Kitsunez

ขอฝากเรื่องนี้ในใจของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับการอ่านและคอมเม้นของทุกๆคนที่ทำให้มีแรงใจในการเขียนขึ้นค่ะ สามารถคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะคะ จะรออ่านของทุกคนเลย :)

ชื่อตอน : Special Hokkaido 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 218

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2562 21:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special Hokkaido 1/2
แบบอักษร

こんにちは。กลับมาแล้วค่ะ ขอเสิร์ฟตอนพิเศษที่มีคุณ ' "หอม" จอมปูน'คอมเม้นต์มานะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ^^ เรื่องใหม่จะลงเร็วๆนี้จ้า อดใจรออาทิตย์หน้าหน่อยนะคะจะยกมาเสิร์ฟให้แน่นอน ทั้งนี้ขอขอบคุณมากจริงๆค่ะที่ยังไม่ลืมกันเลย ทั้งนี้ความผิดพลาดอะไรที่ทำมาไรท์จะแก้ไขให้ไม่พลาดแบบนี้แล้วค่ะ ขอฝากตัวด้วยนะ

__________________________________________________________________________________________________________________________________

ณ ท่าอากาศยานชิโตะแห่งใหม่ ญี่ปุ่น

เวลา : 20:03น.

“บรึ๋ย หนาว!”

 ร่างเล็กอดที่จะส่งเสียงออกมาไม่ได้ทันทีที่เขาเดินออกมาจากสนามบินพร้อมกับลากกระเป๋าสัมภาระขนาดกลางสีเข้มมาด้วย ร่างของเขาตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นตุ๊กตาตัวหนาๆเลยก็ได้เพราะเขาใส่เสื้อทับลงไปหลายชั้นไหนจะปิดด้วยเสื้อโค้ทตัวใหญ่สีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่นานและเขาก็ซื้อมาใช้กับที่นี่โดยเฉพาะด้วย แสตมป์ถูมือตัวเองที่สวมถุงมือขนสีดำไปมาเบาๆหวังจะได้ความอุ่นแม้จะเล็กๆน้อยๆ ปากก็เป่าลมออกมาเป็นควันออกมาจากปากของตน

“ฮ้า…”

ดวงตาสีเข้มก็มองไปทางด้านหน้าของตนเองที่มีหิมะปกคลุมอยู่แม้จะยังไม่หนาเพราะหิมะเพิ่งตกลงมาเมื่อสองวันก่อนแต่สำหรับเขาแล้วมันก็หนาวมากอยู่เหมือนกัน ก็เป็นคนขี้หนานี่นะ

“ฮ่ะๆ ถึงจะเป็นไกด์มานานก็ไม่ชินกับอากาศแบบนี้ล่ะสิ” คนที่เดินตามหลังมาอดที่จะแซวอีกฝ่ายไม่ได้ เขาเองก็ใส่เสื้อโค้ทเหมือนกันเพียงแต่ด้านในเขาไม่ได้ใส่เยอะเท่าอีกฝ่ายหรอก 

“ผมเป็นไกด์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทนความหนาวแบบนี้ได้สักหน่อย”

 แสตมป์บ่นอุบอิบคล้ายไม่พอใจเล็กๆที่โดนพูดแบบนั้น ก็ถึงจะเป็นไกด์แต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะปรับอยู่ได้ทุกสภาพอากาศนะ! เขาก็ยังหนาวเป็นและร้อนเป็นน่าแม้จะรู้ดีกว่านั่นมันข้ออ้างที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย

สกายก้มลงมองคนเล็กที่กำลังบ่นอุอิบที่ริมฝีปากไม่หยุดก่อนจะสะพายกระเป๋าสัมภาระของตนเองให้เรียบร้อยฝ่ามือใหญ่กว่าก็จับมือเล็กของแสตมป์ขึ้นมากุมข้างหนึ่งที่ว่างของอีกฝ่ายเบาๆพร้อมกับดึงมาซุกลงกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขาแทน

“!”

“อุ่นรึยังครับ?” สกายถามออกมาพร้อมกับยิ้มให้กับแสตมป์ แสตมป์หัวใจเต้นดังตึกตักออกมามากกว่าเดิมเพียงแต่สกายอาจจะไม่ได้ยินมีเพียงเขาเท่านั้นที่รับรู้ได้ แสตมป์เลยจับมือข้างนั้นเบาๆพร้อมพยักหน้าให้

“อุ่นมากเลยครับ” เพียงเท่านั้นสีหน้าที่ยุ่งยากในทีแรกของแสตมป์ก็หายไปทันทีเหลือเพียงแต่รอยยิ้มจางๆที่ไม่ยอมเงยหน้าให้สกายมองว่าเขากำลังจะเขินแค่ไหนและ…กำลังมีความสุขแค่ไหน

“งั้นเราไปเรียกแท็กซี่กันเถอะเนอะ เข้าโรงแรมแล้วออกมาหาอะไรกินกัน”

“อื้อ!”

ทั้งสองคนเดินกุมมือกันไปทางด้านเรียกรถแท็กซี่ที่มีไว้บริการผู้โดยสารของสนามบินแห่งนี้โดยต่อแถวรอให้เป็นระเบียบเพื่อกลมกลืนกับบ้านเมืองที่นี่ มีบ้างที่หลายสายตาต่างมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องละมือออกจากกันเพราะนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จับมือกันแบบนี้ด้วยซ้ำไป นี่พวกเขามาฮอกไกโดเพื่อฉลองครบรอบ1ปีเชียวนะ !

และการที่พวกเขาคบเพศเดียวกันมันไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อย…ไม่เห็นต้องแคร์สายตาของคนอื่นหรือความคิดของคนอื่นเลยหากพวกเขาทั้งสองคนยังอยู่ในกฎระเบียบสังคมทุกๆอย่างแลไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ในตลอดที่ผ่านมา

“ไปโรงแรม….” แสตมป์เอ่ยบอกโชเฟอร์แท็กซี่ทันทีที่ถึงคิวของตัวเองก่อนจะช่วยกันวางสัมภาระกันที่ด้านหลังของรถแล้วนั่งรถเพื่อไปที่จุดมุ่งหมายที่พวกเขาทั้งสองคนจะไป

ทริปนี้ถือเป็นทริปพิเศษอีกหนึ่งของแสตมป์เพราะตั้งแต่พวกเขาคบกันและกลับมาที่ไทยนั้นพวกเขาทั้งสองคนต่างวุ่นวายกับงานและแสตมป์ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้มากนักเขาต้องเดินทางไปที่อื่นๆอยู่แทบทุกเดือน     ส่วนทางด้านของสกายที่พอธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นมามากเขาต้องวุ่นวายกับเรื่องธุรกิจของตัวเองที่รับมาจากทางบ้านจากรุ่นสู่รุ่นทำให้เวลาของพวกเขาทั้งสองคนมีให้กันค่อนข้างที่จะน้อยแต่มันไม่ได้ทำให้ความรักของพวกเขาทั้งสองคนบั่นทอนหรือลดลงเลยเพราะต่างก็เข้าใจกันและกัน และทริปนี้พวกเขามีเวลาให้กันเพียงแค่7วัน6คืนเท่านั้นใช่…เขาใช้คำว่าแค่เพราะเขาอยากเจอหน้าสกายทุกๆวันอยากเจอทุกเวลาเลยด้วยซ้ำแต่มันยังไม่ใช่เวลาหรอกแต่พวกเขาสัญญากันแล้วว่าสักวันหนึ่งพวกเขาทั้งสองคนจะสร้างบ้านด้วยกันอยู่ด้วยกันสองคนและนอนกอดกันทุกๆคืนเหมือนที่คู่รักอื่นๆเขาทำกัน แม้ว่าทางบ้านของสกายจะมีทรัพย์สินมากพอที่จะปลูกสร้างบ้านแบบเขาไม่ต้องลงทุนด้วยแม้แต่น้อยแต่คนอย่างเขาไม่ต้องการเกาะคนรักของตนโดยเด็ดขาด!แสตมป์ได้ยื่นข้อเสนอที่สร้างขึ้นเพียงความเอาแต่ใจว่าให้เขาและสกายจ่ายกันคนละครึ่งเพื่อที่จะสร้างบ้าน…บ้านที่เป็นของพวกเขาทั้งสองคนจริงๆจะนานแค่ไหนจะใช้เงินมากแค่ไหนเขาก็จะรอเขาอดทนได้พอ สกายที่เจอแสตมป์ที่ดื้อดึงไม่ยอมให้ทางเขาออกฝ่ายเดียวเป็นอันต้องยอมตกลงไปแต่เขาก็เริ่มต้นตัวเองใหม่เหมือนกันโดยสร้างบัญชีใหม่กับแสตมป์ที่พวกเขาทั้งสองเป็นเจ้าของบัญชีเพื่อที่เงินเดือนของพวกเขาสองคนออกเมื่อไหร่จะได้เข้าถึงตรงนั้นและมากพอสักวันหนึ่ง

ถึงจะไม่ได้เจอหน้ากันบ่อยๆแต่แค่ได้ยินเสียงในโทรศัพท์ทุกๆคืนก็ยังดีนี่นาและได้ถามทุกข์สุกดิบกัน แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับแสตมป์แล้ว พอจะครบรอบช่วงหนึ่งปีแล้วจู่ๆสกายก็ชวนเขาให้มาเที่ยวที่ฮอกไกโดด้วยกันโดยบอกว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เขาอยากจะไปกับคนรักของตนเองซึ่งแสตมป์ก็เคยคิดแบบนั้นเช่นกัน ฮอกไกโดแม้จะไม่เหมือนโตเกียวแต่ทว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดของญี่ปุ่นที่โรแมนติคมากเลยทีเดียว และเพราะว่าไหนๆพวกเขาทั้งสองคนจะมีเวลาให้กันและเป็นครบรอบที่พิเศษแล้วแสตมป์จะอยู่เฉยได้ไง เขารีบเคลียร์ทุกๆอย่างที่ตัวเองมีศึกษาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกมากมายเพื่อให้ทริปนี้ของพวกเขาพิเศษที่สุดไปเลยซึ่งเขาก็วางแผนไปช่วงหน้าหนาวด้วย แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยชินกับอากาศหนาวที่หิมะกำลังตกก็เถอะ

“ตาแวววาวเชียวนะเรา” สกายสะกิดร่างเล็กที่กำลังทำสีหน้ามุ่งมั่นออกมาอย่างลืมตัว แสตมป์สะดุ้งเล็กน้อยแล้วแอบยิ้มนิดๆ

“ทริปนี้ผมวางแผนแล้วครับ มันต้องเป็นทริปที่พิเศษแบบพิเศษที่พี่ไม่เคยเจอมาก่อน!”

“จริงรึเปล่า?”

“ครับ พี่รอดูได้เลยนะ” แสตมป์หัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี ศรีษะก็เอนไปทางอีกฝ่ายเล็กน้อย จะไม่มีวันผิดหวังแน่ๆ เขาวางแผนไปเที่ยวในสถานที่มากมายเรียกได้ว่าไปกับเขาไม่มีขาดทุนอยู่แล้วแน่นอนและมากกว่าทัวร์ที่เขาทำงานด้วยหามากกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ *อวยตัวเองเล็กน้อย*

“ไหน ไปไหนบ้างบอกมาซิ” สกายที่ชักจะอยากรู้ก็ถามออกมาโดยปล่อยให้แสตมป์ได้เอนศรีษะพิงตนไป นานๆทีไม่เป็นไรหรอก

“ทำไมต้องบอกล่ะครับ?” แสตมป์เล่นลิ้นก่อนจะมองไปทางถนนที่รถกำลังเคลื่อนไปยังเป้าหมายหรือก็คือโรงแรมที่พวกเขาจะพักกันในคืนนี้นั้นเอง ทันทีที่รถได้จอดลงสกายก็เป็นฝ่ายจ่ายค่ารถแท็กซี่ไป

“บอกไม่ได้เลยเหรอครับ?”

“ไม่ได้หรอก แสตมป์อยากเซอร์ไพร์ซพี่นะ” ถ้าบอกมันจะไปสนุกอะไรกันล่ะ จริงไหม?”

“ก็ได้ๆ แต่ถ้าไม่พิเศษพี่จะหอมแก้มเราตรงนั้นเลยนะ?”

“เดี๋ยวเถอะครับ” พอได้ยินประโยคนั้นแสตมป์ทำหน้ายักษ์ออกมาก่อนจะดันตัวเองออกจากอีกฝ่ายแล้วยกมือกอดอกเชิงมองดุๆ

“ครับๆ พี่ผิดไปแล้ว” สกายเลยยกมือขึ้นเชิงยอมแพ้กับคนตัวเล็กไปก่อน แสตมป์เลยทำสายตาพอใจออกมา

เขาเองก็ภูมิใจนะที่เขาสามารถละลายความรู้สึก หัวใจ และชีวิตชีวาของแสตมป์ที่เคยเป็นน้ำแข็งที่ถูกผนึกเอาไว้อย่างโดดเดี่ยวไว้ได้เพราะหากดูเพียงสายตาเขาอาจจะไม่รับรู้เท่าการใช้ใจดูไปด้วยว่าอีกฝ่ายกำลังเหงาและยึดมั่นกับอดีตที่เจ็บปวดแม้มันจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม เขาสามารถละลายน้ำแข็งตรงนั้นได้และได้ครองหัวใจของแสตมป์ไว้ได้อีกด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเข้าใจความรู้สึกนั้นและเขาพยายามเอาชนะมันแสตมป์ถึงเลือกเขา

เขาดีใจจริงๆที่เห็นคนตรงหน้าได้ยิ้มแย้มแบบที่ไม่ใช่การฝืนความรู้สึกตัวเองอีกแล้ว

ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง

เวลา 21:00น.

โรงแรมระดับกลางที่ไม่ได้หรูหราหรือลำบากมากนักเป็นสถานที่พักของทั้งสองในคืนนี้ที่จะมาเที่ยวในย่านนี้วันพรุ่งนี้เช้า โรงแรมที่อยู่ในระดับกลางๆในห้องมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็นของหลักๆ ไม่ได้มีบ่อออนเซ็นหรูๆเหมือนโรงแรมชั้นดีและไม่ได้มีมื้อเช้าแสนวิเศษให้ได้ทานเป็นเพียงโรงแรมที่มีพวกเฟอร์นิเจ่อร์ให้พออยู่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเอง มันไม่ได้เหมือนกับทัวร์ที่จะได้อยู่อย่างสบายเหมือนที่เคยได้อยู่แต่นั้นก็เป็นความตั้งใจของแสตมป์อีกเช่นกันเพราะเรื่องทริปในรอบนี้เขาขอสกายไว้แล้วว่าเขาจะจัดการมันเองโดยที่สกายแทบจะไม่ต้องทำอะไรนอกจากเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทริปของพวกเขาทั้งสองคนก็เท่านั้น

“ก็ไม่ได้แย่นี่นา” สกายมองไปรอบๆห้องพักของพวกเขาทั้งสองคนโดยวางกระเป๋าให้เป็นที่เป็นทางเมื่อได้เข้ามาในห้อง แสตมป์ก็วางกระเป๋าลงด้านข้างก่อนจะเดินสำรวจห้องไปเรื่อยๆ แถมถึงจะไม่มีบ่อออนเซ็นหรูๆแต่มีอ่างน้ำกุซซี่ให้แช่ก็ยังดี

“พี่คิดว่าผมจะพามาสบายเหรอ? ไม่หรอก ถึงพี่เป็นคุณชายจะตายไปแต่ไม่จองที่พักห้าดาวให้หรอกนะมันเปลืองเงินครับ”

“ก็ไม่ได้คุณชายขนาดนั้นหรอกครับบ แหม่ ” สกายหัวเราะออกมาหน่อยๆแล้วส่ายหัวไปมาเบาๆกับคำพูดอีกฝ่าย แสตมป์เคยไปบ้านของเขาสามครั้งได้เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ค่อนข้างฐานะดีข้าวของก็มีราคาสูงวันที่มาวันแรกนั้นแสตมป์เรียกได้ว่าตัวหดลงไปแทบฝ่ามือของเขาเลยและเรียกเขาว่าคุณชายพักใหญ่เชียว

แต่ก็น่าเสียดายที่อีกฝ่ายยังไม่ได้เจอกับพ่อของเขาจริงๆจังๆสักทีเพราะพ่อของเขามักจะติดงานอยู่ด้วยเช่นกันเขาเลยยังไม่ได้คุยเรื่องเกี่ยวกับแสตมป์ แต่อีกไม่นานหรอกเขาจะเปิดเผยทุกอย่างให้ที่บ้านได้เข้าใจและถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้บอกแม่ของตนเองเขาก็ว่ามันไม่น่ายากเพราะดูท่าแม่ของเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจหรือมองแสตมป์ราวกับสัตว์ประหลาดเลยด้วยซ้ำ

“ไปหาราเม็งอร่อยๆกินกันเถอะ” แสตมป์ชูกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาแล้วคลี่ยิ้มกว้าง ท้องว่างมานานแล้วอาหารอุ่นๆร้อนๆกินในอากาศแบบนี้น่าจะดีไม่น้อยเลย

“เรื่องของกินนี่ไวเชียว”

“ไปเร็ว! เดี๋ยวร้านจะปิดกันแล้วนะ”

“ครับๆ”

เวลา 22:10น.

“อิ่มจังเลย ดีเนอะที่คนน้อยด้วย”

หลังจากที่กินราเม็งกันอิ่มท้องไปกันทั้งสองคนแล้วแสตมป์ก็ดูร่าเริงขึ้นมาเยอะในระหว่างที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังเดินกลับโรงแรมไปด้วยกัน

“จะไม่อิ่มได้ไง แสตมป์สั่งเยอะแยะเลยนี่” สกายส่ายหัวไปมาเบาๆ ตอนที่แสตมป์อยู่ในร้านนั้นใบเมนูแทบจะเปิดคิดไม่นานก็สั่งหลายอย่างเต็มโต๊ะของพวกเขาไปหมดโดยบอกเหตุผลที่ว่า ‘จะได้กินหลายๆอย่าง!’

….ข้ออ้างดีๆนั้นเอง

แต่ว่านะ เขาก็ได้แอบถ่ายภาพของคนตรงหน้าไปหลายรูปตอนที่คนตัวเล็กกำลังกินอย่างมีความสุขเลยทีเดียวถือว่าคุ้มพอตัวและอาหารที่พวกเขากินถึงจะราเม็งกันคนละชามแต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะสั่งอาหารพื้นเมืองมาลองชิมกันก่อนเข้าเมืองสักนิดอย่างพวกข้าวหน้าไข่หอยเม่นอูนิดงที่พอแสตมป์ลองชิมแล้วท่าจะติดอกติดใจจนอยากเข้าตัวเมืองเพื่อไปท่องเที่ยวด้วยกันไวๆ

“แหม่ พี่ก็ช่วยกินหมดน่า”

“พี่จะอ้วนขึ้นเพราะเราแล้วล่ะ”

“หืมม?” แสตมป์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินนำหน้าอีกฝ่ายแบบถอยหลังเดินมือก็เอื้อมมาแตะเข้าที่หน้าท้องของสกายเบาๆด้วยมือทั้งสองข้าง “ไม่เห็นจะอ้วนเลย มีแต่ผมอ้วนขึ้นต่างหาก”

ตั้งแต่คบด้วยกันมาหากมีเวลามาหากันพวกเขาก็มักจะไปหาคาเฟ่เพื่อกินขนมอร่อยๆและนั่งพูดคุยด้วยกันหรือไม่ก็บางวันสกายก็มักจะใช้บริการทางแอปชื่อดังชื่อหนึ่งสั่งขนมมาให้เขากินบ่อยๆโดยบอกกับเขาว่าเพื่อจะได้เหมือนว่าเขาอยู่กับอีกฝ่ายนั้นแหละ….และแบบนี้จะทิ้งขนมพวกนั้นได้ลงคอเหรอ!

ฟึ่บ!

“เหวอ!?”

ตอนที่แสตมป์กำลังเผลอนั้นสกายก็ดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ตนเองโดยมือใหญ่ก็โอบเอวของแสตมป์เข้ามาหาตนทำให้ทั้งคู่ร่างกายชิดกัน สกายเงียบไปพักหนึ่งมีเพียงแต่ดวงตาคมเท่านั้นที่กำลังไล่มองตามร่างกายของแสตมป์คล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ส่วนฝ่ายแสตมป์พอโดนมาดึงใกล้ชิดแบบนี้ทำเอาโวยวายไม่ค่อยออก

เขินไหม เขิน!

“…อ้วนขึ้นจริงๆด้วย แต่อ้วนแบบนี้ก็ดีนะครับพี่ชอบ” สกายพูดขึ้นเบาๆตรงข้างหูของแสตมป์ก่อนริมฝีปากอุ่นๆจะทาบลงบนแก้มนวลเบาๆพลางแตะเข้าที่หน้าท้องของแสตมป์บ้าง

“กินเยอะๆนะแสตมป์ ถ้าอ้วนละก็จะเป็นของพี่คนเดียวไงครับไม่มีหนุ่มอื่นๆมาจีบเราแน่ๆ พี่จะขุนเราเองนะ” ว่าจบสกายก็เลื่อนมือของตัวเองแตะริมฝีปากของแสตมป์ที่กำลังสั่นเพราะอัดอั้นด้วยคำสารพัดมากมาย

“…..พี่สกาย!” แสตมป์โวยวายออกมาเมื่อรู้สึกตัวใบหน้าทั้งสองข้างของเขาแดงแผ่วก่อนที่แสตมป์จะกุมแก้มทั้งสองข้างของตนคล้ายกันไม่ให้อีกฝ่ายทำอีกขาก็รีบเร่งเดินกลับเข้าโรงแรมจนโรงแรมอยู่เพียงด้านหน้า หากเป็นคนอื่นหรือเป็นโรคจิตที่ไหนสาบานเลยว่าไม่ต้องเงื้อมือตำรวจเขาจะกระทืบ(?)เอง! ฮึ้ยยย ถ้าไม่ติดว่าคนทำคือสกายล่ะก็!

“รอพี่ด้วย!” สกายหัวเราะออกมาหน่อยๆกับท่าทางของอีกฝ่ายเหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังงอนผู้ใหญ่และทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น

ดูท่าคืนนี้จะง้อยากนิดหน่อยแล้วแต่เขาคนนี้ไม่ยอมแพ้ต่อเจ้าเด็กน้อยของเขาหรอก :)

ความคิดเห็น