาสขับรถมาส่งเจ้าตัวเล็กที่จะไปหาเพื่อนด้วยเสียเลย ถ้าเดินตากแดดไปก็คงไกล หรือถ้าผมจะปล่อยให้น้องเดินไปคนเดียวทั้งที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วขนาดนี้ ก็คงจะโง่ระดับที่ลืมเอาสมองออกมาจากท้องแม่


ผมตั้งใจทำแอปเปิ้ลสีเขียวแดงหั่นชิ้นพอดีคำใส่กล่องมาให้ แต่ก็ยังไม่รู้จะหาโอกาสเอาไปให้เขายังไงโดยที่เราจะไม่รู้สึกแปลกๆ ต่อกัน เหมือนโชคชะตาคงรักผมเลยเปิดโอกาสให้ผมได้ใส่กล่องผลไม้ลงไปในถุงใส่เสื้อกันฝนคืนให้เขา หลังจากที่เล็งเห็นแล้วว่าสลัดถ้วยนั้นไม่พอที่จะให้พลังงานแก่เขาทั้งวัน และอ้างว่าตัวผมอิ่มแล้ว


ปีหนึ่งกอดกล่องแอปเปิ้ลแนบอกจนเกือบจะผนึกร่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียว มีอยู่คนนึงบนโลกนี้แหละที่อยู่ดีๆ ก็อิจฉาแอปเปิ้ลขึ้นมา ถ้าไม่ติดว่าอยากให้น้องกินมันให้หมด คงหยิบมาโยนทิ้งแล้วเอาตัวเองไปให้กอดแทน


กินให้หมดเลยนะคุณตัวเล็ก ถ้าหนูตื่นจากฝันร้ายเมื่อไหร่ เดี๋ยวพี่จะพาไปทานหม้อไฟร้านอร่อยด้วยกันนะครับ












สี่ทุ่มกว่าที่สระว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย


ไม่รู้จะไล่เรียงหาเหตุผลมาตอบตัวเองยังไง ว่าทำไมตอนนี้เจ้าวาฬถึงยังไม่นอน และขี่เวสป้าคันเดิมมาที่สระน้ำ นั่งอยู่คนเดียวอย่างเหงาๆ ร้องไห้กับท้องฟ้าตอนกลางคืน น้องไม่เหมาะกับการระบายความทรมานด้วยหยดน้ำตาแบบนั้นเลย


ผมเดินตามเข้ามาโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไงต่อไปด้วยซ้ำ


“ว่ายน้ำเป็นไหม”


ฟังดูเป็นคำถามที่โง่ ถ้าว่ายไม่เป็นจะมานั่งทำเด๋ออะไรตรงนี้ แต่กลับเป็นคำถามเดียวที่นึกออกตอนนั้น ก่อนจะชวนน้องลงน้ำด้วยกัน


ชุดว่ายน้ำคอลเลกชันล่าสุดที่เพิ่งจะออกมาจากชอป แกะกล่องวันแรกก็ได้ใช้งานทั้งสองตัวเลย


ผมไม่รู้ว่าน้องว่ายน้ำแข็งแค่ไหน แต่ก็บอกให้เขาว่ายน้ำมาอีกฝั่งเป็นเพื่อนกัน ให้เขาได้ออกกำลัง เผื่อจะทำให้สมองโล่ง โดยที่ตัวเองไม่ได้ทิ้งระยะห่างจากตัวเล็กมากนัก เผื่อน้องเหนื่อย ผมจะได้เข้าถึงตัวเขาได้


แต่ก็เป็นวาฬนี่นะ ว่ายน้ำแข็งจนไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ผายปอดหรือโอบเอวพยุงตัวใดๆ


ปีหนึ่งหอบแฮ่กๆ แต่ก็มีสีหน้าที่แจ่มใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันคงเป็นเพราะโดพามีนหลั่งออกมาหลังจากออกกำลังกาย เราเดินขึ้นไปบนชั้นกระโดดน้ำ ถามคำถามที่ฟังดูเหมือนคำท้า กล้าที่จะโดดลงไปด้วยกันไหม

คำตอบอยู่ในดวงตาคู่นั้น เราจับมือกัน ทิ้งตัวลงสู่อ่างน้ำเย็น ดำดิ่งลงสู่ก้นสระอย่างอิสระเหนือความคาดหมาย และโผล่ขึ้นพ้นผิวน้ำพร้อมกันโดยที่ไม่มีใครยอมปล่อยมือ


คิดไม่ออกเลยว่ามันจะดีขนาดไหนถ้าผมลองจูบน้องตอนที่อยู่ในน้ำ ประคองหน้าเล็กแล้วถ่ายเทอากาศผ่านริมฝีปาก แต่จะทำแบบนั้นในสถานะไหนล่ะ เค้าคงได้ตบหัวแตกเพราะคิดว่าเราเป็นโรคจิต


โชคดีที่เจ้าวาฬมองไม่เห็นรถยนต์ของผมที่จอดอยู่อีกฝั่ง วันนี้เลยเนียนขับรถมาส่งน้องที่คอนโดฯ อีกครั้งด้วยการบอกว่าจะขอติดรถไปซื้อของแถวนั้น ร่างเล็กก็ยอมส่งกุญแจรถให้ผมเป็นคนขี่ น้องซ้อน ภาพโรแมนติกเหมือนในนิยาย ติดที่เขาไม่ได้กอดเอวผม แต่นั่งตัวเกร็งจนอยากเอามือไปลูบหัว กลัวพี่จะรำคาญถ้ากอดเอวใช่ไหม หืม

“เดือนมันสวยเกินไป ผมกังวลว่าจะเป็นมันไม่ได้ ผมทำไม่ได้”


คงเป็นคำตอบของสิ่งที่เราคุยกันในสระน้ำ


น้องพึมพำเหมือนคนละเมอ คำพูดที่เบาจนแทบกระซิบลอยหายไปกับอากาศ แผ่วบางเหมือนคนจะหมดลม ระยะทางนับจากนั้นมาจนถึงหน้าคอนโดฯ ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป ร่างเล็กวิ่งขึ้นไปเอากล่องแอปเปิ้ลมาคืนผม และเอ่ยขอบคุณซ้ำๆ แล้วยังไง คำขอบคุณมันก็คือตัดจบบทสนทนางั้นเหรอ จะปล่อยให้น้องเดินขึ้นง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ


“ต้องทำได้สิตัวเล็ก”


บอกคนที่ชะงักแล้วก็หันมายิ้มนั่นแหละ ไม่ใช่เจ้าหมาน้อยที่พยายามตะกายออกจากคอกมาเล่นกับผมตัวนี้หรอก


พยายามเข้านะเจ้าวาฬ ถึงแม้การว่ายทวนน้ำมันจะยากไปสักนิด แต่เชื่อเถอะ คุณไม่ได้ว่ายอยู่คนเดียว


มองขึ้นมาบนฟ้า พระจันทร์กำลังยิ้มให้ทะเลเสมอ หรือถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ ก็จับหัวดูนะ


เห็นไหม...ยังมีผมอยู่ :)







มองลงมาจากบนตึก เวสป้าสีแดงคันนั้นสะดุดตาจนไม่ต้องเห็นหน้าคนขี่ก็รู้แล้วว่าเขาคือใคร เดือนคณะวิทย์ฯ ปีหนึ่งมานั่งเล่นอยู่ที่ศาลาเรือนไทยใต้ร่มไม้ของโรงเรียนสาธิตฯ ถ้าพรหมจะลิขิตให้เขามาถึงที่ขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้พรหมเหนื่อยอยู่คนเดียวไม่ได้ เราต้องช่วยตัวเองบ้าง


“เด็กๆ ต่อจรวดเสร็จหรือยังครับ ถ้าเสร็จแล้วเราจะลงไปยิงจรวดที่สนามหญ้ากัน”


เหมือนความบังเอิญ คล้ายว่าไม่ได้ตั้งใจ ประจวบเหมาะลงมาที่สนามหญ้า แต่ใครจะรู้ว่ามันเกิดจากความตั้งใจของผมเอง ทำเป็นไม่เห็น ไม่มอง ไม่สน แต่จริงๆ แล้วอยากจะเดินเข้าไปนั่งคุยกับเค้าแทบตาย เห็นตลอดทุกอิริยาบถที่คนตัวเล็กทำ ฟังเพลง เขียนบันทึกลงในไดอารี่ หรือแม้กระทั่งการเท้าคางมองผมแล้วอมยิ้ม


น่าหยิกแก้มนัก


สักพักหนึ่งเพื่อนเขาก็ตามมา ชื่อตุ้งติ้งกับต้นข้าว ทั้งกลุ่มมีอยู่สามคน ผู้หญิงตัวอวบแต่งหน้าจัด ผู้ชายตัวเล็กน่ารักนุ่มนิ่ม และผู้ชายอีกคนที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นคุณแม่ผู้ดูแลลูกๆ แตกต่างที่ลงตัว เข้ากันได้อย่างประหลาดและสนิทใจ


“ปุณณ์ครับตั้งจรวดดีๆ...เห้ย!”


ทิศทางของจรวดที่ทดลองพลาดพุ่งตรงไปยังหน้าผากของน้องปีหนึ่งในศาลานั้น ผมไม่รีรอเลยที่จะรีบเดินตรงดิ่งมาหาเขา ใช้สองมือใหญ่ประคองหน้าเจ้าวาฬให้เงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย สัมผัสผิวขาวบนหน้าผากเบาๆ ราวกับกลัวว่ามันจะแหลกสลาย


แดงเลยตัวเล็ก เจ็บมากไหมเนี่ย


น้องปุณณ์ขอโทษพี่เจ้าวาฬ แล้วตัวเองก็ก้มหัวขอโทษน้องอีกทีหนึ่งที่ไม่ระวังให้ดีทำให้น้องต้องเจ็บตัวไปด้วย


“อย่างนั้นผมขอจรวดคืนนะครับ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งนึงจริงๆ แต่พอหน้าผากคุณแดงแล้วเหมือนซาลาเปานะ ที่มีจุดแดงๆ อยู่ข้างบน”


จะตะครุบปากตัวเองไว้ก็ไม่ทันแล้ว ประโยคหลังผมไม่ได้ตั้งใจจะพูด แต่มันไหลออกไปเองตามสิ่งที่คิด พอหน้าน้องมีจุดแดงๆ ตัดกับผิวขาวๆ มันก็ชวนให้นึกถึงซาลาเปาลูกนิ่มๆ น่าหยิบมากัดกิน คนในศาลาเหวอกันหมด แล้วผมจะทำยังไงได้นอกจากเดินหนีออกมาจากตรงนั้นอย่างเร็วโดยไม่หันกลับไปมองข้างหลัง


ปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร่อเลย







วิชาชีววิทยาของเย็นวันนั้นอาจารย์นัดเข้าห้องแล็บที่ตึกวิทย์ฯ ผมรู้ว่าวันนี้ปีหนึ่งมีถ่ายรูปคัดเดือนแต่ก็ไม่ได้เดินไปดูเพราะกลัวน้องจะตื่นเต้นจนเกร็ง แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนที่เดินมาเข้าห้องน้ำ จะได้ยินเสียงเจ้าวาฬตัวน้อยกำลังร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว


ร่างเล็กดูตกใจที่เห็นผมยื่นผ้าทรงสี่เหลี่ยมลายสก็อตสีน้ำเงินให้ แต่มือบางก็รับเอาผ้าเช็ดหน้านั้นไปซับน้ำตาตัวเอง ผมเอาสะโพกพิงกับอ่างล้างหน้าแล้วจ้องมองเขาราวกับหยั่งเชิงว่าเขาจะปล่อยโฮออกมาอีกหรือเปล่า สาบานได้ว่าถ้าน้องร้องไห้ออกมาอีกระลอก ผมอาจจะใช้ไหล่ของผมข้างใดข้างหนึ่งแทนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น


น้องช้อนสายตาขึ้นมามอง จนทำให้ผมต้องตัดสินใจพูดอะไรบางอย่าง


“ยังไม่ต้องคืน เอาไว้ค่อยคืนวันที่ประกวดเดือนมหา’ลัย” ปากก็หนักเกินกว่าที่จะบอกว่าซบอกพี่ก็ได้ หรือใครทำ บอกมา เดี๋ยวพี่จัดการมันเอง

แววตาของคุณเดือนมีประกายสดใสขึ้นมาอีกนิด มันทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง น้องกำลังมองหน้าผมแล้วกลั้นยิ้มอยู่ใช่ไหม ทำไมน่าหยิกขนาดนี้คุณเจ้าวาฬ


ขนาดเครื่องสำอางเลอะแก้มก็ยังน่ารักเป็นบ้า


“แลกกับดอกไม้ได้ไหมครับ”


ผมจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นราวกับจะดึงดูดน้ำทะเลด้วยอิทธิพลทั้งหมดของพระจันทร์ที่มีต่อโลก น้องหมายถึงดอกไม้โหวตในวันแข่งจริง ซึ่งผมซื้อให้เขาไม่ได้เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ


ไม่มีเสียงตอบใดๆ ออกไปนอกจากตัวผมเองที่รีบเดินออกมาจากห้องน้ำ ค้นหาดอกไม้ในกูเกิลเพื่อสั่งให้ร้านจัดช่อดอกไม้เอาไว้ในวันสำคัญถ้าหากเจ้าวาฬได้เป็นตัวแทนคณะวิทย์ฯ ขึ้นมาจริงๆ


ดอกอะไรดีวะ...ดอกอะไรดี








TBC.




ความคิดเห็น