facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 6-2 อ๋อ มันนานมาแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 6-2 อ๋อ มันนานมาแล้ว

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 800

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6-2 อ๋อ มันนานมาแล้ว
แบบอักษร

​หลังจากซอนอูอิ่มแปล้ก็กลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างอิดโรย เปิดใจแล้วจะได้เห็นความจริงแต่ตอนนี้ฉันกำลังมีชีวิตอยู่เพราะอะไรกันนะ ตอนนี้เขากำลัง ‘คิดทบทวนตัวเอง’ ถึงทางเส้นในอนาคตที่มองไม่ค่อยเห็นและปัญหาก็คือสิ่งถัดมา ซอนอูเดินอย่างไร้จุดหมาย แต่พอรู้ตัวอีกทีก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องบรรยายของวิชาพื้นฐานที่ต้องเรียนกับโดยองด้วยความเคยชิน จะหันฝีเท้าออกมันก็สายเกินไปแล้ว ตอนนี้ภายในห้องเรียนเป็นเวลาพักจึงมีนักเรียนหลั่งไหลออกมาข้างนอกราวกับสายน้ำ และหนึ่งในนั้นก็มีลีโดยองอยู่ ถึงจะอีกฝ่ายยังไม่ออกมาจากห้องแต่ซอนอูก็ตัวแข็งทื่อกับคนที่กำลังเตรียมตัวออกมาจากที่นั่งด้านหลัง

ไม่นะ ไม่ ฉันต้องมีชีวิตอยู่


ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เห็นรูเมื่อไหร่ต้องมุดเข้าไป แต่โดยองกลับเห็นซอนอูที่กำลังหันไปหันมาได้ก่อน รุ่นพี่ที่เหมือนปลาไหลแบบนั้นถ้าปล่อยไว้ก็ต้องหนีไปที่ไหนสักที่แน่ๆ

แกล้งฉันไว้เท่าไหน นายก็ต้องโดนเท่านั้นนั่นแหละ

ระหว่างที่ซอนอูเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง โดยองก็วิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าไหล่ของรุ่นพี่ที่ลุกลี้ลุกลนเอาไว้

“ทำไมรุ่นพี่มาตอนนี้ล่ะครับ”

“ห้ะ? อ๋อ เอ่อ... จะมางีบน่ะ!”

“ผมมอร์นิ่งคอลไปไม่เห็นรับเลย”

“หลับ อืม... หลับอยู่น่ะ”

เขาไม่ได้หลับหรอกแต่รับโทรศัพท์ไม่ได้ ถึงโทรศัพท์ของซอนอูจะร้องไม่หยุดหย่อนพร้อมกับมีเบอร์ของ ‘คุณรุ่นน้องที่รัก’ เด้งขึ้นมาก็ไม่สามารถรับได้ การรับโทรศัพท์ที่ปกติตัวเองรอคอยไม่ได้มันช่างเจ็บปวด และตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะก้าวท้าวช้าคิดช้าเลยจิตหลุด เกลียดตัวเองที่ถูกจับไว้ในกำมือของคุณรุ่นน้องแบบนี้ เสียงพร่ำบ่นของจีซูที่ว่าสั่งให้คนอื่นทำอะไรให้บ่อยๆ ควมสามารถในการทำอะไรของตัวเองก็จะลดลงไปนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ฮันจีซู ตกต่ำไปถึงขั้นเป็นเพื่อนที่ไม่มีประโยชน์อะไรกับชีวิตซอนอู เพราะจนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นจริงไปตามที่เจ้านั่นพูด ถึงจะบอกว่าจะโดนคุณรุ่นน้องต่อยเข้าสักวัน อ่า... อย่างที่เคยบอกว่าเป็นเรื่องที่เคยคาดคิดเอาไว้ ก็คือสถานการณ์ประมาณนั้นแหละที่เขาต้องก้าวผ่านไปให้ได้

“ผมจองที่ไว้ให้รุ่นพี่ตามที่ขอแต่ก็ยังไม่มาสักที ผมเลยรออีกหน่อยน่ะครับ”

‘จองที่ไว้ให้ฉันตามที่ขอไว้แล้วยังไม่มาสักทีงั้นเหรอ ตอนนี้นายอยากตายรึไง’ สีหน้าของซอนอูเหมือนจะพูดแบบนั้นก็บิดเบี้ยว โดยองพูดอย่างเน้นแถมยังย้ำข้างหูด้วยจนรุ่นพี่ไม่สามารถจัดการกับสีหน้าได้ มีเพียงแค่รุ่นน้องเท่านั้นแหละที่รู้สึกสบายใจขึ้นกว่าเดิม ต่อไปชีวิตในมหาวิทยาลัยของเขาก็จะเป็นเส้นทางดอกไม้จะไม่ให้อารมณ์ดีได้อย่างไร แต่แน่นอนว่าซอนอูรู้สึกไม่ดี โดยองเผยรอยยิ้มที่เป็นยิ้มจริงๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้เห็นออกมา

“รู้ใช่ไหมว่ากระเป๋าผมใบไหน ตรงที่ผมวางมันไว้คือที่ของรุ่นพี่นะครับ”

“...อืม”

เขาเป็นสัตว์กินพืชที่ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และกำลังเดินเข้าไปยังที่กบดานของสัตว์กินเนื้อด้วยตัวเอง


* * *


ซอนอูต้องฟังบรรยายการสอนที่เหลืออีกชั่วโมงไปกับโดยอง ก่อนหน้าที่จะรู้ความจริงหนึ่งชั่วโมงมันสั้นมาก เพราะเขามัวแต่จับจ้องไปยังภาพลักษณ์ของรุ่นน้องที่กำลังจดจ่อกับการเรียนอย่างไม่มีการวอกแวกใดๆ แต่วันนี้ชั่วโมงเดียวกลับยาวนานเหมือนกับแสนล้านปีเลยล่ะ เลคเชอร์ก็ไม่ได้จด ใช้เพียงสายตาและเอาแต่เหลือบมองนาฬิกา ซอนอูสั่นขาพั่บๆ ด้วยความกระสับกระส่าย แต่คนที่จับขาที่กำลังสั่นรัวอยู่อย่างไม่หยุดหย่อนนั้นก็คือรุ่นน้องผู้ยอดเยี่ยม ขาของซอนอูจึงชะงักกึกหยุดสั่นเพราะหวาดกลัวสัมผัสจากมือของโดยอง ลมหายใจก็พลอยหยุดชะงักไปด้วย และร่างกายของรุ่นพี่ที่ตกอกตกใจกับมือที่เข้ามาอย่างปุ๊บปั๊บนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นมา

อึก อึ๊ก... ฮึก อึ๊ก

โดยองไม่สามารถกลั้นขำกับการสะอึกที่เกิดขึ้นกะทันหันของซอนอูได้จนต้องหัวเราะคิกคักออกมา ดูเหมือนว่าจะตกใจมากจริงๆ แต่ถึงเขาจะคิดแบบนั้นก็ก้มหัวขอโทษต่อหน้ารุ่นพี่ ทุกคนจะได้มองภาพลักษณ์ของเขาว่าเป็นรุ่นน้องที่ดีไปจนจบ ในขณะที่พูดว่า ‘ขอโทษนะครับรุ่นพี่ซอนอู ผมไม่ได้หัวเราะที่รุ่นพี่สะอึกนะครับ’ ในใจก็คิดว่าถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันจะเป็นอะไรไปได้ เขาตลกจนแทบจะบ้า ซึ่งซอนอูก็แค่หัวเราะไปด้วยแล้วส่ายหัวไปมา ถ้าคุณรุ่นน้องพูดแบบนั้นก็ว่าตามนั้นแหละ ถ้าโดยองบอกว่าวัตถุดิบหลักของก้อนถั่วหมักไม่ใช่ถั่ว มันก็ถูกแล้วล่ะ ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าประเทศของเราไม่ได้เป็นพื้นที่คาบสมุทรที่ถูกล้อมด้วยทะเลทั้งสามด้าน... ก็ถูกอีก ต่อไปสำหรับซอนอูแล้วคำพูดของรุ่นน้องลีโดยองก็เป็นตำราเรียนที่เหมือนสารานุกรม หรือไม่ก็เป็นสารานุกรมที่ไม่ได้ตีพิมพ์

“รุ่นพี่ครับ ให้เอาน้ำมาให้ไหมครับ”

“ไม่ๆ เดี๋ยวก็หายแล้ว ไม่... ไม่เป็นไร”

’รุ่นน้องลีโดยอง ตอนนี้รุ่นพี่กำลังสะอึกเพราะกระบังลมหดตัวกะทันหันนี่นา มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เอาน้ำมาให้ล่ะ จะนั่งอยู่แบบนี้เหรอ’ คำพูดเสียดสีที่เคยพูดแต่ก่อนหายไปไหนแล้วนะ อ๋อออ มันนานมาแล้วนี่นา


ซอนอูคิดถึงอดีตที่ไม่ได้นานมากขนาดนั้น การสะอึกที่เริ่มอย่างกะทันหันแบบนั้นมันไม่ยอมหยุดจนกว่าจะหายเอง ในหัวของซอนอูที่กลั้นสะอึกครั้งที่สามสิบก็นึกถึงตำนานพื้นบ้านที่เคยได้ยินจากที่ไหนสักที่ขึ้นมา ถ้าสะอึกเกินร้อยครั้งก็จะตาย เขาจึงตัดสินใจที่จะลองใช้ความปรารถนากับตำนานพื้นบ้านที่ไม่ได้น่าเชื่อถือดู รู้สึกผิดกับพ่อแม่ที่ให้กำเนิดมาแต่การที่สะอึกเกินร้อยครั้งจนตาย ก็ดูท่าว่าจะสะอาดเรียบร้อยกว่าการถูกรุ่นน้องนักเลงดึงไส้ดึงพุงให้ตายอยู่บ้าง ทุกครั้งที่เขาสะอึกครบสิบครั้งก็พับนิ้วนับไว้

สามครั้งแล้ว ตอนนี้สี่สิบครั้ง และต่อไปก็ห้าสิบครั้ง

เขาเอาแต่นับถอยหลังอายุขัยของตัวเองอยู่แบบนั้น และแน่นอนว่าโดยองคงไม่ทำเพียงแต่มองและปล่อยไว้เฉยๆ แน่ ถ้าคิดว่าตาทิพย์เหมือนมีสัมผัสจะไม่รู้ความหมายของนิ้วแต่ละนิ้วที่พับเก็บอยู่ใต้โต๊ะ และไม่สนใจกันก็เป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ถึงโดยองจะตั้งใจทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ คนที่กำลังสะอึกอยู่แบบนั้นแต่มันจะทำได้ยังไงกัน เขาจึงคิดแผนที่จะจี้จุดบางอย่างในหัวของซอนอูเพราะการสะอึกของอีกคน ‘จะทำยังไงให้รุ่นพี่ตกใจแล้วหยุดสะอึกโดยที่ไม่ส่งเสียงดังในชั่วโมงเรียนนี่ได้กันนะ’ คิดแบบนั้นได้ไม่นานก็เริ่มลงมือทำและมันก็เงียบเชียบมากจริงๆ


“อึบ!”

“...หยุดแล้วใช่ไหมครับ”

ซอนอูหยุดสะอึกไปโดยปริยายเพราะปกเสื้อของเขาเข้าไปอยู่ในกำมือของโดยอง การสะอึกที่เกินห้าสิบสี่ครั้งกว่าจะถึงร้อยก็หายไปในพริบตา เห็นได้ชัดว่ามันหยุดไปเพราะเจ้าตัวตกใจอย่างรุนแรง ถ้าการที่หัวใจของซอนอูตกลงไปบนพื้นและเด้งกลับขึ้นมาอีกครั้งเป็นผลข้างเคียงของการหยุดสะอึกล่ะก็ใช่เลย โดยองมองซอนอูที่มีสีหน้าซีดเซียวอย่างรวดเร็วเท่าที่ตาเขาพอจะจับได้ก่อนจะก็ทำเป็นตกใจแล้วปล่อยมือออก

จะทำให้ตกใจขนาดนี้ก็ไม่ได้นะ แต่ตอนนี้ฉันมีหัวใจแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ช้อนชา


ซอนอูกดความตกใจจนจะเป็นลมไว้ข้างใน ส่วนโดยองก็แสร้งทำหน้าตาสับสนแล้วเล่นละครต่อ

“รุ่นพี่ รุ่นพี่เป็นอะไรไหมครับ เพราะอย่างนี้หรือเปล่าเลยหายใจไม่ออกน่ะครับ”

“ไม่ ไม่ใช่ ไม่เป็นไร หยุดสะอึกแล้ว...”

ถึงแม้ว่าหลอดลมกับคอเสื้อจะไม่ได้ถูกตัดออกไปแต่เขาก็หายใจไม่ออกอยู่ดี ซอนอูก็ได้รับบทสรุปที่โง่เง่าว่า ‘ตอนนี้ฉันจะปลิดชีวิตตัวเองไม่ได้!’ ซึ่งนั่นก็คือแผนของโดยอง แผนที่ว่าคือการทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าตำแหน่งของฉันกับนายมันเปลี่ยนไปด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียวและมันก็ได้สำเร็จด้วย เป็นชัยชนะอย่างราบคาบของโดยองผู้มีความเชี่ยวชาญในการตักตวงจากประสบการณ์อันมากมาย

ความคิดเห็น