marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29: ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 29: ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2562 00:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29: ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น
แบบอักษร


image




Rrrrrrr Rrrrrrr



“อื้อ...ใครโทรมาแต่เช้านะ” ผมพยายามคลำหาโทรศัพท์ที่ดังอยู่ไม่ขาดสายราวกับเกิดอะไรขึ้นสักอย่างพอเจอแล้วผมก็หยิบขึ้นมากดรับสายทันที...


ติ๊ด!

‘คุณซาค่ะแย่แล้ว!!!!’ เสียงของคุณเจสผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ที่ผมอยู่ตอนนั้นพูดขึ้นอย่างร้อนใจจนผมที่อยู่ในอาการงัวเงียหายง่วงทันทีเพราะถ้าเธอโทรมาแลบนี้ต้องเป็นเรื่องของมินมินแน่นอน

“ว่าไงครับคุณเจส”

“ตอนนี้คุณซาต้องบินมาอังกฤษด่วนเลยค่ะเพราะคุณคิมโชมินเกิดอุบัติเหตุค่ะ” ผมนั่งนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

“เดี๋ยวคุณเจส!!! คุณพูดใหม่สิหมายความว่าไงนะเกิดอะไรขึ้นกับมินงันเหรอ!!!!” หัวใจผมเต้นรั่วๆเพราะความกลัวกับสิ่งที่จะได้ยินต่อไปนี้ราวกับเหมือนมีอะไรมาเสียบแทงหัวใจผมอย่างแรง

‘คุณคิมโชมินได้รับอุบัติเหตุค่ะตอนนี้ยังอยู่ในห้องไอซียูเธอพัดตกบันใดค่ะ’ เธอบอกว่าถึงห้องแล้วนิจะไปตกบันไดได้ไง!!!!

“เฝ้าเธอไว้เดี๋ยวผมไป” พูดจบผมรีบกดวางสายก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำพร้อมกับโทรหาเลขาชินให้เตรียมเครื่องบินให้ผมและเตรียมฮอที่ผมจะบินไปสนามบินด้วย...ผมรีบจัดการทุกอย่างก่อนจะรีบเดินออกไปเพื่อเดินทางไปหาคนรักของผมที่ตอนนี้คุณเจสรายงานมาเป็นระยะว่าเธอปลอดภัยแล้วแต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อรอดูอาการต่อไปเพราะหัวเธอได้รับการกระแทรกที่รุนแรงจนทำให้เกิดภาวะเลือดครั่งในสมองจนต้องใช้เวลาผ่าตัดที่เนิ่นนานและมีสิ่งหนึ่งที่หมออยากบอกผมด้วยตัวเอง...

“รอก่อนนะที่รักกำลังไปหาแล้ว”




12 ชั่วโมงต่อมา

อังกฤษ

03:30AM




ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

ผมวิ่งเข้าไปโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความกลัวเกาะกินหัวใจความกลัวผมไม่เคยรู้สึกนานมาแล้วตั้งแต่จำความได้ก็คือตอนที่แม่ประสบอุบัติเหตุและตอนที่พ่อบอกว่าปวดหัวมากจนมีครั้งหนึ่งพ่อตาบอดไปชั่วขณะและครั้งนี้ความกลัวแบบนั้นกลับมาหาผมอีกครั้ง...

“คุณซาค่ะทางนี้” ผมรีบวิ่งเข้าไปหาคุณเจสที่นั่งอยู่หน้าห้องไอซียู

“คุณเจส...อาการของเธอเป็นไงบ้าง”

“ตอนนี้หมอยังให้เธออยู่ในห้องพักพิเศษในห้องไอซียูค่ะ”

“งั้นเหรอ...” พูดจบผมก็เดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างไม่สนใจใครผมเดินไปยังห้องพักพิเศษนั่นก่อนจะพบกับหมอที่ทำการผ่าตัดมิน...

“เอ๊ะ...คุณเป็นใครนะเข้ามาในนี้ได้ไงแต่หน้าคุณดูคุ้นๆนะ”

“ผมเป็นสามีของผู้หญิงที่นอนอยู่ห้องนี้”

“อ้อ!! คุณคือหมอชเวอึนซาสินะ...พอดีเลยผมมีบางอย่างที่อยากคุยกับคุณเชิญที่ห้องผมหน่อยครับ” ผมพยักหน้าแทนคำตอบแล้วเดินตามเขาไปทีาห้องทำงานของเขาพอเข้าไปถึงในห้องเขาไปนั่งเก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง

“เฮ้ออออ...คุณก็เป็นหมอคุณรู้สินะครับว่าถึงเราจะผ่าตัดสำเร็จก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างมันจะปลอดภัย” เขาพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่กังวลใจเรื่องนั้นผมรู้ดีถึงจะมีโอกาสแค่1%ที่เธอจะรอดผมก็จะยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเธอแม้โอกาสจะน้อยแค่ไหนก็ตาม

“ผมเข้าใจดีครับ”

“การผ่าตัดผ่านไปด้วยดีแต่ผมยังไม่สามารถบอกได้ว่าหมอมินจะฟื้นเมื่อไหร่”

“ผมเข้าใจครับผมรู้ดีว่าโอกาสน้อยมากแต่ผมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเธอ”

“ผมรู้ครับ...แต่ผมขอโทษด้วยที่ผมสามารถข่วยชีวิตของเธอได้แค่คนเดียว” ผมมองหน้าหมอที่พูดแบบนี้ด้วยแววตาอันสั่นเทาผมกลัวแล่นเข้ามาในจิตใจผมพอจะเดาออกว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรและผมพอจะรู้สาเหตุที่มินเหนื่อยบ่อยๆและชอบหน้ามืดช่วงนี้ดี

“ผมขอโทษจริงๆครับคุณชเว”

“หมอครับอย่าพึ่งพูดเลยครับผม...ผมยังไม่พร้อมที่จะฟัง” น้ำตาของลูกผู้ชายไหลนองหน้าอย่างไม่อายใครพร้อมกับคำพูดอันสั่นเทาความเจ็บปวดความทรมานมันวิ่งในร่างกายราวกับผมได้ตายไปแล้ว

“ขอโทษจริงๆนะครับคุณชเวที่ผมไม่สามารถข่วยชีวิตเขาไว้ได้” ความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้เกิดขึ้นกับผมถ้าเกิดเธอตื่นขึ้นมาแล้วรู้ละเธอจะเป็นไงจะยิ่งไม่เจ็บปวดกว่าที่ผมเป็นงั้นรึ

“ผม..รู้ครับแค่คุณข่วยชีวิตของมินได้ผมก็ดีใจแล้ว”

“ผมเสียใจด้วยนะครับ”

“แต่ผมขออะไรอย่างหนึ่งนะครับ...ถ้าเกิดเธอฟื้นขึ้นมาอย่าบอกเรื่องนี้กับเธอนะครับผมกลัวมีนจะส่งผลต่อจิตใจของเธอมากเกินไป” ถ้าเธอรู้เรื่องนี้เธอคงจะต้องช็อคยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ

“ได้ครับ”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมเดินออกมาจากห้องทำงานของหมอด้วยอาการสั่นเทาความเสียใจจุกแน่นไปกลางอกของผมผมจะดูเห็นแก่ตัวไปไหมถ้าอยากจะยื้อทั่งสองชีวิตไว้พร้อมกันแต่คงเป็นไปไท่ได้อยู่ดีเพราะอีกชีวิตน้อยๆที่กำลังจะเกิดมาได้จากไปแล้ว....

“คุณเจสครับเล่าให้ผมฟังหน่อยว่าเกิดอังกฤษขึ้น” วันนี้ผมไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมมินได้แล้วหมอบอกต้องรอพรุ่งนี้ผมจึงตัดสินใจเดินออกมารอข้างนอกผมเดินกลับมาหาคุณผู้ดูแลเจสที่ยังนั่งรออยู่หน้าห้อง

“คือว่าฉันก็ไม่รู้อะไรหรอกค่ะพอดีมีคนร้องเรียกให้ออกมาดูก็เจอคุณมินนอนอยู่ข้างล่างแล้วรู้สึกจะมีเลือดออกเยอะตรงหว่างขาของเธอและหัวของเธอคงกระแทกอย่างแรงแน่ๆ”

“ผมจะให้คนไปเช็คกล้องวงจรปิดคุณกลับไปพักผ่อนเถอะครับทางนี้ผมจะจัดการเอง” ผมบอกหญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้เธอดูเหนื่อยล้ามาก

“แบบนั้น...” เธอเหมือนจะพูดขัดผมจนผมต้องรีบตัดบทเสียก่อน

“ไปเถอะครับคุณเจส...ผมรู้คุณเป็นห่วงมินเหมือนกันแต่ตอนนี้คุณดูเหนื่อยมากกลับไปพักผ่อนเถอะครับผมขอบคุณจริงๆนะครับที่ดูแลมินมาให้ตลอดแต่ตอนนี้ทางนี้ผมจะจัดการเองคุณกลับไปนอนได้แล้ว...อ้อแล้วอีกอย่างนะผมจะส่งผู้ช่วยมาให้คุณทำงานคนเดียวมันเหนื่อย” หญิงวัยกลางคนทำหน้าหนักใจมองผมแต่ทำได้แค่ยิ้มมองเธอเหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าผมไม่เป็นไร

“เอางั้นก็ได้ค่ะ...งั้นคุณซาดูแลตัวเองด้วยนะคะแล้วก็พักผ่อนด้วยค่ะ”

“ครับ...ขอบคุณครับคุณเจส” หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นเดินจากไปทันทีที่เธอหันหลังกลับรอยยิ้มของผมหายไปมีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่จุกในกลางอกอย่างไม่มีวันทีาจะลืมเลือนความรู้สึกนี้ได้

ผมนั่งร้องไห้นานนับชั่วโมงเพื่อรอเวลาจะเข้าเยี่ยมคนตัวเล็กได้แต่ยังคงอีกหลายชั่วโมงจนลูกน้องผมเดินมาหา

“นายครับผมว่านายกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมก่แนดีไหมครับ”

“ฉันอยากรอเจอมินก่อน....อ้อฮยอนนายไปตรวจดูกล้องวงจรปิดในอพาร์ตเมนต์ด้วยนะฉันรู้สึกแปลกเหมือนไม่ใช่อุบัติเหตุมีใครน่าสงสัยรายงานฉันด้วย” ผมออกคำสั่งไปแต่ดูเหมือนฮยอนไม่อยากทำตามเพราะเขาอยากให้ผมไปพักผ่อนก่อนผมจึงพูดขึ้นต่อ

“เดี๋ยวฉันจะกลับไปโรงแรมนายไปทำตามที่ฉันสั่งได้แล้ว” สีหน้าของลูกน้องคนสนิทเริ่มพอใจกับคำพูดของผมก่อนจะรับคำแล้วเดินออกไป

“ครับ” เสียงฝีเท้าของเขาไกลไปเรื่อยๆผมยังนั่งที่เดิมเหมือนร่างไร้วิญญาณแววตาเหม่อลอยราวกลับผมคนนี้ได้ตายไปแล้ว...

“พ่อขอโทษนะที่ทำให้ลูกไม่ได้ลืมตามาดูโลกใบนี้” น้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมเป็นบบนี้....

“พี่ขอโทษนะคิมโชมินพี่ขอโทษ....” ความรู้สึกของผมตอนนี้มันยิ่งกว่าตายทั้งเป็นด้วยช้ำความเจ็บปวดและความเสียใจจุกในกลางอกราวกับหัวใจที่กำลังจะแตกสลาย....




ตอนนี้สงสารซามาเอาละซาจะรู้ไหมว่าใครทำหรือจะไม่รู้เลยอย่าปล่อยยัยนั่นลอยนวลนะซาสู้ๆ

ความคิดเห็น