love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..หมดปัญหาคาใจ 180%

ชื่อตอน : ชะตา..หมดปัญหาคาใจ 180%

คำค้น : ชะตา..หมดปัญหาคาใจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 71.9k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2558 14:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..หมดปัญหาคาใจ 180%
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

42

: ชะตา..หมดปัญหาคาใจ :

 

        (Kim talk)

 

          ดินแดนบอกว่าเขารักผม...

 

          จากที่มองดูในแววตาแล้ว มันไม่มีประกายลวงหลอกเหมือนทุกที ผมเชื่อเขาได้ใช่ไหม?

 

          ใจหนึ่งก็อยากจะเชื่อ แต่อีกใจ..ไม่อยากถลำลึกไปไกลกว่านี้

 

          ผมกระพริบตาปริบๆ อึ้งจนหยุดร้องไห้ไปเองอัตโนมัติ ตอนนี้หน้าผมคงดูเหวอมาก ดินแดนถึงกระตุกยิ้มเหมือนจะขำอยู่ในที

 

          เหมือนหน้าอกด้านซ้ายมันเต้นหนักหน่วง ผมรู้สึกได้สติอีกครั้งเมื่อมือหนาเอื้อมเข้ามาลูบผ่านหน้าท้อง ชุดโรงพยาบาลผมถูกปลด!

 

          ปั่ก!

 

          "เฮ้ย!"

 

          ตุ๊บ!

 

          ผมถีบดินแดนไปเต็มแรงพลางมองหน้าเขาอย่างฉุนเฉียว ไอ้สัด..ไม่ได้แอ้มกูง่ายๆหรอกบอกเลย

 

          ดินแดนที่พยุงตัวขึ้นได้มองมาทางผมอย่างคาดโทษ แต่ผมคงลืมตัวไปหน่อยว่าตัวเองเจ็บอยู่และดินแดนมันก็มีแผล ความเจ็บจี๊ดแล่นเข้าสมองผมเลยตอนนี้ พร้อมๆกับมือที่กุมสีข้างตัวเองไว้

 

          หวังว่าลูกถีบเมื่อกี้คงจะไม่ทำให้ผมกระดูกเคลื่อนหรอกนะ =_=

 

          "กล้าถีบกูหรอคิม" ดินแดนพูดเสียงเย็น

 

          เขาดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดกับเลือดที่ไหลซึมผ้าพันแผลมากขึ้นตรงบริเวณอก ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ผมด้วยใบหน้ายิ้มนิดๆ แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มไปด้วย

 

          ผมมองมันอย่างระอา แล้วเหลือบตามองผ้าพันแผลนั่น แอบรู้สึกผิดนิดๆที่ทำมันเลือดออกว่ะ

 

          "ก็ทำไปแล้ว มึงมาจับหน้าท้องกูทำไมล่ะ"

 

           มันเป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ไงมึง รู้จักไหม..อยู่ดีๆเท้ากูก็ไปเองอ่ะ

 

          "ก็มึงยั่วทำไมล่ะ"

 

          ดินแดนเดินเข้ามาประชิดเตียงผมแล้ว เขาเหลือบมองมือผมที่จับสีข้างตัวเอง จากตอนแรกที่คิดว่าจะต้องโดนอะไรสักอย่างจากมันแน่ ตอนนี้มันกลับมานั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงแทน

 

          แต่กูกลัวไหม..บอกเลยว่าไม่

 

          ไม่กลัวน้อยน่ะครับ ล้อเล่น..ผมอยู่กับมันมานาน ถ้าแค่นี้กลัวก็ไม่ใช่คิมเถอะ

 

          และไม่ทราบว่าผมไปยั่วมันตอนไหนว่ะ แมร่งเพลีย!

 

          "แล้วหน้ามึงอ่ะ ทำไมมีรอยกรีดว่ะ"

 

          ผมถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็น เพราะเมื่อกี้มันกระทันหันเกิดไป อีกอย่างคือรอยมันก็เบาบางมาก แต่ยังมีรอยเลือดที่แห้งแล้วอยู่นิดๆ มันคงจะทำแผลมาแล้วแหละ

 

          แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ปิดผ้าก๊อซไว้ว่ะ ถ้าให้เดาพยาบาลคงปิดให้..แต่มันน่าจะดึงออกเพราะรำคาญ

 

          "เพราะกูเกือบไปเอาเมียชาวบ้านมาไง ผัวแมร่งก็โหด เห็นกูล้มหน่อยแล้วยำซะเละ"

 

          ดินแดนพูดนิ่งๆคล้ายไม่ใส่ใจ ผมสะดุดกึกตั้งแต่มันดูเหมือนยอมแล้วไง

 

          น่าแปลกใจที่คนอย่างดินแดน..ทำไมถึงยอมให้เพลิงนิลทำขนาดนี้กัน ทั้งๆที่มันไม่ใช่คนที่จะใครจะล้มได้ง่ายๆ

 

          "มึงรู้สึกผิดกับเบนรึไง ไม่งั้นมึงคงไม่ยอมให้มันกรีดหน้ามึงหรอก"

 

          ดินแดนมองทางผมนิดๆแล้วยิ้มเย็นที่มุมปาก

 

          "คงงั้นมั้ง"

 

          ดินแดนไปมีเรื่องกับเพลิงนิลแบบนี้ เจอกันในมหาลัยไม่ลุกเป็นไฟหรอกว่ะ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะ..ล่ะมั้ง

 

          อะไรๆก็ไม่แน่เสมอไป ที่เพลิงนิลไม่ฆ่าดินแดนมันก็น่าแปลกใจมากแล้ว แต่เรื่องธุรกิจและอิทธิพลของตระกูลคงค้ำคอพวกเขาอยู่ ถึงได้ไม่กล้าลงมือฆ่าฝ่ายตรงข้าม

 

          แอ๊ด..!

 

          "....!"

 

          ผมและดินแดนหันไปมองทางประตู คนที่เข้ามาใหม่คือเบนซิน เพื่อนเบนชะงักร่างไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นดินแดน ก่อนจะตีสีหน้าเรียบเฉยเดินมาทางผม

 

          ผมเข้าใจความรู้สึกเบนมันดี มันคงจะเกลียดดินแดนจนไม่อยากมองหน้า เล่นแสดงออกมาหมดขนาดนี้

 

          แต่ที่หน้าแปลกใจคือเพลิงนิลไม่ได้มาด้วย?

 

          "เรามาเยี่ยม คิดว่าคิมจะอยู่คนเดียว"

 

          เบนปรายหางตามองดินแดนนิดๆ แล้วหันกลับมามองที่ผมอย่างเป็นห่วงเบนมันคงกลัวดินแดนจะทำร้ายผมมั้ง

 

          มันรู้แค่ว่าผมกับดินแดนเป็นญาติกัน แต่ไม่รู้ว่าสนิทกันมากไง

 

          "อืม ผัวมึงล่ะ" เบนชะงักไปนิด

 

          เพื่อนรักทำหน้าเหมือนกระอักกระอ่วนอยากเถียงผมว่าเพลิงนิลไม่ใช่ผัวมัน แต่หลักฐานมันมีไง มีเยอะด้วย หายเข้าป่ากันไปไม่ถึงเดือนดันกลายเห็นเมียบุคคลอันตรายไปซะได้

 

          อันที่จริงบางครั้งผมก็คิดนะ..ว่าเบนมันโคตรหาเรื่องใส่ตัวเองเลย มันไม่สนุกหรอกถ้ากลายเป็นของสำคัญของบุคคลที่ใครๆก็เกรงกลัวขึ้นมาน่ะ

 

          เพราะถึงจะมีคนเกรงกลัว..แต่ปีศาจยุคมืดก็เป็นบุคคลที่ใครๆอยากเห็นเขาล้มกันทั้งนั้น

 

          ทีนี้เพื่อนเบนมันก็จะกลายเป็นเป้าไงครับ แต่เรื่องนั้นยังไม่มาถึง ผมได้แต่ภาวนาให้มันรอดจากวงการมืดครบสามสิบสองแล้วกัน

 

          "รออยู่ข้างล่าง นิลไม่ชอบกลิ่นโรงบาลเท่าไหร่"

 

          เบนตอบผมในที่สุด..มันคงไม่รู้หรอกว่านอกจากมันแล้วไม่มีใครกล้าเรียกเพลิงนิลแบบสนิทสนมว่า นิล อ่ะ

 

          ใครๆเขาก็กลัวตัวเองคอขาดกันทั้งนั้นนี่ครับ

 

          "ขอคุยกับมึงหน่อยสิ"

 

          อยู่ๆดินแดนก็พูดขึ้นมา มันส่งยิ้มให้เบนซินนิดๆ ผมกับเบนหันมองหน้ากันอย่างไม่แน่ใจกับสถานการณ์

 

          ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่ยอมแน่ เบนมันอาจอยู่ในอันตรายได้

 

          แต่ตอนนี้..ที่มันบอกว่ารักผมไปแล้ว

 

           ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันวางเบนไว้ในสถานะไหน มันจะยังคิดร้ายกับเบนอยู่หรือเปล่า

 

          "คุยกันที่นี่" ผมพูดขึ้น

 

          ยอมรับ..ว่าไม่ไว้ใจดินแดนนิดๆ อย่างที่บอกไป คนแบบมันอ่ะเหมือนลมพัด จะกลับกลอกตอนไหนไม่มีใครตามทันหรอก

 

          "หึง?"

 

          จู่ๆ ดินแดนก็เอื้อมมือมาขยี้หัวผมพลางยิ้มซะออร่ากระจายฟุ้ง ผมมองมันตาขวางก่อนจะปัดมือมันออก หึงบ้าอะไรล่ะ อยากบอกเหลือเกินว่ากูห่วงเพื่อนเบนโว้ย!

 

          แต่ถ้าพูดแบบนั้นมันจะเป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป

 

          พอหันไปมองทางเพื่อน เบนซินมองมาทางผมกับดินแดนด้วยสายตาที่ดูตลก เหมือนมันจะดูช็อกๆ และมีสีหน้าเคลือบแคลงในอะไรบางอย่าง

 

          "เอาล่ะ น้ำมัน"

 

          ดินแดนมันหันไปทางเบนซิน ผมเห็นเบนมันมองด้วยสาตาไม่ไว้ใจอย่างแรง ถ้าผมไม่อยู่ในห้องนี้ เดาว่าเบนมันคงอาละวาดไปแล้ว ถึงจะไม่เคยเห็นมันอาละวาดเลยก็เถอะ

 

          "อย่ามาเรียกผมแบบนั้น"

 

          เบนซินเอ่ยเสียงเย็น มันคงไม่รู้ตัวหรอกว่าตอนตัวเองทำหน้านิ่งๆแล้วมองคนอื่นเหมือนจะกดให้ต่ำลงมันดูเหมือนราชินีแค่ไหน

 

          ผมเผลอมองภาพที่เบนมันโกรธแบบเบลอๆ พึ่งเคยเห็นมันในลุคนี้ว่ะ

 

          "ก็ได้ เบนซิน มันอาจจะดูง่ายไปที่กูจะพูด แต่กูบอกก่อนเลยว่ากูพูดจากใจจริง"

 

          "...."

 

          "ยอมรับว่าตอน ม.3 กูชอบมึง แต่กูแค่เห็นมึงซ้อนทับใครอีกคนเลยเผลอจะทำเหี้ยๆกับมึงไป"

 

          ผมชะงัก พึ่งรู้ว่าสองคนนี้เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ ดินแดนหันมามองทางผมตอนที่เขาพูดว่า ใครอีกคน อันที่จริงผมควรจะโมโหมันที่เหมือนจะทำร้ายเบนซินตอนเด็ก แต่ผมกลับเขินขึ้นมาอย่างประหลาด

 

          มึงจะเล่าก็เล่าไปดิ มามองกูเพื่ออะไร ผมอกลบเกลื่อนแล้วหันไปมองวิวทางหน้าต่างแทน ได้ยินดินแดนหัวเราะแผ่วในลำคอ..

 

          "มึงคงจะเกลียดกูมาก เมื่อวันก่อนกูก็วางแผนจะรวบหัวรวบหางมึง เพราะกูกำลังหนีตัวเองและอยากเอาชนะ.."

 

          ดินแดนเล่ามาถึงตอนนี้ เขาเหมือนกำลังสารภาพผิดในขณะที่เบนซินมองมาด้วยความนิ่งเงียบแค่นั้น

 

          "กูขอโทษ"

 

          น้ำเสียงดินแดนดูมั่นคงและจริงจังกว่าทุกครั้ง แววตามันสั่นนิดๆ และผมรู้สึกได้..

 

          ว่ามันสำนึกผิดจริงๆ

 

          เนิ่นนาน...

 

          นานมาก นานแบบที่ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดเท่านี้มาก่อน

 

          เบนซินไม่พูดอะไร ดินแดนก็ไม่พูดเช่นกัน ทั้งสองเพียงแค่มองสบตา..เหมือนค้นหาความจริงใจแค่นั้น

 

          "เออ"

 

          เบนพูดเสียงเรียบในที่สุด

 

          "ถ้าคุณคิดแบบที่พูดจริงๆ ผมก็จะพยายามเชื่อ แต่เรื่องยกโทษให้..มันคงต้องใช้เวลา"

 

          เบนซินพูด แววตาที่มองดินแดนดูอ่อนแสงลงนิดๆ ดินแดนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อไป จนกระทั่งเพื่อนผมมันเดินออกจากห้องไป

 

          "มึงกลับไปที่ห้องไหม"

 

          ผมบอกมัน ดูเหมือนดินแดนควรจะไปทำแผลได้แล้ว

 

          ดินแดนเพียงแค่ยักไหล่แล้ว ปรายสายตามามองผมนิ่งๆ

 

          "แล้วมึงล่ะ เมื่อไหร่จะเป็นของกูสักที"

 

          "มึงทำกับกูไว้เยอะอ่ะ ตอนนั้นก็ปล่อยให้กลับหอเองด้วยนี่ ยังจะมาเรียกร้องอะไร"

 

          ผมพูดเสียงนิ่ง แต่ความจริงคืออยากซ้ำเติมมันไงครับ

 

          แต่..พูดเองเหมือนเจ็บเองเลยว่ะ ความรู้สึกตอนที่มันทิ้งขว้างยังไม่จางหาย

 

          ดินแดนดึงตัวผมไปกอด มันกดหัวผมไว้ที่อกแล้วพูดเสียงกระซิบ

 

          "ถ้าวันนั้นกูไปส่ง มึงคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้"

 

          "...ที่ผ่านมามึงทิ้งขว้างกู" ผมเริ่มหาเรื่อง อยากรู้ว่ามันจะทำยังไง

 

          ดินแดนชะงักเหมือนเริ่มรู้ตัวว่าความผิดเยอะ มันมองผมด้วยสายตาอ่านยาก

 

          "กูแค่รักมึงไม่ได้ เพราะมันผิด"

 

          ผิดที่เป็นญาติและเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่สินะ

 

          กูรู้สึกไม่ต่างจากมึงเลย..

 

          "แต่ตอนนี้ ต่อให้มึงทนนิสัยกูต่อไปไม่ไหว กูก็ไม่ปล่อยมึงไปหรอก"

 

          ดินแดนเอ่ยด้วยแววตาวาววับ พร้อมกับอ้อมแขนที่กระชับผมแน่นขึ้น

 

          "เรื่องนี้มันต้องใช้เวลา คิดว่ากูเชื่อคำลมปากมึงมากหรือไง เพราะลมปากมึงนี่ล่ะ..ที่กูเข็ดมาเยอะ"

 

          ผมพูดขึ้นแล้วกระตุกยิ้ม ดินแดนมองผมอย่างคาดโทษก่อนที่เขาจะถามเหมือนไม่เข้าใจ

 

          "หมายความว่ายังไง"

 

          "เวลาจะช่วยให้กูกลับมาเชื่อใจมึงไง"

 

          ผมเอ่ยเสียงนิ่ง อันนี้ผมจริงจัง รู้ตัวดีว่าไม่เชื่อมันเต็มร้อยหรอก เกิดสิ่งที่มันพูดทั้งหมดเป็นแค่แผนการขึ้นมา ผมคงจะเจ็บอยู่คนเดียว

 

          "จะเริ่มต้นใหม่กับกูก็ไม่บอก" กูไม่ได้หมายความว่างั้นโว้ย

 

          เฮ้อ..เพลียจริงๆครับท่าน

 

 

          (Peangnil talk)

 

          ผมยืนพิงประตูรถตัวเอง ในขณะที่อีกมือก็คีบบุหรี่ไว้ กวาดสายตาไปรอบโรงจอดรถอย่างเบื่อๆก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจสักนิด

 

          เบนซินก็ขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนหลายนาทีแล้ว แต่ผมไม่ชอบกลิ่นโรงบาลเท่าไรเลยให้มันขึ้นไปเอง

 

          ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่ผมมีธุระต่างหาก

 

          กริ๊ก!

 

          เสียงฝีเท้าย่องเงียบหยุดลง เมื่อผมจ่อปืนไปทางต้นเสียงโดยไม่ได้หันไปมอง

 

          เสียงมาจากทางซ้าย..แม้ไม่ได้หันไปก็รู้ ในเมื่อที่นี่มันเงียบขนาดนี้

 

           ผมพ่นควันบุหรี่ต่อไปเหมือนไม่ใส่ใจทั้งๆที่ประสาทสัมผัสบริเวณหูกำลังจับเสียงความเคลื่อนไหวอยู่

 

          ถ้าไม่โผล่มาภายในห้าวิ..ย่อมไม่ใช่คนของผม

 

          "ผมเองครับ นายน้อย"

 

          ผมปรายตามองแล้วลดปืนลงเก็บเข้าที่เมื่อเห็นว่าเป็นลูกน้องคนหนึ่ง เขาก้มหัวให้ผมนิดๆแล้วยื่นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดมาให้

 

          "ของที่นายน้อยต้องการอยู่ในนี้ครับ ทำความสะอาดคราบเลือดแล้วติด GPS ที่เสียไปเรียบร้อยแล้ว"

 

          "...."

 

          ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ยื่นมือไปรับกล่องกำมะหยี่ขนาดฝ่ามือมาเปิดดูเท่านั้น

 

          ไม่มีส่วนไหนเสียหาย..

 

          "อีกอย่างคือเขาไม่อยู่ในห้อง นายน้อยจะให้ผมตามไปเก็บเงียบๆไหมครับ"

 

          ผมเลิกคิ้วนิดๆ อา..ตอนนั้นสั่งเก็บไอ้เวรนั่นสินะ

 

          "ไม่ต้อง"

 

          ดันลืมคำพูดของเมฆจนเผลอสั่งฆ่าไป..ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้มันทำใบหูเมียผมมีเลือดกัน

 

          ใครว่าผมสนเรื่องธุรกิจของตระกูล อยากล่มก็ล่มไป

 

          เพราะเปอร์เซ็นต์ที่ตระกูลได้มา..เทียบเท่ากับเม็ดเงินครึ่งหนึ่งที่ผมทำธุรกิจส่วนตัวได้เท่านั้น

 

          แต่ที่ผมไม่ฆ่ามันเป็นเพราะพ่อต่างหาก ถ้าผมลงมือฆ่า พ่อต้องอาเรื่องนี้มาต่อรองให้ผมแยกกับเบนตอนนี้แน่ๆ

 

          ใครจะยอมให้แผนการของพ่อสำเร็จกัน หึ

 

          "ครับนายน้อย"

 

          ร่างชุดดำหายลับไปจากสายตาผมด้วยความรวดเร็ว สมกับเป็นลูกน้องหนึ่งเก้าคนสนิทที่เก่งกาจ

 

          เหมือนจะจำได้ว่าเคยช่วยออกมาจากสลัมตอนเด็กๆ ก็แค่นั้น

 

          เสียงฝีเท้าเริ่มดังเข้ามาใกล้อีกครั้ง และครั้งนี้ผมก็รู้ตัวว่าใครมา มีไม่กี่คนหรอกที่ผมจะจำเสียงฝีเท้าได้

 

          "รอนายไหมนิล"

 

          เบนซินพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึง ผมก้มมองใบหน้ามันเพราะมันเตี้ย..

 

          "ไม่"

 

          "งั้นกลับกัน"

 

          เบนทำหน้าเหนื่อยๆแล้วบ้ปาก ก่อนที่มันจะสอดตัวเข้าไปนั่งในรถตามผม

 

          "หืม? มองอะไร เบนหัวยุ่งหรอ"

 

          เบนซินทำหน้าเหวอ ก่อนจะลูบๆหัวตัวเอง ผมเพียงแค่กระตุกยิ้มเย็นเท่านั้น

 

          คำพูดของเบนทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัว ว่าเดี่ยวนี้มองมันบ่อยขึ้น..

 

          ก็ใครใช้ให้มันน่าฟัดขนาดนี้ล่ะ..

         

 

....................................................

          ผ่านไปอีกตอน พึ่งเข้าไปดู..เห็นติดท็อป 20 ในเด็กดีด้วยจ้า ขอบคุณนักอ่านทุกคนเลยนะคะที่ทำให้นิยายเรื่องนี้มีคนอ่าน (มันยังไงยังไงอยู่นะไรท์) แล้วเจอกันใหม่น้า ไรท์ปลื้มปริ่ม 555

<<รักรีดเดอร์

         

 

         

 

         

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}