ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรักความลับ (70%)

ชื่อตอน : ความรักความลับ (70%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรักความลับ (70%)
แบบอักษร

เมื่อยแล้วทำไมต้องล็อกประตู แล้วเธอก็คิดขึ้นได้ว่าเขาคงกลัวลูกน้องคนอื่นๆ จะเข้ามาเห็น มินตราพยักหน้า หญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ ปกติแล้วเขาไม่เคยทำรุ่มร่ามกับเธอในที่ทำงานเลยสักครั้ง ร่างบางเดินอ้อมไปยังด้านหลังชายหนุ่ม มือนุ่มนิ่มบรรจงวางบนหัวไหล่แกร่ง บีบนวดเบาๆ ตั้งแต่ต้นคอจรดศีรษะได้รูป ปรนนิบัติเขาเฉกเช่นเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงสองต่อสองบนเตียงนอน

“นวดเก่งขึ้นทุกวันแล้วสิเรา”

“เวลาที่มิ้นอยู่บ้านนอก มิ้นนวดให้แม่บ่อยๆ ค่ะ คนแก่น่ะค่ะ...เดี๋ยวปวดเดี๋ยวเมื่อยตามประสา”

“แล้วพ่อของเธอล่ะ”

“พ่อเสียไปตั้งแต่มิ้นยังเด็กๆ ค่ะ”

“แล้วแม่เธอก็ไม่มีใครอีกเลยเหรอ”

“ไม่มีค่ะ มีแค่มิ้นกับญาติๆ ในหมู่บ้านแวะเวียนไปเยี่ยมให้ท่านได้คลายเหงาบ้าง”

“ดูยังไงเธอก็ไม่เหมือนสาวเหนือเลยนะ ดูกระฉับกระเฉงว่องไวผิดวิสัยคนเหนือ”

“คงเพราะมาอยู่ที่นี่นานไปมั้งคะ เลยติดนิสัยคนกรุงเทพฯ”

“เธอมาอยู่ที่นี่กี่ปีแล้วล่ะ”

“สามปีแล้วค่ะ”

            ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยกถ้วยกาแฟร้อนขึ้นจิบ เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น ดวงตาคู่คมกลอกไปมาอย่างคนใช้ความคิด ก่อนที่เขาจะถามต่อ

“หลังจากนี้แล้ว เธอจะกลับไปอยู่กับแม่เธอไหม”

มือบางชะงักจากศีรษะได้รูป หญิงสาวเม้มปากเข้าหากัน ก่อนจะฝืนกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ยามได้ยินคำถามที่เธอรู้สึกคล้ายว่าเขากำลังไล่เธออยู่กลายๆ

“ท่านประธานอยากให้มิ้นไปอยู่กับแม่แล้วใช่ไหมคะ”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก”

มินตราระบายลมหายใจยาว ลึกๆ แล้วหญิงสาวหวังให้เขาเหนี่ยวรั้งเธอสักนิด แต่ก็เปล่า...เธอรู้ดีว่าถึงไม่ใช่ตอนนี้ แต่ต่อไปภายภาคหน้า เธอก็คงต้องไปให้ไกลห่างจากเขาอยู่วันยังค่ำ

“ตอนไหนก็บอกนะคะ”

ยังไม่ทันที่เธอจะบีบนวดให้เขาต่อ หญิงสาวก็เห็นว่าเขาสะบัดหน้าพรืดอย่างไม่สบอารมณ์กับคำตอบของเธอนัก ก่อนที่อ้อมแขนแข็งแรงจะตวัดเข้ากอดร่างนุ่มนิ่ม แล้วรั้งกายเธอให้นั่งอยู่บนตักอุ่นโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว

“ว๊าย! ท่านประธาน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าค่ะ”

มินตราพยายามจะตะเกียกตะกายลงจากตัวเขา เพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับลูกในท้องด้วย แต่ก็ไม่เป็นผลเอาเสียเลย ยิ่งไปกว่านั้นชายหนุ่มยังโน้มใบหน้าเข้าชิดใกล้ แล้วกระซิบติดชิดริมใบหูเล็ก ทำเอาคนฟังสั่นสะท้านไปทั้งกาย

“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“แต่เดี๋ยว...เอ่อ...เกรงจะมีคนมาเห็นค่ะ”

“ก็ฉันให้เธอปิดประตูแล้วไม่ใช่เหรอ”

            คนบนตักพยักหน้ารับ ขณะชายหนุ่มโอบอ้อมแขนรอบกายเธอ กอดกระชับร่างน่ากอดเอาไว้ให้ยิ่งแนบแน่น

“ช่วยอยู่นิ่งๆ แบบนี้กับฉันสักครู่ได้ไหม ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะได้กอดเธอแบบนี้อีกสักกี่วัน”

ถ้อยประโยคหวานหูทำเอาหัวใจดวงน้อยหดหู่ มินตราวางมือลงบนหลังมือเขา เธออยากจะกล้าหาญชาญชัยให้มากกว่านี้ อยากไร้ยางอายเรียกร้องรสสวาทจากเขา ให้เหมาะสมกับตำแหน่งเมียบำเรอ แต่เธอก็ละอายเกินกว่าจะบังคับตัวเองให้ทำอย่างนั้น หญิงสาวทำได้เพียงแค่ซบใบหน้าลงบนไหล่กว้าง หญิงสาวหลับตาพริ้ม ยามปลายจมูกโด่งนูนก้มลงสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมยาวสลวยครั้งแล้วครั้งเล่า

“วันนี้ฉันคงไม่ได้ไปหาเธอ เพราะคุณแม่ท่านมีนัดท่านข้าวกับ...”

เขาละไว้เพียงเท่านั้น หญิงสาวไม่คิดจะถาม เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาหมายถึงใคร มินตรารู้สถานะตัวเองดี เธอไม่เคยลืมว่าไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องของเขา โสเภณีอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แค่อยากรู้ด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปหาก็แล้วกัน”

“ค่ะ”

“เข้าห้องแล้วก็ปิดประตูให้มิดชิด ดูแลตัวเองด้วย”

หญิงสาวแอบระบายยิ้ม เดี๋ยวนี้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยให้เธอได้รู้มากขึ้น มินตราหลงเคลิ้มไปกับคำหวานหู เธอเอนศีรษะซบเขาให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย หลับตาฟังคำพูดที่แสนหวานต่อ

“ไม่ได้เจอเธอทั้งคืนฉันคงคิดถึง ถ้าอย่างนั้นฉันต้องกักตุนเอาไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้...ดีไหม”

อิทธิกุลดันร่างบางให้ลุกขึ้น ก่อนจะหมุนร่างเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มินตรารู้สึกคล้ายหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยามสบสายตากรุ้มกริ่มที่มองมาอย่างเว้าวอนและเรียกร้อง เธอกำลังจะเบี่ยงกายออกห่างแต่ก็ไม่ทันการ เมื่อเขาลุกยืนเต็มความสูง ก่อนจะจูงมือเธอพาไปยังโซฟาหนังที่ตั้งอยู่อีกด้าน

“ทะ...ท่านประธาน...จะทำอะไรคะ”

หญิงสาวถามเสียงเครือ ขณะเขาดุนร่างเธอให้นอนลง พร้อมกับร่างสูงที่โน้มกายคร่อมเธอเอาไว้ สองมือน้อยถูกมือใหญ่เกาะกุมไว้แน่น ใบหน้าคมเข้มหยอกล้อคลอเคลียกับแก้มนุ่มอย่างเป็นเจ้าของ

“ก็ทำอย่างที่ฉันทำทุกคืนไงล่ะ”

“แต่...แต่นี่มันห้องทำงานนะคะ”

“แล้วมันเป็นห้องของฉันไหมล่ะ”

“แต่...แต่ว่า”

 อิทธิกุลไม่สนใจเสียงร้องห้ามจากคนตัวเล็กที่เขาทาบทับไว้ทั้งกาย มือใหญ่เล้าโลมวนเวียนทั่วหน้าขาอ่อนขาวสะอ้าน ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กระโปรงบานสีชมพูอ่อน ก่อนจะแวะหยอกเย้าทักทายกลีบดอกไม้ละไมใจกลางร่างระหง ทำเอาหญิงสาวหอบหายใจถี่ๆ รุ่มร้อนวูบวาบราวกับอันเดอร์แวร์ตัวน้อยที่สวมใส่อยู่ มันไม่อาจป้องกันความเร่าร้อนจากเขาได้แม้สักน้อย

“อย่า...อย่าค่ะ...ท่าน...ประธาน”

หญิงสาวร้องห้าม ทั้งที่ร่างกายเธอช่างขัดกับถ้อยวาทีที่เอ่ย เอวบางยกหยัดจนเด่นลอย รองรับเรียวนิ้วร้ายที่เคล้นคลึงติ่งไตไวสัมผัสกลางร่าง จนดอกไม้ละมุนละไมชื้นฉ่ำด้วยธารน้ำหวาน

“เธอก็รู้ว่าขัดฉันไม่ได้มินตรา”

ความคิดเห็น