facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

​ตอนที่ 8-2 สถานการณ์พลิกผันอย่างชัดเจน

ชื่อตอน : ​ตอนที่ 8-2 สถานการณ์พลิกผันอย่างชัดเจน

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 689

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2562 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ตอนที่ 8-2 สถานการณ์พลิกผันอย่างชัดเจน
แบบอักษร

​ซอนอูไม่สามารถออกไปนอกมหาวิทยาลัยได้จนกว่าโดยองจะเรียนวิชาสุดท้ายเสร็จ เพราะคำพูดคำนี้ของรุ่นน้อง ‘ถ้าผมโทรไปแล้ว รุ่นพี่วิ่งมาอยู่ตรงนี้ภายในห้านาทีได้ก็คงจะดีนะครับ’ และเพราะคุณรุ่นน้องมัวแต่ยุ่งอยู่กับการฟังบรรยายติดกันยาว ตอนนี้คุณรุ่นพี่เลยดื่มไอซ์ช็อคโก้เป็นแก้วที่สามล่ะ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีการติดต่อมาจากโดยองจนซอนอูเริ่มเบื่อหน่ายกับการรอคอย แต่ตอนที่กำลังลุกขึ้นจากที่นั่งเขาก็ต้องประครองโทรศัพท์ไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเหมือนมีญาณก่อนจะร้องถามเสียงดังลั่น ‘อ๋อ ได้! เลิกเรียนแล้วใช่ไหม?! ให้ไปหาที่ไหนอะ’ แล้วออกไปจากคาเฟ่

จากคำขอร้องที่เหมือนคำสั่งของคุณรุ่นน้องบอกให้เขาออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้วมาที่สถานีแทคงวอน ซอนอูจึงต้องวิ่งหน้าดำหน้าแดงติดสปีดในตอนกลางวัน แม้จะวิ่งอย่างไม่ได้พักแต่จากมหาวิทยาลัยไปถึงสถานีแทคงวอนที่ห่างออกไปหนึ่งสถานี มันเป็นระยะทางที่ต้องใช้เวลามากกว่าสิบนาที ถ้าจะให้เขาถึงภายในห้านาทีต่อให้วิ่งจนปอดจะระเบิดก็คงยังไม่พอ พอลองวิ่งด้วยความเร็วสุดยอดเท่าที่จะวิ่งได้ มันก็มีแต่จะทำให้ขากับการหายใจของตัวเองรับภาระหนักขึ้นเท่านั้น

แต่ตอนที่รู้สึกเหมือนว่าอีกนิดหัวใจจะทะลักออกมาแล้วร่างกายก็เกิดแรงฮึดขึ้นมาเพราะซอนอูมองเห็นโดยองอยู่ไกลๆ เขาไม่ได้แค่งอตัวแต่ทรุดนั่งแล้วจัดการลมหายใจให้เข้าที่อยู่ตรงหน้ารุ่นน้องที่ตำหนิว่าทำไมถึงมาช้าแบบนี้ ลีโดยองก็ลีโดยองเถอะ อย่างแรกเขาต้องมีชีวิตรอดก่อน โดยองหัวเราะคิกคักกับเสียงหายใจติดขัดของซอนอูก่อนจะเปิดประตูที่นั่งหลังของรถที่จอดอยู่บนถนน

“เชิญนั่งครับ”

“ห้ะ?”

“ผมบอกว่ามีที่ที่จะต้องไปไงครับ”

ถึงจะบอกว่ามีที่ที่จะต้องไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะให้นั่งรถหรูๆ ราคาแพงแบบนี้นี่ ซอนอูลังเลใจกับการกระทำที่ไม่สามารถเข้าใจได้ของโดยอง

ทันทีที่ขึ้นไปบนรถก็รู้สึกกังวลแปลกๆ ตอนเช้าเขาก็ออกมาโดยไม่ได้บอกแม่ว่าจะไปไหน อีกทั้งยังไม่ได้เขียนอะไรสั่งเสียไว้เลยด้วย


คนที่สติหลุดไปไกลก็คือซอนอูเหมือนเดิม ถึงจะคิดนั่นนี่เยอะแยะไปหมดแต่ก็ไม่อยากให้โดยองจับได้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ จึงตั้งใจจะเปิดประเด็นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยการเปิดปากถาม แต่ดูยังไงเรื่องที่ถามออกมามันก็เป็นเรื่องไร้สาระมากๆ

“...นี่รถนายเหรอ”

“จริงๆ แล้วเป็นรถของที่บ้านครับ ยังไม่ใช่รถของผมหรอก”

“นายมีใบขับขี่ไหม”

“มีนะครับ แต่ก็ไม่ค่อยได้ขับ”

ถึงจะเป็นอย่างนั้นโดยองก็ตอบตามที่ซอนอูถามยังอย่างดี เมื่อกี้ยังบอกว่าพูดมากอยู่เลย ทำไมตอนนี้ตอบคำถามได้ดีแบบนี้กันล่ะ คงไม่หรอกมั้ง ไม่ใช่ว่าจะทำตัวใจดีเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเอาไปขายใช่ไหม!

“รุ่นพี่ซอนอู”

“ห้ะ เอ่อ...”

“ผมไม่รู้ละเอียดหรอกนะครับว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็คิดว่าพอจะรู้”

“อะไร อะ อะไรเหรอ”

“ไม่ได้จะเอาไปขายให้ใคร แค่นั่งรถเฉยๆ ครับ”

“...อือ โอเค”


ซอนอูจึงเข้าไปนั่งตรงที่นั่งด้านหลังของรถอย่างสุภาพเรียบร้อยเพราะไม่สามารถปฏิเสธความเฉียบขาดนั้นได้ จากนั้นโดยองก็เข้ามานั่งข้างๆ ก่อนจะปิดประตูรถ เมื่อซอนอูสงสัยว่าใครเป็นคนขับ แจโฮที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับก็ยื่นหน้าไปทักทายเพื่อคลายข้อสงสัย

“สวัสดีครับคุณซอนอู ผมชื่อคิมแจโฮ เป็นผู้ช่วยส่วนตัวคุณชายโดยองครับ”

“อ๋อ ครับ... ผู้ช่วย...”

ผู้ช่วยเหรอ เป็นตำแหน่งผู้ช่วย ถ้าบอกว่าเป็นลูกชายของประธานาธิบดีเขาก็เชื่อนะ ซอนอูไม่สามารถทนความอึดอัดที่ทำให้ลมหายใจติดขัดได้อีกจึงทักทายอย่างประหม่าก่อนจะรีบหันหน้าไปทางหน้าต่าง สงสัยว่าคนดูดีมีชาติตระกูล ทำไมถึงทำตัวเหมือนเป็นนักเลงกัน แล้วก็สงสัยว่าทำไมลีโดยองถึงพาเขาเข้ามาในรถหรูแล้วพาไปที่ไหนสักที่ แต่ก็เศร้าสลดที่ไม่สามารถปริปากออกมาได้ สำหรับซอนอูในตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากมองด้านนอกอย่างเงียบๆ แล้วเดาโชคชะตาอนาคตของตัวเอง

โดยองมองซอนอูที่ดูตั้งใจจะบอกลาจิตวิญญาณทีละนิดอยู่ข้างๆ เขา ก่อนจะกลั้นเสียงหัวเราะหลายต่อหลายครั้ง ส่วนแจโฮที่กำลังขับรถอยู่มองทั้งสองคนผ่านกระจกหลังพร้อมกับเอนหัวไปมา

เหมือนว่าจะมีกระแสลมอะไรแปลกๆ พัดมา ความรู้สึกของคิมแจโฮที่อาบน้ำร้อนมาก่อนพวกเขาหลายปีมีความคาดเคลื่อนใกล้เคียงกับศูนย์แน่ๆ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรออกมาจากปากแจโฮ เพราะถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมาเขารู้ดีว่าสุดท้ายแล้วบรรทัดฐานจะสะท้อนกลับไปยังคนที่ตัดสินการวินิจฉัยเอง แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่การคาดเดาที่ผิดพลาดไปซะทีเดียว


รถยนต์ที่มีคนสามคนนั่งอยู่ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าสถานีแทคงวอนจนมาถึงละแวกบ้านที่เงียบสงบ มองผ่านๆ ก็เห็นบ้านสองชั้นกับบ้านสามชั้นดูมีราคาตั้งอยู่บล็อกเว้นบล็อก แต่ท่านกลางบ้านที่เรียงรางในบรรยากาศคล้ายๆ กันหลายๆ หลังมีบ้านสไตล์ฮันอก* หลังหนึ่งเท่านั้นที่สะดุดตา และในตอนที่ซอนอูเกือบจะกลั้นคำอุทานไว้ไม่ได้รถก็จอดลงหน้าบ้านหลังนั้นแล้ว ก่อนที่แจโฮจะลดกระจกหน้าต่างที่นั่งคนขับลงแล้วกดอินเตอร์โฟน

“คุณชายโดยองกลับมาแล้วครับ”

เขาตื่นเต้นตกใจแทบตายกับบ้านที่เคยเห็นแค่ในหนังหรือในการ์ตูนเท่านั้น แค่ก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้กับการเรียกคุณชายไปจนถึงประตูใหญ่ของบ้านฮันอกที่เคยปิดอยู่ก็เปิดออกมาอย่างอัตโนมัติ มองคร่าวๆ เหมือนว่าจะสร้างขึ้นให้คล้ายกับบ้านสไตล์คีวาจิบ** สมัยก่อน แต่สถาพความเป็นจริงกลับต่างกัน ถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมจะเป็นบ้านสไตล์ฮันอก ทว่าตัวบ้านกลับตกแต่งอย่างทันสมัยสมบูรณ์แบบ ซอนอูก็ไม่มีทางลืมภาพทิวทัศน์ที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกของชีวิตแบบนี้ไปจนกว่าจะตาย แต่ด้านในของบ้านฮันอกที่มองผ่านๆ จากด้านนอกนั้นก็สุดยอดยิ่งกว่า มันเป็นสเกลที่เกินกว่าจุดจินตนาการไว้เป็นอย่างมาก

ว้าว คุณรุ่นน้องของเราอยู่ดีกินดีมากๆ เลยสินะเนี่ย ใช่แล้ว ขนาดคุณป้าที่ทำอาหารให้ที่บ้านยังเป็นนักวิจัยอาหารเลยใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนั้นฉันไม่รู้อะไรแล้วก็ทำตัวโง่เง่าใส่ไปสินะ โถ่ พระเจ้า ฮ่าฮ่าฮ่าฮาฮ่า ถ้างั้นวันนี้จะเอาฉันไปขายที่ไหนหรือเปล่า

ซอนอูยังคงเศร้าสลดกับอนาคตของตัวเองที่มืดสนิทขึ้นเรื่อยๆ


แจโฮจอดรถไว้ที่ฝั่งหนึ่งของลานจอดรถ แต่ซอนอูไม่สามารถหุบปากที่อ้าหวอได้และมัวแต่มองรอบๆ ด้วยความมึนงง โดยองถือกระเป๋าที่วางไว้ระหว่างตัวเขากับซอนอูแล้วมองอีกฝ่ายที่เอาแต่จ้องทิวทัศน์ข้างนอกผ่านหน้าต่าง จนกระทั่งตัวเองกับแจโฮจะลงจากรถแล้วก็ยังไม่หยุดก่อนจะเดาะลิ้น

“เชิญลงมาครับ รุ่นพี่”

“ห้ะ อ๋อๆ นี่ แต่ที่นี่คือบ้านนายจริงๆ เหรอ”

“แล้วจะให้จอดรถที่บ้านคนอื่นรึไงครับ ลงมาครับ”

ว้าว สุด ยอด สุดยอด! ว้าวๆ แต่คำอุทานของซอนอูก็ไม่หยุดลงและอ้าปากกว้างถึงขนาดที่ว่าแม้แมลงวันจะบินเข้าปากก็ไม่ใช่ความผิดของแมลงวัน ทันทีที่ลงจากรถก็เดินแซงโดยองก่อนจะวิ่งไปมาบนสนามหญ้าเหมือนกับลูกม้า แล้วก็พูดว่าทำไมผิวสัมผัสถึงดีกว่าสนามหญ้าที่สนามกีฬาพลางกระโดดอยู่กับที่แบบนั้น สำหรับโดยองมันเป็นความปัญญาอ่อนของซอนอูที่เขาเห็นอยู่ตลอด แต่สำหรับแจโฮแล้วก็ช็อกไปนิดหนึ่ง เขาสงสัยว่านักศึกษาแบบนั้นมีอะไรคู่ควรกับคุณชายโดยองที่สุขุมและดูเป็นผู้ใหญ่กัน พร้อมกับมองซอนอูยังคงเดินไปมาเหมือนเป็นสวนหน้าบ้านของตัวเอง ก่อนจะถามโดยองแบบพูดดัดเสียงเพื่อไม่ให้ซอนอูได้ยิน

“แต่ว่าคุณชายสนิทกับรุ่นพี่คนนั้นจริงๆ เหรอครับ”

“เปล่า”

“...ครับ?”

“ไม่ได้สนิท ดูยังไงว่าสนิท”

แจโฮมองโดยองที่ปั้นหน้าตาเคร่งขรึมชั่วขณะหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลง 'ขอโทษครับ คุณชาย ผมคิดน้อยไปน่ะครับ'

ใช่แล้ว ลีโดยองไม่มีความจำเป็นจะต้องไปวุ่นวายกับคนไร้สติแบบนี้ แจโฮมั่นใจว่าการที่คุณชายพาซอนอูมาที่นี่ เพราะมีเป้าหมายบางอย่างจากอีกฝ่ายแน่ๆ

“สมกับเป็นคุณชายจริงๆ เลยครับ คงจะเป็นวิสัยทัศน์กว้างไกลที่คาดการณ์ถึงวันข้างหน้าสินะครับ”

แจโฮรู้สึกถึงความภาคภูมิอีกครั้งว่าคนที่ตัวเองนับถือเป็นคนที่มีพรสวรรค์เพียบพร้อมแบบนี้

“พูดอะไร พี่เป็นแบบนี้อีกล่ะ”

ความรู้สึกภาคภูมิใจที่รู้สึกเมื่อครู่ก็หยุดลงเพียงแค่ห้าวินาที

“ครับ? เปล่าครับ ผม... กลัวว่าคุณซอนอูจะเป็นคนของแก๊งมังกรขาว...”

“เห็นการกระทำเขาแล้วเรื่องยังพูดเรื่องแบบนี้ลงอีกเหรอ”

“เอ่อ... อ่า ถ้าไม่ก็... อาจจะเป็นไพ่ที่ซ่อนไว้แล้วยังไม่เผยตัว...”

“แค่แกล้งพามาเที่ยวเล่นเพราะเขาเคยแกล้งผมเฉยๆ หน่า”

โดยองอธิบายจุดประสงค์ของตัวเองอย่างกระจ่างกับแจโฮก่อนจะเดินเข้าไปหาซอนอู แจโฮยืนอยู่หน้ารถอย่างเหม่อลอยก็ละล้าละลัง แม้จะเสียดายแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนจะสดชื่นขึ้นนิดๆ ถึงโดยองจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่สมกับอายุ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่เขาเชื่อใจก็จะไม่ยอมปล่อยให้ใครเข้ามาอยู่ข้างๆ แบบนั้นเด็ดขาด


โดยองเดินเข้าไปใกล้ซอนอูที่กำลังถ่ายเซลฟี่อย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ตรงมุมหนึ่งของสวนหย่อมที่แสงแดดสาดส่องถึง เมื่อมีใบหน้าดูดีแทรกเข้ามาข้างๆ ทั้งๆ ที่เขาปักหลักอยู่คนเดียว มือของซอนอูจึงลื่นไปกดชัตเตอร์เพราะตกใจกับการปรากฎตัวของบุคคลที่ไม่ได้คาดคิด และรูปที่พวกเขาถ่ายด้วยกันก็กลายเป็นตัวอย่างของรูปที่เราออกมาแย่แต่อีกคนกลับออกมาดี ซึ่งมันก็ทำให้จิตใจของซอนอูเจ็บช้ำ

“ทำไมทำตัวเหมือนคนเคยมาบ้านที่มีสนามหญ้าครั้งแรกเลยล่ะครับ”

“นี่ นอกจากนายแล้วจะมีได้กลับบ้านที่มาสนามหน้าบ้านทุกวันแบบนี้กันบ้างล่ะครับ”

“อิจฉาเหรอครับ”

“เออดิ อิจฉา! ถ้าอิจฉาแล้วแพ้ ฉันก็ยอมแพ้แล้ว!”

“อย่าอิจฉาเลยครับ ต่อไปเดี๋ยวก็ได้มาอาทิตย์ละสามครั้งแล้ว”

ครับ? Say What? เมื่อกี้พูดกับผมว่าอะไรนะครับ

ซอนอูได้ยินชัดเจนแต่ก็ขยี้หูอย่างแรงทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน ฟึ่บๆ เมื่อทำความสะอาดหูอย่างลวกๆ เสร็จก็มองคุณรุ่นน้องโดยองอีกครั้งก่อนจะถามกลับไปอย่างนุ่มนวลว่า 'อาทิตย์ละ 3 ครั้งเหรอ นั่นหมายความว่ายังไงเหรอครับ' โดยองจ้องซอนอูเขม็งแล้วพูดย้ำอย่างชัดเจนให้จำได้อีกครั้ง

“มาติวกับผม อาทิตย์ละสามครั้ง”

“...”

“ที่บ้านของผมครับ”


* บ้านแบบพื้นบ้านดั้งเดิมของเกาหลี

** บ้านหลังคามุงกระเบื้อง

ความคิดเห็น