丽瞐(ลี่จิง)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่32 งานเลี้ยง3

ชื่อตอน : บทที่32 งานเลี้ยง3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 164

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2562 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่32 งานเลี้ยง3
แบบอักษร

​"ท่านหย่ากับข้าเถอะ" นางพูด จนทำให้เขาตกใจไม่น้อย 

"ข้ามีเรื่องจะต้องบอกท่าน  เรื่องแต่งงาน ตัวข้าเพิ่งทราบเมื่อวันนี้เอง ชื่อของบุรุษที่ข้าจะแต่งด้วย แต่แรกข้าก็ไม่ทราบ จนได้รู้จากเหม่ยหลิน อีกอย่างอายุของข้า ก็ไม่ได้น้อยเหมือนสาวๆที่อยู่ในท้องพระโรงหรอกหนา" นางพยายามพูดเกลี่ยกล่อมเขา เขายิ้มอ่อนๆ 

'นางจะแถได้สักกี่น้ำเชียว' เขาคิดมันในใจ แล้วก็ยังคิดอีกว่า 

'ทำไม ทั้งรูป หน้าตา คำพูดคำจา ทำไม ถึงคล้ายไป๋ลี่นักนะ'

 "แม่นาง แต่แรกข้าก็เพิ่งรู้เรื่องแต่งงานวันนี้  ตัวข้าเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรนะ ไม่ว่าจะอายุ หน้าตา แซ่นาม แต่ตัวข้าอีกใจ ก็ล้วนทำเพื่ออาณาจักร" เขาพูดจบก็ยิ้มอ่อนๆ แต่เขาคำพูดของเขาชวนเอานางหัวเราะขึ้นมา 

"ข้าว่าเจ้าหน่ะ คิดลึกเกินไป" นางพูดขึ้น 

"ลึกเกินไป เกินไปอย่างไร??" เขาถาม 

"หากท่านคิดว่าที่ท่านทำก็เพื่ออาณาจักรของท่าน ตัวข้าเองที่มาวันนี้ ก็มาเพื่ออาณาจักรของข้าเช่นกัน  แต่ทำไม " นางพูดไม่ทันจบ ก็มีมีดเล่มหนึ่งพุ่งตรงมาที่นาง เขาเห็นมันด้วยหางตา แล้วก็พูดขึ้นว่า 

"อันตราย!!" เขาเบี่ยงตัวนางไปทางขวา มีดเล่มนั้นกระทบกับแสง แล้วสะท้อนกลับเข้าตาของนาง ทำเอานางต้องหรี่ตาลง นางเป็นโรคแพ้แสง ไม่ชอบแสงที่จ้ามากเกินไป ถึงแม้เขาจะเบี่ยงตัวนางแล้วก็ตาม แต่ก็สายไปแล้ว มันบาดเข้าไปที่แขนขวาของนาง 

"อึก " 

"เพล้ง" เขาใช้ชายเสื้อ ปัดไปที่มีดเล่มนั้นจนมันตกลงไปกับพื้น 

"เจ้าไม่เป็นไรนะ " เขาถามขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นรอยบาดบนแขนของนาง 

"ฮึบ" เขาอุ้มนางขึ้น 

"นี่ เจ้าวางข้าลงนะ!!!" นางตะโกนใส่หูของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขารีบวิ่งทั้งๆที่ยังอุ้มนางอยู่ เขาวิ่งไปที่จวนของเขา 

"ฉีเฟิง ไปเอายามาที" เขาสั่งองครักษ์ให้ไปเอายา เขาค่อยๆวางนางลงช้าๆ 

"ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้มั้ง" นางพูดขึ้น ฉีเฟิงเอายามาให้เขาแล้วก็ออกไป เขาถลกแขนเสื้อของนางขึ้น 

"ขออภัย ข้าทำเองได้" นางคว้ากล่องยามาจากมือของเขา  นางหันหลังให้เขาแล้วก็ทำแผลเอง  นางดึงแขนเสื้อลง 

"วันหลัง ได้โปรดอย่าอุ้มข้ามาแบบวันนี้อีก" นางพูดเสียงแบบไร้จิตใจต่อเขา 

"หากผู้อื่นมาเห็น เขาจะมองว่าเป็นเรื่องน่าละอาย ไม่สมควรทำ!!!!" นางลุกขึ้นแล้วพูดต่ออีกว่า 

"หากท่าน จะแต่งกับข้าเพื่ออาณาจักร  เช่นนั้นก็ดี แต่ว่า เรารักษระยะห่างกันหน่อยก็ดี" นางพูดเสร็จก็เดินไป นางไม่ชอบให้ใครมาจับเนื้อต้องตัวนาง  เขาที่นั่งอยู่ในจวนก็คิดในใจว่า 

'จะเป็นนางได้อย่างไร อย่างน้อยสวรรค์ก็แค่แกล้งข้า ให้กำเนิดเทพที่หน้าเหมือนนางก็เท่านั้น หากเป็นนางจริง นางจะต้องไม่พูดแบบนี้กับข้าแน่ แล้วต่อให้นางพูดแบบนี้กับข้า ข้าก็สมควรโดนแล้วไม่ใช่รึไง' เขาฟุบตัวลงบนเตียงของเขา 

...............ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์...................

"ข้ามีเรื่องจะขอ" เหมยฮัวพูดขึ้น เทพอารักษ์ก็โผล่ขึ้นมา 

"ข้าได้ยินว่านี้คือสถานที่นี้ เป็นสถานที่สักดิ์สิทธิ์" หล่อนพูดขึ้น 

"ไม่ผิด แม่นางมาถูกแล้ว" เทพอารักษ์พูด 

"ข้าได้ยินว่า ท่านมียาลืมเลือน ท่านให้ข้าจะได้หรือไม่" หล่อนพูดขึ้น เทพอารักษ์ก็มอบให้แล้วพูดขึ้นว่า 

"บางครั้ง เรื่องบางเรื่อง  ก็ต้องปล่อยเป็นเรื่องของโชคชะตานะแม่นาง" เขาพูดจบหล่อนก็พูดขึ้นมาประโยคนึงว่า 

"ถ้าเอาแต่ทำตามทีสวรรค์ลิขิต ชีวิตก็คงน่าเบื่อแย่" พูดจบหล่อนก็รีบกลับสวรรค์ 

.................................

"ม่อหราน" หล่อนมาหาเขาในจวน 

"เจ้ามาทำไม" เขาถามเสียงแข็งใส่นาง 

"ข้าแค่หาคนมาดื่มสุราเป็นเพื่อนเท่านั้น" พูดจบหล่อนก็โยนขวดสุราไปให้เขา 

"ข้าต้องการพอดี ขอบใจ" เขาค่อยๆดื่มมันลงไป 

'ขอโทษนะ แต่ข้าจะให้เจ้าจำนางไม่ได้เด็ดขาด ต่อให้นาง คือไป๋ลี่ หรือไม่ก็ตาม' หล่อนคิดมันในใจ หล่อนบดยานั้นลงในขวดสุราของเขาแล้ว ทันใดนั้น ภาพในหัวของเขาก็เริ่มลืมเลือนหายไป 

'ข้าขอโทษนะ เจ้าเจ็บมามากเกินพอแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเจ็บอีกแล้ว' หล่อนค่อยๆดื่มสุรา แล้วรอให้เขารู้สึกตัว

.........................

นางเดินกลับไปยืนรอที่สะพาน เขาที่ลืมเรื่องทุกอย่างแล้วเดินมาพร้อมกับหล่อน แววตาของเขาที่จำนางไม่ได้นั้น ทั้งเยืกเย็ ทั้งน่ากลัว สมคำร่ำลือว่าเป็น ปีศาจแห่งอาณาจักรสวรรค์ นางมองไปที่เขา 

'ฮึ พูดยังไม่ทันขาดคำ ยังไงเขาก็เดินมากับหล่อนจนได้' นางคิดในใจ หล่อนอยากหยั่งเชิงเขา ว่าเขายังจำนางได้หรือไม่ 

"เสด็จพี่" หล่อนพูดขึ้น นางหันไปมองหน้าของหล่อน นางมองซ้ายขวา 

"ข้า งั้นเหรอ" นางถามหล่อน หล่อนรีบเดินตรงมาหานาง 

"ก็ท่านไง เสด็จพี่ อีกหน่อย ท่านก็จะแต่งเข้ามาแล้ว อีกหน่อยท่านก็จะเป็นพี่สาวข้าแล้ว มิสู้ให้ข้าเรียกท่านว่าพี่สาวตั้งแต่ตอนนี้ ให้ข้าชินปากดีมั้ย" หล่อนพูดขึ้น แล้วก็ยิ้มพลาง "เสด็จพี่เหรอ?? ตั้งแต่เกิดมาข้ายักไม่รู้ว่า ข้ามีน้องสาวด้วย งั้นเจ้ามาเป็นน้องสาวข้าตอนไหน" นางพูดไปก็ยิ้มไป หล่อนหยั่งเชิงเขาเสร็จแล้ว เขาน่าจะลืมแล้ว 

"เรากลับเข้าไปในงานกันดีกว่า" หล่อนจูงมือเขากลับเข้าไปในงาน เทียนโฮ่วเห็นหล่อนกับเขาเดินเข้ามาในงานด้วยกัน ดูแล้วเกรงท่าจะไม่ดี เลยพูดขึ้นมาว่า 

"ม่อหราน เจ้ามานี่หน่อยสิ" เขาเดินมา แล้วก็พูดว่า 

"พะยะค่ะ เสด็จย่า" 

"แล้วน้องเล่า"เทียนโฮ่วถามหานาง 

"หม่อมฉันอยู่นี่ พะยะค่ะ" นางเดินเข้าไป 

"ทุกคนฟังให้ดี" เทียนโฮ่วพูดขึ้น ทุกคนรีบตั้งใจฟัง 

"ม่อหราน ใกล้ถึงฤกษ์ยามที่เจ้าจะได้แต่งกับน้องแล้วนะ" เทียนโฮว่พูดเสร็จ เขาก็มองไปที่นาง 

"หม่อมฉัน ไม่อาจทำได้พะยะค่ะ" 

"ปัง" เขาพูดจบ เทียนโฮ่วก็ตบลงบนโต๊ะ แล้วก็พูดว่า

"เจ้าหมายความว่าจะไม่แต่งกับนางหรือ!!!"  

'คนอะไรกัน ทำไมถึงเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้เร็อย่างนี้' นางมองหน้าเขา 

"เม่ื่อครู่นางพูดกับกระหม่อมว่า นางจะขอหย่าพะยะค่ะ" เขาพูดขึ้น นั้นหมายถึงว่า เขาโยนความผิดมาที่นาง 

"ฮึ เป็นความผิดของข้างั้นหรือ ข้าเองไม่อาจแต่งกับคนที่มีคนรักอยู่แล้วได้หรอกเพคะ ก่อนที่ข้าจะเข้ามาในงานเขาจำข้าผิดคน" นางพูดแต่ก็เว้นประโยคไว้ 

"จำผิดคน หมายความว่าอย่างไร" เทียนโฮ่วถามนาง 

"เขาเข้าใจผิด คิดว่าข้าคือแม่นางไป่ลี่ จึงโผเข้ามากอดข้าจากด้านหลัง ข้าที่ตกใจเลยจับเขาทุ่มเพคะ หากท่านจะโกรธข้าด้วยเรื่องแค่นี้  จิตใจท่านไม่นึกถึงอาณาจักรบ้างฤา??" นางโยนความผิดให้เขา 

'เจ้านี่มัน ลิงหลอกเจ้าชัดๆ' เขาคิดมันในใจ 

"แม่นาง ข้าไม่รุ้จักคนที่ชื่อไป๋ลี่มาก่อน อีกอย่างข้านึกว่าท่านเป็นเพียงสหายของข้าเท่านั้น" เขาพูดขึ้น 

"ท่านว่ายังไงนะ ท่านจะบอกว่าข้าหูฝาดงั้นเหรอ ในเมื่อเจ้าเป็นคนพูดเอง เจ้าเป็นปลาทองรึไง ทำไมถึงได้ลืมไวเช่นนี้!!!" นางตะคอกใส่เขา ทั้งสองเถียงกันไปกันมา 

"ฮึๆฮ่าๆ" เสียงของเทียนโอ่วหัวเราะขึ้น ทั้งสองเริ่มหยุดเถียงกัน 

"เจ้าว่าเขาเหมาะสมกันมั้ย" เทียนโฮ่วถามพวกขุนนางทั้งหลาย ขุนนางพากันหัวเราะแล้วพูดว่า 

"เหมาะสมกันอย่างยิ่งเลยพะยะค่ะ"


ความคิดเห็น