oziris

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ

เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (100%)

ชื่อตอน : เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (100%)
แบบอักษร

            “ขอบคุณคุณหวานเขาหน่อยสิวะ เขาอุตส่าห์ให้ยืมที่หลบภัยแถมยังช่วยทำแผลให้เอ็งด้วยนะ” อานนท์กระซิบบอกอยู่ข้างหู บุ้ยบ้ายไปทางหญิงสาวที่ยืนกอดอกมองอยู่ใกล้ๆ

            พีรดาเพิ่งเริ่มสำรวจตัวเอง ผ้าพันแผลเต็มตัวไปหมดแถมกลิ่นยาก็ฉุนกึก หญิงสาวทำหน้าแขยงตัวเองก่อนหันมองไปทางเจ้าของบ้านสาว ที่ฝ่ายนั้นแทบสะดุ้งเฮือกเมื่อเธอหันมาจ้องสบตานิ่งๆ

            “ขอบคุณนะที่ช่วยพวกเรา” บอกมาเหมือนเสียไม่ได้

            อรนุชยิ้ม พอใจที่อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็พูดจาดีๆ เป็น

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป”

            พีรดาพยักหน้ารับหงึกๆ แล้วจู่ๆ ก็ซี๊ดปากหลับตาปี๋ ยกมือกุมขมับแรงๆ กดมันเข้าไปให้เจ็บมากกว่าที่เธอกำลังทรมานกับการปวดหัวแทบระเบิดนี่อยู่

            “ทานยาแก้ปวดหน่อยดีไหมคะ ท่าทางจะไม่ไหวเอา” 

            ความหวังดีของเธอเป็นหมันเหมือนกันเพราะอีกฝ่ายหันหน้าหนีไม่ใส่ใจ แถมทุบหัวตัวเองไปมาแรงๆ อีก อานนท์รีบตระครุบมือเพื่อนไว้แน่นให้หยุดการทำร้ายตัวเอง ไม่วายหันมาแก้ตัวแทนให้อีกฝ่ายเก้อๆ ว่า

            “อย่าโกรธไอ้แพทมันนะครับคุณหวาน คือว่าเจ้านี้มันออกจะทานยายากไปเสียหน่อย มันไม่ชอบกินยาน่ะครับ” 

            อรนุชพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ แต่อาการสะบัดหัวไปมาและทุบหัวตัวเองแรงๆ ของคนอวดดีตรงหน้านี้สิที่มันขัดหูขัดตาเธอเหลือเกิน

            “ถอยมาสิคะคุณนนท์” หญิงสาวสั่งเสียงเรียบ พรางคว้ากระปุกยาพาราเซตามอลออกมาจากกล่อง  หมุนฝาหยิบเม็ดยาออกมาสองเม็ด

            อานนท์ชะงักพอๆ กับเพื่อนเขานั่นแหละที่หันมามองคนสั่งเป็นตาเดียว ชายหนุ่มยอมลุกถอยให้ขณะที่อรนุชก็เข้าไปนั่งแทนที่ข้างๆ คนเจ็บแทน

            “จะทำอะไร!” ถามมาเสียงหวน หน้าตาเป็นมิตรเมื่อครู่ตอนนี้ซีเรียสจริงจัง สายตามองเจ้าของบ้านสาวอย่างไม่ไว้ใจ 

            เอาเหอะ... จะจ้องฉันให้ตายยังไงฉันก็ไม่กลัวเธอหรอกนะ... อรนุชไม่ตอบแต่ยื่นยาในมือและแก้วน้ำให้คนถามแทน

            “ทานยาค่ะ” เธอบอกอีกฝ่ายเสียงราบเรียบหากแต่แววตาจริงจังไม่หวั่นเกรง

            “ไม่กิน!” คนเจ็บตะเบ็งเสียงใส่ แววตากร้าวเอาเรื่องและตั้งท่าจะลุกหนี แต่ช้าเกินกว่าที่คนข้างๆ หันมาคว้าท่อนแขนข้างที่เจ็บนั้นไว้ทันจนคนเจ็บเบ้หน้า ตัวอ่อนทรุดลงมานั่งตามเดิม พอตั้งหลักได้ก็อ้าปากจะโวยวายเข้าใส่ แต่กลับต้องอ้าปากกล้านั่นค้าง เพราะผู้หญิงตรงหน้าจ้องเธอมาตาเขม็งไม่ยอมแพ้ เป็นครั้งแรกที่พีรดารู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นรองต่อแววตาเป็นประกายกล้าเอาจริงเช่นนี้

            “กินเดี๋ยวนี้!”

            สาวห้าวสะดุ้งกับเสียงที่แผดขึ้นอย่างเอาจริงนั้น ท่าทางอึกอักหวั่นๆ คิดถามตัวเองขึ้นมาในใจว่า  ทำไมเธอไม่กล้าสู้สายตาผู้หญิงคนนี้นักนะ แปลกใจตัวเองจัง... แต่ทิฐิและความเอาแต่ใจของเธอก็ไม่เคยพ่ายให้แก่อะไรง่ายๆ ด้วยเช่นกัน

            “ไม่กิน! ไม่ชอบ! ไม่เอา!” คนเจ็บย้ำมาเป็นเสียงเดียวแล้วก็สะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง

            อรนุชกัดฟันกรอด... เจ้าเด็กดื้อ~ เป็นพ่อเป็นแม่หน่อยไม่ได้จะตีให้ตายเลยฮึ่ม!

            “จะทานดีๆ หรือต้องให้ใช้กำลังกันคะ?” ถามกลับมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์... ได้ผล... อีกฝ่ายหันมาจ้องตาแวววาวด้วยความโกรธ เข่นเสียงตวาดมาลั่น

            “เธอจะทำอะไรฉัน!”

            “ก็ถ้าไม่ทานเองก็เห็นว่าจะต้องจับกรอก ทำไมคะ... ยาแค่ 2 เม็ด เด็กสี่ขวบยังกินกันได้สบายๆ เลย ไม่คิดอายเด็กเหล่านั้นหรือคะ” เธอปรามาสมา

            “ไม่เห็นเกี่ยว” พีรดายักไหล่ ปากเชิดๆ หันไปหาพวกพ้องให้เออออตาม “จริงป่ะนนท์?”

            อานนท์เอาแต่ยิ้มให้คนทั้งคู่แล้วเดินกลับไปนั่งดูทีวีต่อ ทำเป็นไม่สนใจซะงั้น

            “ไอ้นนท์!” เรียกเสียงเขียวปั๊ดเมื่อถูกเพื่อนรักหักหลังเอาดื้อๆ ‘เออ... จำไว้ เอ็งเดือดร้อนอะไรข้าจะไม่สนใจเอ็งบ้างล่ะกัน ไอ้เพื่อนบ้า!’

            “พูดกันดีๆ ก็ได้ค่ะ คุณนนท์เองก็นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ลุกหนีหายไปไหนซะหน่อย” 

            “นี่เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ถอยไปนะ... ฉันจะกลับแล้ว” แหกปากบอกคนร่างเล็กกว่าฉุนๆ ใส่อารมณ์หมายข่มขวัญเต็มที่ แต่อีกฝ่ายไม่ยักกะตกใจแฮะ

            อรนุชมองอาการกระฟัดกระเฟียดนั้นอย่างระอา “ไม่ค่ะ จนกว่าคุณจะทานยานี่ก่อนต่อจากนั้นจะไปขึ้นเขาหรือลงห้วยที่ไหนก็เชิญ”

            “นี่เธอไล่ฉันงั้นเหรอ” คนกินยายากยังขู่ฟ่อๆ มาไม่หยุด

            “กินๆ ไปเหอะว่ะแพท จะได้กลับกันสักทีไงล่ะ” เสียงเพื่อนเปรยติดรำคาญมาเข้าหู แม้อานนท์จะไม่ได้หันมามองหน้าเพื่อนสาว แต่เขาก็เดาออกว่าฝ่ายนั้นคงกำลังทำหน้าพิลึกกึกกืออยู่แน่ๆ

            “ต... แต่...” พีรดาเหลือบมองยาพาราฯ ในมือเจ้าของบ้านอยู่อึดใจ ก่อนจะคว้าแทบเป็นกระชากมันมาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามไปเร็วๆ จนหมดแก้ว ก่อนหอบหายใจเฮือกๆ ตาเหลือก

            อรนุชอดไม่ได้ที่จะขันออกมาเบาๆ กับท่าทางพิลึกๆ และแสนสาหัสของอีกฝ่าย และก็ถูกแหวใส่มาอีกจนได้

            “ขำอะไรนักหนา ไม่มาเป็นฉันเธอไม่รู้อะไรหรอก” พีรดาว่ามาเคืองๆ เบือนหน้าหลบไปอีกทางที่ไม่มีเจ้าของบ้านหน้าหวานๆ มองอยู่

            อรนุชเบือนหน้าเปื้อนยิ้มไปอีกทางไม่ให้อีกคนเห็นเหมือนกัน กลัวฝ่ายนั้นจะแว๊ดใส่มาอีก

            ใจร้อน... เจ้าอารมณ์ แถมยังขี้งอนอีกด้วยแฮะ...

            “กลับได้หรือยัง?” คนเจ็บหันมาถามไม่มีปี่มีขลุ่ย

            “โอเคค่ะ” อรนุชว่าง่ายๆ ลุกไปคว้ากุญแจรถกระบะ 4 ประตูสีดำของตนเองมาถือรอท่าคอย

            “เธอจะไปไหนน่ะ?” คนจะกลับถามขึ้นมางงๆ

            “ก็ไปส่งน่ะสิคะ นี่มันก็ดึกแล้ว ไม่มีรถส่วนตัวออกไปหน้าปากซอยลำบากค่ะ ที่นี่ห่างจากถนนใหญ่ตั้งเยอะ อีกอย่างเกิดเดินๆ ไปเจออริเก่าเข้า มีหวังคราวนี้หลบมาซ่อนไม่ถึงนี่แน่ค่ะ”

            “คิดว่าฉันกลัวมันหรือไง?” สาวอารมณ์ร้อนมาดทอมบอยยังดูจะมีปัญหาไม่เลิกรา อรนุชหันไปเขม่นมองรู้สึกรำคาญขึ้นมาตงิดๆ 

            ...ฉันใจดีขนาดนี้แล้วยังจะทำตัวน่าทุบอีกนะ...

            “ยุ่งจริงๆ เราเอารถมาหน่า ไม่ลำบากคุณหรอก” พีรดาบอกมาอย่างหงุดหงิด ลุกขึ้นยืนโงนเงน

            อานนท์ที่ลอบมองอยู่ตรงเข้ามาช่วยประคองเร็วๆ

            “ข้าลืมบอกอะไรเอ็งไปอย่างว่ะแพท” อานนท์กระซิบบอกเสียงเครียดๆ

            “อะไร?”

            “ตอนหนีกัน ไอ้ต่อบิดมอ’ไซด์เอ็งหนีไปด้วย”

            “อ้าว!” เพื่อนสาวร้องเสียงหลง เบิกตามองเพื่อนค้างๆ

            “ก็ดีแล้วล่ะว๊า... ถ้าไอ้ต่อไม่ขับไปมีหวังรถเอ็งถูกพวกมันทุบเละ”

            เหตุผลเพื่อนฟังเข้าท่า แต่... พีรดาจ้องมองถามเพื่อนไปด้วยสายตาว่า... แล้วเราจะกลับกันยังไงล่ะ?

            อรนุชมองท่าทางคนทั้งคู่ยิ้มๆ สุดท้ายก็เขย่ากุญแจในมือเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเป็นเชิงเชิญชวน ก่อนจะเดินนำออกไปทางหน้าบ้านก่อนโดยมีผู้ร่วมทาง 2 คนเดินตามมาหงอยๆ

            วิบูลโดดขึ้นกระบะด้านหลังตาม เมื่อเห็นนายจ้างสาวถอยรถคันใหญ่ออก และบอกว่าจะไปส่งสองคนแปลกหน้านั่น... เขาเองก็จะไปด้วย อย่างน้อยขากลับอรนุชก็ยังมีเพื่อน

ความคิดเห็น