facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 9-1 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 9-1 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 646

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 16:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 9-1 การแกล้งนี่สนุกเว่อร์
แบบอักษร

9. การแกล้งนี่สนุกเว่อร์


เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ จีซูหลับตาลงหลังจากวุ่นวายอยู่กับการบ้านหลายวิชาจนเสร็จเรียบร้อยแต่ๆ อยู่ก็มีโทรศัพท์เข้ามา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนโทรมาปลุกเขาในเวลาเช้าตรู่แบบนี้จึงตั้งใจจะเมินเฉยมันไป ทว่าก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีแปลกๆ เป็นเหมือนความรู้สึกหวาดเสียวก่อนจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างกะทันหันประมาณนั้น เพราะแบบนั้นจีซูเลยไม่สามารถละเลยสายนั้นได้ เขาจึงรีบรับโทรศัพท์ที่เกือบจะตัดสายไปด้วยน้ำเสียงตายอยาก แต่เมื่อมีการทักทายจากใครบางคนผ่านทางโทรศัพท์ จีซูก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขอบคุณเซนส์ที่เฉียบแหลมของตัวเอง

“สวัสดีครับ รุ่นพี่จีซู ผมลีโดยอง บริหารฯ ปี 1 นะครับ”

“ครับ? อ่า... อ๋อ งะ...ไง”

ดูท่าโดยองคงจะไม่รู้ความจริงว่าคืนนั้นคนที่ไปคลับกับซอนอูก็คือจีซู เขาก็เลยต้องแสดงแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไร เพราะตัวเองจะได้ไม่ถูกอีกฝ่ายจับได้และโชคดีที่ทักษะการแสดงของจีซูก็พอใช้ได้อยู่

“มีเรื่องจะถามน่ะครับ เรื่องรุ่นพี่ซอนอู”

“อ๋อ ซอนอูทำไมเหรอ”

“พูดภาษาอังกฤษได้ไหมครับ เห็นเหมือนจะติวพวกโทอิคหรือไม่ก็โทเฟลอยู่น่ะครับ”

“ก็เตรียมสอบโทอิคอยู่นะ แต่ไม่รู้ว่าเก่งไหมหรือยังไง”

“อ๋อๆ ครับ เข้าใจแล้วครับ ขอโทษที่โทรมาแต่เช้านะครับ นอนต่อเถอะครับ”

ตัวตนของลีโดยองผ่านโทรศัพท์ดูเป็นรุ่นน้องผู้อ่อนโยนและมีมารยาท ไม่ใช่คุณรุ่นน้องจากโลกใต้ดินที่ได้รู้จักผ่านซอนอู จีซูกังวลอยู่ครู่หนึ่งว่าตัวเองต้องเชื่อและต้องรับรู้ถึงตรงไหน ก่อนจะไม่สามารถเอาชนะความง่วงได้จึงคว่ำหน้าหลับไป


ในขณะที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษโดยองก็คิดจะแกล้งยูซอนอูแรงๆ แต่เขาต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้ซอนอูกำลังติวอะไรอยู่ก็เลยโทรไปหาจีซู โดยองไม่รู้ว่าจีซูรู้ตัวตนของตัวเองแล้วก็เลยแสดงความมีมารยาทในฐานะรุ่นน้องแล้วก็ได้รับผลพวงไปด้วย เขารู้ดีว่าซอนอูได้รับความเครียดไม่น้อยกับการใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานๆ ในพื้นที่เดียวกับเขาทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ และทันทีที่โดยองวางสายโทรศัพท์จึงส่งข้อความไปหาแจโฮ เพราะจะเขาเริ่มติวโทอิคแล้วเลยบอกให้เตรียมหนังสือโทอิคมาให้สองเล่ม แจโฮเลยถามโดยองกลับว่าทำไมต้องสองเล่มจึงถูกโต้กลับมาว่า 'จะไม่ให้เตรียมหนังสือให้คลาสเมทหน่อยเหรอ' ตอนนั้นแจโฮก็คิดแค่ว่าคุณชายที่ตัวเองนับถือใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างราบรื่นและใจดีแม้กระทั่งกับคลาสเมท แต่คิดไม่ถึงเลยว่าว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้

ซอนอูเหมือนถูกฟ้าผ่ามาตรงใจกลางทั้งๆ ที่ท้องฟ้าแจ่มใสและยังคงตั้งสติไม่ได้เอาแต่เหม่อมองโดยอง โดยองจึงตบมือตรงหน้าของซอนอูที่วิญญาณหลุดหายไป 'ถึงเวลาที่ได้อยู่กับผมจะดีแค่ไหน ก็จะปล่อยสติให้หลุดไม่ได้นะครับ มาอ่านหนังสือด้วยกัน ติวด้วยกันครับ' ทว่าหูของซอนอูก็ไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงชวนให้ขึ้นรถไฟไปนรกด้วยกัน จากนั้นคุณรุ่นน้องลีโดยองที่ทั้งใจดีและนิสัยดีก็จับมือซอนอูที่สติหลุดลากเข้าไปในบ้านสไตล์ฮันอกอันกว้างขวาง ถอดรองเท้าที่ประตูหน้าบ้าน และเดินผ่านทางเดินที่ยาวเฟื้อยอยู่พักหนึ่ง มีประตูเยอะแยะไปหมดซึ่งห้องของโดยองก็คือห้องที่อยู่ข้างในสุดท่ามกลางห้องมากมาย เป็นทำเลที่ดี ทิวทัศน์ที่บรรจบกับต้นไม้เขียวชะอุ่มงอกงามและบ่อน้ำเล็กๆ แต่ดวงตาของซอนอูก็ไม่ได้มองเห็นทิวทัศน์อะไรแบบนั้น

“เชิญนั่งตรงนี้ครับ รุ่นพี่”

โดยองวางกระเป๋าที่ถือมาลงก่อนจะชวนซอนอูให้นั่งลงหน้าโต๊ะ ซอนอูชะเง้อมองไปรอบๆ ห้องของโดยองที่ตกแต่งอย่างสะอาดเรียบร้อยพร้อมกับนั่งลงที่พื้น ภายในห้องเหมือนถูกจัดเตรียมไว้เพื่อพาเขามาที่นี่อยู่แล้ว หนังสือตำราต่างๆ ที่ใช้ติวถูกวางไว้ตรงกลางห้องอย่างพอดีกับจำนวนคน แล้วก็ไม่ใช่แค่หนังสือเท่านั้น ขนมขบเคี้ยวที่เอาไว้กินระหว่างติวก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้ด้วย ขนมคุณภาพชั้นเยี่ยมกับผลไม้เยอะแยะไปหมดรวมไปถึงเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ว้าว พวกคุณชายอันธพาลผู้ร่ำรวย เขาติวหนังสือกันในสถานที่หรูหราแบบนี้สินะ แค่ใช้เงินลงทุนก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหมกตัวอยู่ในห้องอ่านหนังสือ* แบบนั้น และซอนอูก็ได้รับรู้ถึงพลังของเงินที่ตัวเองไม่เคยเจอมาก่อน

“รุ่นพี่จีซูบอกว่ารุ่นพี่เตรียมตัวสอบโทอิกอยู่น่ะครับ”

“อ๋อ จีซู...”

เป็นเพราะไอ้ฮันจีซู เจ้าเพื่อนที่ไร้ประโยชน์ใช่ไหม ฉันเลยถูกไล่มาดินแดนแห่งความตายแบบนี้


ความเดือดพล่านปะทุขึ้นมาในใจซอนอูอย่างกะทันหัน เขาจึงเปิดน้ำส้มที่อยู่บนโต๊ะออกแล้วกระดกกลืนมันลงไป แต่ถึงยังไงใจที่ปวดร้าวก็ไม่บรรเทาลงเลย ระหว่างนั้นโดยองก็แกะกระดาษห่อของขนมคุณภาพดีแล้วยื่นไปวางไว้บนมือซอนอู มีอะไรแบบนี้อีกเยอะเลย ทานจนกว่าจะเบื่อได้เลยนะครับ แม้ซอนอูจะไม่อยากกินแต่ก็เหมือนว่าเป็นสถานการณ์ที่ยังไงเขาก็ต้องกิน หัวใจก็ยิ่งปวดร้าวเข้าไปอีก

“แล้วก็ต้องติวกับผมอาทิตย์ละสามครั้ง วันละสามชั่วโมง จันทร์ อังคาร ศุกร์ ตามนี้นะครับ ยังไงวันพุธกับพฤหัสก็ต้องเรียนกับรุ่นพี่ทั้งวันอยู่แล้ว ก็คงไม่จำเป็นต้องมาเจอกันแบบนี้ครับ”

“อือ... ก็ได้”

ทำไมฉันต้องถูกจัดตารางเวลาแบบนี้ด้วยนะ ทำไมถึงต้องเอาเวลามาถูกโขกสับแบบนี้

ซอนอูกำมือที่สั่นไหวอีกครั้งและฝืนยกยิ้มมุมปากขึ้น โดยองมอหน้าซอนอูที่ยิ้มอย่างไม่เต็มใจก่อนจะพยักหน้าแล้วยื่นออกไปเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร เป็นการจับมือในความหมายหลายๆ อย่าง

“มาทำให้ดีกันเถอะครับ ฝากตัวด้วยนะครับ”

“โถ ไม่ ไม่! ฉะ... ฉันต่างหากที่ต้องฝากเนื้อฝากตัว!”

ซอนอูประครองมือของโดยองไว้พร้อมกับร้องไห้แล้วร้องไห้อีกภายในใจ ยิ่งได้ใช้เวลากับลีโดยองเขายิ่งคิดถึงแม่มากขึ้นทุกวัน สิ้นเสียงชักชวนจากคุณรุ่นน้องว่าเรามาเริ่มติวตั้งแต่ตอนนี้กันเถอะ ซอนอูก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งอยู่หน้าโต๊ะแล้วมองไปทางหนังสือเรียน แล้วก็แน่นอนว่าเขาไม่มีสมาธิเลย ด้วยความที่ซอนอูมัวแต่คิดถึงอย่างอื่นอยู่จนกระวนกระวาย มือของโดยองจึงพลอยวุ่นวายไปด้วย เพราะยุ่งอยู่กับการตีนิ้วคุณรุ่นพี่ที่ใช้ปากกาม้วนหน้าหนังสือหรือไม่ก็โบกมือไปมาตรงหน้าคนเหม่อลอย คุณรุ่นน้องมัวแต่เฝ้ามองคุณรุ่นพี่ที่ดูอาการไม่ดีอย่างแรงก็เลยอ่านหนังสือไม่ได้เต็มที่ แต่เพราะยูซอนอูดูเหมือนจะทำให้เขาเพลิดเพลินอย่างถึงที่สุด โดยองเลยมีแพลนว่าจะมองอีกฝ่ายต่อไป


* * *


วันต่อมาซอนอูก็ปรากฎตัวที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับรอยดำใต้ดวงตา ก่อนจะเรียกจีซูมาแล้วก็คว้าคอเสื้ออีกฝ่ายไว้ ตะโกนโหวกเหวกโวยวายว่า 'ไอ้ลูกหมาอย่างนาย ไอ้เพื่อนสนิทที่ทำชีวิตฉันพังตั้งแต่แรก' แต่จีซูก็บอกว่าจะไถ่โทษด้วยการเลี้ยงมื้อเที่ยงทั้งอาทิตย์ซึ่งซอนอูก็รู้สึกว่ามันยังไม่ยุติธรรมอยู่ดี ทว่าก็คิดว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องแล้วเดี๋ยวค่อยจัดการกับฮันจีซูทีหลัง จีซูเป็นคนเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อนด้วยความรู้สึกผิดหลังจากมองซอนอูเคี้ยวทงคัตสึกับไชเท้าดองอย่างรุนแรง ถ้ายอมรับว่าตอนนี้สถานการณ์ของนายมันไม่ได้แย่ก็น่าจะดีกว่านี้

“นายบอกว่าจะต้องไปบ้านของลีโดยองวันจันทร์ อังคาร ศุกร์เหรอ”

“เออ เพราะไอ้ลูกหมาอย่างนายไงครับ”

“อ่า... งั้นเหรอ ขอโทษด้วย แต่นี่ นี่ มันต้องโอเคสิ! ยังไงนายก็จะสอบโทอิคอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าอ่านคนเดียวเดี๋ยวก็วอกแวก อ่านสองคนก็คงดีกว่า...”

“หุบปาก! ไอ้คนทรยศนี่! นั่นมันการปลอบใจเหรอ!”

ซอนอูเคี้ยวทงคัตสึช้าๆ ก่อนจะชี้หน้าเพื่อนด้วยตะเกียบพร้อมกับแผดเสียงตะโกนออกมา ถึงจะปลอบใจว่ายังไงก็ไม่เป็นไร มันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิด จีซูเกลี้ยกล่อมซอนอูที่มัวเมาอยู่กับการเตรียมท่าจะพุ่งเข้าใส่เขาเหมือนหมา และหลังจากพ้นวิกฤตที่เกือบจะถูกฆาตกรรมด้วยตะเกียบจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ จากนั้นจึงสั่งข้าวปั้นมาเพิ่มอีกเพื่อจะเกลี้ยกล่อมอีกคนต่อ แต่เพราะถือว่าประหยัดค่าลมหายใจเลยเลือกที่จะข้ามๆ มันไป


ในขณะที่ซอนอูโต้เถียงไปมาพลางกินข้าวอย่างมูมมามก็มีการสั่นไหว ครืด และพอเห็นว่าโทรศัพท์ที่ยัดเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงเป็นชื่อโดยองโชว์ขึ้นมา ก็รู้สึกอาหารหลายๆ อย่างที่จัดการอย่างต่อเนื่องถึงเมื่อครู่นี้ไหลย้อนขึ้นมาอีกครั้ง ซอนอูกลืนอาหารที่ยังเหลือในปากก่อนจะรับโทรศัพท์ด้วยท่าทางสุภาพเรียบร้อย

ฮัลโหลครับ จีซูส่ายหน้าเนือยๆ กับน้ำเสียงน่าสงสารและเศร้าโศกของซอนอู แค่รับสายรุ่นน้องจะต้องสุภาพขนาดนั้นเลยรึไงนะ จีซูตัดทงคัตสึที่เหลืออยู่บนจานแล้วเอาเข้าปากในคำเดียว ถึงซอนอูจะรู้สึกว่าอาหารมื้อเที่ยงของตัวเองกำลังจะหายวับไปแต่ในตอนนี้โดยองที่อยู่ปลายสายสำคัญกว่า ‘ตอนนี้รุ่นพี่อยู่ไหนครับ จะบอกว่าทิ้งผมไว้คนเดียวแล้วไปทานข้าวเหรอครับ โห รุ่นพี่ ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ’ ฮันจีซูไม่ได้เลี้ยงข้าวมานานแล้วและถือว่ามารับการไถ่โทษจากคนทรยศด้วย ในใจก็อยากจะทำอะไรสักอย่างกับคุณรุ่นน้องแต่ความเป็นจริงก็ได้แค่จมอยู่ในโคลนตม เพราะเมื่อซอนอูไตร่ตรองกำลังกายและกำลังทรัพย์ รวมไปถึงเอาเกรดหรือความน่าเชื่อถือของเหล่าคณะจารย์มาไตร่ตรองแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรที่จะเอาชนะลีโดยองได้เลย


“แล้ว... งั้นตอนนี้จะให้ฉันทำอะไรเหรอ... ครับ คุณรุ่นน้อง”

“ทำไมถึงพูดเพราะแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนล่ะครับ ไม่เห็นเหมาะเลย”

“ครับ ไม่ใช่ เออ... อือ... งั้นเหรอ โทษที”

“ช่างเถอะ บอกว่าอยู่ร้านทงคัตสึใช่ไหมครับ งั้นตอนกลับรบกวนซื้ออะไรที่ผมพอจะกินได้มาด้วยนะครับ”

รู้ใช่ไหมครับ ผมไม่ชอบอาหารที่มีกลิ่นเครื่องปรุงแรงๆ ...ถ้างั้นฉันจะซื้อข้าวกล่องแบบนั้นไปให้แล้วกัน!

แต่วันนี้ซอนอูก็ต้องกลืนคำที่ตีขึ้นมาจนถึงลิ้นไก่ลงไปอีกครั้ง เขาเหลือทงคัตสึอันเป็นที่รักอย่างหาที่สุดไม่ได้ชิ้นสุดท้ายไว้ให้จีซู วันนี้ก็กลายเป็นเบ๊ของคุณรุ่นน้องที่น่าเกรงขามแล้วห่อข้าวกล่องอย่างสวยงามให้ไปเหมือนเดิม พอมองย้อนกลับไปถึงชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาก็รู้สึกเสียใจแล้วเสียใจอีก ถ้าได้ค้นพบสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นไทม์แมชชีนจริงๆ ล่ะก็ ก่อนอื่นเขาจะย้อนกลับไปตอนอยู่ร้านเบียร์สดที่เขาพบกับเด็กปี 1 ลีโดยองเป็นครั้งแรก อยากจะเข้าไปฟาดหัวตัวเองแล้วบอกถึงความจริงทุกอย่างที่รู้ในตอนนี้

ยูซอนอู นี่ ไอ้บ้านี่ ถ้าไม่อยากให้ชีวิตพังก็อย่าไปแหย่โดยองแล้วก็ถอยห่างออกมาซะ


* พื้นที่อ่านหนังสือแบบบล็อกสำหรับ 1 คน

ความคิดเห็น