email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 4 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 21:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 4 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

 

“อย่ามากวนโมโหนะนินาว!” อยู่ๆก็ตะโกนใส่หน้าฉัน เขาบ้าไปแล้วหรือไงกัน 

“เปล่ากวน หลีกไปจะไปอายน้ำจะได้นอนสักที ง่วง” ฉันยืนจ้องตาแข่งกับเขาอย่าไม่กลัว แบบนี้แหละสายตาหาเรื่องกันชัดๆเลย ไม่จิกสักวันจะตายไหม ทำอย่างกับว่าฉันเป็นคนผิดตลอดเวลา ทั้งๆที่ความจริงเขานั่นแหละที่คอยแต่จะจับผิดฉันคอยหาเรื่อง 

“ถ้าเคลียร์กันไม่รู้เรื่องวันนี้ไม่ต้องนอน!” เขาตะโกนใส่หน้าฉันจนฉันหมดความอดทน คงเพราะเห็นว่าฉันนิ่งไม่ตอบโต้เขา จะให้ตอบโต้ทำไมเดี๋ยวก็หาว่าฉันดื้อไม่ฟังอีก 

“เคลียร์เรื่องอะไรอีก!” ฉันตะโกนกลับไปอย่างไม่กลัว  ฟิวเจอร์ดูตกใจไปเล็กน้อย ที่ผ่านมาฉันไม่เคยขึ้นเสียงใส่เขาเลยเพราะฉันยอมเขามาตลอดที่คบกันมา ตามใจทุกอย่าง เอาใจทุกอย่าง ทำทุกอย่างให้ด้วยความจริงใจ แต่ทำไมเขาต้องตอบแทนทุกอย่างด้วยความรู้สึกแบบนี้ 

“ก็จะเรื่องอะไรหละถ้าไม่ใช่เรื่องโทรศัพท์ที่ไอ้ฟิล์มมันโทรมาหาไง คิดถึงกันมากหรือไงมันถึงได้โทรหาหะ !” 

“นายจะตะโกนทำไม โมโหทำไม ฟิล์มเขาโทรมาในฐานะเพื่อน ” 

“เพื่อนกับผีหนะสิ อ้อแล้วยังมีไอ้เด็กปีหนึ่งนั่นอีก มีฉันอยู่ทั้งคนยังจะเที่ยวอ่อยคนอื่นไปทั่ว!! ” ฉันว่าอธิบายไปก็คงเขาคงไม่เข้าใจอยู่ดี ก็เขาเอาแต่ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของความคิดนี่ 

“ถ้านายจะมาหาเรื่องกันหละก็ถอยออกไปเลย ฉันไม่เคยอ่อยใครทั้งนั้น ฉันเหนื่อยแล้วนะฟิวเจอร์” ฉันไม่สนใจคำดูถูกของเขา และเดินตรงไปที่ห้องน้ำทันที 

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!” เขาเดินมากระชากแขนฉันอย่างแรง จนตัวฉันปลิวไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างง่ายดายด้วยรูปร่างของเราสองคนที่ต่างกันมาก ฟิวเจอร์สูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ส่วนฉันก็แค่ร้อยหกสิบกว่า มันเลยทำให้หน้าฉันจมหายไปในอกของเขา 

“ปล่อยนะ ปล่อย” ฉันดิ้นเพื่อที่จะให้หลุดออกจากอ้อมกอดของเขา ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่ปฏิเสธอ้อมกอดนี้แน่นอน 

“ไม่ปล่อย อย่ามาทำเป็นสะดีดสะดิ้งหน่อยเลยนินาว” เขาพูดใกล้ๆหูของฉันด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกเหมือนเวลาเขาต้องการ จนฉันรู้สึกสยิวไปทั้งร่างพร้อมกับหัวใจที่เต้นถี่แรง 

“ฟิวเจอร์ปล่อยนะ” ฉันดิ้นสุดแรงเพราะไม่อยากจะโดนเขาเอาเปรียบอีก เพราะที่ผ่านมาเขาก็ได้มามากพอแล้ว 

“อย่าดิ้นไม่งั้นจะไม่ได้นอน” เขาพูดน้ำเสียงกับคล้ายระงับอารมณ์ของตัวเองอยู่ ฉันยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา ยิ่งใกล้ยิ่งรักแต่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเจ็บในเวลาเดียวกัน 

“มันอึดอัด ปล่อยได้แล้ว” 

“นินาว”  ฟิวเจอร์ก็ลงมามองหน้าฉันด้วยสายตาที่คาดเดาอะไรไม่ได้ แต่มันกลับมีเสน่ห์น่าค้นหา ฟิวเจอร์เป็นผู้ชายที่ถึงแม้ว่าเขาจะเย็นชา ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร บวกกับรูปร่างราวกับเทพบุตร จนคนในมหาลัยขนานนามเขาว่าเทพบุตรหน้าตายแต่แท้จริงแล้วใครจะรู่ว่าเทพบุตรที่ทุกคนสาวๆไฝ่ฝันนั้นแท้จริงแล้วคือซาตานดีๆนี่เอง 

เขาเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กว่าเคย ลมหายใจของเราทั้งสองคนมันหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียว วินาทีที่ริมฝีปากของเขาประกบลงบนริมฝีปากฉัน หัวใจมันเต้นแรงคล้ายจะกระดอนออกมาเต้นข้างนอกให้ได้  ฟิวเจอร์กระชับอ้อมกอดของเราสองคนให้เข้าใกล้กันมากขึ้นและมากขึ้น พร้อมกับจูบอย่างร้องแรงเพิ่มขึ้นมาอารมณ์ที่เขามีอยู่ตอนนี้ ฉันไม่ปฏิเสธเลยว่าต้องการเขาและรักเขา แม้จะรู้ว่าที่เขาอยู่ถึงวันนี้เพียงเพราะยังต้องการร่างกายของฉัน 

“จุ๊บ เอาไว้ต่อคืนนี้นะครับ แต่ตอนนี้ต้องออกไปดูบอลกับสองคนนั่นก่อน” เขาพูดเสร็จก็เดินจูงมือฉันออกไป ทั้งๆที่ฉันไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรใดๆได้อีกเลย 

FUTURE TALK 

“นินาว เสื้อช้อปอยู่ไหน ทำไมในตู้เสื้อผ้าไม่เห็น”  ผมตะโกนถามนินาวที่ตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในครัวกำลังทำอาหารเช้าอยู่ อ้อผมลืมแนะนำตัวเลย ผมฟิวเจอร์ เฟอร์นิสัน คิม แนสเซมเบิก ผมเป็นลูกครึ่งเกาหลี อเมริกา เรียนวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธาปีสี่ สถานะมีแฟน(เมีย)แล้ว หยุดการแนะนำตัวเพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันนะ เพราะตอนนี้ผมกำลังหาเสื้อช้อปอยู่ แต่ทำไมผมหามันไม่เจอนะ 

“รีดให้แล้วนี่วางอยู่ที่เตียงไง”  นินาวตะโกนกลับมา ผมหันไปมองเตียงเสื้อช้อปผมวางอยู่จริงๆนั่นจริงๆ ไม่ปฏิเสธเลยว่า นินาวเป็นแฟนที่ดีมาตลอดเวลาที่คบกัน เทอทำทุกอย่างให้ผมโดยไม่หวังอะไร ออกจะเต็มใจด้วยซ้ำ แต่ผมกลับไม่เคยทำอะไรให้เธอเลย เป็นแฟนที่แย่ ไม่เคยพาไปเที่ยวไปเดทเหมือนคู่อื่นๆเขา ต้องอยู่อย่างหลบๆซ้อนๆบอกใครไม่ได้ว่ากำลังคบกัน เธอรักผมผมรู้ แต่ผมไม่ได้รักเธอเลยเพราะในใจของผมมันรักใครไม่เป็น 

“ฟิวเจอร์แต่งตัวเสร็จยัง รีบมาทานข้าวเช้าได้แล้ว วันนี้มีเรียนแปดโมงนะ” เสียงของนินาวเรียนสติกลับมา 

“จะเสร็จแล้ว” ตะโกนบอกเสร็จก็เดินถือกระเป๋าไปนั่งตรงโต๊ะทานข้าวที่นินาวกำลังนั่งทานอยู่ 

“ฟิวเจอร์วันนี้น้องปีสองบอกให้เข้าไปช่วงรับน้องปีหนึ่งหน่อยนะ เห็นบอกว่ามีอะไรจะพูดด้วยเนี่ยแหละ” นินาวพูดทั้งๆที่ตากับมือข้างหนึ่งถือช้อนมือข้างหนึ่งถือกระดาษ คิ้วก็ขมวดจนจะชนกันอยู่แล้วด้วย ซีเรียสขนาดนั้นเลยหรอว่ะ 

“เวลาพูดมองหน้าด้วย สนใจอะไรนักหนากระดาษหนะมันสำคัญกว่าฉันหรือไง” ทำไมผมต้องหงุดหงิดด้วยเนี่ยเพียงแค่นินาวสนใจกระดาษมากกว่าผม ผมว่าพักหลังมานี้ผมมีอาการแปลกๆไป ตั้งแต่ทะเลาะกันครั้งล่าสุด เมื่อก่อนผมเมินเฉยต่อนินาว คบกันก็หลบๆซ่อนๆ คนอื่นไม่รู้ ส่วนเรื่องผู้หญิงที่มายุ่งกับผมพวกเธอก็ยังไม่รู้ และยังคิดว่าผมโสด 

“หงุดหงิดอะไรอีก ” นินาวเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม สีหน้าเธอมองผมมันสื่อถึงว่าผมเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่านินาวเธอเป็นคนสวยมาก สวยโดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าอะไรมากมาย เพียงแค่ใส่ชุดนักศึกษาธรรมดาที่กระโปรงก็ยาวปกติทั่วไปที่นักศึกษาหญิงเขาใส่กันหรือแม้แต่แค่เธอใส่ช้อปกับการเกงยีนส์เธอก็ยังดูดีมีเสน่ห์ หน้าค้นหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนพวกผู้ชายทั้งในคณะและนอกคณะมองกันจนเหลียวหลัง แถมนิสัยนินาวยิ่งราวกับนางฟ้านางสวรรค์ไม่แปลกที่ใครๆก็ชอบ ฮึย พูดมาแล้วหมั่นไส้ (ไม่ได้รักเขาหนิ จะไปหงุดหงิดใส่เขาทำไมหละฟิวเจอร์ : ไรท์) 

“เปล่า” ผมพูดส่งๆ แล้วก้มหน้าทานข้าวต่อ 

“ชิ” นินาวทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร ก่อนจะทานข้าวต่อ 

“วันนี้ไปเรียนพร้อมกัน แล้วก็รอกลับพร้อมกันด้วย” ผมบอกไป แต่ฟังก็ดูเหมือนแกมบังคับนั่นแหละ นินาวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะ 

“ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวไปเอง ทุกครั้งก็ไปเองไม่รบกวนหรอก” นินาวตอบผมออกมาจน มันชักทำให้ผมหงุดหงิดจริงๆแล้วนะ เมื่อก่อนไม่เคยเห็นจะเคยต่อต้านออกจะตามใจผมตลอด แต่เดี๋ยวนี้ทำไมชอบทำเหมือนไม่อยากไปไหนมาไหนกับผมนักหนา หรือจะเป็นเพราะเมื่อไม่นานมานี้ที่เราทะเลาะกัน ต้องใช่แน่ๆ ผมคิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา 

“อย่าดื้อ บอกว่าไปพร้อมกันกลับพร้อมกันไง” 

“ไม่ได้ดื้อซะหน่อย” แบบนี้แหละเขาเรียกว่าดื้อเงียบ 

“ไม่ได้ดื้อก็ต้องไปพร้อมกัน กลับพร้อมกันด้วย เข้าใจที่พูดไหมนินาว?” เธอคงเห็นว่าพูดไปผมก็ไม่ฟัง เจ้าตัวถอนหายใจก่อนจะตอบผม 

“ก็ได้ แล้วไม่กลัวคนในคณะรู้หรือไงว่ามีแฟนแล้ว” นินาวพูดประชดผมขึ้น เพราะผมเคยพูดแบบนี้กับเธอ 

“อยากรู้ก็รู้ไปดิ ใจจริงอยากจะบอกด้วยซ้ำว่ามี’เมีย’แล้วด้วยซ้ำ” ผมเน้นคำบางคำ จนนินาวหน้าแดงเพราะไม่รู้โกรธหรือเพราะเขินกันแน่ แถมยังมองผมอย่างไม่พอใจ เธอคงคิดว่าทำหน้าแบบนี้แล้วผมจะกลัวหละก็ บอกได้คำเดียวเลยว่าไม่กลัวสักนัก แถมมันยังน่าฟัดอีกต่างหาก เธอหนะทำหน้าแบบไหนก็สวยหมดแหละ 

“อยากจะบอกอะไรยังไงก็เชิญเลย กินเสร็จแล้วล้างด้วย ห้ามแช่ไว้นะ” นินาวชี้หน้าผมอย่าคาดโทษแล้วเดินออกไป ผมได้แต่ยิ้มกับท่าทางของแฟนตัวเองที่มันน่ารักน่าฟัดเสียยิ่งกว่าสิ่งไหน 

ในคลาสเรียนแปดโมงเช้า ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ 

“นินาวทางนี้” พอถึงห้องปุ๊บนินาวก็แยกออกไปนั่งกับเพื่อนผู้หญิงทันที ทำไมผมจะไม่รู้ว่าตอนนี้นินาวกำลังโกรธผมอยู่ ขึ้นรถมาก็ไม่ยอมคุยไม่สบตาเอาแต่เงียบอย่างเดียว แบบนี้แหละโกรธชัวร์ เพราะตั้งแต่เรามาถึงคณะแล้วเดินเข้าในคณะพร้อมกันทุกคนที่เจอก็เอาแต่มองเราสองคน ก่อนจะหันไปซุบซิบกัน และอีกไม่นานข่าวคงแพร่กระจายไปทั่วมหาลัยแน่ๆ 

“ไอ้ฟิวเจอร์ทางนี้มึง” ไอ้ทามม์กับไอ้โฟสส์เรียกผมไปนั่งที่ที่มันจองไว้แล้ว ซึ่งก็คือที่นั่งอยู่ข้างหลังแถวของนินาวนั่งนั่นแหละ 

“ทำไมหน้าเหมือนขี้ไม่ออกแต่เช้าเลยว่ะ” 

“หุบปากไปไอ้ทามม์” ผมหันไปด่าเพื่อนมันอย่างสบอารมณ์ เพราะตอนนี้ผมเอาแต่จ้องแผ่นหลังบอบบางของคนเล็กที่กลัวว่าเธอจะโกรธไปมากกว่า เธอไม่ชอบการเป็นข่าว ไม่ชอบที่คนอื่นเอาเรื่องของเธอไปนินทาเสียๆหายๆ 

“ทะเลาะกับนินาวมาหรือไง” ทามม์ถามขึ้นอีกครั้ง คงเพราะผมกับนินาวยังตึงๆใส่กันไม่หาย เพื่อนผมมันเลยคิดว่ายังไม่คืนดีกันมั้ง 

“เปล่า” 

“เออ เปล่าก็เปล่า ทำไมวันนี้ถึงได้มาพร้อมกันได้ว่ะ” 

“ก็ธรรมดาเปล่าว่ะ ” ผมมองไอ้ทามม์ด้วยสายตานิ่งๆ มันจะแปลกตรงไหน อยู่ด้วยกันก็เกือบปีแล้ว สถานะก็ชัดเจนแล้วด้วย คนอื่นจะคิดอะไรช่างมันสิ 

“กูไม่เชื่อหรอกว่ามันจะธรรมดาอย่างที่ปากมึงบอก ทั้งๆที่เมื่อก่อนนินาวมาเองตลอด มึงหนะมันเป็นแฟนที่ชั่วมาก” 

“กูเห็นด้วยกับไอ้ทามม์มัน กูก็อยากรู้เหมือนกันทำไมถึงมาด้วยกันได้ว่ะ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมึงสนใจนินาว” 

“อย่าสู่รู้พวกมึงหนะ อาจารย์มาแล้ว” ไอ้ทามม์กับไอ้โฟสส์มันสองมองผมอย่างต้องการคำตอบ แต่ดีที่อาจารย์เข้ามาก่อนไม่งั้นมันไล่บี้ผมจนมุมแน่ๆ ใครจะบอกมันหละว่าตอนนี้เริ่มหันมาสนใจแฟนตัวเองแล้วหละ ผมรู้สึกว่าตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ขาวสะอาด เวลาไปเที่ยวผมรู้สึกว่ามันไม่สนุกเหมือนแต่ก่อน คงจะเพราะว่าผมโตขึ้นด้วย อารมณ์ที่มันเคยพุ่งพล่านเวลาเจอสาวสวยมายั่วก็ลดลงไปเกือบถึงครึ่ง ไม่รู้เพราะอะไร ซึ่งผมยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว