อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 8 รับผิดชอบ 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 รับผิดชอบ 100%

คำค้น : ตราบาปมารทมิฬ อาราญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2558 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 รับผิดชอบ 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 8 รับผิดชอบ

 

        “วันนี้ยังมีงานอะไรอีกไหม?” กฤตยชญ์ถามธันวาเลขาหนุ่ม ทันทีที่ทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้องพักสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวประจำจังหวัดภูเก็ตแห่งนี้

                “ไม่มีแล้วครับนาย เรื่องสัญญาว่าจ้างที่คุยกับคุณแมทริกวันนี้ก็เรียบร้อยดีแล้วเหลือแค่เพียงส่งเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อเตรียมงานเท่านั้นครับ”

                กฤตยชญ์พยักหน้ารับเบาๆพลางดึงเนคไทที่คอออกก่อนจะนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่อย่างผ่อนคลาย

                “ก็ดี...นายมีอะไรก็ไปทำเถอะฉันอนุญาตให้พักผ่อนได้หนึ่งวัน ค่อยเดินทางกลับพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

                “ขอบคุณครับนาย งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ธันวาโค้งให้เจ้านายหนุ่มของเขาเล็กน้อยก่อนจะเดินหายลับออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

                กฤตยชญ์ถือโอกาสนี้หลับลงเอนศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างคนเมื่อยล้า ที่บอกให้ธันวาไปพักเพราะว่าเขาเองก็อยากจะพักบ้างเหมือนกันเผื่อบางทีความคิดอะไรๆที่มันตีกันอยู่ในหัวจะได้ดูเป็นที่เป็นทางขึ้นมาบ้าง

                “เธอเป็นใครกันแน่...อัญญาดา”

                ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองเพดานห้องสีขาวสะอาด ภาพของหญิงสาวที่ถูกเขาระกำย่ำยีฉายชัดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับต้องการจะตรอกย้ำถึงความอำมหิตดิบเถื่อนของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นกฤตยชญ์ก็ยังคงคิดเสมอว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว มันไม่ได้หนักหนาเกินไปและมันคือสิ่งที่เธอควรได้รับ...แต่ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับอัฐพลว่าที่เจ้าบ่าวของพี่สาวคือสิ่งที่ทำให้เขาคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อย เป็นไปได้ด้วยหรือที่ชายหญิงจะอยู่ด้วยกันโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางกายใดๆเกิดขึ้น ทั้งที่อัญญาดาก็จัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งหรืออัฐพลจะให้เกียรติเธอมากมายขนาดนั้น? เขาหวังจริงจังกับเธออย่างนั้นหรือ? แล้วพี่สาวของเขาล่ะ?

                แต่ไม่ว่าหญิงสาวจะเป็นใครโทษของเธอที่เข้ามาแทรกกลางเป็นมือที่สามสร้างความร้าวฉานให้กับคนที่เขารักและเทิดทูนสุดหัวใจก็ไม่อาจลดหย่อนได้จนกว่าเธอจะสำนึกและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเท่านั้น

                ชายหนุ่มสะบัดหัวไปมาสองสามที่เพื่อไล่ความคิดที่เริ่มตีกันยุ่งอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้คลายความเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งจากการทำงานและการเดินทาง มาภูเก็ตทั้งทีเขาจะปล่อยให้ค่ำคืนนี้ต้องเหี่ยวเฉาได้อย่างไร เมืองแห่งแสงสีขนาดนี้นักท่องราตรีสาวๆเขาต้องได้พวกเธอมานอนอยู่ใต้ร่างสักคน...

 

บ้านเด็กเมตตา  

                “แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ อัญจะหาทางช่วยน้องๆเอง ยังไงซะทุกๆคนก็คือครอบครัวของอัญ”

                “ขอบใจมากนะลูก แม่ดีใจจริงๆที่อัญไม่ลืมพวกเรา”

                “ที่นี้ให้ชีวิตใหม่กับอัญ... อัญจะลืมได้ยังไงกันคะ”

                “ว่าแต่ อัญเป็นอะไรรึเปล่าลูกทำไมหน้าตาดูไม่สดใสเอาซะเลย” คุณจิต เมตตา หรือคุณแม่ที่รักของเด็กๆกำพร้าที่บ้านเด็กเมตตาแห่งนี้ถามขึ้นเมื่อสั่งเกตุสีหน้าของลูกสาวที่ตนเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กและรักมากเหมือนลูกในไส้คนหนึ่ง

                “อัญแค่ไม่สบายนิดหน่อยค่ะ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วขอบคุณแม่มากนะคะที่เป็นห่วงอัญเสมอ” หญิงสาวยกมือขึ้นกราบลงบนบ่าของคุณป้าวัยชราที่เธอเรียกจนติดปากว่า ”แม่” อย่างนอบน้อมและก็ได้รับอ้อมกอดอบอุ่นตอบกลับมา

                น่าแปลกที่วันนี้เธอมีใจอยากจะมาเยี่ยมแม่และน้องๆที่บ้านเด็กเมตตาแห่งนี้ ถึงได้รู้ว่าสถานที่ดีดีแบบนี้กำลังจะถูกยึดเนื่องจากความใจดีของแม่จิตที่ไปค้ำประกันให้กับรุ่นพี่ของเธอคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกันแต่สุดท้ายความดีก็ถูกบดบังเมื่อหนี้สินทั้งหมดตกอยู่ที่แม่จิตเพียงคนเดียว กับภาระมากมายในการดูแลน้องๆของเธออีกหลายชีวิต จำนวนเงินมากกว่าห้าล้านบาทที่จะสามารถไถ่บ้านคืนมาได้ก็มากโขอยู่ลำพังแม่จิตเองก็ไม่ได้มีรายได้มากมายเพียงแค่ทำขนมขายและมีเงินจากผู้ใจบุญอีกเล็กน้อยเท่านั้นที่จะช่วยปะทังชีวิตหลายๆชีวิตเหล่านี้

                เธอจึงรับปากว่าจะช่วยไถ่บ้านคืนมาให้เองแม้ว่าแม่จะพยายามปฏิเสธตลอดก็ตาม แต่เธอจะไม่มีวันยอมให้สถานที่ที่เป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของเธอต้องถูกยึดไปง่ายๆแบบนี้แน่ หากไม่มีที่นี้ก็คงไม่มีผู้หญิงที่ชื่อ อัญญาดา ในวันนี้ เธอได้รับชีวิตใหม่ ได้มีครอบครัว ได้เรียนตามที่ฝัน เมื่อเธอเคยได้รับโอกาสที่ดีเหล่านั้นก็ควรจะแบ่งปันมันให้กับคนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับเธอบ้าง เด็กๆเหล่านี้น่าสงสารพวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไรแต่กลับถูกบุคคลผู้ที่ให้กำเนิดทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม หากได้รับโอกาสเธอเชื่อว่าเด็กๆต้องเติบโตมาเป็นคนดีของสังคมได้อย่างแน่นอน

                หญิงสาวยืนมองบ้านหลังขนาดกลางที่เคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็ก จับมือบุคคลที่เธอเคารพเหมือนแม่แท้ๆเอาไว้แน่น ตั้งมั่นกับตัวเองในใจว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือทุกคนที่นี่อย่างเต็มกำลังความสามารถ...

                ที่ที่สร้างชีวิต...ต่อให้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ไม่เสียดาย...

 

                “สวัสดีค่ะคุณกฤตยชญ์ มาทำงานแต่เช้าเลยนะคะ”

                “ครับ...แต่ดูเหมือนพี่เก๋จะมาเช้ากว่าผมเสียอีกนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มรับพลางพูดทักทายตอบโต้อย่างเป็นกันเองกับเกศรินทร์ หรือ เก๋ พนักงานสาวรุ่นใหญ่ในแผนกออกแบบดีไซน์ ซึ่งเป็นคนค่อนข้างเฮฮาและอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา

                “ต้องมาเช้าๆสิค่ะเผื่อเจ้านายใจดีเพิ่มโบนัสพิเศษให้...ใช่ไหมค่ะเจ้านาย!” เกศรินทร์พูดขึ้นดีเล่นทีจริง แต่ในใจก็แอบหวังให้ได้อยู่ไม่น้อย

                “ได้อยู่แล้วครับ” ชายหนุ่มตอบรับยิ้มๆ

                “ว๊ายตาย! พูดจริงเหรอค่ะเนี่ย” หญิงสาวรุ่นใหญ่อุทานตาตั้ง ก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้เจ้านายหนุ่มอีกครั้งพร้อมกับส่งสายตาปิ๊งๆ

                “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มตัดบทแล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานไป

                “เชิญค่ะ” เกศรินทร์ผายมือเป็นการเชื้อเชิญ ก่อนจะแอบจับแขนล่ำที่อุดมไปด้วยกล้ามเป็นมัดๆของ ธันวา เลขาหนุ่มสุดหล่อที่เดินตามเจ้านายไปเงียบๆ

                “ตั้งใจทำงานนะจ๊ะ พ่อรูปหล่อของเจ้” เกศรินทร์หยอดคำหวานให้ได้ชุ่มช่ำหัวใจแม้จะได้รับเพียงแค่การพยักหน้ารับน้อยตอบกลับมาจากธันวาเหมือนเช่นเคยก็ตาม ก่อนจะมองตามจนหลับสายตา

                “พี่เก๋!!

                “ว๊ายยย ตาเถน!! อ้าวอัญ!!เกศรินทร์ตกใจเมื่อจู่ๆก็มีมือดีมาจับที่ไหล่พร้อมทั้งเรียกชื่อเธอ

                “ค่ะ...อัญเองทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย”

                “ทำไมมาไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงแบบนี้ละ พี่ตกใจหมด...แล้วนี่ไม่สบายหายดีแล้วเหรอเราน่ะ หายหน้าหายตาไปซะเกือบเดือนจนพี่คิดว่าลาออกไปแล้วซะอีก”

                “ก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะ” อัญญาดาเผลอพูดในสิ่งที่คิด

                “อะไรนะ!! จะลาออกจริงๆเหรอ”

                “ป่าวค่ะ อัญแค่พูดเล่น” หญิงสาวแก้ต่างยิ้มๆ พลางเข้าไปกอดเกศรินทร์หลวมๆ

                “อัญจะทิ้งพี่เก๋ลงได้ยังไงกัน...นี่พี่สาวสุดที่รักของอัญทั้งคนเลยนะ”

                “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย ไหนเป็นอะไรมาไม่เห็นบอกพี่สักคำ” พูดขึ้นน้ำเสียงแง่งอน

                “อัญแค่ไม่สบายค่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้วพร้อมช่วยงานเต็มที่เลยค่ะ”

                “ช่วยงานอะไรกันล่ะ คุณกฤตยชญ์เขาย้ายอัญไปทำงานอื่นแล้วก็เล่นหายหน้าไปซะขนาดนั้น งานนี้ริษาก็เลยต้องรับไปเลยเต็มๆ”

                “จริงเหรอค่ะ ไม่เห็นริษาบอกอะไรอัญเลย” อัญญาดากล่าวเสียงอ่อย รู้สึกผิดกับเพื่อนรักไม่น้อย อริสรามักจะแบกรับเรื่องต่างๆเอาไว้เพียงผู้เดียวเสมอด้วยเหตุผลงี่เง่าที่ว่า กลัวเธอไม่สบายใจ

                “แล้วคุณกฤตยชญ์มาหรือยังค่ะ”

                “พึ่งมาถึงก่อนหน้าอัญได้สักพักหนึ่งนี่แหละ มีอะไรรึป่าว?” เกศรินทร์ถามด้วยความสงสัยที่อยู่ๆอัญญาดาก็ถามหาเจ้านายหนุ่มทั้งที่ปกติ รุ่นน้องสาวคนสวยของเธอออกอาการไม่ชอบขี้หน้ากฤตยชญ์เอามากๆโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

                “มีเรื่องต้องคุยกับเขานิดหน่อยน่ะค่ะ งั้นอัญขอตัวก่อนนะคะพี่เก๋”

                “จ้ะๆ” ตอบรับพลางชะเง้อชะแง้มองตามหลังร่างแน่งน้อยบอบบางไปจนลับสายตาด้วยความสงสัยใคร่รู้

 

ห้องทำงานประธานแพรพรรณดีไซน์กรุ๊ป

                “งานของคุณแมทริกเรียบร้อยดีไหมธันวา”กฤตยชญ์ถามขึ้นขณะกำลังนั่งอ่านเอกสารเล่มใหม่ที่เลขาคนสนิทเอามาให้ แม้ว่างานจะล้นมือแต่ชายหนุ่มต้องใส่ใจทุกงานอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเขาเองในฐานะประธานบริษัทต้องเตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์

                “เรียบร้อยดีครับนาย คุณริษาจัดเตรียมทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งเลือกเนื้อผ้าและออกแบบ ความละเอียดสูงมากครับ”

                ชายหนุ่มพยักหน้ารับในใจก็คิดว่าอริสราเป็นผู้หญิงที่เก่งและมีความสามารถมากจริงๆ น่าเสียดายที่เธอแต่งงานไปเสียแล้ว

                “แต่ว่า...”

                “แต่อะไร?” กฤตยชญ์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารก่อนจะขมวดคิ้วมองหน้าเลขาคู่ใจอย่างต้องการคำตอบ

                “เนื้อผ้าของเราเป็นผ้าชั้นดี ช่างหลายๆคนไม่กล้าเสี่ยงที่จะตัดให้เพราะกลัวความเสี่ยงที่งานอาจผิดพลาด คุณริษาเองก็คงตัดคนเดียวไม่ไหว”

                “แล้วปกติใครทำ ไม่ใช่ช่างพวกนี้หรือไง!

                “ปกติถ้าเป็นผ้าเนื้อดีราคาสูงขนาดนี้จะมีแค่คุณริษา กับคุณอัญญาดาครับ แต่หลายอาทิตย์มานี้ได้ยินว่าคุณอัญญาดาไม่สบายงานตรงส่วนนี้เลยค่อนข้างล่าช้า”

                “ยังสำออยอยู่อีกรึไง!” กฤตยชญ์พึมพำกับตัวเอง

                ปัง!

                เสียงเปิดประตูกแรงๆจนกระแทกพนังห้องดังขึ้นเรียกความสนใจจากสองหนุ่มหล่อที่กำลังสนทนากันอยู่ ตามมาด้วยการปรากฎตัวของหญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินเข้ม

                “คุณอัญญาดา! เข้ามาไม่ได้นะครับ”

                “ไม่เป็นไรธันวา นายออกไปก่อน” กฤตยชญ์ยกมือขึ้นห้ามเมื่อเห็นธันวาทำท่าจะเข้าไปกันตัวหญิงสาวออกไปจากห้อง ก่อนจะบอกให้เขาออกไปก่อน  เมื่อร่างสูงของธันวาหายลับพ้นประตูออกไป ชายหนุ่มจึงหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่ยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว

                “ไง!...หายสำออยแล้วเหรอ? นี่ฉันพึ่งรู้นะว่านอกจากเธอจะชอบยุ่งกับผู้ชายที่มีเจ้าของแล้ว ยังไม่มีมารยาทอีกด้วย”

                “มารยาทน่ะ มีค่ะ...แต่เลือกใช้กับคนที่สมควรจะได้รับเท่านั้น!

                “ปากดี!!” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีกับคำยอกย้อนของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะถามกลับถึงการมาของเธอ

                “แล้วเข้ามาหาฉัน มีธุระอะไรไม่ทราบ!?

                “ฉันได้รับคลิปวิดีโอที่คุณส่งมาให้แล้ว” หญิงสาวตอบเสียงนิ่งไม่แสดงสีหน้า

                “แล้วไง...ลีลาฉันเร้าใจเธอดีไหมล่ะ? อย่าบอกนะว่าติดใจ”ชายหนุ่มหยักไหล่ไม่สะทกสะท้าน

                “หึ!....คุณพลาดแล้วละ กฤตยชญ์”

                “พูดอะไรของเธอ!” กฤตยชญ์ขมวดคิ้วเป็นปมกับท่าทีสะใจอยู่ในทีของหญิงสาวราวกับว่าเธอมีไพ่สำคัญอะไรอยู่ในมือที่เขาไม่รู้

                “คุณพลาดที่คิดว่าในคลิปนั่นเห็นฉันแค่คนเดียวไงคะ” หญิงสาวพูดก่อนจะยื่นโทรศัพท์ของเธอให้เขา

                ชายหนุ่มรับมาก่อนจะกดดูคลิปที่เขาเป็นคนอัดเองกับมือและคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคลิปสวาทนี่กันแน่

                “คนในกระจกข้างๆนั่นใช่คุณไหมคะ”

                กฤตยชญ์เบนสายตาไปมองด้านข้างของคลิปก็พบว่าคนที่อยู่ในกระจกติดตู้เสื้อผ้านั่นคือเขาจริงๆ บ้าจริง! นี่เขาพลาดได้อย่างไร

                “แล้วยังไง? ต่อให้เธอปล่อยไปเธอก็เสียหายเหมือนกัน”

                “แต่ไม่เท่าคุณ! ฉันไม่ใช่คนมีหน้ามีตาไม่เหมือนกับคุณ อีกอย่างดูก็รู้ว่าคุณข่มขืนฉันตอนที่ฉันไม่มีสติด้วยซ้ำแล้วแบบนี้สังคมจะจดจำใครได้มากกว่ากันล่ะคะ ระหว่างผู้หญิงธรรมดากับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง”

                “เธอต้องการอะไร!?” ชายหนุ่มตัดบท ถามออกไปเสียงเข้ม

                “ถามแบบนี้ ให้ฉันได้เหรอคะ?” หญิงสาวยิ้มเหยียดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

                “อย่ามาเยอะกับฉัน!กฤตยชญ์เค้นเสียงตอบ ในหัวกำลังชั่งความเสียหายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นตามคำพูดที่หญิงสาวหยอดเอาไว้

                “ก็แค่...รับผิดชอบฉัน!

 

                

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น