บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 20 ปีของเซลีน (ฟอลคอนกรี๊ดดดด)

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 20 ปีของเซลีน (ฟอลคอนกรี๊ดดดด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มี.ค. 2562 06:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 20 ปีของเซลีน (ฟอลคอนกรี๊ดดดด)
แบบอักษร

“ฟอลคอนนายวนมาดูที่นี่จะ 20 ปีแล้วนะ”  อลาสกันบอกเพื่อนที่กำลังเกาะรั้วชะเง้อมองเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่

            “เจอกันสองครั้งนายก็ชอบเธอแล้วเหรอ  ใจง่ายจัง”  โดเบอร์เบะปากค่อนขอดเพื่อนโดยไม่ดูตัวเองแม้แต่น้อยเพราะหลงรักสาวแบบเสี้ยววินาที  แต่ปีศาจก็เป็นแบบนี้หากตัวผู้เจอคู่พวกเขาจะมีสัญญาณบางอย่างดึงดูดและบ่งบอกอย่างเช่นหัวใจที่เต้นเร็วเกินไป

            “ยุ่งน่าแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเซลีนด้วย  ฉันชอบสาวทรงนาฬิกาทรายที่นมใหญ่เหมือนแม่วัว”  ฟอลคอนเถียงหมาแฝดตาก็จ้องเข้าไปในตัวคฤหาสน์เหมือนที่ทำมาทุกอาทิตย์ตลอด 20 ปีมานี้ 

            20 ปีที่เซลีนหายตัวไปหลังฟอลคอนมาส่งเธอที่บ้านในวันที่ตั้งแคมป์ไฟกัน  การหายตัวไปของเธอเรียกได้ว่าไปแบบทั้งบ้าน  หายไปแบบไร้ร่องรอยอย่างแท้จริง  ส่วนตัวเขาเองนั้นเพราะถูกสอนมาดีจึงไม่กล้าเข้าไปให้เสียมารยาท  แต่สุดท้ายก็มีครั้งหนึ่งที่เขาเข้าไปเดินดูรอบๆ ตัวบ้านแต่ก็ไม่เจอใครอยู่ดี

          “แบบนั้นผู้หญิงเราจะใช้ชีวิตลำบากนะ  มันหนักแถมยังยานง่าย  พวกเธอต้องจ่ายเงินมากมายเพื่อยกทรงที่ราคาแพงกว่าปกติด้วย”  เสียงหวานพูดขึ้นทางด้านหลัง

            ฟอลคอนใจเต้นตึกตักเมื่อได้ยินเสียงที่แม้ไม่ได้ยินนานก็ยังคุ้นหู  เขาไม่กล้าหันไปมองเพราะกลัวว่านี่จะเป็นแค่เสียงหลอนในจิตใต้สำนึกของตัวเอง  ส่วนสองแฝดนั้นชะงักแข็งค้างไปตั้งแต่เห็นเธอมาเงียบๆ แล้ว

            “หลบสิ  นายขวางประตูหน้าบ้านฉันอยู่”  เซลีนพูดขึ้นอีกครั้ง

            “เธอหายหัวไปไหนมาน่ะยัยบ้า!!  ตกถังขี้หรือว่าหนีหนี้กันหะ”  เมื่อแน่ใจแล้วว่าของจริงฟอลคอนก็หันมาโวยวายใส่หญิงสาวร่างเล็ก  “ขนาดหายหัวไป 20 ปีเธอยังเตี้ยเหมือนหนูตะเภาอยู่เหมือนเดิมเลย”

            “พูดเหมือนคิดถึงฉันเลย”  เซลีนถามน้ำเสียงเรียบนิ่งมือก็ผลักประตูรั้วขึ้นสนิมเพราะมันไม่ได้ล็อกตั้งแต่แรก

            “ใครคิดถึงกัน!!  อย่าลืมนะว่าเธอติดคำท้าฉันอยู่”  หนุ่มน้อยสำหรับเซลีนฮึดฮัด

            “นายคิดถึงนะ”  อลาสกันไม่เห็นด้วยกับเพื่อน

            “คิดถึงแบบกินไม่ได้นอนไม่หลับ”  โดเบอร์พูดเสริม 

            “ไม่ใช่สักหน่อย!”  ฟอลคอนเถียงหน้าดำหน้าแดงจนแทบจะต่อยกับเพื่อนเพราะมันจี้ใจแต่เขาไม่อยากยอมรับ

          “ไม่ใช่แล้วทำไมถึงต้องมาทุกอาทิตย์  ไอ้แง้นปากแข็งยิ่งกว่าจู๋”  อลาสกันชักหงุดหงิด  ลูกผู้ชายคิดถึงก็บอกไปเลยว่าคิดถึง  อมพะนำมีมาดทำไมก็ไม่รู้  ดูเขาเป็นตัวอย่างสิรักก็บอกว่ารักอยากได้เมียก็ขออยากเป็นผัวก็พูดไปตรงๆ

            “กูโมโหแล้วนะ!  ไม่ได้มาบ่อยแค่อาทิตย์ล่ะครั้งเอง  ไม่คิดถึง”  ฟอลคอนถกแขนเสื้อบิดไหล่บิดคอปากขึ้นมึงกูไปเรียบร้อย  วันนี้เขาต้องได้ต่อยคนบ้างแล้ว

            “มึงคิดถึง  ชอบเขาอ่ะดิ  ของแบบนี้กูอาบน้ำร้อนมาก่อน”  โดเบอร์เถียงช่วยน้องชาย

            “กูเฉยมาก  ไม่คิดถึงสักนิดแต่ตอนนี้กูคิดต่อยปากแฝดนรกหมาสองหัวมากกว่า”  ฟอลคอนเข่นเขี้ยวแล้วเขาก็สาวหมัดใส่เพื่อนจริงๆ

            “มึงมาเลย!  กูจะต่อยให้โรคซึนกระเด็นหลุดเอง”  อลาสกันยอมที่ไหนและแน่นอนว่าพี่ชายอย่างโดเบอร์ก็เอาด้วย

            สามหนุ่มตีกันอุตะรุดจนฝุ่นคลุ้งไปหมด  พวกเขาสบถบคำหยาบพร้อมถ่มถุยใส่กันเหมือนจะเอาให้ตายไปข้าง

            “จะเข้าบ้านไหม?”  เซลีนขัดชายหนุ่มสามคนที่กำลังคลุกฝุ่นต่อยกันอยู่หน้าบ้านเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  ดวงตากลมเฉยเมยเหมือนมองหมาแมวกัดกันหน้าบ้าน

            “เข้า”  ฟอลคอนชะงักหมัดก่อนจะตอบรับอย่างหนักแน่นส่วนสองแฝดนั้นขอปฏิเสธ  ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันฉุดให้ลุกขึ้นยืนแล้วทำทีท่าเหมือนไม่ได้มีเรื่องต่อยกันมาก่อน

            “วันนี้แม่กับพ่อกลับบ้านอ่ะ  โทษทีนะ...พวกเราต้องไปให้แม่เห็นหน้าสักหน่อย”  โดเบอร์พูดถึงพ่อแม่ตัวเองที่ใช้ชีวิตเหมือนมีกันสองคนในโลก  เพราะหลังจากพวกเขาโตจนดูแลตัวเองได้พ่อแม่ไม่ได้เรื่องทั้งสองก็เอาแต่เที่ยวสวีทหวานแหววบ้านช่องไม่ค่อยกลับ

            “คบกันมาเกินจะเกินครึ่งร้อยฉันเพิ่งเห็นหน้าพ่อแม่นาย 4 ครั้งเองนะ”  ฟอลคอนนึกไปถึงใบหน้าพ่อกับแม่หมาแฝดที่แสนเลือนรางขณะช่วยปัดใบไม้ออกจากผมโดเบอร์

            “เท่ากับจำนวนที่ช่วงหลังพ่อแม่ฉันกลับบ้านพอดี  ฉันก็เจอเท่านายนั่นแหละ”  อลาสกันตวัดขายาวๆ คร่อมมอเตอร์ไซด์แล้วหยิบหมวกกันน็อกมาสวม  “ต้องรีบแล้วแม่คนสวยของฉันดุมาก  กลับช้าหัวได้แตก  เจอกันใหม่นะเซลีน”  ประโยคหลังเขาโบกมือให้หญิงสาวร่างเล็กที่ยืนนิ่งเงียบ

            “ไว้มีโอกาสจะมาเที่ยวใหม่นะเซลีน”  อลาสกันเองก็โบกมือลาเช่นกันก่อนจะบิดรถคันของตัวเองออกไป

            “เพิ่งต่อยกันไม่ใช่เหรอ  ทำไมจู่ๆ ก็คุยกันดีๆ ล่ะ”  เซลีนเดินนำชายหนุ่มที่จูงรถตามเธอเข้ามาในบ้าน

            “ลูกผู้ชายวัยเลือดร้อนก็งี้แหละ  ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ต้องตัดสินด้วยกำลังหลังจากนั้นจบคือจบ”  ฟอลคอนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะอ่อนลงเล็กน้อยเผื่อว่าเธอจะเข้าใจผิด  “ที่จริงฉันก็ไม่ใช่คนใจร้อนเท่าไหร่หรอก  แม่ลิซ่าบอกว่าเพราะพ่อมาร์กใช้ไฟเอ้อร์ในหน้าร้อนปั้นฉันขึ้นมา  ฉันเลยชอบมุทะลุใจเร่าร้อนอย่างกับไฟเอ้อร์ไปหน่อย  แต่ที่จริงฉันเป็นคนใจเย็นมากนะ พอๆ กับพี่ควีนนี่เลย”

            “อืม...”  เซลีนพยักหน้ารับคำขณะเปิดประตูตัวบ้านที่ไม่ได้ล็อกไว้เช่นกัน

            “ไม่เชื่อเหรอ”  ชายหนุ่มตั้งขาตั้งรถมอเตอร์ไซด์แล้วตามติดเธอไม่ยอมห่าง

            “เชื่อ”  หญิงสาวพยักหน้าอย่างจริงจัง

            “ว่าแต่เธอไปอยู่ไหนมาล่ะ”  พอได้คำตอบฟอลคอนก็โล่งอกขึ้นมาก  ชายหนุ่มกวาดตามองไปส่วนห้องรับแขกที่ตอนนี้มีฝุ่นหนาเตอะและเฟอร์นิเจอร์หรูหรา  บนโต๊ะกลางยังมีถ้วยกาแฟถูกวางเอาไว้พร้อมจานขนมที่กลายสภาพเหมือนกองก้อนดินแห้งๆ ไม่ไกลกันมีแจกันที่ตัวก้านของดอกไม้ยังอยู่แต่ก็แห้งกรอบจนกลายเป็นสีน้ำตาล 

ที่นี่มีทั้งฝุ่นทั้งหยากไย่บ่งบอกว่าตลอด 20 ปีเธอไม่เคยกลับมาที่นี่จริงๆ และอีกอย่างที่บอกได้คือตอนเธอไปเธอก็ไปแบบกะทันหันจนอะไรต่อมิอะไรถูกวางทิ้งเอาไว้เหมือนกับว่าเธอรีบร้อนจนไม่ทันได้เก็บมัน

            “ตามหาพ่อกับแม่น่ะ”  เธอตอบเขาขณะก้าวเท้าเดินขึ้นชั้นบนซึ่งฟอลคอนก็ยังเดินตามเธอขึ้นไปด้วยแบบไม่ขอ

            “เจอหรือเปล่า?”  เขาขมวดคิ้วถึงความไม่ชอบมาพากลเพราะเธอกลับมาคนเดียว

            “เจอ”  เซลีนตอบสั้นๆ  เธอเดินขึ้นไปยังห้องๆ หนึ่งก่อนจะเปิดมันออก  ร่างเล็กๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าภาพถ่ายบานใหญ่ตรงผนังที่ตอนนี้ฝุ่นเกาะหนาจนพร่ามัว  “แต่พากลับมาไม่ได้แล้ว”

            ฟอลคอนชะงัก  เขามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ  สีหน้าเธอยังเรียบนิ่งเพียงแต่เพราะที่นี่มันเงียบเขาจึงจับสังเกตได้ว่าหางเสียงเธอสั่นเล็กน้อย 

“ทุกคนเลยที่ฉันพากลับมาไม่ได้”  เซลีนพูดย้ำแต่เหมือนรำพึงบอกกับตัวเองมากกว่าพูดกับชายหนุ่มข้างตัว

            เซลีนละสายตาจากรูปภาพก่อนจะมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่  ผ้าห่มยังถูกพับเอาไว้อย่างเรียบร้อย  ข้างหัวเตียงด้านหนึ่งยังมีตะกร้าไหมพรมที่แม่ถักผ้าพันคอสำหรับหน้าหนาวให้เธอและพ่อ  ส่วนหัวเตียงอีกด้านก็มีหนังสือที่ถูกกางคว่ำหน้าลง  บ่งบอกว่าพ่อเธออ่านค้างไว้ตรงไหนพอตกกลางคืนก่อนเข้านอนพ่อเธอก็จะหยิบมันขึ้นมาอ่านต่อ  คู่สามีภรรยาแบรนดอนและเซียร่าที่รักกันมาหลายพันปีกิจกรรมก่อนนอนของพวกเขายังคนเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน  เธอเดินออกจากห้องนอนแล้วลงไปที่ครัว  ที่ครัวนี้จะมีแม่ครัวรูปร่างอวบอิ่มชื่อเจมม่า  เจมม่าคนนี้เป็นคนที่ยิ้มง่ายที่สุดใจดีที่สุดแล้วชอบอยู่หน้าเตาทำอาหารออกมามากมายแต่รสชาติไม่ได้เรื่อง 

เซลีนมองไปยังโต๊ะกลางครัวที่ๆ ยืนประจำของเด็กสาวแม่บ้านที่ชื่อมาเรีย  แม่บ้านมาเรียคนนี้หันผักและสับหมูเก่งที่สุดแต่ก็เป็นคนขี้อายที่สุดเพราะชอบเขินจนหน้าแดงมือไม้สั่นเวลาถูกชม  เซลีนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างครัวที่รถจ่ายตลาด 3 ล้อสีขาวยังจอดนิ่งอยู่  หมวกกันน็อกลายแมวเกาไข่ยังถูกวางเอาไว้ในตะกร้ารถ  เจ้าของรถก็เป็นแม่บ้านอีกคนที่ชอบทำความสะอาดชื่อว่าคาย่า  ไม่ว่าตรงไหนสกปรกเลอะเทอะคาย่าจะมาพร้อมผ้าเป็นเหมือนอาวุธประจำกายอยู่เสมอ

เซลีนเดินออกไปที่สวนรกร้าง  ตอนนี้หญ้าขึ้นสูงรกครึม  ใบไม้แห้งทับถมจนเทินเป็นกองพะเนินเพราะผ่านฤดูผลัดใบมาหลายครั้งหลายครา  ที่นั่งตรงนั้นเป็นของคุณลุงคนสวนฟิลยามเขาพักจากการแต่งกิ่งตัดหญ้า  เขาเป็นชายที่มีอารมณ์ขันมากที่สุดและชอบเปิดเพลงตอนทำสวนจนเจมม่าภรรยาของเขาออกมาด่าหลายๆ รอบต่อวันเพราะเปิดเพลงเสียงดังเกินไป

ทั้งเซียร่าแม่ของเธอ  แบรนดอนพ่อของเธอ  เจมม่า  มาเรีย  คาย่าและฟิล  ไม่ว่าใครเธอก็ไม่อาจพากลับมาได้สักคน  แม้แต่โอกาสก็ไม่มีอีกแล้ว

‘หนีไปเซลีน  ใช้ชีวิตให้มีความสุข...แม่รักลูกนะ’  สามประโยคนี้คือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้ยิน  ทุกคนในบ้านยอมเสียสละเพื่อให้เธอมีความสุข...แต่มันจะได้จริงๆ เหรอ  เพราะถึงตอนนี้...เธอยังไม่รู้สึกถึงความสุขเลย

“เธอ...โอเคหรือเปล่า”  ฟอลคอนเริ่มมองเห็นเค้ารางถึงความสูญเสียของเซลีน

“ไม่”  หญิงสาวส่ายหน้า  ตาเหม่อมองไปยังกรรไกรตัดกิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้บนกระถางปูน  “ไม่เลย”

ชายหนุ่มดึงเธอเข้ามากอด  เขาดันท้ายทอยเล็กเพื่อให้หน้าเธอซุกอยู่กับอกของเขา  มืออีกข้างลูบหลังเธอเบาๆ ก่อนมันจะกระชับแน่นขึ้นอีกเมื่อเขารู้สึกว่าเสื้อบริเวณอกของเขากำลังเปียกชุ่ม...เซลีนกำลังร้องไห้ 

            ระหว่างที่ฟอลคอนยืนกอดเซลีนเอาไว้แนบอกเขาไม่พูดไม่ถามเธอสักคำ  ชายหนุ่มเพียงแค่จูบขมับเธอครั้งหนึ่งและไม่ใช่ด้วยแรงเสน่หาแต่เป็นการปลอบประโลม 

เขาไม่รู้ว่า 20 ปีนี้เซลีนไปทำอะไรหรือเจออะไรมา  แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ามันหนักหนาสำหรับเธอมากพอดู  ในทีแรกเขานึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรมาทำให้สีหน้านิ่งๆ ของคุณหนูมึนๆ เปลี่ยนไป  ตอนนี้เขากลับรู้แล้วและไม่ชอบมันเอามากๆ

เซลีนเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้กับอกปีศาจหนุ่มน้อยคนหนึ่ง  เธอคิดว่าเธอเข้มแข็งมากพอและเตรียมใจเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตที่แสนยาวนาน  ทว่าเพียงกอดเดียวกับแผ่นอกแข็งๆ น้ำตาจากไหนก็ไม่รู้ดันพรั่งพรูออกมา  เธอจึงทำได้แค่ร้องไห้เงียบๆ แล้วพยายามซุกเข้าหาหลักยึดชั่วคราวนี้เพื่อปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายละทิ้งทุกอย่างสักครั้งหลังผ่าน 20 ปีอันแสนเลวร้าย

“เธอไปอยู่บ้านฉันก่อนเอาไหม”  ฟอลคอนชักชวนเมื่อเห็นว่าเธอสงบลงและฟ้าก็เริ่มมืด

“ไม่เป็นไรหรอก  ที่นี่เป็นบ้านของฉัน”  เซลีนส่ายหน้า  ที่นี่เป็นความทรงจำของเธอ  บ้านหลังนี้ถูกเปลี่ยนมาหลายรูปแบบหลายยุคหลายสมัยแต่ทว่าสมาชิกทั้งหมดยังเหมือนเดิม  บางทีถ้าวันหนึ่งเธอซึมซับความทรงจำและความสุขเหล่านั้นมากพอแล้ว  เธออาจจะยอมทิ้งที่นี่ไปแล้วออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่งเพื่อเริ่มต้นเก็บเกี่ยวความทรงจำใหม่  ทว่าก่อนถึงเวลานั้นเธอเองก็มีเรื่องที่ต้องทำ

“งั้นมานี่”  ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้เซ้าซี้  เขาจูงมือเธอเดินไปที่รถมอเตอร์ไซด์ก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกไปวางไว้ตรงหน้าประตู  ตามด้วยการถอดเสื้อคลุมของตัวเองแล้วสวมให้ร่างเล็กๆ บอบบางนั่น  เมื่อเรียบร้อยก็อุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนเบาะรถก่อนเขาจะก้าวขานั่งด้านหน้าเธอเพื่อทำหน้าที่คนขับ

“ไปไหน?  ฉันต้องทำความสะอาดบ้าน”  เมื่อร้องไห้จนพอเซลีนคุณหนูหน้ามึนๆ ก็กลับมา

“ขี่รถเล่น...20 ปีเธอไม่รู้หรอกว่าอะไรเปลี่ยนไปมั่ง  ฉันจะพาไปเปิดหูเปิดตา  เรื่องบ้านเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันช่วย”  ฟอลคอนขับรถออกไปช้าๆ ก่อนจะดึงมือเธอมากอดเอวเขาเอาไว้  “ตัวเท่าหนูตะเภาเกาะไว้แน่นๆ สิ  ฉันทำปลิวหายไปแล้วจะทำยังไง  หายคราวนี้ฉันตามจริงๆ นะ”  ประโยคสุดท้ายเขาพูดเสียงเบากลืนไปกับสายลม  สองข้างทางเป็นถนนป่าสนเส้นเดียวที่กำลังเข้าสู่ตัวเมือง  ปีศาจอย่างพวกเขามักอยู่อย่างโดดเดี่ยวเสมอเพื่อจะได้ไม่ต้องย้ายถิ่นบ่อย  บ้านเซลีนจึงไม่ต่างกันนัก

เซลีนกอดเอวสอบเอาไว้ก่อนจะแนบแก้มไปกับแผ่นหลังของเขาแล้วพูดขึ้น  “ขอบคุณ”

“อือ...อย่าลืมล่ะว่าเธอติดหนี้ท้าพนันฉันอยู่  คราวนี้ถ้าเธอแพ้...”  ฟอลคอนพูดเพียงแค่นั้นก็หูแดงก่ำ  “ไว้จะบอกแล้วกัน”

“อืม...”  เซลีนรับคำมุมปากยกยิ้มขึ้นได้อีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}