oziris

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : เปิดตัว...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 527

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปิดตัว...
แบบอักษร

            ณ โรงฝึกศิลปะการป้องกันตัวเอง

            รอบนอกโรงฝึกด้านหนึ่งเป็นบ้านพักรับรองสำหรับลูกศิษย์ลูกหาร่วมสิบกว่าห้อง ติดๆ กันเป็นห้องเก็บของและห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ซึ่งถูกใช้บริการอยู่ทุกวันจากผู้มาฝึกเทควันโดที่นี่ ข้างบ้านอีกแถบเป็นสระว่ายน้ำที่กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของฝั่งนี้ โดยรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โต๊ะรับรองชุดเล็กๆ ที่มีกระจายอยู่รอบสระและเคาน์เตอร์เครื่องดื่มที่จัดไว้โดยเฉพาะด้วย

            ที่นี่มีสวนต้นไม้ประดับไว้มากมายแทบจะรายล้อมรอบบ้านเลยทีเดียว เพราะท่านเจ้าของบ้านนิยมชมชอบธรรมชาติเล็กๆ เรียบง่ายอย่างนี้เป็นที่สุด และที่หวงแหนมากๆ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากต้นบอนไซหลากหลายรูปทรงที่อยู่ในเรือนเพาะชำกลางสวนหย่อมข้างสระน้ำนั่นแหละ

            บ้านสองชั้นหลังรั้วใหญ่โตนี้ ถูกตกแต่งไว้อย่างมีศิลป์ มีฉากเป็นกระเบื้องมุงหลังคาแบบบ้านทั่วๆ ไป  หากแต่ใหญ่โตกว่าและกินพื้นที่มากกว่าหลายเท่าตัวนัก

            พีรดา... หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งหุ่นเพรียวและดูโดดเด่น กำลังเยื้องกายเดินลงบันไดตึกชั้นสองลงมาช้าๆ สายตาสอดส่ายไปทางมุมโรงฝึกที่ถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน แยกจากบริเวณส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยและบริวารอย่างมองหาใครสักคน

            “อ้าว... อยู่บ้านหรือเนี้ย?” เสียงถามค่อนข้างประหลาดใจดังมาอีกด้านหนึ่งที่เป็นทางไปห้องอาหาร

            พีรดาหันขวับไปมอง

            “อ้าว! พี่มาทำไมเนี้ย?” ถามกลับไปออกอาการงงกว่าคนถามเสียอีก

            “ทำไมวะ! นี่ก็บ้านฉันเหมือนกันนะ ทำไมฉันจะมาบ้างไม่ได้ แยกออกไปมีครอบครัวก็ใช่ว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีกนี่หว่า” พิเชษฐ์เอะอะโวยมา พรางพาตัวเองเดินมาหยุดยืนหน้าน้องสาว ที่เหมือนน้องชายเสียมากกว่า

            “ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... แล้วมานี่ ใครดูแลที่ศูนย์ให้ล่ะ” ถามถึงศูนย์ฝึกเทควันโดของพี่ชายที่แยกสาขาไปตั้งอยู่ตามศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ

            “ปิด... ก็พ่อโทรฯ ไปบอกว่าไม่มีใครอยู่เฝ้าโรงฝึก ให้ฉันมาดูแลจนกว่าพ่อจะกลับ ก็เลยเกณฑ์คนรถไปรับตัวเด็กๆ ให้มาฝึกกันที่นี่แทนน่ะสิ นี่ถ้ารู้ว่าเธออยู่พี่ไม่มาหรอก วุ่นวายชะมัด”

            เขาบ่นพึมพำ มองน้องสาวกำลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบอย่างสนใจ 

            วันนี้น้องเขาแต่งตัวเก๋มาก ผมสั้นสีดำปลายน้ำตาลเข้มตัดสไลด์เข้าทรงเทรนเดียวกับเด็กวัยรุ่นเกาหลีผู้ชาย ย้ำ! ว่าทรงเดียวกับเด็กผู้ชายที่ดูเซอร์ๆ นั่นแหละ แต่ใบหน้าเรียวคมเข้มๆ นี่สิที่เด็กเกาหลียังอาย น้องเขานี่ถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็หล่อมากทีเดียว แต่งเนื้อแต่งตัวก็เท่ห์ กางเกงยีนส์แบรนด์เนม เสื้อเชิ้ตสีขาวไม่มีลายนอกจากสัญลักษณ์ยี่ห้อตัวเล็กตรงหน้าอก แถมด้วยเสื้อกั๊กสีดำสวมทับอีกตัว รองเท้าผ้าใบคู่นี้รู้สึกว่าจะเพิ่งไปถอยมาเมื่อวันเกิดเดือนก่อน ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นเขาโดนไถเงินไปเป็นส่วนหนึ่งของค่ารองเท้ามันด้วยตั้งพันนึง ความจริงถ้ารู้ว่าต้องถูกมันรีดเอาแบงก์พันไปอีกล่ะก็ เขาไม่ซื้อแว่นกันแดดแพงๆ แบบที่มันชอบให้อีกหรอก

            “มองอาราย อิจฉาที่เกิดมาหน้าตาดีกว่าเหรอ?” เสียงถามขันๆ ดังมาจากเจ้าตัวแสบที่ตอนนี้เงยหน้ามองเขาอยู่แววตาระยิบออกขี้เล่น

            “ปั๊ดเดี๋ยวก็ยันโครม...” พิเชษฐ์ยกขาขู่แต่ไม่คิดจะทำจริงๆ หรอก เพราะเกรงว่าคนที่จะถูกยันน่ะมันจะเป็นเขาซะมากกว่า ด้วยเพราะน้องสาวคนสวยหน้าหล่อหุ่นเพรียวบางคนนี้ แกเป็นทั้งเทควันโดสายดำและนักกีฬายูโดตัวฉมังระดับทีมชาติทีเดียว นี่ถ้าไม่ติดว่ารักอิสระและแสนจะเอาแต่ใจตัวเองมากไปหน่อยนะ ป่านนี้เป็นนักกีฬาชื่อดังไปแล้ว

            พีรดาฝึกศิลปะป้องกันตัวทำนองนี้มาตั้งแต่ตัวเล็กๆ ไม่ใช่เพราะพ่อบังคับหรือสิ่งแวดล้อมพาไป หากเพราะด้วยใจรักและอยากที่จะเป็นคนเข้มแข็ง ไม่อยากพ่ายแพ้ใครเนื่องด้วยเพราะความเป็นเพศที่อ่อนแอนั่นเอง

            “วันนี้แต่งตัวซะเท่ห์ ถามจริงๆ จะไปไหน” พี่ชายเอ่ยถามเร็วๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายคว้าเป้และหมวกกันน็อกมาถือไว้เตรียมลุกออกไป

            “ต้องให้ตอบจริงๆ ด้วยป่ะ” อีกฝ่ายยังคงยียวนไม่เลิก

            “อย่ามากวน... จะไปไหน พอพ่อไม่อยู่ล่ะทำเป็นอยู่บ้านไม่ติดเลยนะ”

            “ปกติก็ไม่อยู่อยู่แล้ว” อีกฝ่ายยักไหล่ตอบมาแบบไม่ใส่ใจอะไร

            “เออ...” รับคำต่อหนักๆ “แต่ตอนนี้ไม่ได้ พ่อไม่อยู่แล้วเธอก็จะมาไม่อยู่อีก แล้วอย่างนี้ใครจะดูแลที่นี่ ฉันก็ต้องกลับไปอยู่กับลูกกับเมียที่บ้านนะ”

            “ไม่เห็นยาก... ก็กลับไปรับลูกรับเมียมาอยู่เสียด้วยสิ” คนพูดแนะให้เสร็จสรรพ เบี่ยงตัวหนีตรงไปทางโรงเก็บรถหน้าบ้าน

            พิเชษฐ์ยังคงเดินตามไปติดๆ 

            “เฮ้ย... ยังไม่บอกเลยว่าจะไปไหน แล้วคืนนี้จะกลับหรือเปล่า ไม่มีคนเฝ้าบ้านนะเฟ้ย” ชายหนุ่มรีบถามไปเร็วๆ ความจริงบริวารดูแลบ้านน่ะมีเยอะแยะ แต่ผู้เป็นนายของบ้านนี่สิ แทบจะหาไม่ได้สักคน พ่อก็พาน้องชายคนรองจากเขาไปแข่งเปิดสนามที่ญี่ปุ่นกว่าจะกลับก็อีกเป็นอาทิตย์ น้องสาวคนเล็กเขาก็แสนจะบอบบางจะให้อยู่คนเดียวได้ยังไง เขาเองก็ต้องกลับไปหาลูกหาเมียที่บ้านของตัวเอง

            “ก็นิด้าไง” พีรดาตอบเสียงติดรำคาญ รีบๆ ลากรถมอเตอร์ไซด์คันเก่งออกมาตั้งท่าเร็วๆ เบื่อความจู้จี้ของพี่ชายที่ชอบทำตัวจุกจิกเหมือนผู้หญิง 

            “นิด้าเป็นผู้หญิงนะ จะให้อยู่ดูแลบ้านกับผู้ชายเป็นสิบที่โรงฝึกได้ยังไง” เถียงมาฉุนๆ

            “แพทก็ผู้หญิง” สาวมาดเข้มแย้งมา ก่อนจะบิดรถกำลังแรงออกไปทันทีที่คนรับใช้วิ่งไปเปิดรอท่าไว้ให้อย่างรู้หน้าที่ 

            พิเชษฐ์ทำหน้าเหมือนอยากตาย แต่อ้าปากรั้งไว้ไม่ทัน

            มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ ก็นิด้าหรือพนิดา น้องสาวคนเล็กของเขาออกจะเป็นสาวสวยหวานๆ ท่าทางเรียบร้อยพูดจาคะ-ขา ต่างจากพีรดาลิบลับ ต่อให้รูปลักษณ์ภายนอกฝ่ายนั้นเป็นผู้หญิงอย่างไร แต่ใจและการกระทำของมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาเท่าไหร่นักเลย ที่สำคัญ! สาวๆ น่ะอกหักจากมันมามากกว่าที่เขาทำสถิติไว้ก่อนแต่งงานด้วยซ้ำไป

            “เสียงเอะอะอะไรกันหรือคะพี่เชษฐ์” เสียงหวานๆ ดังมาตรงเทอเรสหน้าบ้านด้วยความใคร่รู้

            พิเชษฐ์เดินกลับขึ้นบ้านมาอย่างเซ็งๆ บอกกับน้องสาวไปว่า

            “ก็ไอ้แพทน่ะสิ ไม่รู้มันรีบไปไหนของมันตั้งแต่เช้า พี่ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง ถามว่าไปไหนก็ไม่บอก นี่ถ้าพ่อรู้ว่าพี่ปล่อยให้มันออกไปเที่ยวทั้งวันทั้งคืนอย่างนี้นะมีหวังโดนด่าตาย พ่ออุตส่าห์โทรฯ มาย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้พี่คุมมันให้ดีๆ”

            พนิดาฟังแล้วก็ขำ ทำเอาพี่ชายมองงงๆ

            “ขำอะไร มีอะไรน่าขำนักเหรอ”

            “ขำว่าพี่คิดยังไงจะไปคุมพี่แพทน่ะ รายนั้นนะขนาดพ่อยังคุมไม่อยู่เลย บทพี่แกจะไปไหนมาไหนไม่เห็นมีใครห้ามได้สักคน ขืนไปรั้งไว้มีหวังพี่แพทอาละวาดบ้านแตก” น้องสาวว่ามายิ้มๆ อย่างรู้นิสัยพี่สาวของตัวเองดี

            พิเชษฐ์คิดตามคร่าวๆ ยังพอนึกภาพวันเก่าๆ ขึ้นได้ เขาจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเขาพาครอบครัวมาฉลองปีใหม่ที่บ้านพ่อ แต่พอมาถึงก็ต้องวุ่นวายกันเป็นการใหญ่เพราะพีรดากำลังอาละวาดพอดี น้องสาวเขาไม่อยากอยู่ร่วมงานในครอบครัวด้วยกัน นัยว่าจะไปฉลองกับแฟน (ผู้หญิง) และเพื่อนฝูง แต่พ่อไม่ให้ไปมันเลยพังห้องนั่งเล่นเสียจนทีวีจอแบน 59 นิ้วหน้าจอแตกยับไปเพราะพลังเตะสุดแรงโกรธ สุดท้ายพ่อจำต้องยอมปล่อยมันไป เพราะเป้าหมายใหม่ต่อจากทีวีก็คือเรือนเพาะชำสุดรักของพ่อนั่นเอง

ความคิดเห็น