อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 7 ความชอกช้ำ 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ความชอกช้ำ 100%

คำค้น : ตราบาปมารทมิฬ อาราญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2558 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ความชอกช้ำ 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 7 ความชอกช้ำ

 

                แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน หากรู้ว่าเธอมีมลทินผู้ชายที่ไหนก็คงไม่เหลียวแล ยิ่งคนมีหน้ามีตาอย่างหม่อมหลวงอัฐพลด้วยแล้ว คงรับไม่ได้แน่ถ้ารู้ว่าผู้หญิงที่คั่วอยู่เคยนอนอยู่ใต้ร่างชายอื่นมาก่อนแผนการชั่วร้ายก่อเกิดเป็นมโนภาพขึ้นมาในทันที

                กฤตยชญ์แสยะยิ้มเลือดเย็นให้กับความคิดร้ายกาจของตัวเอง ก้มมองร่างบางบอบช้ำที่นอนน้ำตารวยรินด้วยความเจ็บปวดจากพิษรักน้องชายของเขาที่ยังคงคาอยู่ในตัวเธอ แม้เข้าไปเพียงน้อยนิดแต่ความคับแน่นกลับสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแด่เธอและความทรมานสุดขั้วหัวใจแก่เขา

                เมื่อความต้องการและอารมณ์ปรารถนามากล้นจนยากที่จะควบคุม ชายหนุ่มกระแทกกระทั้นความแข็งแกร่งเข้าไปจนสุดสายสวาทอย่างเอาแต่ใจ บทเพลงรักเริ่มบรรเลงขึ้นอย่างเร้าร้อนตามอารมณ์ดิบเถื่อนหื่นกระหายราวกับหายขาดจากเรื่องอย่างว่ามาเนิ่นนานปี

                “กรี๊ดดดดด!!!” เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวอีกทั้งยังเป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเธอ อัญญาดากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบอบช้ำร้าวรานราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ น้ำตาไหลรินเป็นสายจำนนท์ต่อความอ่อนแอของตัวเองแม้จะพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่ความป่าเถื่อนรุนแรงที่กฤตยชญ์กระทำระยำกับเธอนั้นช่างโหดร้ายเสียยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

                “ไม่ต้องร้อง! เพราะมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเวทนาเธอขึ้นมาหรอกนะ!

                คำพูดห้วนๆไร้ความเมตตาปราณีของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวกัดฟันแน่น ไม่ใช่เพื่อหยุดเสียงร้องแต่เพื่อข่มความเจ็บช้ำน้ำใจเอาไว้ภายใน รู้สึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเองเสียเหลือเกิน สิ่งมีค่าที่เฝ้าหวงแหนและรักษามาตลอดทั้งชีวิตกลับต้องสูญเสียไปเพียงเพราะผู้ชายเลือดเย็นไร้หัวใจคนหนึ่ง

                กฤตยชญ์เองแม้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ช่ำชองลีลาสวาทเสพสุขกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ร่วมหลับนอนกับหญิงสาวพรหมจรรย์เลยสักครั้งซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดหวังความบริสุทธิ์สดใดอะไรกับผู้หญิงรักสนุกพวกนั้นด้วย แต่กับอัญญาดาผู้หญิงคนนี้แตกต่างแม้นออกปากว่าเกลียดชังเธอมากมายแต่กลับชอบเอาตัวเข้ามาพัวพันใกล้ๆเธออยู่เรื่อย หญิงสาวคนนี้ไม่เหมือนกับผู้หญิงคาวโลกีอย่างที่เขาเข้าใจและควรจะเป็น ทั้งที่เธอเองก็แสดงความร้ายกาจให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งแต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดความผิดของเธอที่ทำให้พี่สาวของเขาต้องทุกข์ระทมใจก็ยังต้องถูกชำระอยู่ดีและนี่คือบทเรียนแรกที่หญิงสาวจะได้เรียนรู้มัน...

                ความสุขสมที่ก่อเกิดขึ้นทำให้กฤตยชญ์หลุ่มหลงอยู่กับร่างบางที่บอบช้ำจนอ่อนเพลีย แม้ว่าหญิงสาวจะสลบไสลไปแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังคงสนุกกับการหาความสุขบนเรือนร่างของเธอไม่จบไม่สิ้น บทเพลงรักเร้าร้อนจึงถูกบรรเลงขึ้นไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบเพียงแต่แตกต่างไปจากคราแรกก็คือทุกฉากทุกตอนทุกบันทึกไว้ด้วยสมาร์ทโฟรุ่นใหม่ราคาแพงเป็นไปตามแผนการชั่วร้ายที่ชายหนุ่มวางเอาไว้ตั้งแต่แรก

                แม้ไม่อยากยอมรับกับตัวเองสักเท่าไหร่ว่าร่างแน่งน้อยของคนตัวเล็กนี่จะสร้างความสุขสมให้กับเขาได้มากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ชายหนุ่มก็ต้องจำใจหยุดกิจกรรมรักลงเมื่อเกือบรุ่งสางเนื่องจากติดธุระสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ที่ต่างจังหวัด บทลงโทษอันสุดแสนเร้าร้อนและเนิ่นนานจึงต้องยุติลงเพียงเท่านี้

                กฤตยชญ์ลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้างที่ยับยู่ยี่จากกิจกรรมยามค่ำคืน ก่อนจะเดินไปหยิบมือถือเครื่องโปรดที่วางตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานปลายเตียงซึ่งเป็นมุมดีที่จะสามารถเห็นบทรักอันเร้าร้อนของเขากับอัญญาดาได้อย่างชัดเจน แต่โชคร้ายหน่อยสำหรับหญิงสาวที่เห็นหน้าของเธอเพียงฝ่ายเดียวส่วนตัวเขาเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น ชายหนุ่มยิ้มเลือดเย็นขณะกดดูคลิปวิดีโอก่อนจะกดปิดและเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายที่พึ่งใช้แรงไปตลอดทั้งคืน

                กฤตยชญ์แต่งตัวพร้อมกับฮัมเพลงไปพลางอย่างอารมณ์ดีที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้ ก่อนจะเดินไปแกะเข็มขัดออกจากข้อมือบางแอบหงุดหงิดใจไม่น้อยที่เห็นรอยซ้ำสีเขียวเป็นจ้ำอยู่รอบข้อมือของหญิงสาว แม้จิตใต้สำนึกจะแอบรู้สึกผิดแต่ก็สมควรแล้วกับสิ่งที่เธอควรจะได้รับ... ชายหนุ่มใส่เข็มขัดให้ตัวเองก่อนจะยืนมองร่างบางที่บอบซ้ำไปทั้งตัว มือหนาเอื้อมไปคว้าผ้าห่มมาคลุมกายให้เธออย่างเบามือ

                “ไม่ใช่ว่าฉันจะใจดีกับเธอหรอกนะ แต่เห็นแล้วสำเพช!

                คำพูดหยาบกระด้างถูกปล่อยออกมาใส่คนที่นอนแน่นิ่งไม่รู้เรื่องราว ซึ่งก็คงจะดีกว่าให้เธอตื่นขึ้นมารับรู้มัน ชายหนุ่มยืนมองใบหน้าสวยหวานเนิ่นนานก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันคือโทรศัพท์ของหญิงสาวที่เขาปัดของเธอตกลงบันไดตอนที่เจอกันที่โรงพยาบาลเมื่อคราวก่อน น่าแปลกที่เขาเก็บมันติดมือมาด้วยทั้งที่จริงเขาจะไม่สนใจมันเลยก็ได้ เพียงแต่คิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในภายหลังอย่างน้อยเขาก็ได้รู้เบอร์โทรศัพท์ของเธอแม้ว่าหญิงสาวเองจะใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่ไปแล้วก็ตามแต่ที่แน่ๆจากที่เขาตรวจสอบมาแล้วเธอยังคงใช้เบอร์เดิมอยู่แน่ๆ

                มุมปากกระตุกรอยยิ้มเหยียด พร้อมทั้งหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดของตัวเองออกมา กดพิมพ์ข้อความเพียงไม่นานก็กดส่งออกทันที เพียงชั่วครู่มือถือเครื่องสวยที่คาดว่าเป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ของอัญญาดาก็ส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามาทันทีกฤตยชญ์ยืนมองหญิงสาวอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไปและไม่หันกลับมาอีกมีเพียงข้อความบาดใจที่เขาทิ้งเอาไว้ให้กับเธอเพียงเท่านั้น

                ลีลาเธอนี่เด็ดไม่เบาเลยนะ แล้วฉันจะกลับมาใช้บริการใหม่!’

 

                แสงแดดจ้าในช่วงสายของวันใหม่ ปลุกหญิงสาวที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ให้ขยับตัวตื่นก่อนจะเบ้หน้าเมื่อความปวดร้าวตามร่างกายเริ่มเล่นงาน ดวงตาสวยหนักอึ้งค่อยๆเปิดออกพลางกระพริบถี่ๆก่อนจะนิ่งมองเพดานห้องเนิ่นนานอยู่อย่างนั้น ในหัวเริ่มประมวลภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างเศร้าใจ ปล่อยน้ำตาให้รินไหลโดยไม่คิดที่จะเช็ดออก ความเงียบที่ปกคลุมทำให้รู้ว่าในห้องนี้มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ไร้เงาชายโฉดที่กระทำระยำกับเธอเมื่อคืน

                อัญญาดาค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก แต่ความเจ็บปวดรวดร้าวตามร่างกายทำให้ต้องหยุดนิ่งพร้อมทั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างช่วยไม่ได้ ชั่วครู่หนึ่งหญิงสาวกัดฟัดข่มความเจ็บม้วนผ้าห่มผืนใหญ่พันร่างตัวเองก่อนก่อนจะค่อยๆเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อหวังชำระล้างความสกปรกน่ารังเกียจที่พึ่งได้รับมา

                ร่างบางเปลือยเปล่ายืนนิ่งงันหน้ากระจกบานใหญ่ ใจแทบแตกสลายรับไม่ได้กับสภาพน่าสมเพชของหญิงสาวที่อยู่ในนั้นและนั่นคือตัวของเธอ...น้ำตาไหลรินลงมาอีกอย่างไม่อาจอดกลั้นได้แต่ค่อยพยุงร่างที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเดินไปหาฝักบัวเปิดน้ำแรงๆสาดใส่ตัวเองไม่ได้เพียงแค่หวังให้ชะล้างร่องรอยน่าชังแต่หวังให้ช่วยบดบังน้ำตาแห่งความอ่อนแอ ในเวลานี้เธอไม่อาจฝืนยิ้มหรือปั้นหน้าเป็นสาวแกร่งและมั่นใจอย่างที่ใครๆบอกได้อีก เธออยากขอเวลาให้กับตัวเองหากแม้ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขในสิ่งใดได้แต่อย่างน้อยขอพระเจ้าได้โปรดประทานความเข้มแข็งแก่เธออีกครั้งให้ครั้งนี้เป็นความเจ็บปวดสุดท้ายที่เธอมี...

                สายน้ำที่ควรจะใสสะอาดแต่กลับแปดเปื้อนสีแดงที่มาพร้อมกับกลิ่นคาว อัญญาดาก้มมองหว่างขาของตัวเองซึ่งเป็นที่มาของเลือดแห้งเกอะกังตรอกย้ำตราบาปที่กฤตยชญ์สร้างไว้ให้กับเธอ เสียงสะอื้นที่เหือดหายไปได้เพียงครู่กลับดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งหยาดน้ำตาที่ปะปนกับสายน้ำไหล หญิงสาวปล่อยโฮเสียงดังพลางให้มือขัดถูไปทั่วทั้งตัวอย่างแรงหวังลบรอยอุจาตออกไปให้พ้นตา แต่ยิ่งลบก็ยิ่งเจ็บยิ่งลบก็ยิ่งติดแน่นไปจางหาย

                “กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!

                หญิงสาวดึงทึ่งผมสลวยของตัวเองพร้อมทั้งกรีดร้องเสียงดังระบายความอัดอั้นภายใน ก่อนจะทรุดฮวบนั่งลงกับพื้นห้องน้ำ ปล่อยตัวปล่อยใจร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนท่ามกลางสายน้ำไหลแรงๆแทบบาดเนื้ออยู่แบบนั้นเนิ่นนานแต่ก็ยังไม่อาจทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้

 

                เมื่อจำใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จสิ่งแรกที่คิดได้ก็คือ เธอไม่อาจไปทำงานได้ในสภาพแบบนี้แน่และที่สำคัญเธอใจไม่ด้านพอที่จะกลับไปเหยียบถิ่นของผู้ชายเลือดเย็นนั่น แวปหนึ่งในหัวบอกให้เธอลาออกจากงานแต่นั่นยิ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเธอเพราะนี่คืองานที่เธอรักและใฝ่ฝันมาตลอดหากต้องเสียมันไปก็ขอให้เสียเพราะความสามารถหรืออ่อนประสบการณ์ในเรื่องงานไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแบบนี้เพราะฉะนั้นเธอควรแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวและหวังว่ากฤตยชญ์เองก็คงจะคิดเช่นนั้นถ้าเขายังเป็นลูกผู้ชายมากพอ...

                คิดได้ดังนั้นก็เดินตรงไปคว้าโทรศัพท์เครื่องสวยที่พึ่งซื้อมาแทนเครื่องเก่าที่พังไป แต่ข้อความเข้าจากเบอร์แปลกทำให้เธอชะงักก่อนจะตัดสินใจเปิดอ่าน มือบางกำแน่นกับข้อความทุเรศนั่น ก่อนที่โทรศัพท์จะส่งเสียงร้องเตือนว่ามีข้อความใหม่เข้ามาอีก

                ติ๊ด ติ๊ด...

                ไม่รอช้าอัญญาดากดเปิดดูข้อความทันทีนึกเอะใจไม่น้อยที่ในคราวนี้เป็นข้อความวิดีโอ ด้วยรางสังหรณ์บางอย่างทำให้หญิงสาวใจสั่นอย่างบอกไม่ถูกก่อนจะตัดสินใจเปิดดูวิดีโอที่กฤตยชญ์ส่งมาอย่างภาวนาขออย่าให้เป็นเรื่องไม่ดีอีกเลยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรหวังอะไรกับผู้ชายคนนี้อีกแล้วก็ตาม ทันทีที่กดเปิดวิดีโอร่างบางแทบทรุดลงกับพื้นขาทั้งสองข้างเหมือนไร้เรี่ยวแรงเอาเสียดื้อๆ เธอไม่คิดเลยว่าความระยำต่ำช้าที่กฤตยชญ์ทำกับเธอจะยังถูกเขาบันทึกเอาไว้ด้วย หมดสิ้นแล้วศักด์ศรีและความภาคภูมิใจที่เธอเฝ้ารักษา เขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร!? นี่เป็นคำถามที่นึกอยากจะถามเขาเหลือเกิน เขาไม่รู้สึกผิดกับเธอบ้างเลยหรือ?

 

                ความเจ็บช้ำบวกกับความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้หญิงสาวร้องไห้อย่างหนักจนเผลอหลับไป เป็นแบบนี้อยู่ตลอดสองวันและในเวลานี้ความอ่อนเพลียเมื่อยล้าเริ่มเข้าเกาะกุมทำให้ตัวร้อนและมีไข้ขึ้นสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำได้แค่เพียงนอนซมอยู่บนเตียงภายใต้ผ้านวมผืนหนา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายของเธออบอุ่นขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าเธอต้องตายก็คงตายอย่างเดียวดายโดยที่ไม่มีใครรับรู้ เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากทุกสิ่งเธอปิดมือถือและไม่เปิดรับข่าวสารใดๆและไม่คิดที่จะโทรหาใครด้วยเหตุผลเดียวคือ ไม่อยากให้ใครต้องมาเห็นสภาพอันน่าสมเพชของเธอในตอนนี้...

                อัญญาดาครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่บนเตียงกว้างภายในห้องอันมืดมิด แต่ความเคลื่อนไหวบางอย่างทำให้เธอรับรู้ถึงการมาของใครสักคน ได้แต่ภาวนาในใจขออย่าให้เขาคนนั้นเข้ามาเจอเธอในสภาพนี้เลยเพราะแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกหนีไปหลบซ้อนตัวในตอนนี้เธอก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว ใครกันที่อุกอาจเข้ามาในห้องของเธอในเวลานี้แล้วเข้ามาได้อย่างไร?

                ความสงสัยพลันหายไปเมื่อได้ยินเสียงหวานร้องเรียกอยู่ไม่ไกล ความรู้สึกอุ่นใจปรากฏขึ้นให้คลายความหวาดกลัว อยากจะขานรับเหลือเกินแต่เสียงพูดก็แทบจะไม่มี ดวงตาก็หนักอึ้งราวกับมีอะไรมากดทับไว้ ในใจแอบกังวลไม่น้อยเมื่อคิดได้ว่าจะพูดแก้ตัวกับเพื่อนสาวอย่างไร เพื่อให้อริสราสบายใจที่สุด...

                อัญญาดารับรู้ถึงเสียงเปิดประตูห้องนอนของเธอพร้อมกับไฟที่สว่างขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวานๆของเพื่อนสาวที่ร้อวเรียกชื่อของเธออย่างตกใจพลางเข้ามาเขย่าตัวเธอแต่ความเหนื่อยล้าทำให้ยากยิ่งที่จะตอบรับและเปิดดวงตาขึ้นมาในเวลานี้

                “อัญ!!...ได้ยินริษาไหม อัญตื่นสิ”อริสราร้องเรียกเพื่อนพลางอังมือไว้ที่หน้าฝากและก็พบว่าเพื่อนรักตัวร้อนจี๋

                “อัญตัวร้อนมากเลยค่ะ...ทำยังไงดีคะคุณภู?”

                “พาไปโรงพยาบาลไหม”

                “ก็ดีเหมือนกันนะคะ”

                เสียงสองสามีภรรยาหมาดปรึกษากันทำให้อัญญาดาที่นอนฟังอยู่รู้สึกหวั่นใจขึ้นมา เธอไม่อยากไปโรงพยาบาลเพราะนั่นจะยิ่งทำให้เธอยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองอีกอย่างอริสราคงเป็นห่วงเธอมากขึ้นไปอีกแน่ๆ

                “...ไม่ไป” เสียงแผ่วเบาขาดห้วงจากคนไข้ที่นอนซมอยู่พูดแทรกขึ้นทำให้ผู้มาเยือนทั้งสองต้องรีบหันไปมอง

                “อัญตื่นแล้วเหรอ...” อริสราถามเพื่อนด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนสาวรู้สึกตัว

                “ริษามาได้ยังไง...ไปฮันนิมูนไม่ใช่เหรอ” อัญญาดาถามออกไปอย่างสงสัยถึงการมาของเพื่อนสาวที่ตอนนี้น่าจะอยู่ในช่วงของการฮันนิมูนพักผ่อน

                “พี่เก๋โทรไปหาริษา บอกว่าอัญหายหน้าไปไม่ไปทำงานด้วย ริษาเป็นห่วงก็เลยรีบมาหา”

                “โธ่!! ริษา...ไม่เห็นต้องลำบากเลย อัญไม่ได้เป็นอะไรมาก” อัญญาดาตอบเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิดอริสรามักให้ความสำคัญกับเธอก่อนเสมอตั้งแต่ไหนแต่ไรมา

                “ไม่เป็นอะไรมากอะไรกัน...อัญต้องไปโรงพยาบาลนะ อัญไข้ขึ้นสูงมากเลยนะรู้ไหม”

                “อัญไม่ไปริษา อัญขอร้องอย่าพาอัญไปเลยนะ” อัญญาดาเอ่ยขอร้องพลางเอื้อมมือมาเขย่ามือของอริสราเหมือนเด็กน้อยอ้อนแม่ไม่อยากไปหาหมอแต่ลึกๆแล้วหญิงสาวเองก็มีเหตุผลในใจเหมือนกัน

                “นี่ข้อมืออัญเป็นอะไร ทำไมถึงมีรอยช้ำน่ากลัวแบบนี้” อริสราเอ่ยถามออกไปอย่างตกใจเมื่อเห็นรอยช้ำห้อเลือดที่อยู่รอบๆข้อมือของเพื่อนสาว

                “เอ่อ...เปล่านิ รอยนาฬิกาน่ะ” อัญญาดาปฏิเสธรีบดึงมือกลับไปใต้ผ้าห่มตามเดิม พลางหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบสายตาคาดคั้นของเพื่อนสาวที่มองมาอย่างมีคำถาม

                อริสรามองดูท่าทางลุกลี้ลุกล้นของเพื่อนอย่างแปลกใจก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกระชากผ้าห่มออกโดยที่อัญญาดาไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ภาพของเพื่อนสาวตรงหน้าทำให้เธอถึงกับตกตะลึง รอยฟกช้ำเป็นจ้ำๆตั้งแต่เนินอกที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อซับในตัวบางที่เพื่อนสาวสวมใส่รวมไปถึงรำคอระหง แขนขาวเนียนทั้งสองข้าง และที่สำคัญข้อมือทั้งสองข้างก็มีรอยช้ำห้อเลือดรอบๆไม่ต่างกัน หญิงสาวจับแขนของเพื่อนขึ้นมาทั้งสองข้างพลางเอ่ยถาม รู้สึกปวดใจไม่น้อยที่เห็นสภาพแบบนี้ของเพื่อนรัก

                “อัญใส่นาฬิกาข้อมือทั้งสองข้างเลยเหรอ...ทำไมต้องโกหก...อัญเป็นอะไรใครทำแบบนี้กับอัญ ...บอกริษาซิ เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรออัญ ฮือ ฮือ...” อริสราปล่อยโฮออกมาด้วยความสงสารเพื่อนจับใจโดยมีอัญญาดาร่วมด้วยช่วยกันหลั่งน้ำตาออกมาราวกับเขื่อนแตก จนภูบดินทร์ต้องเข้าไปจับไหล่บางของภรรยาที่กำลังสั่นไหวจนตัวโยนเอาไว้อย่างปลอบประโลม

                “อัญขอโทษริษา...อัญขอโทษ ...ฮือ ฮือ...”อัญญาดากล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนอย่างรู้สึกผิดที่ไม่สามารถบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เพื่อนรักได้รับรู้ “อัญยังไม่พร้อมริษา...แต่อัญสัญญาว่าจะเล่าให้ริษาฟังแน่นอน ริษาอย่าคาดคั้นอัญเลยนะ ฮือ ฮือ...”

                “โธ่!! อัญ...ถึงริษาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอัญ...แต่ริษาจะไม่ยกโทษให้คนที่ทำกับอัญแบบนี้แน่ ฮือ ฮือ...”

                “อัญก็จะไม่มีวันยกโทษให้เขาง่ายๆเหมือนกัน ฮือ ฮือ...” อัญญาดากล่าวอย่างมาดมั่นพลางนึกถึงใบหน้าของผู้ชายที่ทำระยำกับเธอ...เธอจะไม่มีวันยกโทษให้กับเขาเด็ดขาด!! เขาจะต้องเจ็บมากกว่าที่เธอเจ็บร้อยเท่าพันเท่า!!! ขอเวลาให้เธออีกสักหน่อยแล้วเธอจะกลับไปเข้มแข็งอย่างเดิมแน่นอน ความเลวร้ายที่กฤตยชญ์ทำกับเธอในวันนี้ เธอจะทำให้เขาเจ็บปวดและเสียใจอย่างที่สุดที่ตัดสินเธอด้วยอารมณ์แค้นแบบนี้!!

                ผู้ชายอย่างเขา ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา!!...

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น