oziris

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ

เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (70%)

ชื่อตอน : เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (70%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 149

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 18:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เหตุเกิดที่ร้าน Wan's garden (70%)
แบบอักษร

            เหตุการณ์วิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว หลังเธอรับสองคนนี่เข้ามาบ้านเพียงห้านาทีเท่านั้นกลุ่มวัยรุ่นนับ 10 คนก็วิ่งตามหาใครกันให้ขวัก (ก็ที่นั่งและนอนอยู่ในบ้านเธอนี่แหละ) กว่าพวกนั้นจะรามือยอมกลับกันไปได้ก็ตั้งนาน

            อรนุชเงยหน้ามองนาฬิกาข้างผนังห้องบอกเวลาทุ่มห้าสิบแล้ว แต่คนที่นอนไม่รู้สติอยู่ก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาสักที เอ๊ะ... หรือว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เอ๊ย! เจ้าหญิงนิทราไปแล้ว ตัวเป็นผู้หญิงแท้ๆ ไหงไปมีเรื่องกับพวกน่ากลัวๆ พรรค์นั้นได้นะ ฟังจากคุณอานนท์เล่ามาเรื่องมันมีอยู่ว่า

            พวกเขากับเพื่อนอีก 3 คนนั่งกินเหล้ากันอยู่ที่ร้านอาหารตรงปากซอยใหญ่ (ไกลจากซอยบ้านเธอตั้งหลายซอย ยังมานะลากมาลี้ภัยถึงนี่ได้เชียวนะ) แล้วก็เผอิญมีเรื่องแย่งไมค์กันร้องคาราโอเกะ แต่นั่นไม่ใช่ตัวชนวนเรื่องทั้งหมด เพราะตกลงกันได้ด้วยคำด่าฝากลมกันไปคนละทีสองที แต่ที่มันมาเกิดเรื่องกันจริงๆ น่ะคือแย่งเด็กดริ๊งค์กันต่างหาก เด็กสาวนั่นเกิดมาถูกชะตาเอากับเพื่อนสาวเขาเข้า ทั้งๆ ที่ก็รับส่วยจากโต๊ะพวกนั้นอยู่  เพื่อนเขาก็กำลังกึ่มๆ ได้ที่ พวกเลยท้าตีท้าต่อย 

            แรกๆ นั้นพวกเขาไม่ห่วงหรอกเพราะเพื่อนเขาเก่ง แค่ไม่กี่นาทีก็คว่ำผู้ชายตัวโตๆ ลงไปจุกได้ตั้ง 3 คนทั้งๆ ที่เมามากอยู่ด้วย เล่ามาถึงตรงนี้ทั้งเนตราและอรนุชก็หันขวับมามองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างไม่เชื่อถือ จึงได้รับคำอธิบายจากอานนท์เพิ่มมาว่าเธอผู้นี้เป็นเทควันโดสายดำและที่บ้านก็เปิดเป็นโรงฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวเองแขนงนี้อยู่ แต่ที่ต้องหนีเพราะฝ่ายอรินั้นเรียกพวกมา พวกเขาเองก็ไม่ใช่เจ้าถิ่นเสียด้วย แถมพวกที่มาใหม่นี้อาวุธครบมือกันเชียวทั้งมีดทั้งปืน พวกเขาก็เลยวงแตกแยกกันหนี เขาเองก็คว้าเจ้าเพื่อนตัวดีนี่ติดมือมาด้วยโดยมีคนอื่นๆ คอยกันให้จนมาถึงนี่แหละ…

            มิน่า... เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเธอเห็นเขาโทรฯ เช็คกับเพื่อนๆ ก็คงหนีรอดปลอดภัยกันหมดล่ะมั้ง ไม่งั้นเขาคงไม่นั่งจิบกาแฟสบายใจเฉิบ มีเนตราเป็นเพื่อนคุยที่แสนดีอยู่เคียงข้างอย่างนี้หรอก

            อรนุชเสมองไปทั่วๆ ตัวคนบนโซฟาที่ตอนนี้เป็นลูกครึ่งมัมมี่ไปแล้วด้วยฝีมือพันแผลของเธอเอง ใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วเข้มตาสวย ปากเชิดๆ นั้นดูรวมๆ แล้วเท่ห์ชะมัดยาด เป็นสาวหน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ไม่แปลกหรอกที่เด็กเสิร์ฟคนนั้นจะอยากมาดริ๊งค์ด้วยน่ะ รูปร่างก็ดี สูงกว่าเธอพอสมควร ถ้ายืนเทียบกันนี่เธอคงสูงประมาณจมูกล่ะมั้ง แต่งตัวก็เท่ห์ระเบิดบอกรสนิยมเลยว่าชอบความหรูหรา ฟู่ฟ่า สินค้าต้องแบรนด์เนม ที่สำคัญผิวพรรณขาวอมชมพูนั้นก็น่ารักน่าสัมผัสจับต้องเสียจริงๆ 

            นี่เธอทนทำแผลให้จนเสร็จก่อนหัวใจจะวายด้วยเสน่หาของอีกฝ่ายมาได้ยังไงเนี้ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมรับล่ะนะว่ามือไม้มันออกจะสั่นๆ ใจก็เต้นกระตุกแปลกๆ พอดูเหมือนกัน

            ว่าแต่เธอเป็นอะไรไปนี่? ทำไมถึงมาตื่นเต้นใจสั่นกับผู้หญิงด้วยกันด้วยนะ แปลกตัวเองจริงเชียว! 

            ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาจะเป็นยังไงมั่ง ขอให้นิสัยดีๆ น่ารักๆ เหมือนคุณอานนท์ทีเถอะ เพี้ยง!

            พระเจ้า! เธอมีเวทมนต์เอากับเขาด้วยหรือยังไงกัน เพราะพอเป่าเพี้ยง! เสร็จ คนที่หญิงสาวลอบมองอยู่ก็เริ่มกระดุกกระดิก ลืมตาโพล่งเด้งตัวลุกขึ้นมาเร็วๆ

            “มาดิ... กูจะอัดให้คว่ำเลย!” 

            โอ้แม่เจ้า... จะอัดกับใครเขาล่ะนี่ อรนุชมองคนตรงหน้าหวาดๆ พาตัวเองเดินหลบไปยืนห่างอีกมุมหนึ่ง ไม่ให้กลัวได้ไงก็เธออยู่ใกล้เขาที่สุดนี่

            “เฮ้ย! ไอ้แพท... เลิกบ้าได้แล้วตื่นมาก็เอาเลยนะมึง!” อานนท์รีบลุกมาหยุดเพื่อนเร็วๆ ก่อนจะตาลายเห็นผู้หวังดีตรงหน้าเป็นศัตรูแล้วจะก่อเรื่องเข้า

            ไอ้แพทหันมองไปรอบตัวงงๆ เห็นผู้หญิงหน้าตาดีสองคนกำลังมองมาที่ตัวเองตื่นๆ ก็ใคร่ให้แปลกใจ

            “โอ๊ย... เกิดอะไรขึ้นกันวะไอ้นนท์ นี่ข้าอยู่ที่ไหนกันวะเนี้ย” พีรดาพึมพำสะบัดหัวไปมาอย่างคนเสียสติ  สองมือกุมขมับแน่น

            “ปวดหัวเปล่าวะ เอายาไหม?” อานนท์หลุดปากถามไปด้วยความห่วงใย

            “อย่ามายุ่ง!” เพื่อนตัวดีสะบัดหัวใส่แรงๆ ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

            อรนุชมองคนตรงหน้าด้วยไม่ชอบใจนัก ทำตัวดีเสียเหลือเกิน นี่ถ้าเธอเป็นคุณนนท์นะตบหัวหมุนรอบคอไปแล้ว คนเขาอุตส่าห์หวังดี  

            “เกิดอะไรขึ้นกันวะ จำได้ว่าถูกทุบหัวไปจังๆ แล้วก็ไม่รู้อะไรอีกเลย” สาวมาดเท่ห์ถามขึ้นมา ไม่คิดจะใส่ใจบุคคลรอบข้างด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ใจจดใจจ่ออยู่กับเรื่องราวที่เพื่อนถ่ายทอดให้ฟังอยู่ และคำแรกที่อรนุชได้ยินคนไข้ตัวเองพูดขึ้นมาหลังเงียบไปนานก็คือ

            “อยากกลับบ้านว่ะ ปวดหัวฉิบเลย”

            แหม... พอมีแรงขึ้นมาหน่อยล่ะถีบหัวส่งกันเลยนะ ดี... ตื่นแล้วก็รีบๆ ไปกันซะ ฉันเองก็จะได้หมดภาระนี้ไปเสียที

ความคิดเห็น