นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

ขอเผือกหน่อย (อัพครบ)

ชื่อตอน : ขอเผือกหน่อย (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2562 11:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ขอเผือกหน่อย (อัพครบ)
แบบอักษร

​เดือนต่อมา

​ก่อนถึงกำหนดวันแต่งงาน ครอบครัวของกำนันปันรวบรวมสินสอดทองหมั้น พอคิดจำนวนแล้วก็คงไม่น้อย น่าจะสมน้ำสมเนื้อเจ้าสาวพอสมควร กำนันปันเย้าลูกชายว่าสมบัติเพียงแค่น้อยนิด ถ้าว่าที่พ่อตาไล่ตะเพิดกลับมาจะว่ายังไง ปลัดธนาตอบอย่างมั่นใจว่า พ่อตาแม่ยายคงไม่ทำแบบนั้นแน่ เพราะเท่าที่ผ่านมาฝ่ายนั้นก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย

พ่อกำนันกับภรรยาตามใจลูกชาย แต่ถ้าเขาไล่กลับพ่อยินดีเสียสละ ผ้าขาวม้าที่พ่อรักมากให้ลูกได้ซับน้ำตา เลยกลายเป็นเรื่องสนุกสนานของครอบครัว ใกล้วันเดินทางอดีตปลัดธนา ไร้เพื่อนอย่างพอร์ซเคียงข้างเหมือนทุกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ปลัดบอกแล้ว ว่าเขาไม่ต้องมาก็ได้

ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้เพื่อนลำบาก ต้องลางานเหมือนครั้งที่แล้วอีก เกรงใจพ่อและแม่ของพอร์ซมาก ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆแต่ถ้าเพื่อนจะไปด้วย เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ใช่ประเด็นเขาพร้อมจะให้อยู่แล้ว

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิด ทำให้ทุกคนต้องตะลึงเมื่อพอร์ซ สะพายเป้ใบใหญ่มาที่สนามบิน ทุกคนตกใจมากเพราะไม่ได้ซื้อตั๋วเผื่อพอร์ซเลย แถมเขายังตำหนิเพื่อนอย่างธนา ว่าจะมีเมียทั้งทีแต่ไม่ยอมให้เขาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ซึ่งเขายอมไม่ได้แน่และเรื่องตั๋วไม่ใช่ปัญหา พอร์ซซื้อแล้วเรียบร้อย แถมเป็นเที่ยวบินเดียวกันอีก

กระทั่งการเดินทางไปถึงนิวยอร์ก ถึงได้รู้ว่ามีไส้ศึกอยู่ในบ้านนี่เอง แทนไทยบอกพอร์ซทุกอย่างไม่อย่างงั้น พอร์ซจะไม่ยอมให้น้องสาวตัวเองคบด้วย ถึงแม้แทนไทยจะรู้ว่าเป็นแค่คำขู่ แต่ก็ไม่เสี่ยงจะดีกว่าเพราะระยะหลังๆมา น้องบีมไม่ค่อยอยากคุยกับแทนไทย แถมไม่รับโทรศัพท์ด้วยเธออ้างว่าต้องช่วยพ่อทำงาน

ซึ่งเขาก็เข้าใจเพราะช่วงนี้ปิดเทอมใหญ่ ทุกคนก็ต้องหางานทำ หรือช่วยพ่อแม่ทำงานเขาเองก็เช่นกัน ไม่อยากให้พ่อแม่บ่นมากยิ่งพี่ชายไม่อยู่แล้ว เขายิ่งต้องทำงานเป็นเสาหลักของครอบครัว ส้มกำลังให้ผลผลิตค่อนข้างดี ราคาส่งก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ และที่สำคัญช่วยให้ชาวบ้านมีงานทำ นั่นคือสิ่งที่พ่อกำนันปรารถนา

"แม่..ทำไมต้องเก็บตัวด้วย ตั้งแต่มาถึงผมยังไม่เจอแอนนี่เลยนะ ทำไมทุกคนใจร้ายจังแค่หน้ายังไม่ให้เห็น มันจะเกินไปแล้วมั้งครับ?"

ธนาบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เพราะตั้งแต่มาทุกคนเข้าพักที่โรงแรมของแดเนียล ซึ่งงานจะมีอีกสองวันข้างหน้า แต่พ่อแม่ไปมากหาสู่กันได้ แต่ห้ามบ่าวสาวเจอหน้ากัน นี่มันยุคไหนทำไมพ่อแม่ต้องแกล้งกันขนาดนี้ด้วย

"ความอดทนนะแกมีมั้ยวะ ฉันเพิ่งรู้ว่าแกนะใจร้อนเป็นบ้าเลย โบราณเข้าถือใช่มั้ยครับคุณป้า"

"พี่พอร์ซพูดถูกลูก ธนาลูกนะใจร้อนเกินไปนะ"กานดาติงลูกชาย 

"จริงครับ อีกสองวันเท่านั้นน่า หรือว่าพี่จะลงแดงซะก่อน พี่ต้องทั้งอดทั้งทนนะครับ ที่เขาว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวานไงพี่"แทนไทยทั้งปลอบใจทั้งให้กำลัง ทุกคนต่างก็ให้กำลังใจแต่ธนา กลับรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งมากกว่า

"ธนา..ลูกใจร้อนเกินไปอย่างที่ทุกคนว่า วันอย่างนี้ต้องใจเย็น ผลไม้จะกินให้อร่อยต้องห่ามแล้วค่อยสุก ไม่ใช่ชิงสุกก่อนแล้วค่อยห่าม มันไม่ถูกต้องเชื่อพ่อสิ ทุกอย่างไม่นานเกินรอหรอกน่า"

"ไอ้ปลัด/ไม่ได้เป็นแล้วโว้ย.."

"จะยังไงก็แล้วแต่นะ ฉันว่าแกต้องใจเย็น เพราะเท่าที่รู้มา ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงเขาต้องพิถีพิถันหน่อย แต่แกอย่าห่วงเลยตอนนี้ฉันว่าแกได้ใจพ่อตาแม่ยายไปเกินครึ่งแล้วนะ"

"ยังไงอ่ะ เหมือนที่ผ่านมาฉันไม่เคยอยู่ในใจเขายังงั้นแหละ"ธนาสงสัยว่าเพื่อนจะพูดอะไร

​"ก็แกคิดดูนะ เมื่อตอนที่เรามาครั้งก่อนคุณย่าของแอนนี่ บอกแกว่าภายใน3เดือนแกต้องบอกผู้ใหญ่มาสู่ขอ แต่นี่ยังไม่ครบสามเดือนเลย แกมาก่อนเวลาอีก"

​"แล้วไม่ดีหรือไงล่ะ?"

​"มันก็ดี แต่มันสามารถบอกเหตุผลได้อยู่ 2อย่างว่ะ อย่างแรกบ่งบอกว่าแกเป็นใจร้อน"

"แล้วอย่างที่สองล่ะ?"

"อย่างที่2บ่งบอกว่า แกรักษาสัญญาเพราะคำว่าภายในสามเดือน จะพอดีเปะก็ได้ หรือก่อนก็ได้เขาจะได้รู้ว่า แกนี่น่านับถือจริงๆว่ะเพื่อนฉันยอม จะบอกว่าแกนี่รักลูกสาวเขาจริง"

​"แล้วถ้าแกเป็นป๋าของแอนนี่ แกจะทำไงวะไอ้พอร์ซ?"ธนาถามกลับ

"555 ไม่น่าถาม ฉันก็จะเรียกค่าสินสอดแกสัก100ล้านนะสิ"

"งั้นลูกสาวคุณพ่อคงต้องรอไปอีก 70ปีครับผมคงไม่มีปัญญาแน่ แกพูดดีไปฉันจะรอเวลาแกมีความรัก พอถึงตอนนั้นแกจะต้องละเมอเพ้อพกหาเขา ฉันจะหัวเราะเยาะแกสามวันสามคืนเชื่อเลย"

"โนเวย์..ไม่มีทางฉันบอกแล้วไงว่า ฉันรอนางฟ้าอยู่ เธอยังไม่หลงทางกลับสวรรค์ ลองหลงทางเมื่อไหร่โดนกูสอยเข้าบ้านแน่"

"แกละเมอไปเถอะ นางฟ้ามีแต่ในนิทานเท่านั้น ในชีวิตจริงไม่มีหรอกโว้ย เฮ้อ!ทำไมมันต้องมีขั้นตอนเยอะจังวะ ตอนเป็นแฟนกันยังไม่ยุ่งขนาดนี้เลย"

"จะบ่นทำไม แม่ว่าลงไปข้างล่างดีกว่านี่มันก็จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว แม่กินอะไรไม่ค่อยลงเลยระบบขับถ่ายก็จะเสียเอา พ่อไปเถอะปล่อยหนุ่มๆเขาคุ้มคลั่งไป แม่เพิ่งรู้ว่าลูกชายเป็นคนแบบนี้เอง"กานดาบ่นอีกครั้ง ก่อนจะลุกจากโซฟาตัวใหญ่ บริเวณล้อบบี้ชั้นที่ครอบครัวเข้าพัก

"ไปกันเถอะแกยังต้องทำอีกหลายอย่าง แต่อย่ากินเยอะนะเว้ย ระวังพุงออกแล้วใส่สูทไม่หล่อ"

"รู้แล้วน่า แต่ที่นี่เขามีห้องอาหารหลายห้องจัง แล้วแกรู้มั้ยว่าโรงแรมนี้ เหมือนเป็นตำนานเพราะตอนที่แม่แอนนี่มาเรียน แม่ยายฉันทำงานที่นี่แล้วพ่อแอนนี่กับเจ้าของโรงแรมนี้ เขาเป็นเพื่อนกัน"

"พ่อคุณเมย์นะหรอ?"

"ใช่ แล้วแม่เขาก็เป็นเพื่อนกับแม่แฟนฉัน"

"ห้ะ?..มันเรื่องจริงหรอวะ?"

"ใช่เรื่องนี้ยังไม่เคยบอกผ่าน เพิ่งเล่าให้แแกฟังวันนี้ ฉันว่าไปดูห้องที่เขาจะจัดงานหน่อยมั้ย เห็นคุณเมย์บอกว่า ชื่อห้องบุษราคำ"

"เขาชอบเอาชื่อของเพชรนิลจินดามาตั้งชื่อ เพชรไพลิน แก้วมรกตแบบนั้นนะ"พอร์ซพูดเหมือนรู้จริง เพราะที่นี่มีห้องแบบนั้นจริง

​"พูดเป็นเล่น มันมีจริงนะแกไม่เชื่อลองอ่านป้ายนี่สิ นี่ไงบลูไดมอนด์ แล้วก็ยังมีภาษาไทยด้วยมุกมรกต แกพลาดไปหน่อย ไปเถอะเดี๋ยวแม่จะรอ"

​"โอเค..นี่เขาจะรวยไปไหนวะ แล้วคุณเมย์เขามีน้องสาวมั้ยวะ?"

"ทำไมแกอยากจีบหรอ ไม่มีนะเท่าที่รู้เขามีน้องชาย คงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนายแพทนั่นแหละมั้ง ผู้ชายนะเอาหรอ?"

"บ้า..ตัวเองอ่ะ"พอร์ซทำท่าตุ้งติ้ง เมื่อเดินมาถึงห้องที่จะใช้เป็น ที่จัดเลี้ยงงานแต่งเพื่อนในอีกสองวันข้างหน้า

​"เมย์..อย่าบอกนะว่าอีตาคนนั้น คือคู่ขาเกย์ปลัดธนา ฉันว่าน้องสาวเราจะได้เพื่อนสาวมาเป็นสามีหรือเปล่า ดูสิยืนเกาะกันเป็นปลิงขนาดนั้นนะ อึ้ยย..ขนลุก"เสียงซุบซิบของสองสาวทำให้พอร์ซ ต้องลดมือจากการเกาะไหล่เพื่อนสนิท

​"คุณพอร์ซ..งานนี้ก็มาหรอคะ เหมือนว่าเราเพิ่งจะเจอกันเองนะคะเนี่ย"เมย์กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง เพราะทั้งคู่เคยเจอกันแล้วครั้งก่อน

​"คุณเมย์ครับขาดผมได้ไงล่ะครับ ผมมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวครับ"คนที่ยืนอยู่ข้างกายเมย์ยิ้มเยาะนิดๆ'เพื่อนเจ้าสาวล่ะไม่ว่า'

​"คุณว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด"พอร์ซหันมามาถาม เหมือนว่าเธอกำลังนินทาเขายังไงยังงั้น

​"ใครว่าอะไรคะ ไม่มี้เห็นคุณสองคนสนิทกันมาก ก็เลยคิดว่าคุณน่าจะเป็นเพื่อนที่'รัก'กันมากเลยนะคะ แล้วทำใจได้แล้วหรอคะ?"

​"อันนา.."

"อะไรเล่าก็เธอดูสิ หน้าตาก็บ่งบอกว่าเป็น..."

​"คุณว่าอะไรนะครับ ได้ยินว่า'เป็น'แล้วที่คุณพูดมันหมายความว่าไงฮะ แล้วคุณมากล่าวหาผมแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะคุณ.."พอร์ซไม่ยอมง่ายๆ

​"ฉันกล่าวหาคุณว่าอะไรคะ..ฉันเอ่ยชื่อคุณงั้นสิ คุณเป็นใครฉันยังไม่รู้จักเลย แล้วฉันจะไปกล่าวหาคุณทำไมไม่ทราบ  เรารู้จักกันหรอคะคุณ?.."

​"ผมชื่อพอร์ซแล้วคุณล่ะเป็นใครไม่ทราบ หรือว่าเป็นนางฟ้าจุติมาจากสวรรค์ครับ?"

​"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณ อ้อ..นี่คุณกล้าขึ้นเสียงกับผู้หญิงหรือไง ปลัดธนาเพื่อนคุณนี่แย่มาก หรือว่าเก่งกับ ผู้หญิง เด็กสตรีมีครรภ์ หรือคนชราล่ะคุณ?"

​"อันนา.."

​"เฉยเถอะน่าเมย์..อีตานี่มาขึ้นเสียงกับฉัน ไม่ได้รู้จักกันซะหน่อย/อันนาหยุดเถอะน่า.."ปลัดธนาดูท่าทีจะบานปลาย เลยรั้งแขนเพื่อนไปอีกทาง

"คุณเมย์..ผมขอโทษคือไอ้พอร์ซมัน..."

"เมย์เข้าใจค่ะคุณปลัด เพื่อนเคยอยู่ด้วยกันมาแล้วอยู่ๆคุณก็มาแต่งงาน อีกคนก็น่าจะทำใจลำบากอยู่หรอกค่ะ/ใช่ฉันเห็นด้วยค่ะปลัดธนา.."

​"ฟังผมก่อนนะครับ ไอ้พอร์ซมันเป็นแค่เพื่อนผม มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเข้าใจหรอกครับ เราเป็นกันมาตั้งแต่มัธยม กระทั่งมหา'ลัยครับผม เรากำลังจะไปที่ห้องอาหาร ก็เลยแวะมาที่ห้องจะจัดงานเลี้ยงของเรา เท่านั้นเองฮะไม่ได้จะมาหาเรื่องนะครับ"ธนาอธิบายให้สองสาวเข้าใจ

​"ขอบคุณค่ะคุณธนา เอ้า!หลบสิคุณ ยืนขวางทางทำไมเล่า ยืนเป็นเสาโทรเลขอยู่ได้"สองสาวเดินลิ่วๆออกไปแล้ว ทิ้งให้พอร์ซยืนเหวออยู่กลางห้องจัดเลี้ยง ก่อนที่สองคนจะมองหน้ากันพรางถอนหายใจเฮือกใหญ่

​"ไอ้ปลัด..ยัยตัวแสบนั่นหาว่าฉันเป็น..."

​"555..แล้วแกเป็นหรือเปล่าล่ะ อันนาคงล้อเล่น ก็แกทำท่าแบบนั้นใครๆก็ต้องคิดแหละน่า ไปกินข้าวเถอะ เธอแค่เข้าใจผิดเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก"

​"ไม่ใช่แล้วแก เธอคิดไปแล้วว่าฉันเป็น..."

​"ยิ่งแกดิ้นเท่าไหร่ มันยิ่งเหมือนแก้ตัวฉันว่าสู้ดีแกอยู่เฉยๆจะดีกว่าน่า"ธนาได้แต่รำพึงในใจ ตอนนี้เพื่อนพอร์ซ คงจะเจอคู่ที่เหมาะสมแล้วสินะ

​"นายคนนั้นเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ดูท่าทางจองหองชอบกล คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?"

​"อันนาไม่เอาน่า เขาเป็นเพื่อนคุณปลัดเขามาที่นี่เมื่อสองเดือนก่อน ตอนที่ปลัดธนามาหาแอนนี่"

"ดูเธอจะรู้จักเขาดีนี่นา"

"ก็รู้แค่ว่าเป็นเพื่อนปลัดนั่นและ เห็นว่าเป็นวิศวกรอยู่เชียงใหม่"

"อะไรนะอยู่เชียงใหม่หรอ เหอะ!กวนประสาทชะมัดเลย"สองสาวเดินห่างออกไปแล้ว ทิ้งให้สองหนุ่มเดินไม่เป็นเลย พอร์ซก้มมองตัวเองเขาเหมือนพวกเกย์ ที่ชอบล่าแต้มหรือไงออกจะแมนทั้งแท่ง

​"ยังจะหาอีกมั้ยนางฟ้าของแกนะ แต่ฉันว่าอันนาเหมาะกับแกมากกว่า แต่ระวังหน่อยนะ.."

​"อะไร..?"

"พ่อดุมากหนวดกระดิกเลยหละ อย่าแหยมเข้าไปจีบเชียว"พอร์ซไม่หวั่นไหวเลย เป็นเรื่องปกติที่ลูกสาวสวยพ่อก็ต้องดุ เหมือนพ่อเขาดุใช่ย่อยเหมือนกัน

"ใช่..ก็ดูลูกสาวก่อนยิ่งกว่าหมาพิทบูลอีก ว่าแล้วขยาดปากจัดอีกต่างหาก ชาตินี้อย่าคิดว่าจะหาผัวได้บอกเลย"พอร์ซอย่างหัวเสีย ในชีวิตไม่เคยเจอผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้เลย

"ก็ไม่แน่หรอกอาจจะมีคนคุยอยู่ก็ได้ เธอออกจะสวยเบอร์นั้น จะว่าไปผู้หญิงแบบนี้น่ารักนะว่าป่ะ?"

"เอ้า..อะไรของแกจะมีเมียอยู่วันสองวัน จะมาบอกผู้หญิงอื่นน่ารัก ถ้าน้องแอนนี่รู้นะแกบ้านแตกแน่ไอ้อดีตปลัด"

"พูดอย่างนี้ฉันจะเหมาว่าแกหึงนะเว้ย"

"ใครหึงไม่มี ไม่หึงเว้ยไม่มีความจำเป็นต้องหึง เขาไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน ทำไมต้องหึงด้วย"บทสนทนาของทั้งคู่ ไม่สามารถจะรอดพ้นคนที่กำลังเดินเข้ามาถึงห้องอาหารได้ อันนายิ้มเยาะและเธอก็เริ่มมีความสงสัย พฤติกรรมของชายหนุ่มที่ชื่อว่าพอร์ซแล้ว

​"คุณ..อย่าเพิ่งไปสิ"

​"อะไรของนาย หลบไปฉันหิวจะไปหาอะไรกิน"

​"เมื่อกี้คุณได้ยินอะไรหรือเปล่า?"

​"ได้ยินหรอ?..คนเยอะแยะฉันฟังไม่หมดหรอก เอ๊ะ..หรือว่าคุณกับปลัดธนามีอะไร ที่เป็นความลับนี่น้องสาวฉันนะ ทั้งน่ารักทั้งแสนดีนะขอร้องละ อย่าไปทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก ฉันขอร้องคุณเลย"

​"มันจะไปกันใหญ่แล้วคุณ ผมกับไอ้ปลัดนั่นเราเป็นเพื่อนกันนะ ทำไมคุณมองผมแปลกๆ"

​"มองยังไงอ่ะ เปล่านะ..โอเคๆฉันลืมไปแล้วก็ได้ถอยไป ฉันหิวจะไปหาอะไรกิน"พอร์ซยังไม่ยอมหลบ

​"จะหาเรื่องกันใช่มั้ย ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้คิดว่าคุณเป็นแบบนั้น พอใจหรือยังคุณ?"

​"ยัง..จนกว่าคุณจะเลิกยิ้มเยาะผม"

"ฉันเนี่ยนะยิ้มเยาะคุณ..อุ้ยย!..sorry"

"ใช่..คุณยิ้มเยาะ..มานี่ดีกว่าอย่าเพิ่งกิน มันไม่หมดหรอกมีข้าวเยอะแยะ หมดเดี๋ยวเขาก็ไปเอามาเติมใหม่"พอร์ซจูงมือคนตัวเล็กให้ตามเขาออกมา แต่หญิงสาวบิดข้อมือออกจากมือใหญ่นั้น ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะยอม

"คุณพอร์ซ..มีอะไรคะ?"เสียงจากข้างหลังทำให้พอร์ซต้องปล่อยมือจากอันนา

​"ไปดีกว่าเมย์ ฉันอยากกินสลัด อยู่ตรงนี้กลิ่นไม่โสภาสถาพร"อันนารั้งแขนเมเปิลไปอีทางหนึ่ง 

"เป็นไง..อย่าไปชอบเลยนางฟ้า คนนี้แหละมีสีสันดีชีวิตแกจะได้ไม่เหงา ไอ้พอร์ซ"ธนายุเพื่อน

​"พอเลย..ไม่ใช่สเป็คฉัน"

​"เหรออ...แกมีสเป็คตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันไม่เคยรู้มาก่อน"นั่นสิเขาก็ไม่รู้ว่าตอบเพื่อนไปแบบนั้นได้ไง

"นั่นสิก็ฉันไม่ได้บิกแกนี่ กินเข้าไปนี่อาหารเพื่อสุขภาพเจ้าบ่าว ผักแล้วก็ปลา"ขณะที่ตักอาหารใส่จาน แต่ใจคิดไปถึงแม่เสือสาวเมื่อครู่ ตัวเล็กเท่าลูกแมวแต่พิษสงเยอะเหลือหลาย

​"เมย์..ฉันว่าสองคนนี่มีอะไรแปลกๆนะ เธอว่าป่ะ?"

​"ไม่นะฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรแปลกเลย แหมเธอก็คนเป็นเพื่อนกัน แถมมาต่างบ้านต่างเมือง แล้วบ้านโน้นก็ห้ามเข้าใกล้แอนนี่ ปลัดก็เลยต้องนั่งจับเจ่าอยู่ที่นี่ ทำไมมันยุ่งยากขนาดนี้นะ ฝรั่งไม่เห็นเรื่องเยอะเลยนะ"

"นั่นฝรั่งแต่เรานี่กลายพันธุ์แล้วเว้ย คิดถึงคุณป๋าอ่ะ"อันนาเขี่ยอาหารในจาน ก่อนจะตักสลัดเข้าปาก ค่อยๆเคี้ยวช้าๆเมื่อกี้เธอบอกว่าหิว ปกติไปไหนจะไปด้วยกัน4คนพ่อแม่ลูก แต่คราวนี้อันนาต้องเดินทางมากับมารดาแค่สองคน 

"อืม..นั่นสิทำไมคราวนี้คุณป๋า ปล่อยให้เสือสาวออกจากถ้ำมาได้ โดยที่พ่อเสือไม่มาด้วยล่ะ?"

"มีงานนะสิพักนี้งานเข้าบ่อย ดีมีออเดอร์เยอะเลยล่ะ ดีแม่กับป๋าจะได้มีความสุข จริงๆแล้วป๋าก็อยากมาด้วยนะ แต่นายคิมนะสิบอกว่าแค่เจ้กับแม่มาก็พอแล้ว คุณป๋าก็เลยไม่มาจ่ะ"

"เฮ้อ..แอนนี่แต่งงานไปแล้ว และเราล่ะเมื่อไหร่จะได้แต่ง ฉันกำลังคิดว่าอีฌอนห์กำลังคุยสาวอื่นอยู่นะ ฉันกำลังสืบอยู่แต่ถ้าโป๊ะแตกเมื่อไหร่ ฉันเลิกแน่"

"เมย์..แล้วเธอ มะ-มีอะไรกันยัง แบบว่ายังงั้นนะ?"อันนาถามตรงๆ

​"ไม่อะ..ไม่เอาหรอกกลัว ฉันไม่มั่นใจไงแล้วอีกอย่าง ไปอยู่ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันนานๆจะกลับบ้านเขาสักที แต่ระยะหลังนี่ก็แปลกอยู่ ไม่โทรฯมาไม่ไลน์มาโน่นนี่ แม่บอกเสมอว่าถ้าเราคิดว่าเขาคือคนที่เราจะฝากชีวิตไว้ แม่ก็ไม่ว่าแต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็อย่าเพิ่งทุ่มเทใจให้หมดเมย์เลยได้คิด รออยูว่าเขากลับมาคราวนี้จะว่ายังไง เราทำใจแล้ว และก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว ต่างคนมีอิสระไม่มายด์์"

​"โห..ใจนักเลงดีแท้เพื่อนเรา เยี่ยมอย่าได้แคร์เชื่อฉันแล้วคืนนี้จะกลับไปนอนบ้าน ไปอยู่เป็นเพื่อนหน่อยนะตัวเอง"

"ได้สิจ๊ะ..อันนากลับมาอยู่ที่นี่เถอะมาทำงานกับเค้าก็ได้ เมย์อยากมีเพื่อนคู่คิด อยากมีมิตรคู่บ้านเราคนบ้านใกล้กันนะเธอ"

​"คุยอะไรกันอยู่จ๊ะสาวๆ"

​"แม่..ยัยเมย์ชวนมาอยู่ที่นิวยอร์กค่ะ แม่ว่าอันควรมามั้ยคะ?"

"เหอะ..คุณป๋าว่าไงแม่ก็ว่าตามจ่ะ ว่าแต่คืนนี้เราจะกลับบ้านกัน เมย์ไปค้างด้วยนะจะได้อบอุ่น"

"อันนาชวนแล้วค่ะมาดาม แต่เมย์ไม่ถามคุณป๋าหรอกนะคะเรื่องชวนอันนามาอยู่ที่นี่ เพราะเมย์มีคำตอบในใจแล้วค่ะ ว่า'ไม่'เมย์นึกถึงหน้าคุณป๋าเลยนะคะ เพราะเขาจะต้องบอกว่า'อย่ามาชวนเสียให้ยากเลย ไม่มีวันเสียหรอกลูกจะห่างจากพ่อแม่ได้ยังไงกัน?' จริงมั้ยคะมาดาม"

"เมย์พูดถูกจ่ะ แล้วนั่นปลัดนี่แล้วคนนั้นใครกัน?"

​"อ๋อคู่ขะ..เอ่อ คู่หูเขาค่ะแม่ เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย แล้วยังเรียนมาด้วยกัน แม่จะทานอะไรคะเดี๋ยวอันตักให้ค่ะ อย่าไปสนใจเขาเลยค่ะแม่"

​"ทำไมล่ะลูก ดูเขายิ้มให้แม่ด้วยนะจ๊ะ"

"ช่างเขาเถอะค่ะ ถ้าเขามีมารยาทจริงเห็นผู้ใหญ่เขาต้องมาทักทายสิคะ แบบนี้แสดงว่าไม่มีมารยาท"

"น้องอัน..เราพูดราวกับว่าลูกโกรธเขามาเป็นชาติแล้วสิจ๊ะ"

"เอ่อ..ปละ-เปล่านะคะแม่ อันแค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้นค่ะ เดี๋ยวอันไปตักอาหารให้นะคะ"

"จ่ะ.."

เมื่ออันนากับเมเปิลลุกจากโต๊ะ ปลัดธนากับพอร์ซเดินเข้ามาทักทาย มารดาของอันนาทันที ปลัดธนาเคยเห็นมารดาของอันนา เมื่อคราวที่ไปงานแต่งเฮียโจ

"หวัดดีครับคุณน้า นี่พอร์ซเพื่อนผมครับ"

"จ่ะ..มานั่งด้วยกันสิ ใกล้วันงานแล้วแต่ดูเจ้าบ่าวจะไม่สดชื่นเลยนะจ๊ะปลัด"เฮนน่าเย้าว่าที่หลานเขย

"ครับ..คุณน้าเพราะผมคิดถึงแอนนี่ครับ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอ โทรฯไปก็ไม่รับฮะจะคุยกันยังไม่ได้เลยฮะ"ปลัดธนาทำหน้าม่อยๆ 

​"มาแล้วค่ะ มะ-แม่..เอ้าคุณ ที่นั่งมีเยอะแยะนี่นา ทำไมต้องมานั่งข้างแม่ฉันด้วย?"

​"อันนาไม่เอาน่าลูก เราคนไทยเหมือนกัน นั่งเถอะจ่ะ แล้วพ่อกำนันล่ะจ๊ะ?"

"น่าจะอยู่ข้าล่างฮะ ตอนนี้พ่อกับแม่และน้องชายผมคงเดินเล่นอยู่แถวนี้แหละครับ แม่คงอยากเห็นแสงสีมั้งฮะ"

"แล้วคุณน้าจะรับอะไรเพิ่มมั้ยครับ เดี๋ยวผมจะได้ไปตักมาให้ฮะ"

พอร์ซเสนอตัว แต่มาดามปฏิเสธว่าพอแล้ว อันนาเลยลอยหน้าลอยตาใส่ พอร์ซฮึ่มๆในใจผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอ ช่างน่าจับมาฟาดก้นจริงๆ จะว่าไป เธอก็น่ารักเหมือนกันถ้าลดความบ้าลงหน่อย 'เฮ้ยไม่นะเธอไม่ใช่สเป็คเรานี่หว่า จะไปสนทำไมวะไอ้พอร์ซ ยัยผู้หญิงแก่นแก้วแบบนั้น เหอะ!คงเพิ่งจะเรียนจบม.ปลายมาสิแม่คุณ ถึงได้มีทีท่ากระโดกกระเดกแบบนั้น ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาซะเลย

​ณัฐบดินทร์ สกุลไพศาล พี่พอร์ซ อายุ 29ปี

​เมเปิล ซานโฮเซ่ เมย์ อายุ25 ปี

​อนันดาหรืออันนา วิริยะไพศาล อายุ 26 ปี




​มาอัพครบจบตอนแล้วนะคะ แล้วอย่ากลืนน้ำลายตัวเองนะพี่พอร์ซ ไอ้ที่บอกว่าไม่ใช่สเป็คนั่นหละตัวดีเลย เห็นมานักแล้วค่ะเจอกันตอนหน้านะบายๆ👰👰👰

ความคิดเห็น