กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่32.2 ต่างคนต่างอยู่

ชื่อตอน : บทที่32.2 ต่างคนต่างอยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 82

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่32.2 ต่างคนต่างอยู่
แบบอักษร

“คุณเชนครับ ตะวันอยากจะคุยกับคุณน่ะ” ภัทรพลเปิดประตูห้องออกมาพลางเอ่ยบอกกับเชนตามคำอนุญาตของรวิกานต์  

“ครับ” เชนพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทันที 

“อย่าเข้าไปเลยเมฆ” ภัทรพลรีบเอ่ยห้าม เมื่อเมฆาลุกพรวดจะตามเข้าไปอีกคน 

“แต่ผม…”  

“คิดว่าเห็นกับลูกในท้องของตะวันนะ หากแม่มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ มันส่งผลไม่ดีต่อเด็กนะเมฆ”  

“ตะวันกับลูก เอ่อ กับเด็กในท้องปลอดภัยใช่มั้ยครับ ไม่มีอะไรน่ากังวลใช่มั้ยครับ”  

“ตอนนี้ปลอดภัยดี โชคดีที่ตะวันล้มโดยที่ท้องไม่ได้กระแทก จึงไม่ได้กระทบไปถึงเจ้าตัวเล็กในท้องจนเกิดอันตราย แต่ก็ยังคงต้องให้นอนดูอาการสักคืนสองคืน”  

“………” ได้ยินแบบนั้น เมฆาก็พยักหน้ารับอย่างเบาใจ 

“ถ้าอยากมาง้อ รออีกวันสองวันดีกว่านะ ให้เวลาตะวันได้พักจิตใจก่อน” ภัทรพลเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเมฆาเบาๆเป็นการให้กำลังใจ 

“ผม…ผมก็แค่เป็นห่วง เพราะผมเป็นคนทำเธอล้ม”  

“หึ ให้มันได้อย่างนี่สินะ” ภัทรพลได้ฟังก็ถึงกับส่ายหน้าด้วยความระอา คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเห็นคนจะถูกเมียทิ้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล 

“………”  

“ปากแข็ง ดื้อรั้น ทิฐิ เจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อมีคำพวกนี้อยู่ในใจ สุดท้ายแล้วมันจะทำให้เราเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่เหลือใครหรืออะไรเลย” ภัทรพลเอ่ยขึ้นเพื่ออยากเตือนสติชายหนุ่ม 

“คนเราต่างมีทางเลือกที่ดีกันทั้งนั้นนะเมฆ อาจจะดีมากดีน้อยก็แตกต่างกันไปแต่ละคน คนที่บอกว่าไม่มีและเลือกทำในทางเดินที่ผิด คือคนที่พยายามยกเหตุผลที่ตนพอใจมาอ้างเสียมากกว่า ลองคิดทบทวนให้ดีก็แล้วกัน ก่อนที่อะไรๆมันจะสายไป ฉันคงเตือนนายได้เท่านี้แหละ” ภัทรพลเอื้อมมือไปตบไหล่ชายที่เอาแต่นิ่งเงียบเบาๆอีกครั้ง ตนเองก็พูดได้เท่านี้ ส่วนเมฆาจะเปิดใจรับฟังหรือไม่นั้นก็คงอยู่ที่ตัวของเขาเอง 

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่” เมฆาเอ่ยพลางหันไปมองที่ประตูห้องเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป 

“เป็นยังไงบ้างคะพี่หมอ” จันทร์เจ้าเอ่ยถาม เมื่อภัทรพลเดินกลับเข้ามาในห้อง 

“เมฆกลับไปแล้วล่ะ แต่เดี๋ยวก็คงกลับมาใหม่”  

“ให้พี่อยู่ต่อก่อนได้นะตะวัน” เชนเอ่ยกับหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอบอกให้เขากลับไปกรุงเทพ เพื่อไปคุยกับศิวะให้เข้าใจ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นแผนที่เขาคิดไว้แต่อย่างใด เพราะไม่อยากให้เขาต้องมาโดนทำร้ายร่างกายอีก 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เชน พรุ่งนี้ตะวันก็จะไปจากที่นี่แล้ว”  

“ตะวันจะไปไหน”  

“ไว้ตะวันจะส่งข่าวบอกนะคะ ตะวันมีนามบัตรพี่เชนแล้ว ตะวันจะติดต่อไปแน่ค่ะ”  

“มีอะไรให้ช่วยก็บอกพี่ได้เสมอเลยนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรพี่ยินดีเสมอ” เชนยกมือขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยใจเอ็นดู เธอก็เหมือนน้องสาวของเขาคนหนึ่ง และเขายินดีที่จะช่วยน้องสาวคนนี้เสมอ 

“ขอบคุณค่ะ”  

“งั้นพี่ไปนะ ผมฝากตะวันกับคุณสองคนด้วยนะครับ” เชนส่งยิ้มให้รวิกานต์ ก่อนที่จะหันไปหาภัทรพลและจันทร์เจ้าเพื่อเอ่ยฝากฝังหญิงสาว ก่อนที่จะเดินออกไป 

“ตะวันจะไปไหน หมอยังให้อยู่ดูอาการอยู่เลยนะ” เมื่อเชนออกไปภัทรพลจึงเข้ามาเอ่ยถาม 

“จันทร์เสนอให้ตะวันไปอยู่ที่บ้านของเราก่อนน่ะค่ะพี่หมอ ไปอยู่พักรักษาตัวที่นั่นอย่างน้อยก็มีแม่กับคุณลุงภพอยู่เป็นเพื่อน พี่หมอจะว่าอะไรมั้ยคะ”  

“ไม่ว่าหรอกค่ะ” ภัทรพลยิ้มรับด้วยความยินดี 

“ขอบคุณจันทร์กับพี่หมอมากนะคะ” รวิกานต์เอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ 

“อะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป แต่พี่หวังว่าตะวันจะมีความสุขกับสิ่งที่ตะวันเลือกนะ”  

“จะสุขได้แค่ไหนตะวันเองก็ไม่รูหรอกค่ะ ขอแค่ไม่ต้องเจ็บปวดอีกก็พอ แค่นั้นตะวันก็พอใจแล้วค่ะ” รวิกานต์เอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบท้องของตัวเองเบาๆ ความสุขของเธออยู่ในนี้ และเธอจะปกป้องดูแลด้วยตัวของเธอเอง 

“งั้นจันทร์อยู่เป็นเพื่อนตะวันก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปคุยกับหมอให้ ว่าถ้าจะขอให้ตะวันออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้ได้หรือเปล่า”  

“ค่ะ” จันทร์เจ้าพยักหน้ารับ มองสามีที่เดินออกจากห้องไป ก่อนจะมานั่งลงข้างๆเตียงของเพื่อนอีกครั้ง 

“เสียดายจังที่จันทร์อยู่ที่นี่แค่อาทิตย์เดียว ไม่อย่างนั้นคงได้อยู่กับตะวันทุกวันเลย” จันทร์เจ้าเอ่ยขึ้นอย่างนึกเสียดาย เพราะเธออาศัยช่วงที่ไม่มีเรียนประกอบกับติดวันหยุดจึงได้บินกลับมาที่ไทย แต่อีกไม่กี่วันก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้ว 

“จันทร์ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเหรอ”  

“จันทร์ได้ทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษสองปีน่ะตะวัน หลังจากกลับมาคราวนี้แล้ว คงอีกนานเลยกว่าจะได้กลับมาอีกที”  

“ถ้าอย่างนั้นเราเจอกันอีกทีก็คงต้องเป็นที่นิวยอร์กแล้วล่ะ” รวิกานต์ส่งยิ้มให้เพื่อน  

“นั่นน่ะสิ ตะวันอย่าลืมติดต่อจันทร์มานะ คลอดเจ้าตัวเล็กเมื่อไรก็ส่งข่าวหากันด้วย เบอร์ที่จันทร์เคยให้ไว้ยังอยู่หรือเปล่า”  

“ไม่มีแล้วล่ะ โทรศัพท์ของตะวันคงโดนคุณเมฆเขาเอาไปตอนที่ถูกจับตัว” เมื่อเอ่ยถึงชายหนุ่มใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองลงอีกครั้ง 

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวจันทร์ให้ไว้ใหม่”  

“เอ่อ จันทร์ ตะวันอยากรบกวนขอความช่วยเหลืออีกอย่างนึงจะได้มั้ย”  

“อะไรเหรอ ตะวันบอกมาได้เลย”  

“คือตะวันอยากให้จันทร์ไปที่เกาะของคุณเมฆ แล้วพาเจ้าส้มออกมา”  

“เจ้าส้ม?”  จันทร์เจ้าเลิ่กคิ้วมองเพื่อนอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

“เจ้าส้มเป็นแมวที่ตะวันเลี้ยงเอาไว้ที่เกาะ ตะวันอยากพามันกลับนิวยอร์กกับตะวันด้วย”  

“ได้จะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้หลังจากพาตะวันไปส่งที่บ้านของพี่หมอแล้ว จันทร์จะขอให้พี่หมอพาไปเกาะเพื่อเอาเจ้าส้มออกมานะ”  

“ขอบใจมากนะจันทร์”  

“จ้า…ไม่ต้องขอบอกขอบใจอะไรแล้ว นอนพักผ่อนเถอะนะ พักเยอะๆ เจ้าตัวเล็กทั้งสองคนจะได้แข็งแรง” จันทร์เจ้ายิ้มหวานเป็นกำลังใจไปให้ พลางจับผ้าห่มมาคลุมกายให้กับเพื่อน แล้วนั่งมองเธอค่อยๆหลับใหลไป 

เกาะเมฆา  

“ลูกบ้าไปแล้วหรือไง ทำอะไรไร้สติที่สุดเลยตาเมฆ” นภามองหน้าลูกชายด้วยความผิดหวัง เมื่อได้ฟังจากปากของเขาว่า เขาจะปล่อยตะวันไปตามทางของเธอ 

“ความตั้งใจแรกมันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่ครับ เมื่อผมพยายามเปลี่ยนแล้วมันทำไม่ได้ ก็แค่ปล่อยให้มันกลับไปเป็นแบบเดิมก็แค่นั้น” เมฆาเอ่ยด้วยถ้อยคำที่ปลอบใจตนเอง ใช่ว่าเขาอยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เป็นคนเลือก เพราะหญิงสาวเป็นคนเลือกให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ก่อนเขาเสียอีก 

“แม่หมดคำจะพูดกับลูกแล้วล่ะตาเมฆ ต่อไปนี้ก็ขอให้ลูกเดินไปตามทางของลูกก็แล้วกัน อยากจะดี จะร้าย จะใช้ชีวิตกับความโกรธแค้นชิงชัง ก็สุดแต่ใจลูก สุดท้ายแล้วลูกจะรู้ซึ้งด้วยตัวเอง ว่าปลายทางที่ลูกเลือกเดินนั้น มันจะมีแต่ความมืดมิด และไร้ซึ่งความสุขใดๆทั้งปวง” นภาพูดจบก็เดินออกไปทันที 

“พี่เมฆจำได้มั้ยคะ เมื่อตอนที่ฝนประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ เมื่อฝนรู้ว่าฝนจะเดินไม่ได้อีกต่อไป ฝนก็สิ้นหวังและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก” หยาดทิพย์ที่แอบฟังผู้เป็นแม่กับพี่ชายคุยกันอยู่นาน ตัดสินใจขอเข้ามาพูดกับพี่ชายด้วยอีกคน 

“วันนั้นที่ฝนสิ้นหวังไปทุกอย่าง พี่เมฆเดินเข้ามาหาฝน แล้วพูดกับฝนว่า ถ้าเราไม่ยอมปล่อยผ่านอดีตไป เราก็จะไม่ได้เจอกับคำว่าอนาคต ประโยคนี้เป็นจุดเปลี่ยนให้ฝนเลือกที่จะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป เพราะวันข้างหน้า ฝนอยากที่จะเห็นอนาคตของฝน มาถึงวันนี้ฝนอยากใช้ประโยคนี้บอกกับพี่เมฆบ้าง และฝนหวังว่าพี่เมฆ จะคิดแบบเดียวกับฝนนะคะ” หยาดทิพย์บอกความรู้สึกให้พี่ชายได้ฟัง โดยหวังว่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้บ้าง แม้ว่าเธอจะคาดเดาความคิดและอารมณ์ของพี่ชายได้ยากก็ตามที 

“พี่จะคิดดู” เมฆาเอ่ยพลางพยักหน้ารับ

“ไม่ใช่แค่คิดค่ะพี่เมฆ ฝนอยากให้พี่เมฆไตร่ตรองและทบทวนดูดีๆ ว่าอยากปล่อยตะวันไปและใช้ชีวิตโดยการต่างคนต่างอยู่แบบนี้จริงๆหรือเปล่า ฝนไปนะคะ” หยาดทิพย์สบตาพี่ชายอีกครั้ง ก่อนจะแยกตัวออกไป เธอเองคงพูดได้เท่านี้ ส่วนพี่ของเธอจะคิดได้หรือไม่นั้น ก็คงต้องปล่อยให้เขาตัดสินใจเอง...


****************************************

พี่เมฆดูจะหัวเดียวกระเทียมลีบนะ อิอิ😆😆😆



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น