matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.5k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2558 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 11
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 11 -

 

            เมื่อวานหลังจากที่เลิฟกินข้าวเสร็จ ไม่นานเสื้อผ้าที่เอาซักก็มาส่ง เขาเลยแต่งตัวเตรียมกลับหอพัก ตอนออกมาจากห้องนอนก็ไม่เจอใครแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะเขาเองไม่อยากตอบคำถาม และไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นตอนนี้โดยเฉพาะ...ปราง

 

ไอ้ปอลงมาส่งเขาข้างล่าง แต่อย่านะครับอย่าคิดว่ามันจะอาสาขับรถมาส่งเขาที่หอ ฝันไปเหอะเพราะมันไม่ใช่คนดีขนาดนั้น  ไอ้ปอมันพาเขาลงมาหน้าคอนโดแล้วโบกแท็กซี่ให้ คือถ้าจะทำแค่นี้กูทำเองได้ครับ นี่ยังดีนะที่มันยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง มันยังจ่ายค่ารถให้

 

“นี่กะจะเด็ดจนมันเหลือแต่ก้านเลยรึไง” เสียงทักขึ้นข้างๆทำให้เลิฟสะดุ้งหลุดจากภวังค์

 

 “ห๊ะ!!อะไรนะครับพี่เมย์” เลิฟละล่ำละลักถามหน้าตาตื่น เพราะเมื่อกี้มัวแต่เหม่อ

 

“คิก คิก” เมย์ถึงกับหลุดขำกับท่าทางของเลิฟ

 

“เป็นอะไรน่ะเรา ทำไมวันนี้ดูใจลอยพิกล” เมย์ว่าพร้อมส่งยิ้มบางๆให้

 

“ใจลอย? ผมหรอ” ทำหน้าเอ๋อๆชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

 

“ใช่ลอยมากซะด้วย” เมย์ว่าแล้วพยักหน้าไปที่มือ เลิฟก้มมองตามก็เห็นดอกกุหลาบในมือถูกเด็ดจนแทบจะเหลือแต่ก้าน

 

“แฮ่ๆขอโทษครับ” ส่งยิ้มแหยๆให้

 

“ไม่เป็นไรจ้า ว่าแต่ใจลอยแบบนี้แอบคิดถึงใครอยู่รึป่าวเอ่ย” เมย์หรี่ตามองอย่างจับผิด

 

“ป่าวครับผมก็แค่คิดอะไรไปเรื่อย” ตอบปฏิเสธเสียงดังแต่ไม่ยอมสบตาเพราะว่าคิดถึงใครบางคนอยู่จริงๆ

 

“แล้วไปพี่ก็นึกว่าใจลอยคิดถึงเจ้าของรอยคิสมาร์กที่คอนี่ซะอีก” เมย์ยิ้มล้อเลียนแล้วเอานิ้วจิ้มไปที่รอบๆคอเลิฟเบาๆ เล่นเอาเจ้าตัวหน้าแดงลามไปทั่วใบหูและลำคอ

 

“มะ..ไม่ใช่นะครับรอยยุงกัดต่างหาก” อ้อมแอ้มตอบเสียงเบา

 

“จ้ายุง ดูท่ายุงตัวนี้จะร้อนแรงน่าดูกัดซะแดงเต็มคอ ว่าแต่เลิฟรู้รึป่าวว่ามันเป็นยุงตัวผู้หรือยุงตัวเมีย”

 

 

“ผะ..ผมจะไปรู้ได้ยังไงละครับ”

 

“ฮ่าๆๆพี่ไม่แซวเราละเงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว” เมย์ว่าแต่เลิฟก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา เพราะเขินสายตาล้อเลียนอย่างรู้ทันของเมย์

 

“โอเคๆพี่ออกไปดูลูกค้าหน้าร้านละ ส่วนเราก็อย่าเขินเด็ดดอกไม้พี่จนเหลือแต่ก้านล่ะ” เมย์ว่าก่อนจะเดินหนีไป ส่วนเริ่มก็ยังก้มหน้าเขินอยู่แบบนั้น

 

“นี่เลิฟว่าแต่ยุงตัวที่กัดหน้าตาดีป่ะ” เสียงของคนที่คิดว่าเดินไปแล้วกลับดังขึ้นข้างๆหู ทำเอาเลิฟตกใจเงยหน้าขึ้นมามอง

 

“พี่เมย์!!!” ตะโกนเสียงดังใส่ด้วยความเขินจัด

 

“ฮ่าๆๆๆๆ” เมย์หัวเราะร่าก่อนจะเดินไปทางหน้าร้าน เลิฟยืนหน้าแดงกร่ำมองตามหลังเมย์จนแน่ใจ ว่าเจ้าของร้านดอกไม้คนสวยจะไม่กลับมาแซวเขาอีก ไอ้ปอเพราะมันคนเดียวเลยทำให้เขาต้องมาโดนแซวแบบนี้ คิดแล้วก็โมโหมันจะทำรอยไว้ทำไมก็ไม่รู้ ไอ้โรคจิต

 

เลิฟเริ่มทำงานกับเมย์ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมทำให้สนิทกันอย่างที่เห็น อันที่จริงวันนี้เขายังไม่อยากมาทำงานเพราะสภาพร่างกายยังไม่โอเคถึงมันจะดีกว่าเมื่อวานก็เหอะ แถมรอยแดงที่ไอ้ปอทำไว้บนคอมันยังไม่จางลงเลย ใครเห็นมองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่ามันรอยอะไร

 

 

ถึงจะอายแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าหยุดอีกวันเพราะเกรงใจพี่เมย์ อีกอย่างเมื่อวานเขาก็หยุดงานไปเฉยๆไม่ได้โทรมาลาด้วยซ้ำ โชคดีที่เมย์เข้าใจและไม่ได้ถามอะไรมาก

 

 

นอกจากจะไม่ถามหาสาเหตุที่เขาหยุดไปไม่บอกไม่กล่าวแล้ว พี่เมย์ยังใจดีให้เขามาทำงานที่หลังร้านคอยเตรียมดอกไม้แทน ทั้งๆที่ปกติเขาจะมีหน้าที่รับออเดอร์และจัดดอกไม้ให้ลูกค้าหน้าร้าน คงเพราะเห็นรอยแดงที่คอของเขาและคงไม่อยากให้เขาอายเลยสลับตำแหน่งให้ชั่วคราว

 

เมื่อวานพอถึงห้องเขาก็โทรรายงานตัวกับพี่โชนทันที กลัวว่าพี่รหัสแสนดีของตัวเองจะเป็นห่วงวันนี้พี่โชนเลยขอเลี้ยงข้าวเที่ยงเขาจะปฏิเสธก็ไม่ได้ เพราะพี่โชนอ้างว่าเป็นการแก้ตัวที่เขาหนีกลับก่อนแล้วทิ้งให้พี่เขารอที่ร้านเหล้าคนเดียว เขาละอยากบอกใจจะขาดว่าไม่ได้หนีกลับแต่โดนลากกลับต่างหาก มองนาฬิกาที่ผนังตอนนี้สิบเอ็ดโมงกว่าแล้วอีกเดี๋ยวพี่โชนก็คงจะมา

 

 

เลิฟปลดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินไปล้างมือ ยืนส่องกระจกตรงหน้าอ่างล้างมือซักพักก็ยกมือขึ้นมาแตะที่รอยบนคอเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจหนักๆเพราะไม่รู้ว่า ถ้าพี่โชนเห็นแล้วถามขึ้นมาเขาจะตอบคำถามยังไง อยากจะเอาผ้าพันคอมาพันก็กลัวคนจะหาว่าบ้า จะหาเสื้อคอเต่ามาใส่ก็นึกขึ้นได้ว่าชีวิตไม่เคยซื้อเสื้อคอเต่าใส่

 

 

“เฮ้ออออออออออ” ถอนหายใจเซ็งๆ ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าร้านเพื่อขออนุญาตพี่เมย์ไปกินข้าว แต่พอเดินออกมาถึงเขาก็เจอพี่โชนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แถมเจ้าตัวยังขออนุญาติกับพี่เมย์ให้เขาเรียบร้อยเสร็จสรรพ

 

“งั้นผมพาน้องเลิฟไปทานข้าวก่อนนะครับ” โชนว่าก่อนจะยิ้มเห็นเขี้ยวส่งให้เมย์

 

“ค่ะ ไม่ต้องรีบก็ได้นะคะวันนี้ที่ร้านไม่ค่อยยุ่งตามสบายเลย” เมย์ตอบกลับด้วยท่าทียิ้มแย้มใจดี

 

“เดี๋ยวผมจะรีบกลับมาทำงานนะครับพี่เมย์” เลิฟกระซิบบอกอย่างเกรงใจ

 

“ไม่เป็นไรไปกินข้าวกับแฟนเถอะ” เมย์กระซิบกลับยิ้มๆ

 

“พี่เมย์!!!ใช่ที่ไหนล่ะนี่พี่รหัสผม” เลิฟว่ากลับเสียงไม่ดังนักใบหน้าค่อยๆเริ่มแดงเพราะความเขิน พี่เมย์ชอบพูดให้เขาอายอยู่เรื่อย

 

“อ้าวหรอก็พี่เห็นพ่อหนุ่มเขี้ยวเสน่ห์เขาดูเทคแคร์เราจนพี่นึกว่าเป็นแฟน” เมย์ว่าขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะตอนที่เลิฟยังอยู่ข้างใน โชนนั่งคุยกับเธอแต่เรื่องเลิฟถามนู้นถามนี้ เป็นห่วงสารพัดจนเธอคิดว่าเป็นแฟนเลิฟซะอีก

 

“ใช่ที่ไหนละครับ ไม่คุยกับพี่เมย์ละ ผมไปก่อนนะครับแล้วจะรีบกลับมา”

 

“จ้าไม่ต้องรีบก็ได้ที่ร้านไม่ยุ่งเท่าไหร่”

 

เลิฟส่งยิ้มขอบคุณให้เมย์เล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาหาโชนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน เลิฟเลือกกินสปาเกตตี้ร้านไม่ไกลจากร้านดอกไม้ที่ตัวเองทำงานเท่าไหร่ เขาไม่อยากออกไปกินไกลๆกินในห้างเดียวกันเนี้ยแหละ จะได้ไม่เสียเวลาและก็กลับไปทำงานง่ายๆด้วย

 

“น้องเลิฟจะกินอะไรครับดูเมนูก่อนมั้ยหรือให้พี่สั่งให้” โชนเงยหน้าจากเมนูขึ้นมาถามหลังจากที่พนักงานเอาเมนูมาให้

 

“อะไรก็ได้ครับขอแค่ไม่เผ็ดก็พอ” เลิฟส่งยิ้มให้แล้วปล่อยให้โชนเป็นคนสั่งอาหารทั้งหมด เขาไม่อยากเรื่องมากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ

 

รอไม่นานเท่าไหร่เครื่องดื่มที่สั่งก็มาเสิร์ฟ พร้อมกับของว่างอีกสามสี่อย่างจนเต็มโต๊ะ เลิฟหยิบแก้วสตอเบอรี่ปั่นของตัวเองขึ้นมากินเพื่อรอสปาเกตตี้ไปพลางๆ

 

“ขนมปังที่นี้อร่อยนะ” โชนว่าแล้วหยิบขนมปังกระเทียมขึ้นมาจ่อที่ปากของเลิฟ ทำให้เลิฟต้องอ้าปากกินอย่างเสียไม่ได้

 

“อร่อยๆจริงๆด้วยครับ” ตอบไปปากก็เคี้ยวตุ่ยๆอย่างมีความสุข โดยมีโชนคอยหยิบของว่างบนโต๊ะขึ้นมาป้อนไม่ขาด

 

Tru...Tru…Tru…

 

เสียงโทรศัพท์ของเลิฟดังขึ้นขัดจังหวะการกิน เลิฟล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู เบอร์ที่โชว์บนหน้าจอเป็นเบอร์ไม่คุ้นเลย เลิฟค่อยๆกลืนอาหารในปากลงคอก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย

 

“ฮัลโหลครับ”

...

...

ปอตื่นขึ้นมาตอนสายๆเหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ถึงว่าสิทำไมเขารู้สึกหิวข้าวขนาดนี้ ตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปหาอะไรมาลงกระเพาะ ทีแรกกะว่าจะสั่งข้าวที่ร้านของคอนโดขึ้นมากินเพราะขี้เกียจออกไปข้างนอก แต่ก็ดันนึกเบื่อๆข้าวที่คอนโดเลยไปเคาะประตูห้องไอ้ปิง ขอยืมกุญแจรถขับออกมาหาข้าวกินข้างนอก โดนมันเทศนามานิดหน่อยเรื่องรถ

 

ขับรถออกมาแบบไร้จุดหมายสุดท้ายก็มาจบที่ห้างแถวๆมหาลัย ไม่ไกลจากคอนโดที่เขาอยู่เท่าไหร่ ระหว่างที่กำลังเดินหาร้านกินข้าว สายตาก็ดันไปเห็นร่างเล็กๆคุ้นตานั่งอยู่ในร้านอารชื่อดังร้านนึง กำลังหัวเราะคิกคักมีความสุข อ้าปากรับอาหารที่ฝั่งตรงข้ามป้อนให้มาเคี้ยวตุ่ยๆจนแก้มป่อง

 

 

ภาพที่เห็นทำให้เส้นเลือดที่ขมับเต้นดังตุ๊บๆ หงุดหงิดฉิบหายแม่งเอ้ยมากินกับใครก็ไม่กิน เสือกมานั่งกินกับไอ้สัสโชนแถมยังให้มันนั่งป้อน ไอ้ห่านั่นก็เอาอกเอาใจซะเหลือเกินมึงไม่สิงไปเลยวะ

 

 

การกระทำเร็วกว่าความคิด มือล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมากดโทรออก โทรหาใครน่ะหรอก็โทรหาไอ้คนที่นั่งหัวเราะร่าในร้านอาหารนั้นแหละ เขาแอบเมมเบอร์มันไว้ตอนมันหลับ

 

“(ฮัลโหลครับ)” รับสายเสียงใส

 

“ลุกออกมาเดี๋ยวนี้” สั่งเสียงเข้ม

 

“(ห๊ะ!!!นี่คุณโทรผิดแล้วมั้งครับ)” เลิฟตอบกลับแบบงงๆ

 

“มึงจะลุกออกมาดีๆหรือให้กูไปลากออกมา”

 

 

“(เฮ้ย!!พูดไม่รู้เรื่องไงวะบอกว่าโทรผิดแล้ว)”  เลิฟเริ่มหงุดหงิดกับปลายสายที่พูดจาไม่รู้เรื่อง

 

“มองออกมาที่กระจก” บอกเสียงนิ่งๆ

 

 

เลิฟที่ได้ยินแบบนั้นก็หันมองออกมาที่กระจก มือไม้ถึงกับอ่อนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ ตกใจจนเกือบกรี๊ดที่เห็นตัวสูงๆของไอ้ปอยืนอยู่นอกร้านฝั่งตรงข้าม แถมทำหน้าเหมือนจะแดกหัวคนแถวนั้น

 

“มะ...มึงมีอะไร” ถามเสียงสั่นๆ

 

“(กูบอกให้ออกมา)”

 

 

“ทำไมกูต้องออกไป”

 

“(จะออกมาเองดีๆหรือจะให้กูไปลากออกมาวะ!!)” ปอเริ่มขึ้นเสียง

 

“เดี๋ยวกูออกไปเอง” แล้วสัญญาณก็กดตัดไป

 

เลิฟมองโทรศัพท์ในมือแล้วเงยหน้าไปมองนอกกระจกอย่างกังวล เขาจะออกไปตามที่ไอ้ปอมันสั่งดีมั้ยแต่ถ้าไม่ออกไปแล้วมันเข้ามาลากเขาในร้านจริงๆอย่าที่พูดละ ถ้าออกไปเขาจะบอกพี่โชนว่ายังไงดีละ

 

“มีอะไรรึป่าวครับ” โชนถามขึ้นเพราะเห็นเลิฟนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่วางสาย

 

“ดูสิคิ้วพันกันหมดแล้ว” โชนยื่นนิ้วโป้งไปที่หว่างคิ้วแล้วนวดคลึงเบาๆ

 

เลิฟส่งยิ้มให้โชนบางๆ ในหัวก็นึกหาวิธีลุกออกไปข้างนอก โทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นอีกครั้งพอก้มมองก็เป็นเบอร์ไอ้ปอโทรเข้ามา เงยหน้าไปมองที่กระจกก็เห็นมันยืนมองทำหน้าดุๆใส่ ทำท่าจะเดินเข้ามาหาเขาในร้าน

 

“เอ่อพี่โชนครับเลิฟขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป่บนึงนะครับ” ละล่ำละลักบอกโชนไปเพราะกลัวว่าปอจะตามเข้ามาในร้าน

 

“อ้อครับ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนมั้ย” โชนถามยิ้มๆระหว่างนั้นพนักงานก็เอาอาหารมาเสิร์ฟพอดี

 

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวเลิฟมานะครับ” ว่าแค่นั้นแล้วรีบลุกจากโต๊ะเดินออกนอกร้านไปเลย ทำเอาโชนได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กอย่างงงๆ

 

แฮ่กๆๆๆๆ

 

เสียงหายใจกระหืดกระหอบเพราะรีบวิ่งมา เลิฟหยุดยืนพักเหนื่อยอยู่ตรงหน้าปอซักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองปออย่างหงุดหงิด เหนื่อยก็เหนื่อยแถมยังเจ็บข้างหลังอีก จะไม่วิ่งก็ไม่ได้กลัวไอ้บ้านี่จะเข้าไปถึงในร้านก่อน

 

“มึงมีเหี้ยรัย” ถามเสียงเขียว

 

“ไปกินข้าวป่ะ” ว่าแค่นั้นแล้วก็เดินนำไป ทำเอาเลิฟถึงกับยืนเอ๋อ

 

“ห๊ะ!!!มึงโทรเรียกกูออกมากินข้าวเนี้ยนะ”

 

“เออ!!

 

“งั้นกูจะกลับไปกินกับพี่โชน” ว่าแค่นั้นแล้วหันหลังจะเดินกลับไปทางเดิม แต่ก็โดนกระชากแขนเต็มแรงจนเซมาปะทะอกกว้าง

 

“อยากลองดีก็กลับไป” ปอว่าเสียงเย็นรอดไรฟัน ทำเอาเลิฟถึงกับเสียวสันหลังวาบ

 

“แต่กูออกมากินข้าวกับพี่เขามึงจะให้กูทิ้งพี่เขาได้ยังไงเล่า” เลิฟโวยวายเล็กน้อย

 

“นั่นมันเป็นปัญหาของมึงไม่เกี่ยวกับกู” ปอว่าแล้วจัดการลากแขนเลิฟให้เดินต่อ ส่วนเลิฟได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ออก มันพูดมาได้ไงวะว่าไม่เกี่ยวก็มันเป็นคนบังคับเขาออกมาจากร้านเนี้ย

 

“จะกินอะไร” ปอเอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินวนหาร้านกินข้าวได้ซักพัก แต่คนตัวเล็กข้างๆก็ไม่เอาซักร้านแถมยังยืนทำหน้างออีก

 

“มึงจะกินอะไร”

 

“ไม่กิน” ตอบปฏิเสธอย่างหงุดหงิดทั้งๆที่หิวไส้จะขาด ปอกรอกตาขึ้นฟ้าเซ็งๆก่อนจะลากแขนคนตัวเล็กเข้าร้านอาหารตรงข้างหน้า ไม่ต้องเลือกแม่งละ

 

“ไม่เอา” เลิฟขืนตัวไว้ไม่ให้ไปตามแรงดึง

 

“งั้นมึงจะกินอะไร” ปอถามน้ำเสียงเริ่มจะหงุดหงิด

 

“ก็บอกว่าไม่กินไง”

 

“ไอ้เลิฟ!!!” ปอตะคอกขึ้นอย่างอดไม่อยู่

 

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยเล่ากินฟูจิก็ได้แม่ง” เลิฟตอบกลับเหวี่ยงๆ

 

“ก็แค่นั้น” ปอทำตาดุใส่แล้วลากแขนเลิฟเข้าไปนั่งในร้าน

 

ทันทีที่นั่งลงเลิฟก็เปิดเมนูสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่ว เพราะส่วนตัวชอบกินอะไรจืดๆโดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นของชอบเขาเลยล่ะ

 

ปอนั่งมองเลิฟสั่งอาหารแล้วก็ส่ายหัว เมื่อกี้ใครแม่งบอกว่าไม่หิววะ นี่สั่งเอาสั่งเอาจนพนักงานจดออเดอร์แทบไม่ทัน เขาเลยไม่สั่งปล่อยแม่งสั่งไปคนเดียว เดี๋ยวกินกับมันเนี้ยแหละ

 

“ไหนมึงบอกไม่หิว”

 

“แต่ตอนนี้กูหิวแล้ว” เลิฟว่าแล้วส่งยิ้มกวนๆให้ ปอเลยเอาตะเกียบเคาะไปที่กลางหน้าผากแรงๆทีนึงเพราะหมันไส้

 

“โอ๊ยยยยย” เลิฟร้องออกมายกมือขึ้นลูบหัวปอยๆ ทำหน้างอปากยื่นใส่ปอ

 

“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย” ปอว่าแล้วเอื้อมมือไปดึงปากเลิฟเบาๆชอบทำดีนักไอ้ปากยื่นๆเนี้ย

 

“อี๋..มือมึงล้างป่ะเนี้ย” เลิฟว่าทำหน้าแหยๆแสดงความรังเกียจเต็มที่ เอามือถูปากตัวเองไปมา

 

“ปัญญาอ่อน” ปอส่ายหัวเบาๆ เขาไม่คิดเลยนะว่าไอ้เลิฟมันจะปัญญาอ่อนได้ขนาดนี้ เห็นกวนตีนเขาขนาดนั้น แต่นี้อะไรแม่งเด็กฉิบหายแถมยังโคตรงี่เง่าเอาแต่ใจ

 

ไม่นานอาหารที่สั่งไว้ก็ทยอยมาเสิร์ฟ เลิฟลงมือตักกินอย่างเอร็ดอร่อย ตักป้อนให้ปอกินบ้างอย่างลืมตัว ปอเองก็อ้าปากรับมากินไม่ได้พูดอะไร เลิฟนั่งกินข้าวอย่างมีความสุขจนลืมไปเลยว่าตัวเองทิ้งโชนไว้ที่ร้านอาหาร ลืมมองแม้กระทั่งโทรศัพท์ว่าโชนโทรหาเขาเป็นสิบๆสาย

 

ปอเหลือบมองไปโทรศัพท์บนโต๊ะที่สั่นเล๊กน้อยเพราะมีคนโทรเข้า จะว่าเลิฟลืมมองก็คงไม่ใช่เพราะช่วงจังหวะที่เลิฟเผลอ ปอเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ของเลิฟไปปิดเสียงทำให้เลิฟไม่รู้ตัว เขาอ้าปากรับอาหารที่เลิฟตักมาป้อนนิ่งๆโดยที่ไม่คิดจะเตือนเลิฟเรื่องโทรศัพท์ กระตุกยิ้มมุมปากนิดๆอย่างมีความสุข

 

โทรให้สนุกนะมึง

 

 

2 Be Con...

 

++++++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะยูว์

ตอนนี้มาเรื่อยๆเนาะ ทีแรกเขียนให้มันมีอะไรบางอย่าง

แต่พอดีว่ามันยางเกินเลยตัดฉับ ยกยอดไปตอนหน้า 55

เอาเป็นว่าตอนนี้ก็อ่านความมุ้งมิ้งของเขาไปก่อนละกันเนาะ

แอบถามนิดนึงคิดว่านิยายมันยืดเยื้อมะ

ทำไมเขียนเองรู้สึกว่ามันยืดเยื้อเรื่อยเปื่อยเยี่ยงนี้

รู้ทั้งรู้แต่ก็แก้ไม่ได้ รู้สึกกลุ้มใจกับตัวเองเบาๆ

แต่มันมีเหตุผลน้าาาา ก็คนเราจะให้รักกันปุ้บปั้บก็ใช่ที่

มันก็ต้องใช้เวลาเนาะ (หาข้ออ้างได้อย่างงดงาม)

เอาเหอะ ทนๆอ่านไปก่อนละกันอย่าพึ่งอยากกินมาม่าเลย

มันไม่ดีต่อสุขภาพนะยูว์..... เอิ้กๆ

 

 รักคนอ่านนะ^^

(บอกรักกันทุกตอนคนอ่านรักคนเขียนบ้างมั้ยเนี้ย อิ อิ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}