พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปากไม่ตรงกับใจ (40%)...ตบมาจูบกลับไม่โกง หุหุหุ

ชื่อตอน : ปากไม่ตรงกับใจ (40%)...ตบมาจูบกลับไม่โกง หุหุหุ

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปากไม่ตรงกับใจ (40%)...ตบมาจูบกลับไม่โกง หุหุหุ
แบบอักษร




“คุณ!”

สองเสียงประสานกันอุทานออกมา คิริมานั้นทำท่าแตกตื่นด้วยความตกใจสุดขีด ส่วนพงษ์สวัสดิ์ก็แปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ คนที่พยายามหลบหน้าเขาตลอดมาโผล่ที่นี่ อันที่จริงไม่ใช่แค่เธอหรอกที่พยายามจะหลบหน้าเขา เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้ทำตามคำแนะนำของธีรเดช แต่ทำตรงข้ามคือไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทั้งคิริมาและธารธารา พยายามเลี่ยงที่จะพบเจอสองสาวเพื่อทดสอบความรู้สึกของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าคนที่เขาห่างและไม่ได้พบหน้าจะมีแค่คิริมาเท่านั้นเพราะอีกฝ่ายมักจะทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ หรือไม่ก็พยายามหลบฉากไปอีกทางเมื่อมีเหตุให้ต้องเผชิญหน้ากัน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับธารธาราด้วยความบังเอิญ     

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรมากมายนักหรอก เขาก็แค่บังเอิญได้ช่วยไม่ให้ธารธาราล้มลงไปกองกับพื้นในตอนที่เธอปวดหัวมากจนเสียการทรงตัวก็เท่านั้น แต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ได้ใจเต้นแรง และไม่มีความสุขอะไรเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังเอาแต่กระวนกระวายใจ คิดถึงและอยากจะเห็นหน้าคิริมา ผู้หญิงที่เขาจ้างคนสืบหาประวัติย้อนหลังแต่กลับไม่พบพิรุธอะไรทั้งสิ้น                  

เขายังไม่รู้หรอกว่าเธอแค่แสร้งทำเป็นจำเขาไม่ได้ หรือเธอความจำเสื่อมกันแน่ แต่ในเมื่อเหยื่อมาให้เชือดถึงห้อง ไม่ทำอะไรก็ดูจะผิดวิสัยของคนเถื่อนอย่างเขาไปหน่อย    

“คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง” ตัวร้ายยิงคำถามใส่คนที่กำลังยืนตะลึงตาค้าง กว่าจะรู้ตัวและมีสติก็เมื่อร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างซึ่งมีเพียงผ้าขนหนูพันสะโพกหมิ่นเหม่เดินเข้าประชิดเสียแล้ว         

“ฉันควรจะถามคุณมากกว่า ว่าคุณเข้ามาทำอะไรในห้องของฉัน” คิริมาถอยมาตั้งหลัก ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยตอบโต้คนที่กำลังยืนกอดอกโชว์หุ่นล่ำๆ ที่มีหยดน้ำเกาะพราว          

“ห้องคุณ” เขาเลิกคิ้วทำท่าขบขันแต่แค่นั้นคนมองก็หมั่นไส้จะแย่   

“ใช่!”

“ไปเอาความมั่นหน้ามั่นโหนกมาจากไหนแม่คุณถึงตอบฉะฉานขนาดนั้น จะบอกให้นะป้าว่าเนี่ยห้องผม ผมซื้อต่อจากเพื่อนของผมเมื่อสองเดือนที่แล้ว ถ้าไม่เชื่อคุณจะดูเอกสารก็ได้” คนที่ยืนกอดอกกำยำทว่าเปลือยเปล่าลอยหน้าบอก สีหน้าจริงจังทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจชอบกล            

“มันจะเป็นห้องของคุณได้ยังไง ในเมื่อชื่อมันเป็นของน้องชายฉัน และน้องชายฉันก็คงไม่มีวันขายมันให้คุณ” ถึงแม้คำพูดของอีกฝ่ายจะทำให้ไขว้เขวไปบ้างแต่คิริมาก็ยังไม่ปักใจเชื่อง่ายๆ เพราะรู้ดีว่าปรเมศและพงษ์สวัสดิ์นั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน อย่าว่าแต่ขายคอนโดเลย หน้ายังไม่อยากจะมอง       

“น้องชายคุณมันไม่ขายให้ผม แต่มันขายให้คนอื่นไง และบังเอิญว่าคนอื่นที่มันขายให้เป็นเพื่อนของผม แต่อยู่ๆ เพื่อนผมก็ได้ย้ายงานแบบกะทันหัน ฉะนั้นมันก็เลยขายต่อให้ผม” คุณหมอหนุ่มสวนกลับอย่างฉะฉานทำให้คนฟังรู้สึกใจคอไม่ดี เพราะถ้าเป็นตามที่เขาพูดมาก็เท่ากับว่าเธอบุกรุกห้องคนอื่น    

“แล้วทำไมนิติบุคคลถึงไม่ขอกุญแจสำรองคืนจากฉัน” เสียงแผ่วเบาคล้ายพูดกับตัวเอง เพราะตอนที่ย้ายเข้ามาทางนิติบุคคลก็มอบทั้งกุญแจจริงและกุญแจสำรองให้ แต่ถ้ามีคนมาซื้อคอนโดต่อคนดูแลคอนโดก็น่าจะแจ้งขอกุญแจคืนเพื่อนำไปมอบให้เจ้าของคนใหม่สิมันถึงจะถูก   

“ก็เพราะผมบอกเขาไง ว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวจะเปลี่ยนลูกบิดใหม่เป็นแบบดิจิตอลล็อก แต่อย่าเข้าใจผิดล่ะว่าผมอ่อยคุณ ก็แค่ยังไม่มีเวลาเลยยังไม่ได้จ้างช่างมาเปลี่ยนลูกบิดก็เท่านั้น”      

“แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าน้องชายฉันขายคอนโดจริงๆ เขาก็ต้องบอกฉันสิ เพราะที่จริงแล้วคอนโดนี้ฉันเป็นคนควักเงินตัวเองซื้อ ส่วนเขาก็แค่มีชื่อเป็นเจ้าของ”           

คิริมาพึมพำขณะที่หัวสมองกำลังใช้ความคิด เอาจริงๆ คอนโดนี้มันควรจะเป็นชื่อเธอเพราะเธอเอาเงินส่วนตัวซื้อเนื่องจากคิดว่ามันอยู่ใกล้โรงพยาบาล วันไหนมีเคสด่วนหรืออยู่เวรจะได้ไม่ต้องขับรถกลับบ้านให้เหนื่อยและเสียเวลา แต่ในวันที่ทำสัญญาเธอกลับติดธุระสำคัญต้องเดินทางไปต่างประเทศแบบกะทันหัน ฉะนั้นจึงมอบหมายให้น้องชายมาทำสัญญาแทน  สุดท้ายคอนโดนี้ก็มีชื่อปรเมศเป็นเจ้าของ แถมอีกฝ่ายยังยึดกุญแจจริง แล้วเอากุญแจสำรองมาให้เธอเฉยเลย ก็พอรู้แหละว่าปรเมศไม่อยากให้เธอไปนอนที่ไหนยกเว้นบ้าน เนื่องจากกลัวว่าพี่สาวจะฝันร้ายจนปวดหัวในกลางดึกแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเหมือนอยู่ที่บ้าน

ส่วนเรื่องที่ปรเมศจะแอบขายคอนโดนั้นเธอคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ต่ำมาก เพราะก่อนจะทำอะไรน้องชายมักบอกกล่าวเสมอ ถึงแม้จะหวงพี่สาวมาก แต่ปรเมศก็เคารพในความเป็นส่วนตัวของเธอ ฉะนั้นเรื่องนี้เธอจึงมิอาจปักใจเชื่อพงษ์สวัสดิ์ได้ จนกว่าจะได้ฟังความจริงจากปากของน้องชาย

“ฉันขอคุยกับน้องชายฉันก่อน มันน่าจะมีอะไรผิดพลาด”

ขาดคำเธอก็ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วก้มหน้าก้มตากดเบอร์น้องชาย รอสักพักก็ปรากฏว่ามีเสียงบอกให้ฝากข้อความ เท่านั้นแหละคิริมาก็ทำหน้ายุ่ง

“ติดต่อเขาไม่ได้ แต่เอาจริงๆ นะเขาจะขายคอนโดฉันไปทำไม”            

“ผมจะไปรู้กับน้องคุณเหรอ ไปเคลียร์กันเองก็แล้วกัน” เขาลอยหน้าไหวไหล่กว้าง เท้าขยับเข้าหาทำเอาร่างบางแทบผวา แต่ก็ทำเพียงข่มใจขยับกายถอยห่างอย่างระแวดระวัง   

“ถ้าคุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่ก็หยุดเถอะ แล้วออกไปจากห้องฉันซะ ฉันง่วงอยากนอน” คิริมาเอ่ยคล้ายออกคำสั่งแกมขอร้องด้วยความอ่อนใจ ตอนนี้ภาพในหัวเธอมีแค่สลัดชุดทำงานออกแล้วกระโดดขึ้นเตียง ส่วนเรื่องที่เขาบุกรุกคอนโดของเธอถ้าเขาออกไปดีๆ เธอจะแกล้งลืมๆ มันไปซะ        

“หึ…ง่วงจนเบลอจัด หรือว่าอยากนอนกับผัวถึงได้ละเมอมาถึงนี่”

น้ำคำกวนๆ ที่คนยืนจังก้าด้วยท่าทางคุกคามพ่นออกมาทำให้แก้มนวลร้อนวาบ หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห คิริมาแทบจะหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง    

“นี่คุณ!”

“เรียก ‘ป๋า’ สิ มีชื่อ อย่ามาเรียกผัวจิกหัวแบบนั้น” วาจาที่หลุดออกมาจากปากของคนตัวโตทำให้คิริมาแทบอ้าปากค้าง เรียก ‘คุณ’ เนี่ยนะคือการจิกหัว จิกหัวตรงไหนไม่ทราบ          

“ว่าไง อยากนอนกับผมใช่ไหม ถึงได้ละเมอมาถึงที่นี่”

น้ำเสียงยียวนเอ่ยคาดคั้น พลางสืบเท้าเข้าหาด้วยท่าทางมาดมั่น เธอถอยหนึ่งก้าว เขาก็ตามหนึ่งก้าว ที่สุดก็มาจนมุมอยู่ตรงปลายเตียง ท่ามกลางการกระตุกมุมปากของผู้ล่า     

“ผมถาม ทำไมไม่ตอบ” ตัวร้ายไม่พูดเปล่าแต่จงใจยื่นใบหน้าหล่อลากไส้ทว่ายียวนกวนประสาทเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดพวงแก้มนุ่ม ทำเอาเธอผวาเอนตัวไปด้านหลัง     

ทันใดนั้นเสียงหวานก็หลุดอุทานออกมา เมื่อเสียหลักหงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม  เรียกรอยยิ้มมาดร้ายผุดขึ้นตรงมุมปากหยัก ก่อนที่พ่อเจ้าประคุณจะโน้มตัวลงมาเท้าแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างบางที่นอนแผ่หลาอยู่ตรงปลายเตียง แล้วก้มลงมาหา ใกล้จนลมหายใจอุ่นจัดลามเลียผิวแก้มเนียน ก่อนเอ่ยคาดคั้นเสียงพร่า    

“ว่าไงป้า อยากนอนกับผัวเหรอ”    

“คุณไม่ใช่ผัวฉัน!” เธอหลับตาปี๋สวนกลับเสียงแข็งๆ

“ความจำสั้นแบบนี้ สงสัยต้องทบทวนกันสักหน่อยแล้วมั้ง”

เขาจงใจก้มลงไปกระซิบข้างหู ทำให้เธอผวาเฮือกด้วยการอ้าปากงับติ่งหูไวต่อสัมผัส แล้วขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเอิน ก่อนจะยกตัวห่างท่ามกลางการผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทว่าไม่นานคิริมาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะโน้มลงมาหาอีกครา ลนลานผลักเขาออกห่าง ดีดตัวขึ้นจากเตียง แล้ววิ่งหนีโดยมีเจ้าของเสียงหัวเราะหึๆ เขย่าขวัญสั่นประสาทเหมือนพวกโรคจิตไล่กวาดไม่ลดละ    

ครั้นจะถลาไปยังประตูร่างใหญ่ก็โฉบมาดักหน้าเอาไว้ จากนั้นก็ถูกเขาไล่ต้อนไปติดแหง็กอยู่ตรงผนัง ยกมือยันอกล่ำๆ เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าลมหายใจผ่าวระอุที่ราดรดหน้าผากมนก็ทำให้เธอใจสั่นสะท้านจนต้องหลุบตาลงต่ำ แล้วสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปปะทะเข้ากับกลางกายหนุ่ม                 

“มองจังเป้าน่ะ อยากดูเหรอ”

คนหน้ามึนเลิกคิ้วถามอย่างยิ้มๆ ขณะทำท่าจะแกะปมผ้าขนหนูที่เกาะอยู่ตรงสะโพกสอบอย่างหมิ่นเหม่ คิริมารีบหลับตาปี๋พร้อมกรีดร้องด้วยความแตกตื่น   

“กรี๊ด!!!”

ท่าทางไร้เดียงสาหลุดมาดคร่ำครึ พวงแก้มนวลสุกปลั่ง ร่างบางของคนที่ชอบแสดงท่าทีเย็นชาสั่นน้อยๆ ทำให้มุมปากหยักกระตุกด้วยความพึงพอใจ    

“ครีม…ครีมครับ…ลืมตาได้แล้ว” คนที่ถูกไล่ต้อนไปจนมุมตรงผนังถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อคนลามกที่ตั้งท่าจะเปลื้องผ้าให้ดูเมื่อครู่เข้าประชิดตัว พร้อมน้ำเสียงนุ่มๆ ชวนใจละลาย    

“ถ้าไม่ลืมตา งั้น ‘จูบ’ นะ” ท้ายประโยคทำให้คนที่เอาแต่หลับตาปี๋ถึงกับตัวแข็งทื่อขึ้นมาในบัดดล ลมหายใจทั้งหมดที่มีเหมือนถูกสูบออกไปจากร่างเสียดื้อๆ 

“ละ…ลืมตาก็ได้ แต่คุณช่วยไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนได้ไหม” เจ้าของเสียงสั่นๆ ติดจะสะท้านเอ่ยต่อรอง พลางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น  

“โอเค งั้นก็ได้”

พอเขาทำท่ายอมล่าถอยไปง่ายๆ เธอก็รีบก้าวขาจะวิ่งออกจากห้อง ทว่ากลับต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมือใหญ่วาดมาจับหัวไหล่มนเอาไว้ แล้วดันร่างบางไปชิดผนังอีกครา     

ยังไม่ทันจะได้จับต้นชนปลายก็ต้องตาโตเมื่ออีกฝ่ายโฉบปากลงมาปิดปากอิ่ม แล้วบดจูบอย่างดุดันปนเร่าร้อนคล้ายกระหายจัด โดยไม่นำพาอาการดิ้นรนขัดขืน พอเธอต่อต้านมากๆ เข้าเขาก็เม้มปากสีระเรื่อหนักๆ ขณะจัดการรวบมือน้อยทั้งสองข้างไปตรึงเหนือศีรษะ แล้วจูบเอาๆ เหมือนอดอยากปากแห้งมาแรมปี ล่วงล้ำช่วงชิงความหวานจากกระพุ้งแก้มอิ่มอุ่นอย่างย่ามใจ กระทั่งลมหายใจของเธอสะดุดเป็นห้วงๆ และทำท่าเหมือนจะขาดใจ พ่อหนุ่มฮาร์ดคอร์ที่ปล้นจูบสาวซึ่งหลุดเข้ามาในห้องถึงได้ยอมผละห่างอย่างอ้อยอิ่ง        

“ปล่อย…ฉันจะกลับบ้าน”

เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก พร้อมกันนั้นก็พยายามเบี่ยงหน้าหนีจอมตะกละที่ยังไม่อิ่มเต็มกับรสชาติหวานล้ำ ดีที่วันนี้เธอใส่คอนแท็กเลนส์มาทำให้แว่นกรองแสงที่ไม่ใช่แว่นสายตาซึ่งเพิ่งหล่นไปตอนเขาปล้นจูบนั้นไม่ได้มีผลอะไรต่อการมองเห็น      

“จะรีบไปไหนเล่า” เขาเอ่ยเสียงเนิบนาบพลางไล้พวงแก้มสุกปลั่งเบาๆ “อุตส่าห์โกหกว่าเป็นคอนโดของตัวเองเพราะอยากนอนกับผัว ก็อยู่ ‘นอน’ ก่อนสิ”   

“บอกแล้วไง ว่าคุณไม่ใช่ผัวฉัน! และกรุณา…อย่ามายุ่งกับฉัน!”

คิริมาปัดมือกระด้างออก แล้วสวนกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ และวาจาที่เธอประกาศออกมานั้นก็ทำให้คนฟังคอแข็งขึ้น มิหนำซ้ำคำว่า ‘อย่ามายุ่งกับฉัน’ ทำให้คนมีอดีตฝังใจ คนที่จำได้ว่าเธอมักตะเพิดไล่ด้วยประโยคนี้ขบกรามแน่นเพราะมันโคตรกระทบใจ นัยน์ตาที่แฝงความขบขับเมื่อครู่พลันแข็งกร้าวขึ้น  

“หึ นอกจากจะแอ๊บว่าจำผมไม่ได้ตอนปีหนึ่ง และโกหกว่าไม่เคยเรียนมัธยมในไทยแล้ว คุณยังมโนว่าตัวเองยังบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งที่เป็นฝ่ายลวนลามจนได้ผมเป็นผัวเนี่ยนะ มันไม่มากไปหน่อยเหรอแม่คุณ”             

“อย่ามายัดเยียดให้ฉันรู้จักคุณในสมัยมัธยม เพราะฉันไม่รู้จักคุณจริงๆ และถ้าคุณจะมาเรียกร้องความสนใจจากฉันล่ะก็ขอบอกว่าวิธีนี้มันไม่ได้ผล เพราะต่อให้คุณบังคับยังไงคำตอบมันก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

“อย่ามาตอแหล!” คราวนี้พงษ์สวัสดิ์ถึงกับตวาดกร้าว ยิ่งเธอตอกย้ำว่าไม่เคยรู้จักเขาก็ยิ่งเหมือนจะคลุ้มคลั่ง ทั้งโมโห เดือดดาล ผิดหวัง และน้อยใจสารพัด    

วาจาประณามที่เสียดแทงโสตประสาททำให้เธอกำหมัดตัวสั่นเทิ้มด้วยความกรุ่นโกรธ ก่อนที่สติจะขาดผึงเมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มหยัน ทันใดนั้นคิริมาก็ฟาดฝ่ามือลงตรงซีกแก้มสากเต็มแรง

ฉาด!!!

“นี่สำหรับคำพูดพล่อยๆ ของคุณ แล้วก็กรุณาจำเอาไว้ด้วยว่าระหว่างเรามันเป็นได้แค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น” หลังจากลดมือลงมากำเป็นหมัดข้างลำตัว คิริมาก็เชิดหน้าเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา พยามยามคุมสติไม่ให้ตัวเองผวากับเสียงคำรามกระหึ่มที่หลุดออกมาจากปากของคนที่เธอตบจนหน้าหัน   

คำพูดเสียดแทงใจ เหมือนเธอเห็นเขาเป็นแค่ลูกน้อง ไม่ต่างจากพลเมืองชั้นสอง ต่ำต้อยไม่คู่ควรกับผู้หญิงหยิ่งผยอง ทำให้เขาค่อยๆ หันกลับมามองด้วยนัยน์ตามืดดำ     

“เจ้านายกับลูกน้องงั้นเหรอ ด้ายยยย…ผมจะทำให้คุณรู้ซึ้งว่าการเป็น ‘ผัวเจ้านาย’ อย่างคุณมันต้องทำยังไง” ขาดคำเขาก็กระชากร่างบางมาปะทะอกกว้าง แล้วก้มลงบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างดุดันดิบเถื่อน ทำเอาคนถูกจู่โจมดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง พอผลักร่างใหญ่ออกห่างได้ เธอก็ยกมือตวัดใส่หน้าหล่อๆ ทันควัน         

เผียะ!!!

แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกตาเหลือกถลนเมื่อเขาก้มลงมากระแทกปากบวมเจ่อ บังคับจูบจาบจ้วงหยาบคายและแสนเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ แล้วดันตัวเธอออกห่าง   

“หึ ผมถนัดนักล่ะ ไอ้บทตบจูบเนี่ย เอาสิ…ตบ…ตบอีก!”  

เขาแสยะยิ้มมาดร้าย ก่อนจะลอยหน้าเอียงแก้มให้ เสียงห้าวกระด้างตะคอกในท้ายประโยคจนทำให้เธอสติแตก และสายตาท้าทายคู่นั้นก็ทำให้คิริมามิอาจยั้งใจ       

เผียะ!!!

ชั่วพริบตามือใหญ่ก็ตะปบเข้าตรงซีกแก้มแดงก่ำ แล้วกระชากให้ใบหน้างามแหงนเงยในจังหวะที่เขาโฉบปากลงมากระแทกปากอิ่มอย่างดุเดือด   

จากนั้นพ่อคนเจ้าอารมณ์ก็จัดการลากเธอมาเหวี่ยงลงบนเตียง เรียกเสียงอุทานให้กระเด็นออกมาจากปากเจ่อที่โดนเขาปล้นจูบ ครั้นคิริมาตะเกียกตะกายจะลุกขึ้นร่างใหญ่ก็กระโจนขึ้นไปทาบทับ      

“ปล่อยฉันนะ! คุณจะทำบ้าอะไร!”    

“ก็จะทำให้คุณรู้ไง ว่าทำไมลูกน้องอย่างผมถึงเป็นผัวเจ้านายอย่างคุณได้” ขาดคำเขาก็...


หุหุหุบอกแล้วอิป๋ามันร้าย แถมมันยังขี้น้อยใจอย่างมากมายพอเมียบอกว่าจำไม่ได้ก็จะจับกดเรียกความทรงจำท่าเดียว อิอิ คนมีอดีตร่วมกันแต่เขาดันจำไม่ได้มันก็จะเสียเซล์เป็นธรรมดา แล้วอย่างนี้หนูครีมจะรอดไหม เอิ๊กกก เอ้า…ใครอยากให้หนูครีมรอด ใครอยากให้อิป๋าจับหนูครีมกดรัวๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า อิอิ ^^

####ปล.วันนี้ว่าจะหยุดอีกหนึ่งวัน แต่นานไปกลัวคนหนีหมด 555 ช่วงนี้หายไปทีละหลายวันเพราะอากาศกนักมากๆ ทั้งคันตามตัว ทั้งปวดหัวเหมือนเลือดกำเดาจะแตก แต่ก็ยังเร่งรีไรท์งานให้อยู่เด้อจ้า อ่านแล้วเป็นยังไงเม้นท์มาบอกกันบ้างเด้อจ้า ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น