ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่แจสเปอร์ของน้องมินนี่

ชื่อตอน : พี่แจสเปอร์ของน้องมินนี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่แจสเปอร์ของน้องมินนี่
แบบอักษร


พี่แจสเปอร์ของน้องมินนี่

                [มินนี่ TALKS]

                “น้องมินนี่ครับ”

            “คะ” ระหว่างที่กำลังเดินออกจากคณะหลังเลิกเรียนฉันก็ได้ยินเสียงพี่เจไดร้องเรียก เขาโผล่ออกมาจากมุมตึกในระยะกระชั้นชิดจนฉันไม่สามารถหันหนีไปทางไหนได้

            “พอจะมีเวลาให้พี่สักสิบห้านาทีได้ไหมครับ นะครับ”

            “เอ๋ พี่เจไดมีเรื่องอะไรสำคัญเหรอเปล่าคะพอดีวันนี้มินนี่มีนัดน่ะค่ะ” ฉันชี้นิ้วไปที่กระเป๋าเป้แคปซูลที่สะพายเอาไว้ด้านหน้า

            “มินนี่ต้องเอาเจ้าแมวน้อยไปส่งคืนเจ้าของ นี่นัดเขาเอาไว้แล้วด้วย”

            “อืม มันน่ารักมากเลยนะครับ แล้วน้องมินนี่จะไปยังไงครับ ให้พี่ไปส่งไหมเย็นนี้พี่ว่างพอดีเลยพี่ไปส่งได้นะครับ” พี่เจไดยิ้มหวานให้ฉัน

            “เออ คือ มินนี่นัดกับพี่แจสเปอร์ไว้ค่ะ ป่านนี้เขาคงรอแล้วแหละ”

            ระหว่างที่ฉันยืนคุยกับพี่เจไดอยู่บริเวณทางออกตึกคณะวาวาก็เดินผ่านฉันกับพี่เจไดไปเหมือนกับฉันเป็นเพียงอากาศ พักหลังมาฉันกับวาวาค่อนข้างจะห่างๆ กันจนฉันเริ่มชาชินกับความรู้สึกนี้แล้ว

            “พี่เข้าใจแล้วแหละครับ ได้ยินคนอื่นเขาพูดกันแสดงว่าเป็นเรื่องจริงสินะครับที่หมอนั่นขับรถมาส่งน้องมินนี่” พี่เจไดเลิกคิ้วมองฉันเหมือนจะรอคอยคำตอบ

            “ใช่ค่ะ” ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

            “พอดีว่าพี่ได้ยินว่าน้องมินนี่อยากหางานทำหลังเลิกเรียน”

            “ใช่ค่ะ มินนี่พยายามหาอยู่แต่ตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยค่ะ”

            “เรื่องนี้แหละครับที่พี่จะมาคุยด้วย ถ้าน้องมินนี่จะมีเวลาให้พี่สักนิด”

            งื้อ… จะทำไงดีล่ะเนี่ยงานก็อยากได้ นายแจสเปอร์ก็รออยู่ที่รถขืนทำให้เขาโกรธเป็นได้ขย้ำหัวฉันกินแน่ๆ เลย ระยะนี้ยิ่งผีเข้าผีออกอยู่ด้วย

            “ห้านาที” พี่เจไดกางนิ้วมือยกขึ้นมาตรงหน้าฉัน

            “ห้านาทีก็ได้ค่ะ”

            ขอโทษน๊ารอแพ็บเดียวแล้วฉันจะรีบวิ่งไปเลย

            “เราไปคุยกันที่โต๊ะตัวนั้นดีไหมครับ” พี่เจไดพูดจบเขาก็เดินนำหน้าฉันไปยังโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ ทำไงได้ล่ะฉันก็ต้องรีบเดินตามเขาไปติดๆ

            “งานอะไรแบบไหนเหรอคะพี่เจได”

            ฉันเปิดหัวข้อสนทนาทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

            “คืองี้ครับน้องมินนี่ คนที่พี่รู้จักเขาเปิดร้านอาหารกึ่งผับน่ะครับ ตอนนี้กำลังอยากได้พนักงานอยู่หลายตำแหน่งพอดีก็เป็นงานประมาณว่าเสิร์ฟอาหารและก็มีเสิร์ฟพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้าง ที่สำคัญคืออะไรรู้ไหมครับร้านเพื่อนพี่อยู่ไม่ใกล้จากคอนโดมิที่น้องมินนี่พักอยู่ด้วยนะครับ เลิกงานแล้วเดินทางกลับที่พักสะดวกเลย”

            โห… ดีจัง

            “จริงเหรอคะพี่เจได น่าสนใจมากเลยนะคะแต่มินนี่อยากเข้าไปดูร้านแล้วก็คุยกับเพื่อนพี่ก่อน”

            “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ น้องมินนี่อยากเข้าไปที่ร้านเมื่อไหร่บอกพี่มาได้เลย เพื่อนพี่คนนี่พูดง่ายครับ แม่มันกับแม่ของพี่เป็นเพื่อนรักกัน”

            ตึ้งงงง เสียงข้อความเข้า

            ‘มัวทำอะไรอยู่เลิกเรียนตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ? ต้องให้ฉันเดินไปตามใช่ไหม’

          แค่อ่านข้อความเฉยๆ ฉันยังนึกจินตนาการถึงใบหน้าของนายแจสเปอร์ได้เลยป่านนี้เขาคงหน้าบูดหน้างอระดับสิบไปแล้ว ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอีกรอบ จะว่าไปแล้วล่าสุดที่ฉันโทร.บอกนายแจสเปอร์ว่าเรียนเสร็จแล้วมันก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ

            “พี่เจไดคะ มินนี่คงต้องขอตัวแล้วนะคะ เอาไว้มินนี่จะโทร.หาพี่อีกทีนะคะ ขอบคุณมากที่เอางานมาแนะนำค่ะ” ฉันลุกขึ้นยืนสะพายเป้แคปซูลเอาไว้ด้านหลัง

            “ยินดีครับอย่าลืมโทร.มานะครับพี่จะรอ”

            “ค่ะ บายค่ะ”

            ฉันรีบวิ่งออกมาสุดชีวิตเลย กว่าจะมาถึงจุดที่ฉันกับนายแจสเปอร์นัดเจอกันก็เล่นเอาซะหอบแฮ่ก

            “มัวทำอะไรอยู่” พอขึ้นมาบนรถได้เขาก็เริ่มซักไซ้ทันที

            “ฉันเข้าห้องน้ำพอดีปวดท้องเบา ขอโทษด้วยนะที่ให้รอนาน แฮร่ๆ”

            นายแจสเปอร์หรี่ตามองฉันเหมือนจะจับพิรุธ จนฉันต้องจ้องตาเขานิ่งๆ ไม่ยอมหลบสายตาอยู่นาน กระทั่งเขาเป็นฝ่ายหันหน้าไปอีกทาง

            “แล้วนี่เราจะเอาแมวตัวนั้นไปให้เจ้าของมันที่ไหน”

            พอเขาเปลี่ยนเรื่องฉันก็ค่อยโล่งอกไปหน่อย

            “รอเดี๋ยวนะ เมื่อตอนพักเที่ยงพี่กัปตันแชร์โลเคชันเอาไว้ให้แล้วล่ะ” ฉันก้มควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า

            “เรียกมันว่าพี่รู้จักกันนานแล้วอ่อ สนิทกันว่างั้น”

            งื้อ…

            “ก็ไม่นาน ก็พี่เขาอายุมากกว่าฉันก็ต้องเรียกพี่ไม่ถูกเหรอ”

            ฉันยกมือขึ้นเกาหัว

            “ทีกับฉันไม่เห็นเธอจะเรียกพี่ ฉันก็อายุมากกว่าเธอตั้งหลายปีรู้จักเธอมาก่อนไอ้กัปตันอะไรนี่ซะอีก”

            “เอ้า ฉันเคยเรียกแล้วนะแต่นายบอกว่าไม่อยากมีน้องสาวไง จำไม่ได้เหรอ”

            นายแจสเปอร์เม้มปากหันหน้าไปอีกทางเหมือนเถียงไม่ออก

            “งั้นเอาใหม่ ตั้งแต่วันนี้ไปเธอต้องเรียกฉันว่าพี่แจสเปอร์เข้าใจไหมมินนี่”

            “อื้อ เข้าใจก็ได้… พี่แจสเปอร์ของน้องมินนี่ แบบนี้ก็น่ารักดีเนาะว่าป่ะ”

            พี่แจสเปอร์ทำตาปริบๆ ก่อนจะถอนหายใจ…


ความคิดเห็น