HolinPe

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 15 : มะลิที่นิสัยไม่ดี ( 100% )

ชื่อตอน : Chapter 15 : มะลิที่นิสัยไม่ดี ( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15 : มะลิที่นิสัยไม่ดี ( 100% )
แบบอักษร

Chapter 15

มะลิที่นิสัยไม่ดี

          “ขี้โกงจัง”

          มะลิว่าพลางจ้องหน้าเจ้าของตักที่พึ่งจะอ้อนกันจนพลันทำให้หัวใจเธอสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ นัยน์ตาคู่คมเป็นประกายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวเคลื่อนปลายจมูกเข้าไปใกล้ แกล้งสูดฟุตฟิด ก่อนจะผละออกมาบอกเสียงใส

          “พี่ปุ่นเมา”

          “ไม่เมา”

          ร่างสูงตอบ สติเขาเต็มร้อยดีเพราะดื่มไปแค่สองแก้ว มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองแก้มนุ่ม เกลี่ยปลายนิ้วกับความเนียนละเอียดแล้วคลี่ยิ้มบาง

          “ขอจูบแค่นี้ ให้พี่ไม่ได้เหรอ”

          คนถูกขอเม้มปาก แก้มที่แดงอยู่แล้วขึ้นสีเข้มกว่าเดิม ดวงตากลมวาวมองสบกับแววตาเว้าวอนของผู้ชายขี้อ้อน จื่อปากหน่อยๆแล้วค่อยเอ่ยตอบ

          “ก็ได้”

          “เด็กดี”

          “หลับตาเลย”

          “ครับๆ”

          ปุ่นหลับตาลงตามที่อีกฝ่ายขอ มุมปากได้รูปกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงบ่นงึมงำจากเด็กน้อยตัวหอมบนตัก หัวใจที่เฉยชากับทุกสิ่งเต้นแรงแปลกๆในยามที่ลมหายใจอุ่นๆเคลื่อนเข้ามาใกล้

          “อย่าอ้อนเราบ่อย”

          สิ้นเสียงหวานๆ ริมฝีปากอิ่มก็ทาบเข้ากับอวัยวะเดียวกันของเขา ปุ่นเผลอลืมตาขึ้นเพราะถูกความรู้สึกประหลาดจู่โจม ในขณะที่เจ้าของกลีบปากละมุนหลับตาพริ้มแทนตัวเขา ลิ้นเล็กที่ไม่ว่าจะผ่านไปยังไงก็ไม่ประสาสักทีพยายามจะแทรกเข้าไปในโพรงปาก และก็เป็นตัวเขาเองที่ยอมให้อีกฝ่ายรุกล้ำอย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็น่าแปลกตรงที่ว่าจูบเงอะงะของลิลิทำคนประสบการณ์ช่ำชองอย่างเขาพึงพอใจจนถึงกับครางต่ำในลำคอ

          ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวคอดของคนตัวเล็ก เขาเกือบจะจับอีกคนกดลงบนโซฟาและขึ้นคร่อมแล้ว หากไม่ได้ยินเสียงกระแอมไอของไอ้เฟรมซะก่อน

          “อะแฮ่ม!”

          ลิลิถอนจูบออกและปีนลงจากตักเขาไปยืนทำหน้าตื่นอยู่ห่างๆอย่างไว ปุ่นตระหวัดสายตาคมดุไปทางเพื่อนช่างขัด ไอ้เฟรมหัวเราะแหะๆพลางคว้าแก้วเหล้าที่น้ำแข็งละลายจนแทบจะกลายเป็นน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มแก้เก้อ

          “เกมส์จบแล้ว”

          มันว่า ในขณะที่คนโดนเพื่อนขัดจังหวะดุนลิ้นกับกระพุงแก้ม ก่อนจะยืดปลายเท้าไปกระทุ้งหลังเพื่อนหนักๆทีหนึ่งเป็นการกระบายอารมณ์

          “ถีบกูเพื่อ?”

          “มึงแม่ง!”

          “เตือนสติมึงไงเพื่อน”

          “พ่อมึงเหอะ”

          “หยาบคาย”

          เฟรมว่าพลางหันไปส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้มะลิที่ยืนหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก เป็นอย่างที่ไอ้คิงว่าจริงๆนั่นแหละว่าเด็กคนนี้น่ะไม่ธรรมดา พิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นที่ไอ้ปุ่นมันควงเล่นๆเยอะเลย

          “ลิครับ คืนนี้พี่ขอนอนที่นี้ได้ไหม”

          “เหมือนมึงลืมว่ากูเป็นเจ้าของห้อง”

          ปุ่นขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นจัดทันที ไอ้เพื่อนเวรนี่วอนโดนกระทืบซะแล้ว

          “ขอเมียมึงก็เหมือนขอมึง กูพูดถูกหรือเปล่า”

          มะลิกัดปากตัวเอง บีบมือจนห้อเลือด เพราะกลัวว่าคำตอบของพี่ปุ่นจะทำร้ายหัวใจเธอให้เจ็บซ้ำอีก แต่ก็ต้องอ้าปากเหวอหลังจากที่ได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม

          “อืม แต่ถ้าไม่จำเป็นก็อย่ายุ่งกับเมียกู”

          “ไม่ชอบ?”

          “เออ”

          “หึง?”

          “สัด! เซ้าซี้หาพ่อ”

          “หึ หึ กูรู้คำตอบมึงแล้วว่ะเพื่อน”

          ปุ่นหัวเสียไม่น้อยกับสายตารู้ทันของเพื่อนสนิท เขาง้างปลายเท้าจะถีบมันอีกรอบ แต่ไอ้เฟรมก็ไวคลานหนีไปหลบอยู่ด้านหลังไอ้ยูที่เมาหลับสนิท เขาจิปากใส่ ชี้หน้าคาดโทษไว้ ก่อนจะลุกมาวอแวกับเด็กที่ยืนเขินอยู่ต่อ

          “หน้าแดง ไข้กลับหรือเปล่า”

          “อย่าแกล้งเรา”

          “ตัวไม่ร้อนนิ”

          มือหนาทาบลงบนหน้าผากเกลี้ยงของคนที่ส่งสายตามองค้อนให้ หัวเราะน้อยๆเมื่อลิลิปัดมือเขาออกพร้อมกับคว่ำปากใส่ จนเขาอดใจยื่นมือไปบีบปากบางๆนั้นไม่ไหว

          “ง่วงหรือยัง”

          คนถูกถามพยักหน้างอนๆ จะว่าไปเธอก็เริ่มง่วงแล้วจริงๆนั่นแหละ

          “ไปนอนกัน”

          ปุ่นว่าแล้วรวบเอาร่างบางๆมาช้อนอุ้มไว้แนบอก ลิลิดูงอแงที่ถูกเขาอุ้มแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือบอกให้เขาปล่อย มีเพียงกลีบปากจิ้มลิ้มเท่านั้นที่บึนใส่กัน

          “เดี๋ยวกูให้ไฟเอาผ้าห่มกับหมอนมาให้”

          ร่างสูงหันไปบอกเพื่อนที่ยังนั่งทำหน้าล้อเลียนไม่เลิก กวนประสาทจนอยากโดดถีบสักยก ถ้าไม่ติดว่าอ้อมแขนมีเจ้าของความน่ารักรั้งเอาไว้

          “ฝันดีมึง”

          “ฝันดีไอ้เหี้ย”

          “ฝันดีครับน้องลิ”

          พอบอกฝันดีเพื่อนเสร็จ เฟรมก็บอกฝันดีกับคนตัวเล็กที่กำลังถูกเพื่อนของเขาโอบอุ้ม หวงยิ่งกว่าน้องมันเป็นไข่จงอางอย่างไรอย่างนั้น มะลิยิ้มตอบเขาพลางยกมือน้อยๆขึ้นมาโบก น้ำเสียงหวานใสที่ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าหลงเอ่ยบอกกลับมา

          “ฝันดีค่ะพี่เฟรม”

          เฟรมยกมือขึ้นกุมหน้าอก ทำตาระยิบระยับ ก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสายตาที่พร้อมจะพุ่งมาฆ่าตัวเองของเพื่อนสนิท

          “น้องลิของกูไม่สบาย อย่าได้ทำอะไรชั่วร้ายเชียวนะมึง”

          ปุ่นมองอาฆาตเพื่อน เพราะรู้ว่าการต่อปากต่อคำกับไอ้เฟรมเป็นเรื่องที่ไร้สาระเขาเลยไม่ได้ตอบโต้อะไร เดินอุ้มเด็กน้อยเข้าไปในห้องนอนและวางเจ้าตัวลงนั่งบนเตียง

          “พี่ปุ่น เราอยากอาบน้ำ”

          “ไม่ได้ เดี๋ยวเช็ดตัวให้”

          “แต่ตัวเราเหนียว”

          ไม่ว่าเปล่า แต่มือบางคว้าฝ่ามือของเขาดึงให้จับไปตามแขนขาวๆที่ดูเหมือนจะชื้นเหงื่อชวนให้ไม่สบายตัวอย่างที่บอก เขามองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจว่าควรให้อาบหรือแค่เช็ดตัวดี ทว่าลิลิก็กดดันเขาด้วยน้ำเสียงอ้อนๆราวกับรู้จุดอ่อน

          “นะ เราอยากอาบ”

          “ไม่กลัวไข้กลับหรือไง”

          มะลิส่ายหน้าจนเส้นผมปลิว ช้อนนัยน์ตาออดอ้อนขึ้น

          “ถ้าไข้กลับ เรายอมให้พี่ตีเราเลย”

          “ดื้อ”

          คนตัวโตว่า ทว่าก็ยอมอุ้มร่างบางไปที่ห้องน้ำตามความต้องการของเจ้าตัว เขาวางเธอลง ทาบฝ่ามือกับหน้าผากเพื่อดูอาการอีกครั้ง ก่อนจะอนุญาตให้อาบน้ำเป็นคำพูด

          “อย่าอาบนานเข้าใจไหม”

          “เข้าใจค่ะ”

          Rrrrr

          ปุ่นยิ้ม ยังไม่ทันจะพูดอะไรหรือเดินออกไปเสียงมือถือก็ดังขึ้น เขาล้วงมันจากกระเป๋ากางเกง มองดูชื่อของคนที่โทรเข้ามา นิ่งงันไปเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

          “พี่ปุ่น”

          สายตาเรียบเฉยละจากหน้าจอโทรศัพท์ไปจ้องหน้าสวยๆที่ดูหมองลงไม่น้อย ดูเหมือนลิลิจะรู้ว่าใครที่โทรมาหาถึงได้ทำหน้าหงอยแบบนี้

          “อยากให้รับหรือเปล่า”

          เขาเอ่ยถามพร้อมกับคาดหวังในคำตอบ ลิลิหลุบตาลง บีบมือบางเข้าหากันแน่นจนเขาต้องวางโทรศัพท์ลงตรงเคาน์เตอร์บาร์ และฉวยมือเล็กขึ้นมาแกะออกจากกันและประสานฝ่ามือของเขาเข้าไปแทน

          “ว่าไงหื้ม? อยากให้พี่รับสายแอนไหม”

          “เราไม่มีสิทธิ์”

          น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบเอ่ยบอก ปุ่นคลี่ยิ้ม

          “แล้วถ้าพี่ให้สิทธิ์นั้นล่ะ”

          มะลิเงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำสนิทที่เธอไม่เคยอ่านมันออกสักครั้ง ทว่าคราวนี้กลับมีประกายบางอย่างให้เธอรู้สึกได้

          “เลือกสิ พี่ให้เธอเลือก”

          “พี่นิสัยไม่ดีอีกแล้ว”

          “หื้ม?”

          “แต่เราคงนิสัยไม่ดีกว่า”

          ร่างบางพูดประโยคนั้นจบก็ถลาเข้าไปกอดคนตัวสูงทันที แขนเรียวกอดกระชับอีกคนแน่นด้วยความหวงแหน ถ้าครั้งนี้เธอจะทำตัวไม่น่ารักสักครั้ง หวังว่าสวรรค์จะไม่ถือสาและโชคชะตาจะไม่โกรธเคืองคนนิสัยแย่อย่างเธอ

          “อย่ารับสายเธอนะ”

          คนฟังระบายยิ้มกว้าง เป็นครั้งแรกที่ปุ่นรู้สึกว่าคำขอร้องของใครบางคนน่าฟังจนไม่อาจปฏิเสธได้ แขนแกร่งเลื่อนขึ้นไปกอดตอบเด็กน้อยพร้อมกับกระชับให้มันแน่นกว่าเดิม ริมฝีปากอุ่นแกมร้อนจรดลงบนกระหม่อมบางพลางเอ่ยกระซิบตอบ

          “ครับ ไม่รับแน่นอน”

50%

.

          .

          “ไม่รับจริงอ่ะ”

          เจ้าของดวงตากลมสวยที่กำลังนอนคว่ำหน้าเท้าคางเอ่ยถามเสียงใส ปุ่นเหลือบไปมองมือถือที่ยังคงส่งเสียงดังบ่งบอกให้รู้ถึงการไม่ยอมแพ้ของคนโทรมาชั่วครู่ ก่อนจะดึงสายตามามองสบกับคนที่รอคอยคำตอบอยู่

          “ไม่รับ”

          เขายืนยันคำตอบอีกครั้งแล้วตบมือลงบนหน้าขาเป็นเชิงบอกให้คนที่นอนอยู่ขยับมาตรงนี้ ลิลิจื่อปากด้วยท่าทางที่ดูน่ารักของเจ้าตัว จากนั้นก็ลุกขึ้นมาพาร่างหอมๆนั่งเกยลงบนตักแกร่ง ปุ่นเลยวาดท่อนแขนไปโอบเอวคอดเอาไว้พร้อมกับเอนหลังพิงหัวเตียง

          “ไหงทำหน้างั้น?”

          ร่างสูงเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนบนตักมุ่นคิ้ว สีหน้ายุ่งเหยิงพิลึก

          “คนนั้นโทรย้ำมา เราว่าเธออาจมีธุระก็ได้”

          “อยากให้รับ?”

          มะลิพองแก้มใส่คนถาม เธอพึ่งขอร้องเขาไม่ให้รับสายไปหยกๆ ทำไมพี่ปุ่นต้องถามอะไรที่ไม่อยากตอบด้วยก็ไม่รู้ แค่คิดว่าฝ่ายนั้นอาจมีธุระสำคัญถึงได้กระหน่ำโทรมาเท่านั้นเอง

          “ว่าไง”

          “นิสัยไม่ดี กดดันเรา”

          “ไม่ตอบ พี่รับนะ”

          “หงึ”

          พอเห็นหน้างอๆ ปากง้ำๆน่าบีบให้แตกคามือของลิลิแล้ว ปุ่นก็แกล้งอีกฝ่ายด้วยการเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างเตียงมา ทำท่าจะกดรับ แต่ก็ต้องชะงักค้างเมื่อร่างนุ่มนิ่มเอียงแก้มซบลงบนอกกว้าง

          “ห้าม”

          เสียงหวานๆเอ่ยบอกพลางช้อนตาอ้อน ใบหน้าน่ารักที่ถ้าเผลอมองทีไรเป็นต้องใจอ่อนถูอกคนตัวโตเบาๆ

          “ถ้ารับ เราจะงอนพี่”

          “ขู่กันงี้ แย่ว่ะ”

          “แล้วกลัวเราไหมล่ะ”

          “ตัวเท่าลูกหมา มีไรต้องกลัว”

          “พี่ปุ่น! เราโตแล้ว!”

          เด็กน้อยที่ถูกหาว่าตัวเท่าลูกหมาดีดตัวลุกพรวดขึ้นไปเบะปากงอแง คนขี้แกล้งยกยิ้มมุมปาก อยากฟัดลิลิจะแย่ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเด็กยังไม่หายป่วย สิ่งที่ทำได้จึงเป็นเพียงการหาเศษหาเลยเล็กๆน้อยๆจากร่างน่าขย้ำนี้

          “เอามือออกจากก้นเรา!”

          “นุ่มดี”

          ปุ่นว่ายิ้มๆ ลิลิตอนโมโหและทำอะไรเขาไม่ได้เป็นอะไรที่น่ามองดีแท้

          “เลิกวุ่นวายกับเราแล้วรับโทรศัพท์เลย!”

          “ไม่รับครับ”

          “คนหน้ามึน!”

          “ปิดเครื่องดีกว่า เดี๋ยวเมียงอน”

          ร่างสูงแกล้งไม่เลิก นัยน์ตาคมเป็นประกายเมื่อเห็นท่าทางค้อนขวับของคนบนตัก

          “เราไม่ใช่เมียพี่!”

          “ใช่”

          “พี่อย่ามาเนียน เราจำข้อตกลงได้”

          “แล้วไง”

          “พี่ปุ่น!”

          “ก็อยากให้เป็นเมีย ไม่ได้?”

          มะลิปีนลงจากตัก เธอไม่อยากคุยกับพี่ปุ่นแล้ว

          “ไปไหน?”

          “ฮื่ออออ”

          ร่างหอมๆที่ทั้งบอบบางและนุ่มนิ่มถูกมือหนาตามมารวบเข้าไปกอดรัดอีกคราพร้อมกับริมฝีปากร้อนผ่าวที่จูบซับไปทั่วกรอบหน้าสวย ไรหนวดเล็กๆที่กำลังขึ้นเป็นตอถูไปกับผิวขาวเนียนจนขึ้นริ้วแดง

          “พี่ปุ่น อ๊ะ พอ...ฮ่า ฮ่า เราจั๊กจี้”

          เสียงห้ามที่ดังสลับกับเสียงหัวเราะใสๆของลิลิดังแข่งกับเสียงเรียกเข้าของมือถืออยู่นาน พาลทำให้ปุ่นนึกรำคาญไม่น้อย ร่างสูงหยุดรังแกคนตัวเล็กให้ได้พักหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้ตั้งแต่ลากลิลิมาฟัดขึ้นมา หน้าจอยังคงโชว์ชื่อของแอนอยู่ ทว่าปุ่นก็เลือกที่จะกดปิดเครื่องราวกับไม่ต้องคิดอะไร

          มะลิจ้องหน้าหล่อๆนิ่ง แววตาของพี่ปุ่นไร้คลื่นยากที่จะอ่านออก เธอรอจนเขาละสายตาจากมือถือขึ้นมา

          มือบางเคลื่อนไปประคองแก้มสาก ก่อนจะจิ้มนิ้วชี้ข้างหนึ่งลงบนไรหนวดที่สร้างรอยริ้วแดงบนผิวของตัวเอง

          จึก จึก

          “หนวดคันๆนี่ ให้เราโกนให้ไหม”

          “เอาสิ”

          ไร้ซึ่งความลังเลในน้ำเสียง พูดจบปุ่นก็จัดการอุ้มเด็กน้อยใจกล้าที่อาสาจะดูแลกันด้วยท่าทางไม่ต่างจากพ่ออุ้มลูก เขาวางอีกคนลงบนเคาน์เตอร์บาร์ หยิบมีดโกนและโฟมส่งให้ ก่อนจะเท้าแขนลงกักร่างน้อยเอาไว้ ไม่วายที่จะหอมแก้มนุ่มไปทีหนึ่งพร้อมกับเคลื่อนริมฝีปากไปกระซิบข้างใบหู

          “ทำตัวให้น่าหลงน้อยลงหน่อยลิลิ”

          .

          .

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

          “ใครเอาเหล้าให้ลิลิกิน”

          โทนเสียงกระด้างเอ่ยถามแก็งค์สามกะสัตว์ที่นั่งรวมหัวกันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ สำหรับปุ่นแล้วมันเป็นอะไรที่โคตรจะหัวเสียเลย ไม่คิดเลยว่าเจียดตัวจากวงเหล้าไปรับโทรศัพท์สำคัญเรื่องงานไม่ถึงสี่สิบนาที บรรดาไอ้เพื่อนตัวดีทั้งหลายก็มอมเหล้าคนตัวเล็กของเขาซะแล้ว

          “พี่ปุ่นอย่าเสียงดังซี่ คิกๆ”

          เด็กน้อยคออ่อนบอกเสียงอ้อแอ้ ก่อนจะพาร่างเซๆของเจ้าตัวลุกขึ้นมา แขนเรียวเกี่ยวเข้ากับต้นคอแกร่งได้อย่างเหมาะเจาะ แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือดทำให้ลิลิโอนเอนไปมา ปุ่นเลยต้องโอบพยุงเจ้าตัวเอาไว้พลางถลึงตาดุใส่คนเมาไม่รู้เรื่องที่กำลังยิ้มหวานจนตาเยิ้มใส่เขา

          “อยู่นิ่งๆ”

          ร่างสูงเอ็ด เด็กนิสัยไม่ดีเผลอแปบเดียวริอาจกินเหล้า น่าตีจริงเชียว พอเมาแล้วมือไม้ก็อยู่ไม่สุก เดี๋ยวลูบหลังคอ เดี๋ยวขยุ้มผม ไหนจะเบียดเนื้อนิ่มๆที่มีกลิ่นหอมๆยั่วน้ำลายเข้าหากันอีก คิดว่าผู้ชายที่ไม่ใช่เทวดาอย่างเขาจะทนได้หรือไง

          “ลิลิ”

          ปุ่นกัดฟันกรอด เมื่อลิลิซุกไซ้ปลายจมูกกับซอกคอตัวเอง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวกายของเขาเสียจนเริ่มรู้สึกว่าร่างกายร้อนตามการยั่วเย้าที่ไม่ตั้งใจของเจ้าตัว

          “ลูกกูแม่งโคตรน่ารัก”

          น้ำเสียงยานคางของคิงดังขึ้นมา ปุ่นตระหวัดสายตาโหดๆไปให้ ทว่านอกจากมันจะไม่กลัวแล้วยังหัวเราะหน้าตาเฉย ส่วนคิงกับเฟรมที่อยู่ในอาการกรึ่มๆไม่แพ้กันก็มองหน้าเขาแล้วยิ้มอ้อนตีน

          “ไอ้พวกเวร”

          เขาด่าเพื่อน หากแต่เด็กในอ้อมแขนกลับเถียงแทน

          “ไม่เวร อึก พูดไม่น่ารัก เดี๋ยวเราตีเลย”

          ไม่พูดเปล่าเจ้าตัวเอามือขาวๆที่แรงเบาเท่ามดตบแปะที่แก้มสากด้วย ครั้นจะโกรธปุ่นก็โกรธไม่สุด เพราะเจ้าตัวน่าเอ็นดูน้อยซะที่ไหนต่อให้เมาเป็นเมรีก็ตามเถอะ

          “เมาแบบนี้ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปกินแล้วมั้งชาบู”

          เอ่ยขู่เด็กขี้เมา ก่อนจะหลุดยิ้มเมื่อคนโดนขู่หน้านิ่วคิ้วขมวด

          “ชาบูของเรา”

          “หนูเมาก็อดครับ ทำตัวไม่ดี”

          “เราไม่เมา”

          “เถียงอีก ตีสักทีดีไหม”

          “ไม่ตี ฮึก เจ็บก้น”

          “เด็กบ้าเอ้ย!”

          ปุ่นเกือบหลุดขำพรืด ดูท่าแล้วลิลิจะจำขึ้นใจแล้วแหละว่าเขาชอบตีก้นเจ้าตัวเวลามีเซ็กส์แค่ไหน เขาไม่ใช่คนซาดิสต์อะไร แต่เวลาเมคเลิฟกับลิลิทีไรอีกฝ่ายน่ารักน่าขย้ำจนเขาอดใจหมั่นเขี้ยวไม่ไหวทุกที

          “เชี้ยปุ่นมึงตีก้นลูกกู!”

          “เสือกไอ้สัด!”

          ไม่รอให้ไอ้คิงพล่ามอะไรไปมากกว่านี้ ปุ่นรีบช้อนสะโพกคนเมาขึ้น ลิลิกอดคอเขาแน่นพลางบ่นแง้วๆอยู่ข้างหูด้วยประโยคที่ทำเอาหัวใจของเขาเริ่มไม่สงบ

          “พี่ปุ่นพูดไม่เพราะ”

          “เจ้าคนไม่น่ารัก”

          คนโดนว่าอมยิ้ม ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

          “ด่าเก่ง”

          “เราเป็นเมียพี่ คุณไฟบอกด่าได้”

          ปุ่นถึงกับสบถด่าลูกน้องคนสนิทในใจ ไอ้ห่านี่สอนอะไรเด็กน้อยของเขาแต่ละอย่าง โคตรอยากจะหักเงินเดือนมันฉิบหาย

          “พี่นิสัยไม่ดี”

          “หื้ม?”

          แม้ว่าจะเดินเข้ามาในห้องนอนแล้วปุ่นก็ยังไม่ยอมวางร่างบางลงอยู่ดี เขาสบตากับเจ้าของใบหน้าแดงระเรื่อ ลิลิโน้มใบหน้าลงมา มือบางที่กำลังค้ำยันบ่ากว้างเปลี่ยนเป็นขยุ้มเสื้อ ริมฝีปากสีสดเบะออกจากกันเล็กน้อย

          “คนนิสัยไม่ดี”

          “...”

          “พี่ทำให้เราเคยตัว ทำให้เราคุ้นชินกับการมีพี่อยู่ใกล้ๆ”

          อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าเจ้าตัวถึงได้เผลอพูดความรู้สึกบางอย่างที่แอบซ่อนไว้ออกมา ปุ่นจ้องนัยน์ตาปรือฉ่ำของคนที่ตัวเองอุ้มยกอยู่ เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าการมีลิลิอยู่ข้างๆมันเป็นความรู้สึกวิเศษขนาดไหน

          “แต่มัน ฮึก...”

          ฝ่ามือเล็กละจากบ่าของเขามาทุบลงตรงด้านซ้ายพร้อมกับสะอื้นแผ่ว เป็นภาพที่ทำกำแพงหัวใจของปุ่นแตกร้าวมากขึ้น

          “ใจร้ายกับตรงนี้ของเรามากๆเลย”

          “เมาใหญ่แล้ว”

          คนตัวโตว่า ถอนหายใจและพยายามจะวางอีกคนลง แต่เด็กน้อยที่สติถูกครอบงำด้วยแอลกอฮอล์ก็กอดคอเขาหมับพลางซุกหน้าลงบนบ่าพร้อมกับสัมผัสอุ่นชื้นที่แทรกซึมผ่านเสื้อเข้ามา

          “พี่ปุ่น ฮึก”

          ร่างกายของคนพูดสั่นเทาไม่ต่างจากน้ำเสียงเครือสะอื้น เมื่อเป็นแบบนั้นจากที่ตั้งใจจะวางเจ้าตัวลง ปุ่นจำต้องอุ้มลิลิไว้อย่างนั้น มือหนาลูบแผ่นหลังของเด็กที่เมาแล้วงอแงเบาๆ

          “เราไม่ชอบข้อตกลง ฮึก ไม่ชอบ”

          “...”

          “ไม่ชอบคุณแอน ไม่ชอบที่พี่ให้เรานอนคนเดียว ฮึก ไม่ชอบที่พี่ห้ามให้เรารู้สึก ฮึก กับพี่”

          “ชู่วววว ไม่เอาน่า”

          “เรา...”

          “พอแล้วครับ ชู่ววว นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”

          คุยกันตอนนี้เจ้าตัวก็คงไม่รู้เรื่อง ปุ่นเลยคิดว่ารอให้สติเต็มร้อยค่อยคุยดีกว่า เวลานั้นถ้าลิลิอยากถาม อยากคุย หรือต้องการอะไร เขาจะเปิดใจคุยให้หมด แต่ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาจะพูดก็คงเป็นคำว่า

          “หนูเป็นเมียพี่ใช่ไหม”

          “อือ เราเป็น”

          “งั้นก็นอนซะ ห้ามดื้อ เข้าใจไหมครับ”


***********************************

​น้องเมาอ่ะ นิสัยไม่ดีด้วย แม่ๆว่าไงคะ 

เม้น ไลท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

รักเน้อ /เป้จ้า

ความคิดเห็น