丽瞐(ลี่จิง)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่33 งานล่ม

ชื่อตอน : บทที่33 งานล่ม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 145

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2562 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่33 งานล่ม
แบบอักษร

"เจ้าว่าพวกเขาเหมาะสมกันมั้ย" เทียนโฮ่วถาม ขุนนางก็พากันหัวเราะ 

"เหมาะสมกันพะยะค่ะ" ขุนนางพูดขึ้น  "ประกาศ" องค์รักษ์คนหนึ่งรีบวิ่งกรูเข้ามา 

"ขณะนี้ป้อมอาณาจักรเวทย์แตกแล้วพะยะค่ะ" คำพูดนี้ทำให้นางหันไปหาองค์รักษ์คนนั้น 

"เพราะอะไร!!!" นางตะคอกใส่เขา 

"ทูลองค์หญิง คนของตำหนักมายานำคนจำนวนมาก ซ้ำยังมีเทพโบราณ ที่ร้ายกาจมากนัก เข้ามาร่วมโจมตี เกรงว่า จะยึดตำแหน่งประมุขของเทียนโฮ่ว.....อึก" องค์รักษ์คนนั้นยังพูดไม่ทันจบเลย ก็มีธนูแทงไปที่หัวใจของเขา หลังจากนั้น ก็มีธนูพุ่งตรงมาที่นาง นางใช้มือปัดธนูนั้น 

"เทียนโฮ่ว ท่านพาลืมเชิญใครมารึเปล่า เกรงว่าเขาน่าจะมาโดยไม่มีบัตรเชิญเสียด้วย" นางพูดก็ยิ้มพลาง นางกับเทียนโฮ่วรู้จักกันตั้งแต่เล็ก เรื่องแค่นี้รู้ใจกันแล้ว 

"ออกคำสั่ง เตรียมทหารม้าให้ข้า แล้วเปิดประตูฝั่งตะวันออกให้ข้าด้วย" นางพูดจบก็จะเดินกลับไปยังอาณาจักรของตน 

"คุณชาย ข้าขอกระบี่เล่มนั้นได้หรือไม่ " นางชี้ไปที่กระบี่ของนาง 

"เอาอันอื่นเถอะ เกรงว่าเจ้าจะถือมันไม่ไหว " เขาพูดจบ นางก็คว้ากระบี่เล่มนั้นออกมา แล้วรีบขี่ม้าไป 

"ฟังข้า คุ้มกันเทียนโฮ่วให้ดี หากนางเป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว ข้าจะไม่เว้นชีวิตเจ้า " เขาพูดจบก็จะทำท่าขี่ม้าออกไป 

"ม่อหรานเจ้าจะไปไหน" หล่อนถามเขา "

ข้าจะไปช่วยนาง .....ไป" เขาพูดขึ้น แล้วก้ควบม้าออกไป หล่อนเตรียมรับมืออยู่ที่อาณาจักรสวรรค์

"วี้ด" นางผิวปากของนาง หยุนเฟยก็ปรากฎตัวทันที 

"เหม่ยหลินหล่ะ" นางถาม  

"องค์หญิง ไปสมทบกับองค์ชายสี่แล้วพะยะค่ะ" หยุนเฟยพูดขึ้น แล้วก็นิ่งเงียบสักครู่ ทั้งสองกำกระบี่แน่น 

"ฟิ้ว" มีธนูยิงตรงมาที่นาง นางกำลูกธนูนั้นไว้ แล้วปากับไปมี่เดิม 

"อึก" คนยิงธนูคนหนึ่งตายแล้ว คราวนี้พวกมันมากันเป็นนับสิบ มันล้อมพวกเขาสองคนไว้ 

"มอบอาณาจักรให้เราซะ" คนหนึ่งในกลุ่มของพวกมันพูดขึ้น 

"งั้น ถ้าข้าไม่ให้เล่า" พวกเขาเริ่มสู้กันแล้ว แต่ทัพของพวกมันไม่หมด ยังคงมีเพิ่มมาเรื่อยๆ แต่ก็หายไปเรื่อยๆเช่นกัน เขามาแล้ว 

"ไม่ใช่เจ้าอยู่ที่งานเลี้ยงหรอกหรือ??" นางถามเขาแต่ก็ยังสู้กับพวกมันไป 

"ฮึ ทางนั้นมีเหมยฮัวอยู่แล้ว ข้าจะกังวลอะไร" เขาพูดจบก็อุ้มนางจากด้านหลัง แล้วหมุนรอบตัว นางใช้เท้าเตะพวกมันที่อยู่รอบๆ พวกมันสลายหายไป  เขาจับนางหมุนตัวรอบตัวเอง นางก็เอนหลังลงแล้วยกขาข้างขวาขึ้นเตะมัน ทั้งสองไม่เหมือนมมาต่อสู้กัน แต่เหมือนอยู่ในงานเต้นรำมากกว่า นางลุกตัวขึ้นแล้วใช้ดาบแทงไปที่มัน มันเริ่มหายไปหมดแล้ว 

"องค์หญิงไม่เป็นอะไรนะขอรับ" หยุนเฟยถามนาง นางส่ายหัว 

"เกรงว่ามันจะต้องมาอีกไม่ช้าแน่" เขาพูดขึ้น ก็เอาผ้าเช็ดคราบเลือดที่กระบี่พลาง นางทบทวนในใจ 

"ข้ารู้แล้วว่าจะหยุดมันยังไง" นางพูดขึ้น แต่หยุนเฟยก็จับข้อมือของนางไว้ พร้อมกับส่ายหัวแล้วพูดว่า 

"นี่มันอันตรายเกินไป อากาศที่นั่น หากองค์หญิงถูกสูดลมเข้าไปล่ะก็........" นางเอามือของเขาออก 

"ไม่งั้น เจ้าจะยอมเสียอาณาจักรไปฤา     ไม่    เจ้าก็ไม่อยากเสียมันไป    เกิดมาเป็นนักรบ   เลือกทำอะไรไม่ได้หรอก"   นางพูดเสร็จก็เสกมนต์ขึ้นมา 

"คุณชาย ข้าคงต้องขอมือท่านช่วยด้วย"   นางพูดเสร็จก็เดินเข้าไปในมนต์นั้น  เขาพูดไม่ทันขาดคำจริงด้วย  พวกมันมากันอีกแล้ว

...................ตำหนักมายา......................

นางเดินเข้าไป 

"อึก" ใครก็ขวางนางไม่ได้ทั้งนั้น ผู้คนที่คิดจะสู้กับนาง ล้วนนอนตายอยู่บนพื้น นางเดินเข้าไปในจวนของเจ้าสำนัก 

"เป็นท่านจริงด้วย" นางพูดขึ้น แล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้ของเจ้าสำนัก "คิดไม่ถึงว่า เจ้าทมิฬ จะมาหาข้าด้วยตัวเอง" เจ้าสำนักพูด 

"ฮึ" นางไม่ตอบ ได้แต่จ้องไปที่หน้าของเจ้าสำนักเท่านั้น 

"ฮึ ท่านพูดแค่นั้นเองเหรอ เกรงว่าป่านนี้ ข้าจะยึดอาณาจักรของท่านได้แล้วกระมั้ง" เจ้าสำนักพูด พร้อมกับชักดาบขึ้นมาจี้ไปที่คอของนาง 

"วันนี้เจ้าหาเรื่องใส่ตัวเอง ใครโง่ให้เจ้าเข้ามาในตำหนักของข้า วันนี้คือวันตายของเจ้า" เจ้าสำนักเอาดาบแทงมาที่นาง นางใช้ดาบของนางรับไว้ แล้วก็ใช้ฝ่ามือตบไปที่หน้าอกของเจ้าสำนัก มันรุนแรงมากจนเจ้าสำนักกระเด็นไปชนกับเก้าอี้ตัวอื่นจนพัง 

"พรวด" เลือดจากข้างในทะลักออกมาจากปากของเจ้าสำนัก 

"ข้าเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเจ้ายังคิดจะยึดอาณาจักรข้าอีก ให้มาหาข้าตัวต่อตัว อย่าพรากชีวิตที่บริสุทธิ์ไป " นางเดินไปหาเจ้าสำนักที่ตัวนอนอยู่กับพื้น 

"จริงสิ" นางนั่งคุกเข่าลง 

"ว่าแต่ ป่านนี้พ่อของเจ้าจะยังอยู่ดีมั้ยน้า" นางพูดขึ้น แล้วก็จับผมของเจ้าสำนักขึ้นมา 

"จำไว้ให้ดี นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายของข้า หากเจ้าทำอะไรแบบนี้อีกล่ะก็ ข้าไม่ปล่อยพ่อของเจ้าแน่" นางพูดขึ้น แต่เกรงว่าหากนางอยู่นานไปมากกว่านี้ นางได้ตายจริงๆแน่ๆ นางเป็นคนของอาราจักรเวทย์ อากาศที่นี้ไม่ถูกกับคยของอาณาจักรเวทย์ หากสูดลมมากเกินไปอาจเป็นพิษได้ นางรีบเสกมนต์ออกไปจากที่นี้ทันที 

.....................................

ทางฝั่งของพวกเขาทั้งสองคนก็จัดการเสร็จเรีบยร้อยแล้ว ภาพมายาเริ่มหายแล้ว 

"ปัง" เสียงพลุสีขาวดังขึ้น นั่นหมายความว่า พวกมันยึดอาณาจักรเวทย์ไม่ได้แล้ว ไม่นานนัก 

"ปัง" เสียงพลุสีทองดังขึ้นติดๆกัน  นั่นแสดงว่าอาณาจักรสวรรค์ปลอดภัยแล้ว

 "เฮือก" นางออกมาจากมนต์ แล้วก็เป็นลมล้มลงไป เขารีบไปรับนางไว้ทัน 

"ฮึ" นางยิ้มในอ้อมแขนเขา 

"ลำบากท่านแล้ว" พูดจบนางก็หลับไป

.....................ณ อาณาจักรสวรรค์.............................

"ป่านนี้ม่อหรานจะเป็นอย่างไรบ้าง" หล่อนบ่นพรึมพรำอยู่คนเดียว ทหารที่นี้ก็เจ็บนักไม่น้อย แต่เทียนโฮ่วก็ปลอดภัยดี  เสียงฝีเท้าของม้าดังเข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆ หล่อนรีบหันไปมอง บนม้าตัวนั้นมีเขาอยู่จริงด้วย แต่นอกจากจะมีเขาแล้วก็ยังมีนางอีกด้วย 

"ม่อหราน" หล่อนทักเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาที่แบกนางที่อยู่ด้านหลัง ก็ค่อยๆวางนางลง มือของนางเกี่ยวปอยผมไปมัดไว้ที่หลังหู 

"ไปให้จงเย่วดูอาการหน่อยเถอะ" เขาพูดขึ้น นางก็มองหน้าเขา แล้วก็พยักหน้า 

"อืม ให้หมอจงไปดูข้าที่จวนแล้วกัน" นางพูดจบก็เดินไปที่จวน หล่อนมองนางที่กำลังจะเดินไป 

"ม่อหราน เจ้าไม่เป็นไรนะ" หล่อนจับแขนของเขา นางก็แอบหันหลังกลับไปมองเล็กน้อย แล้วก็เดินไปต่อ 

"ข้าไม่เป็นไร แล้วเจ้าหล่ะ??" เขาถามนาง นางก็ส่ายหัว 

"เหมยฮัว ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยสิ"


ความคิดเห็น